تسجيل الدخولเงียบเกินไป
ตลาดเย็นวันนี้คึกคักกว่าปกติ ลินยืนขายผักอยู่ที่แผงเล็ก ๆ ของลุงผู้ใหญ่บ้านที่ให้เธอใช้วางของฟรีมาตลอด ปี๊บเหล็กใบเดิมถูกเปิดออกพร้อมผักคะน้า กวางตุ้ง มะเขือ พริก และไข่ไก่บ้านที่เธอช่วยเก็บจากเล้าเมื่อช่วงสาย
ทุกอย่างมีกลิ่นดิน กลิ่นฟางที่คุ้นชิน เธอคุ้นกับเสียงแม่ค้าแผดลั่นเป็นประจำ คุ้นกับเสียงเด็กวิ่งไล่กันจนฝุ่นคละคลุ้ง และคุ้นกับความพยายามทำตัวร่าเริงแม้ในใจจะอ่อนล้าแค่ไหนก็ตาม
“ลินจ๊ะ ไข่เบอร์สี่แผงหนึ่งเอามาให้ป้าหน่อย”
เสียงป้าข้างร้านเอ่ยขึ้น
“ได้ค่ะป้า รอแป๊บหนึ่งนะคะ”
ลินยื่นไข่ไปพร้อมรอยยิ้มที่ตั้งใจให้สดใสที่สุด แม้ว่าเมื่อยแก้มแทบจะแข็งก็ตาม เธอขายของไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือดหมูขลับจาง ๆ ความวุ่นวายก็เบาลงตามเวลา
แต่ระหว่างที่เธอกำลังนับเงินในกล่องกระดาษเก่า ๆ ดวงตาเธอก็อดผละไปทางถนนใหญ่มิได้… เธอนึกถึงปลัดเชษฐ์
ภาพเขาเอามือไขว้หลังยืนอยู่หน้าห้องทำงาน สายตาเย็นชาแต่พรั่งด้วยความหมายที่อ่านไม่ออกยังติดอยู่ในหัว
"มาทำอะไรที่นี่?"
เสียงเขาในตอนกลางวันยังดังก้องในหู
ทั้งที่เขาน่าจะไม่สนใจเธอเลย ทั้งที่เขามองเธอเหมือนเด็กที่ต้องดุ แต่ในแววตานั้นกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึก… สั่นประหลาด
เธอสลัดหัวเบา ๆ ไม่เอาแล้ว อย่าไปคิด… อย่าไปหวังอะไรที่มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับคนแบบเธอเลย
ลินรีบเก็บของเมื่อขายหมด ถุงใบใหญ่สะพายไหล่ข้างหนึ่ง น้ำหนักของผักที่หลงเหลืออยู่ไม่มาก แต่ความหนักในใจกลับมากขึ้นแทน เธอขี่รถลุยถนนดินลูกรังกลับบ้านด้วยรถคันเก่า เสียงหินกระทบพื้นดังกรุ๊บกรับทุกย่างการขี่
พอใกล้ถึงบ้าน ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้ขี่รถช้าลง หน้าบ้านมีคนนั่งรออยู่บนเก้าอี้หวายเก่า ๆ
นวลขวัญ แม่เลี้ยงของเธอ ในมือถือพัดและน้ำเสียงแฝงความรำคาญประจำตัว
ใจลินกระตุกทันที ไม่สิ… เหมือนถูกบีบจนจุกมากกว่า เธอรู้เลยว่าวันนี้ต้องมีเรื่องอีกแล้วและไม่มีทางเป็นเรื่องดีแน่นอน
ลินสูดลมหายใจหาทรงตัวให้มั่น ก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไป
“กลับมาซะทีนะนังลิน ฉันรอตั้งนาน”
เสียงนวลขวัญทัก แต่ไม่ใช่ทักเพราะห่วง ทักเพราะจะเอาอะไรบางอย่างแน่ ๆ
“วันนี้หนูขายของไม่ค่อยดีน่ะค่ะ เลยกลับช้าหน่อย”
ลินตอบเสียงเบา มือกำเชือกถุงผักแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“อ๋อเหรอ…แล้วได้เงินมาเยอะหรือเปล่าล่ะ” ประโยควัดใจเริ่มมาแล้ว
ลินยื่นกล่องเงินที่หุ้มด้วยยางรัดยับ ๆ ออกไป เธอรู้ว่าถ้าเธอไม่ให้ เงินก็จะถูกค้นจนเจออยู่ดี
นวลขวัญแย้มรอยยิ้มพึงใจ รับเงินไปพลางเปิดนับเสียงดังชัดเจนอย่างจงใจ
แกรก แกรก แกรก
“ได้เงินดีนี่นังลิน… ฝีมือพอใช้ได้” ประโยคชมที่ฟังแล้วรู้สึกแย่มากกว่าจะดี
“หนูตั้งใจขายค่ะ” ลินตอบเพียงสั้น ๆ
ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในบ้าน
“แม่! เอาเงินให้หนูด้วยนะ วันนี้หนูจะไปคาเฟ่กับ เพื่อน”
แพรไหมเดินออกมาจากในบ้านในชุดสะพายหลังสีสด มือถือโน้ตบุ๊กของตัวเองพลิกไปพลิกมาอย่างไม่เห็นหัวเธอเลย
ลินรู้สึกเหมือนมีเข็มแทงตรงกลางอก
แพรไหม น้องสาวต่างแม่ของเธอ โตมาพร้อมทุกอย่างที่ลินไม่มี เข้าใจได้ แต่ยอมรับไม่เคยได้เลย
นวลขวัญหันไปส่งให้ด้วยอาการไม่เสียดายแม้แต่นิดเดียว
“เอาไปลูก เงินนังลินนั่นแหละ มีเท่าไหร่เอาไปได้หมดเลยนะลูกฉัน”
เหมือนไม่ใช่คำพูด แต่เป็นการตอกย้ำว่าลินมีค่าแค่แรงงานหาเงิน
แพรไหมรับไปแบบไม่แม้แต่จะสบตาเธอ
“ขอบคุณค่ะแม่”
แล้วสะบัดผมเดินออกไปขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อนทันที เสียงเครื่องยนต์ดังลั่นก่อนเคลื่อนหายไปตามทาง
ในลานหน้าบ้านมีเพียงลินกับแม่เลี้ยง ความเงียบที่ตามมาทำให้ลินมองพื้นไม้อย่างว่างเปล่า
เธอเก็บความผิดหวังไว้หลังดวงตาคู่ใหญ่ แต่พูดอะไรไม่ได้ เพราะเมื่อเธอพูด นวลขวัญก็จะมีข้ออ้างว่าเธอ “อกตัญญู”
“เอาล่ะ ฉันไปบ้านพี่เดือนก่อนนะ เห็นว่ามีวงมา” น้ำเสียงแม่เลี้ยงฟังแค่ประโยคก็รู้เลยว่าจะไปทำอะไร
วงไพ่
วงไฮโล
วงน้ำแดง
วงอะไรสักอย่างที่ทำให้หมดเงินในพริบตา
นวลขวัญลุกขึ้น ยัดเงินทั้งหมดลงกระเป๋าแล้วหันมากล่าว
“ทำกับข้าวเผื่อฉันด้วยล่ะ ถ้าฉันกลับมาแล้วของไม่พร้อม อย่าหาว่าไม่เตือน”
ทิ้งประโยคไว้อย่างนั้น แล้วเดินจากไป…รองเท้าส้นเตี้ยของเธอสีกะปิ เสียงพื้นกระทบฟังแล้วหนวกหูจนลินไม่อยากได้ยินอีก
ลินยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ตนไม่มีสิทธิ์จะอ้างว่าเป็น "บ้านของตัวเอง"
แม้ว่า… มันเป็นบ้านของพ่อแท้ ๆ ที่เสียไปตั้งแต่เธอยังเล็ก
เธอหายใจเข้าไปลึก ๆ กลิ่นฝุ่น กลิ่นไม้ กลิ่นความโดดเดี่ยวปะทะเข้ามาเต็มปอด
ตอนนี้เธออยู่คนเดียวแล้ว
ไม่มีเสียงด่า
ไม่มีเสียงตำหนิ
ไม่มีคำสั่ง
ไม่มีคำเหยียด
เหลือแค่ความเงียบและหัวใจที่เหมือนถูกลมพัดจนวูบไหวไปหมด
ลินวางถุงของลงและเดินเข้าบ้านไปอย่างช้า ๆ เธอเปิดไฟห้องครัว หยิบข้าวสารออกมาซาว น้ำเย็นไหลผ่านปลายนิ้ว
ทุกขั้นตอนทำอย่างเงียบและระวังเหมือนกลัวจะทำให้บ้านที่เคยเป็นบ้าน…
ระหว่างที่ยืนต้มข้าวต้มอยู่ เธอก็เอนตัวพิงเคาน์เตอร์ไม้ผุ ๆ ความเหนื่อยสุมเข้ามาจนอยากนั่งลงบนพื้นทันที
เธอคิดถึงพ่อ
คิดถึงคำอวยพรที่เคยได้ในตอนเด็ก
คิดถึงกอดอุ่น ๆ ที่ไม่รู้สึกมานานจนเกือบลืมไปแล้วว่ามันเป็นยังไงและคิดถึงคำที่แม่เลี้ยงมักจะพูดใส่หน้าเธอเสมอ
“อยู่ไปก็ไร้ค่า… ถ้าพ่อแกไม่ยกบ้านให้แก แกคงไม่มีที่ซุกหัวนอนด้วยซ้ำ”
ความฝันที่อยากย้ายออกไปอยู่ที่ไหนสักที่ยังคงชัดเจนในหัว
ที่เงียบกว่า… ที่ยิ้มได้จริง
ที่ไม่มีใครด่าว่า
ไม่มีใครดึงเงินไปใช้
ไม่มีใครบอกว่าเธอ “เป็นภาระ”
แต่ลินรู้ดี การจะออกไปให้ได้ ต้องใช้เงินมากกว่าที่เธอมีตอนนี้ เธอมีเป้าหมาย มีความหวังแต่มีเพียงหัวใจดื้อรั้นเท่านั้นที่พอจะควบคุมได้
เสียงต้มเดือดดังปุด ๆ กลิ่นข้าวต้มลอยคลุ้งเธอตักใส่ชามไว้ แล้วเพิ่งสังเกตว่าบ้านเงียบเกินไปจริง ๆ
ลินเดินออกไปหน้าบ้าน นั่งลงบนขั้นบันไดไม้ ลมเย็นพัดมากระทบแก้ม ฟ้าสีดำสนิท เหลือแค่แสงไฟส้ม ๆ จากหลอดที่กระพริบบ่อยครั้ง
เธอยิ้มบาง ๆ ออกมา ยิ้มที่จริงใจและไม่ต้องกลัวถูกมองว่าเสแสร้ง เธอหยิบสมุดเก่า ๆ เล่มหนึ่งขึ้นมาจากใต้บันได หน้าปกสีครีมหมอง ๆ มีแค่ประโยคที่เธอเขียนไว้ว่า
“ความฝันของลิน”
เธอเปิดหน้าที่คั่นด้วยดอกเข็มแห้ง ข้างในมีลายมือหวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
=เก็บเงินให้ได้เดือนละ 2,000
=ซื้อมือถือสักเครื่อง
=หาห้องเช่าราคาถูก
=มีงานมั่นคงทำ
=ออกไปจากบ้านนี้ให้ได้
ลินมองตัวหนังสือพวกนั้นด้วยความรู้สึกทั้งเจ็บและฮึดสู้ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจที่เหนื่อยล้ากลับลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง
ของขวัญจากสรวงสวรรค์สองเดือนหลังค่ำคืนวิวาห์ที่เร่าร้อน ชีวิตคู่ของปลัดเชษฐ์และธิดาลินก็เข้าสู่ความสมบูรณ์แบบที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา ลินเริ่มงานในฐานะผู้ช่วยปลัดเชษฐ์ในโครงการพัฒนาชุมชนตามที่เขาวางแผนไว้ ความฉลาดและความละเอียดอ่อนของเธอทำให้เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพียงเพราะเป็นภรรยาของปลัดทุกเช้าของบ้านพักปลัดอำเภอจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าที่ลินบรรจงทำ“พี่เชษฐ์คะ! เสร็จแล้วค่ะ” เธอเรียกเขาที่กำลังแต่งเครื่องแบบราชการเขารีบเดินลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่โกนหนวดอย่างเกลี้ยงเกลาหอมแก้มเธอเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอาหาร“วันนี้ทำอะไรครับ ภรรยาของพี่”“ทำข้าวผัดกุ้งค่ะ แล้วนี่ก็เป็นกล่องข้าวเที่ยงของพี่เชษฐ์ หนูทำผัดกะเพราปลาหมึกไข่ดาวไปให้”“โอ้โห! น่ากินที่สุดเลยครับ” เขากล่าวชมด้วยความจริงใจ “พี่รู้ไหมว่าข้าวกล่องฝีมือหนูนี่แหละ เป็นสิ่งที่ข้าราชการทั้งอำเภออิจฉาพี่ที่สุด”“โม้ไปเรื่อยค่ะ!” เธอหัวเราะ “รีบทานนะคะ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”“ไม่สายหรอกครับ เพราะหนูต้องไปทำงานพร้อมพี่”เขาใช้ชีวิตอยู่กับเธอแทบจะตลอดเวลา ในที่ทำงานเธอก็อยู่
ราตรีเข้าหอแสงเทียนอ่อน ๆ ในห้องนอนทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและความปรารถนาที่ไม่อาจยับยั้งได้ ปลัดเชษฐ์ได้ปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวที่สวยงามออกจากร่างของลินจนหมดสิ้น เหลือเพียงความบริสุทธิ์และเรือนร่างอวบอิ่มที่เขาหลงใหลที่สุดเขาเฝ้ามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชม และความต้องการอย่างรุนแรง“หนูรู้ไหมครับ” ปลัดเชษฐ์กระซิบเสียงพร่า ขณะที่เขาก้มลงจูบริมฝีปากของเธออย่างเนิ่นนาน “วันนี้พี่เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก”“หนูก็เหมือนกันค่ะ” เธอตอบอย่างอ่อนหวาน “หนูดีใจที่ได้เป็นภรรยาของพี่เชษฐ์”ปลัดเชษฐ์ไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน ๆ ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เขาใช้เวลาสำรวจร่างกายของภรรยาอย่างช้า ๆ มือที่เคยสั่นเทาตอนเซ็นทะเบียนสมรส กลับกลายเป็นมือที่มั่นคงและเชี่ยวชาญในการมอบสัมผัสอันเร้าใจ เขาต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ลินจดจำไปตลอดชีวิตเธอส่งเสียงครางกระเส่าออกมาทันที เมื่อปลัดเชษฐ์เริ่มมอบความสุขให้เธออย่างลึกซึ้งและเอาใจใส่“อื้อ… พี่เชษฐ์” เธอเรียกชื่อเขาอย่างขาดห้วง“เรียกชื่อพี่อีกสิครับ” เขาขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ “เรียกออกมาดัง ๆ ว่าหนู
งานวิวาห์การกลับมาของ มะลิษา (มะลิ) เปรียบเสมือนพายุบุญที่พัดเข้ามาในชีวิตของปลัดเชษฐ์และลิน เธอประกาศอย่างเด็ดขาดว่าด้วยประสบการณ์ในฐานะ ออร์แกไนซ์และดีไซเนอร์ ของครอบครัว งานแต่งงานนี้จะต้องออกมาสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่สุดในอำเภอเพียงแค่สามวันหลังจากเดินทางมาถึง มะลิษาก็เข้าควบคุมการเตรียมงานทั้งหมดอย่างเบ็ดเสร็จ การวางแผนที่เคยดูวุ่นวายของปลัดเชษฐ์และลินก็ถูกจัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทางอย่างมืออาชีพ“ยัยลิน! งานแต่งงานแกต้องไม่เหมือนงานกาชาดที่ไหนนะ!” มะลิษากล่าวอย่างดุดันขณะที่กำลังจัดวางผังโต๊ะ “ปลัดเขารักแกขนาดนี้ แกต้องฉายแสงให้คนทั้งอำเภอเห็นว่าแกคือเจ้าสาวที่สวยที่สุด!”“มะลิ! ไม่ต้องจัดเต็มขนาดนั้นก็ได้นะ” เธอบอกเพื่อนอย่างเกรงใจ“ไม่ได้! ฉันมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้แกทางอ้อม!” มะลิษายิ้มอย่างมีเลศนัย “คนพวกนั้นที่เคยดูถูกแก จะต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปากไปเลย!”มะลิษานำเสนอคอนเซ็ปต์งานที่เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา โดยใช้สวนรอบบ้านพักของปลัดเชษฐ์เป็นฉากหลัก เน้นดอกไม้โทนสีขาวและเขียวอ่อน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของชนบทที่สงบเงียบภารกิจเลือกชุดวิวาห์มะลิษาลากทั้งคู่ไปยัง
การกลับมาของเพื่อนเจ้าสาวหลังจากจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ของปลัดเชษฐ์และลินก็เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบที่บ้านพักของปลัดอำเภอ แม้จะอยู่ในช่วงลางาน แต่บ้านพักกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสุขเช้าวันแรกในสถานะสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปลัดเชษฐ์และลินตื่นขึ้นมาพร้อมกันบนเตียงนุ่ม ๆ ของบ้านพัก พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างอ่อนโยนที่สุดก่อนที่จะต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับ ภารกิจเตรียมงานแต่งงาน ภายในหนึ่งเดือน“นี่มันสนุกกว่าทำงานในอำเภอเยอะเลยนะครับ” เขาพูดขณะที่กำลังยืนกอดเธอจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังทำอาหารเช้า“สนุกเหรอคะ?” เธอหัวเราะ “ตอนนี้มีรายการที่ต้องทำเกือบยี่สิบอย่างแล้วนะคะพี่เชษฐ์!”“ก็มันวุ่นวายน่ารักดีครับ” เขาจูบไหล่เธอเบา ๆ “พี่ชอบที่เราต้องทำทุกอย่างด้วยกัน”ภารกิจแรกคือการคัดเลือกคนที่จะมาช่วยงานและเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว“พี่ตัดสินใจแล้วครับ” เขาบอกขณะที่นั่งจิบกาแฟอยู่ข้าง ๆ เธอ “พี่จะให้ สารวัตรโจ้ มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวคนสำคัญของพี่”“สารวัตรโจ้เหรอคะ?” เธอถามอย่างแปลกใจ “แต่พี่เชษฐ์กับสารวัตร… ไม่ได้สนิทกันมากไม่ใช่เหรอคะ”“อาจจะไม่ใช่เพื่อนสมัยเรียน”
ขอเมียและลายเซ็นที่สั่นเทาปลัดเชษฐ์และลินขับรถกลับถึงบ้านพักในอำเภอในช่วงเย็นของวันนั้น ความสุขที่ล้นปรี่จากการได้รับคำมั่นสัญญาตลอดการพักผ่อนทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด“ถึงบ้านแล้วครับคุณนายปลัด” เขาพูดขณะที่ช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ“คุณนายปลัดเหรอคะ” เธอหัวเราะ “ยังไม่ทันจดทะเบียนเลยนะคะ”“ก็แล้วทำไมครับ? ใจพี่นี่จดทะเบียนไปตั้งนานแล้วนะ” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “พักผ่อนนะครับ พรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำตั้งแต่เช้า”เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัดเชษฐ์ตื่นแต่เช้าตรู่ แม้จะอยู่ในช่วงลางาน แต่เขาก็ดูมีพลังงานล้นเหลือ วันนี้เธอเลือก ชุดเดรสสีขาวสะอาดตา มีลายปักดอกไม้เล็ก
คำมั่นสัญญาใต้แสงอรุณรุ่งอรุณแรกหลังค่ำคืนแห่งการเยียวยามาถึงอย่างเงียบสงบ แสงสีส้มอมชมพูค่อย ๆ แต้มขอบฟ้าเหนือผืนทะเลที่สงบนิ่ง ปลัดเชษฐ์ลืมตาตื่นขึ้นก่อน เขาเฝ้ามองใบหน้าอิ่มเอิบของคนรักที่กำลังหลับใหลอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างหูเธอ“ลินครับ… ตื่นได้แล้วนะ” เสียงทุ้มแหบพร่า “พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วครับ”เธอขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาปรือ ๆ ค่อย ๆ เปิดออกพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน“พี่เชษฐ์… กี่โมงแล้วคะ?”“เพิ่งจะหกโมงเช้าครับ แต่เราจะพลาดวิวสวยที่สุดของทะเลไม่ได้นะ ลุกขึ้นมาแต่งตัวกันเถอะ” เขาพูดพลางจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “พี่อยากให้หนูเห็นมันพร้อมกับพี่”เธอไม่ขัดขืน เธอรู้สึกราวกับร่างกายถูกชาร์จพลังงานจนเต็มเปี่ยมจากความรักที่เขาได้มอบให้ตลอดทั้งคืน เธอเองก็อยากใช้ทุกวินาทีกับผู้ชายคนน







