Masukดินแดนหมุนตัวเดินกลับมายังหน้างานโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหญิงสาวร่างบางที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่เบื้องหลัง รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กหุ้มข้อสีน้ำตาลเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นซีเมนต์ ย่ำหนักๆ ลงบนพื้นกรวดลูกรัง เขาสาวเท้ายาวๆ ผ่านโครงเหล็กเส้นและนั่งร้านด้วยความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก
อากาศช่วงใกล้เที่ยงของเดือนเมษายนร้อนระอุจนแทบจะหลอมละลายทุกสิ่ง ไอร้อนเต้นระยิบระยับอยู่เหนือพื้นคอนกรีตที่เพิ่งเทเสร็จใหม่ๆ แต่ความร้อนของอากาศยังไม่สู้ความหงุดหงิดในใจของวิศวกรหนุ่มวัยสามสิบสองปีคนนี้ เขาเกลียดความไม่เป็นมืออาชีพ เกลียดความมักง่าย และที่สำคัญที่สุด เขาเกลียดพวกคนรวยที่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรหรือไปเดินกรีดกรายที่ไหนก็ได้โดยไม่สนกฎเกณฑ์
“เฮ้ย! ไอ้พวกที่ผูกเหล็กตรงนั้นน่ะ เร่งมือเข้าหน่อย! รถปูนคิวต่อไปใกล้จะเข้าแล้ว ถ้าไม่เสร็จพวกมึงโดนโอทีต่อแน่!” น้ำเสียงทุ้มห้าวตะโกนสั่งงานดังก้องแข่งกับเสียงเครื่องจักร แววตาคมกริบดุดันกวาดมองไปรอบบริเวณ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหวใดๆ
“ลูกพี่! ชิบหายแล้วลูกพี่!”
เสียงตะโกนแหบพร่าพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบดังขึ้นจากด้านหลัง ดินแดนละสายตาจากเครนยกของ หันไปมอง ‘เข้ม’ โฟร์แมนหนุ่มลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้าคล้ำแดด ไม่รู้ว่าเพราะความร้อนหรือเพราะความตกใจกันแน่
“ชิบหายอะไรของมึงไอ้เข้ม รถปูนคว่ำหรือไง” ดินแดนถามเสียงเรียบ ยกท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลซึมหน้าผาก
“ไม่ใช่เรื่องรถปูนพี่! แต่เรื่องผู้หญิงคนเมื่อกี้ต่างหาก” เข้มละล่ำละลัก ชี้มือไม้สั่นๆ ไปทางตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิศที่อยู่ห่างออกไป
“ลูกพี่ไปตวาดไล่เขาแบบนั้นไม่ได้นะเว้ย! รู้ไหมว่านั่นใคร!”
“ใคร? เด็กเสี่ยคนไหนล่ะถึงได้กล้าแต่งตัวบ้าๆ บอๆ ใส่ส้นสูงมาเดินล่อเป้าในดงคนงานเป็นร้อยแบบนี้” ดินแดนแค่นหัวเราะในลำคอ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปากแล้วจุดไฟแช็ก สูดอัดควันสีเทาเข้าปอดลึกๆ เพื่อดับความหงุดหงิด
“ไม่ใช่เด็กเสี่ยพี่! นั่นน่ะ ‘คุณหนูอิงดาว’ ลูกสาวคนเดียวของเสี่ยดำรง! ลูกสาวเจ้าของบริษัทที่เราทำงานให้อยู่นี่ไง! ลูกสาวคนเดียวเลยนะเว้ยพี่! ไปด่าเขาฉอดๆ แบบนั้น เดี๋ยวก็โดนเด้งฟ้าผ่าหรอก!” เข้มอธิบายรัวเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นแทนเจ้านาย
คำบอกเล่านั้นทำให้คนงานหลายคนที่อยู่ใกล้เคียงและแอบฟังอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ต่างคนต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ความหวงลูกสาวของเสี่ยดำรงดี
แต่ผิดคาดกลับ ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าคร้ามแดดของดินแดนแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่ง พ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นสายยาว นัยน์ตาสีนิลสงบนิ่งราวกับผิวน้ำลึกที่ไม่สะทกสะท้านต่อพายุ
“ลูกสาวเสี่ยดำรงแล้วไงวะ?” ดินแดนยักไหล่กว้างอย่างไม่ยี่หระ
“ต่อให้เป็นเมียประธานาธิบดี ถ้าไม่ใส่หมวกเซฟตี้ ไม่ใส่รองเท้าหุ้มส้น กูก็ไล่ตะเพิดออกจากไซส์งานกูหมดแหละ”
“โธ่พี่แดน! นั่นลูกเจ้านายนะเว้ย ยอมๆ หรี่ตาข้างนึงพูดจาหวานๆ หูหน่อยไม่ได้หรือไงวะ เกิดคุณหนูแกไปฟ้องเสี่ยดำรงว่าพี่ทำตัวกระด้างกระเดื่อง พวกเราไม่ซวยกันยวงเหรอพี่” เข้มยังคงโอดครวญ
ดินแดนทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นดินแล้วใช้ปลายรองเท้าบูทขยี้จนดับสนิท เขาหันมาจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท แววตาจริงจังและเด็ดขาดจนเข้มต้องหดคอหนี
“มึงฟังนะไอ้เข้ม เสี่ยดำรงจ้างกูมาเดือนละหลายแสน จ้างมาให้คุมงานก่อสร้างคอนโดพันล้านนี่ให้เสร็จตามกำหนดและปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แกไม่ได้จ้างกูมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือจ้างมาเดินตามเช็ดก้นลูกคุณหนู” น้ำเสียงของวิศวกรหนุ่มหนักแน่นและทรงพลัง
“เหล็กเส้นที่ตกลงมาจากชั้นสิบ มันไม่สนหรอกนะว่าคนที่ยืนอยู่ข้างล่างมีเงินในบัญชีกี่พันล้าน ถ้าโดนหัวก็คือสมองไหลตายห่าเหมือนกันหมด!”
เข้มอ้าปากค้าง เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“เสี่ยดำรงรู้จักนิสัยกูดี” ดินแดนพูดต่อ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความหนักแน่น
“ตอนที่แกมาทาบทามกูมาจากบริษัทเก่า กูยื่นคำขาดไปแล้วว่าถ้ากูคุมไซส์นี้ กูต้องมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กฎต้องเป็นกฎ ถ้าแกไม่พอใจที่กูไล่ลูกสาวแกออกจากพื้นที่อันตราย แกก็แค่ฉีกสัญญาทิ้งแล้วจ่ายค่าชดเชยให้กู ซึ่งกูมั่นใจว่าคนจริงอย่างเสี่ยดำรง แยกแยะออกว่าอะไรคืองาน อะไรคือเรื่องส่วนตัว”
พูดจบ ดินแดนก็ตบไหล่ลูกน้องคนสนิทแรงๆ สองที “เลิกพล่ามเรื่องไร้สาระแล้วไปคุมลูกน้องมึงเทปูนโน่นไป มัวแต่กลัวตกงาน เดี๋ยวถ้างานก็ไม่เดินพวกมึงได้ตกงานจริงๆ แน่!”
เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของเจ้านาย เข้มก็ลอบถอนหายใจยาว พยักหน้ารับคำสั่งแล้ววิ่งกลับไปประจำจุดของตัวเอง ทิ้งให้ดินแดนยืนอยู่ท่ามกลางเสียงอึกทึกของไซส์งานเพียงลำพัง
ชายหนุ่มขยับหมวกเซฟตี้สีขาวบนศีรษะให้เข้าที่ แสร้งทำเป็นจดจ่ออยู่กับแบบแปลนในมือ ทว่าลึกๆ ลงไปในความรู้สึก เขากลับไม่สามารถลบภาพของหญิงสาวร่างบางคนนั้นออกไปจากหัวได้อย่างที่ปากพูด
ดินแดนไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขาเป็นผู้ชายเต็มตัว วัยสามสิบสองที่เปี่ยมไปด้วยฮอร์โมนและความต้องการตามธรรมชาติ แน่นอนว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่เขามองลงมาจากนั่งร้านเหล็ก เขาเห็นทรวดทรงองค์เอวที่เย้ายวนนั้นชัดเจนเต็มสองตา
เสื้อสายเดี่ยวสีขาวตัวบางจ๋อยที่รัดรึงหน้าอกอวบอิ่ม กางเกงขาสั้นกุดที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนละเอียดตัดกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นโคลน ผิวขาวจัดที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะความร้อน ทุกองค์ประกอบของ ‘อิงดาว’ คือสิ่งเร้าชั้นดีที่สามารถปลุกสัญชาตญาณดิบของผู้ชายทุกคนในไซส์งานนี้ให้ลุกโชน
แต่สำหรับดินแดน สิ่งที่ทำให้เขาสะดุดใจไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างเพอร์เฟกต์ แต่เป็น แววตา ของเธอต่างหาก
ในตอนที่เขาเดินเข้าไปต่อว่า แววตาคู่กลมโตนั้นมีความตกใจ มีความโกรธที่ถูกหยามเกียรติ แต่ลึกๆ แล้ว มันมีความดื้อรั้น อวดดี และท้าทาย ซุกซ่อนอยู่อย่างปิดไม่มิด มันไม่ใช่แววตาของลูกคุณหนูขี้แยที่โดนด่าแล้วจะวิ่งไปฟ้องพ่อ แต่มันเป็นแววตาของ ‘นางสิงห์’ ที่พร้อมจะกระโจนเข้าขย้ำคอคนที่กล้ามาขวางทาง
และที่บ้าที่สุดคือกลิ่นตัวของเธอ
ท่ามกลางกลิ่นเหม็นอับของเหงื่อ และกลิ่นฝุ่นควัน จมูกของเขากลับรับรู้ถึงกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ คล้ายกลิ่นดอกไม้ป่าผสมกับวนิลา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ระเหยออกมาจากผิวกายเนียนนุ่มเมื่อปะทะกับไอร้อน มันเป็นกลิ่นที่ยั่วยวนจนทำให้กระแสเลือดในกายของเขาสูบฉีดแรงขึ้นชั่วขณะหนึ่ง
ตอนที่เขายืนเผชิญหน้ากับเธอในระยะประชิด เขาต้องใช้ความอดทนอย่างหนักที่จะไม่หลุบตาลงมองร่องอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจของเธอ เขาต้องแสร้งทำเป็นดุดัน ก้าวร้าว และใช้คำพูดหยาบคาย เพื่อสร้างเกราะกำบังให้กับตัวเอง และเพื่อไล่ ‘ตัวอันตราย’ ให้ออกไปจากพื้นที่ของเขาให้เร็วที่สุด
ตัวอันตราย ที่อาจจะทำให้สมาธิในการทำงานของเขาพังทลายลงไม่เป็นท่า
“หึ...” ดินแดนแค่นยิ้มมุมปาก สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว “คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบนั้น โดนด่าไปฉาดเดียว พรุ่งนี้ก็คงไม่กล้าโผล่หน้ามาเหยียบที่นี่อีกแล้วล่ะวะ ร้อนชิบหายแบบนี้ คงกลับไปนอนแช่น้ำแร่ในคฤหาสน์แล้ว”
เขาบอกตัวเองอย่างนั้น มั่นใจว่าผู้หญิงที่เติบโตมาในตู้กระจกติดแอร์ ไม่มีทางทน
รับความดิบเถื่อนและสภาพอากาศที่เลวร้ายของโลกแห่งความจริงได้หรอก
แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องทะลุสายหมอกหนาทึบที่ลอยละล่องอยู่เหนือยอดดอย อุณหภูมิยามเช้าตรู่ยังคงหนาวเหน็บจนต้องพรูลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว แต่ภายในเต็นท์แคนวาสหลังใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่ายกายของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนมาด้วยกันอิงดาวขยับตัวซุกเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงอ่อนๆที่สาดสองเข้ามา สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่ลอยแตะจมูกหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคร้ามแดดของ ‘ดินแดน’ ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวทับเสื้อยืด นั่งพิงหมอนใบโต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสแตนเลสเก็บความร้อน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบผมเธอเล่นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็นท์ที่ถูกเปิดแง้มไว้ให้เห็นทะเลหมอกเบื้องหน้า ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมและเหม่อลอยแปลกๆ“คิดอะไรอยู่คะ ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว คำนวณโครงสร้างเต็นท์หรือไง” อิงดาวเอ่ยแซวเสียงงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มผืนหนามาพันรอบตัวที่ยังคงไร้เสื้อผ้าปกปิดดินแดนละสายตาจากวิวทิวทัศน์ หันมามองใบหน้า
หกเดือนต่อมาโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับพันล้านก็เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานได้อย่างไร้ที่ติ ผลงานชิ้นโบแดงนี้ทำให้ชื่อของ ‘ดินแดน’ กลายเป็นวิศวกรระดับท็อปที่ใครๆ ก็อยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่สำหรับเขา รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่โบนัสก้อนโตที่เสี่ยดำรงโอนเข้าบัญชี แต่มันคือ ‘เวลาพักร้อนยาว’ ที่เขาจะได้ใช้ชดเชยให้กับลูกสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจลมหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาปะทะยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงค่ำลดฮวบลงเหลือเพียงเลขตัวเดียว ท่ามกลางลานกางเต็นท์ส่วนตัวที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีเพียงเต็นท์กระโจมแคนวาสสีครีมหลังใหญ่กางตระหง่านอยู่ริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นทะเลหมอกยามเช้าอิงดาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาสีขาวฟูฟ่อง นั่งผิงไฟอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ควันไฟบางๆ ผสมกับกลิ่นอายของสนภูเขาและน้ำค้างยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและดิบเถื่อนในคราวเดียวกัน คุณหนูไฮโซที่เคยชินกับการนอนโรงแรมห้าดาว บัดนี้กลับยอมมาตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย เพียงเพราะอยากสัมผัสชีวิต ‘ดิบๆ’ แบบที่แฟนหนุ่มของเธอชอบ“หนาวไหมครับ”เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นหูดัง
07:30 น.ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!เสียงออดหน้าประตูดังรัวและต่อเนื่อง ทำลายความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ดินแดนที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เสร็จ เดินมาเปิดประตูโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครมาเยือนแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างท้วมของ ‘เสี่ยดำรง’ ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าตึงเครียดและอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ด้านหลังมีชายชุดดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูเสี่ยดำรงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูทิ้งไว้ทันที ดินแดนเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้ขัดขวางเมื่อผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของพญาเสือแห่งวงการก่อสร้างถึงกับหล่นวูบ อิงดาวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาประคบประหงมราวกับไข่ในหิน กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของลูกน้องหนุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาและริมฝีปากที่บวมช้ำบ่งบอกถึงความบอบช้ำที่เผชิญมาตลอดคืน แต่สิ่งที่กรีดแทงใจคนเป็นพ่อที่สุด คือรอยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง รอยบีบจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากไอ้เดรัจฉานนที!เสี่ยดำรงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือที่สั่นเทาข
ความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวชานเมืองถูกบดบังด้วยฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทของรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์คันใหญ่ เครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ททิ้งไว้ส่งเสียงครางกระหึ่มแผ่วเบา แอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ถูกเปิดจนสุดเบอร์พ่นไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหนัง ทว่ามันกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่บนเบาะหนังฝั่งคนขับ“อื้อออ..แดน..ดาวร้อน ไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานหูที่แหบพร่าและสั่นสะท้านดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง อิงดาวในเวลานี้ไร้ซึ่งคราบของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาการเติมเต็มร่างบางที่นั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาบดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งดุนที่นูนเด่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเขาอย่างเอาแต่ใจ สองแขนเรียวตวัดกอดรอบลำคอหนา ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของดินแดน ฟันซี่เล็กขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อสีแทนอย่างหิวกระหายราวกับลูกแมวป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง“ซี๊ดดด..ใจเย็นครับคนดี.. รถมันแคบ...” ดินแดนสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วสันหลัง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอื้อมมือไปปรับเบาะคนขั
“นที! ลูกพ่อ! แก..ไอ้ฆาตกร แกฆ่าลูกฉัน!”เสียงร้องของท่านรัฐมนตรีดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ร่างท้วมถลาเข้าไปประคองลูกชายที่นอนจมกองเลือด สภาพของนทีตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เลือดสีสดทะลักออกจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนสูทสีขาวราคาแพงจนแดงฉานทว่า..หมัดเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่ไอ้สวะนี่พยายามจะทำกับอิงดาว!ดินแดนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ สันกรามคมขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงฟันลั่นกรอด มือหนาที่เปื้อนเลือดของไอ้นทีกำหมัดแน่นชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น หวังจะกระทืบซ้ำให้กระดูกซี่โครงมันหักทะลุปอด ตายตกไปตามกันโทษฐานที่กล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้แดน!! กูบอกให้หยุด!!”เสียงตะคอกตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยอำนาจและบารมีของ ‘เสี่ยดำรง’ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ร่างท้วมของผู้เป็นเจ้านายพุ่งเข้ามาขวางหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังคลั่งดีเดือด สองมือของเสี่ยดำรงผลักแผงอกเปลือยเปล่าของดินแดนอย่างแรงเพื่อเรียกสติ“หลีกไปเฮีย! ผมจะกระทืบมันให้ตาย! มันกล้าวางยาดาว มันจะข่มขืนดาว!” ดินแดนคำรามก้อง พยายามจะเบี่ยงตัวหลบเสี่ยดำรง แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อผู้เป็นนายอีกต่อไป วิ
เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่นจนเกิดควันสีขาวคลุ้ง รถกระบะยกสูงสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันไดทางขึ้นโรงแรมหรูระดับห้าดาวด้วยความเร็วที่แทบจะแหกโค้ง รปภ. ในชุดเครื่องแบบเต็มยศสองสามคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวาง เพราะพื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หรือรถลีมูซีนของผู้มีระดับเท่านั้นแต่วินาทีนี้ ดินแดนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!ชายหนุ่มร่างยักษ์กระชากประตูก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าถมึงทึง นัยน์ตาสีนิลที่เคยมั่นคงและเยือกเย็น บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและร้อนรน เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาหม่นที่ชุ่มเหงื่อและกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กย่ำหนักๆ ลงบนพรมแดงราคาแพงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวโรงแรมอย่างไม่สะทกสะท้าน"เฮ้ย! คุณครับ! จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ! แล้วนี่แต่งตัวแบบนี้เข้าไปข้างในไม่ได้นะครับ!" รปภ. ร่างใหญ่สองคนพยายามเข้ามากางแขนกั้น"ถอยไป! "น้ำเสียงตะคอกดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกำยำของดินแดน ทำเอา รปภ. ทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าเอาช
แสงเช้าของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้องนอน ที่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ผสมผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนสองคนที่นอนตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอิงดาวค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมาอย่างเช
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องชุดที่มืดมิดไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว แผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าของอิงดาวแนบสนิทไปกับบานประตูเย็นเฉียบ แต่กลับสู่ความร้อนระอุจากแผงอกกว้างที่เบียดชิดเข้ามาจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแทบไม่ได้
ดินแดนย่ำเท้าหนักๆ ลงบนพื้นพรมราคาแพงของโซนวีไอพี รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้การ์ดชุดดำที่ยืนคุมพื้นที่อยู่ถึงกับชะงักและไม่กล้าก้าวเข้ามาขวาง ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งแหวกกลุ่มนักท่องราตรีไฮโซไปจนถึงโต๊ะของอิงดาวในวินาทีที่ฝ่ามือขาวสะอาดของปอนด์กำลังจะเลื่อนลงต่ำไปแ
รถปอร์เช่ 911 สีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุขคฤหาสน์หลังงามด้วยความเร็วที่ลดลงกว่าปกติ อิงดาวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ต่างไปจากทุกวัน แม้เสื้อบอดี้สูทสีเนื้อและกางเกงยีนส์รัดรูปจะเปรอะเปื้อนฝุ่นจากไซต์งานไปบ้าง แต่ใบหน้าสวยจัดกลับดูแช่มชื่น เปล่งปลั่ง และมีรอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนริมฝีปาก







