Home / โรแมนติก / ยั่วรักวิศวกรจอมโหด / บทที่1. วิศวกรปากร้าย

Share

ยั่วรักวิศวกรจอมโหด
ยั่วรักวิศวกรจอมโหด
Author: Kpim

บทที่1. วิศวกรปากร้าย

Author: Kpim
last update publish date: 2026-05-06 16:07:36

เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่สวยกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันในคฤหาสน์หลังใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‘อิงดาว’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช และดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ กำลังก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปยังตู้คันหรูที่จอดเทียบรออยู่หน้าประตู

เธอคือลูกสาวคนเดียวของ ‘เสี่ยดำรง’ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแนวหน้าของประเทศ เธอเติบโตมาบนกองเงินกองทอง ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ไม่เคยต้องหยิบจับอะไรที่หนักเกินกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยสังคมไฮโซ งานปาร์ตี้ และชายหนุ่มหน้าตาดีที่ประโคมฉีดน้ำหอมราคาแพง คอยมาเอาอกเอาใจเธอสารพัด

แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหนูผู้แสนบอบบางและหรูหรานั้น อิงดาวกลับรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตไร้สาระแบบนี้ อย่างรุนแรง

เธอเบื่อผู้ชายผิวขาวจัดที่สำอางเกินเหตุ เบื่อคำหวานหูที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ เบื่อความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิตชีวา ลึกๆ ในใจที่ปกปิดไว้อิงดาวโหยหาความดิบเถื่อน และรสชาติของชีวิตที่แท้จริงที่ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยความประดิษฐ์ประดอย

"วันนี้จะตามป๊าไปจริงๆ เหรอลูกหน้างานมันร้อนนะ ฝุ่นก็เยอะ เดี๋ยวผิวสวยๆ ก็เสียหมดหรอก" เสี่ยดำรงเอ่ยถามลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่เบาะหลังของรถตู้สีดำคันใหญ่ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้าง โรงแรมหรูย่านชานเมือง

"ดาวเบื่ออยู่บ้านนี่คะป๊า ไปเดินเล่นที่ห้างก็เบื่อแล้ว ดาวอยากไปดูว่าบริษัทของป๊าทำงานกันยังไงบ้าง" 

อิงดาวตอบพลางคล้องแขนบิดาอย่างออดอ้อน วันนี้เธอตั้งใจแต่งตัวด้วยเสื้อสายเดี่ยวสีขาวรัดรูปที่อวดทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ที่ปลดกระดุมออกจนหมด และกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่โชว์เรียวขาขาวเนียน มันเป็นชุดที่ดูขัดกับสถานที่ก่อสร้างอย่างสิ้นเชิง

"ตามใจเราแล้วกัน แต่ไปถึงก็รอป๊าอยู่ในออฟฟิศสนามนะ อย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน ข้างนอกมันอันตราย รถแม็คโคร รถเครนวิ่งกันให้วุ่น แล้วอีกอย่าง วิศวกรคุมงานคนใหม่ของป๊าเจ้านี้มันดุซะด้วย ป๊ายังไม่อยากปวดหัว" เสี่ยดำรงหัวเราะในลำคอ เมื่อนึกถึงลูกน้องคนเก่งที่เพิ่งดึงตัวมาร่วมงานได้ไม่นาน

"ดุเหรอคะ ระดับป๊ายังต้องเกรงใจลูกน้องอีกเหรอ" อิงดาวเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

"ไอ้ดินแดนมันเป็นคนเก่ง ทำงานเนี้ยบ เฉียบขาด แต่นิสัยมันห่าม ไม่ไว้หน้าใคร ป๊าจ้างมันมาคุมงาน ไม่ได้จ้างมาเป็นคนรับใช้ มันเลยไม่สนหรอกว่าใครเป็นใคร สนแค่งานต้องเสร็จตามเป้าเท่านั้น"

ชื่อ ‘ดินแดน’ สะดุดหูอิงดาวอย่างประหลาด แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก จนกระทั่งรถตู้คันหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณไซต์งานก่อสร้างขนาดมหึมา

ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ไอร้อนระอุของแดดประเทศไทยก็ปะทะเข้ากับใบหน้าสวย ฝุ่น ควันท่อไอเสีย กลิ่นสนิมเหล็ก และกลิ่นปูนซีเมนต์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงเครื่องจักรทำงานดังกึกก้องจนต้องตะโกนคุยกัน

เสี่ยดำรงพาอิงดาวไปทิ้งไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศชั่วคราว แม้จะมีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่การต้องนั่งดูแปลนกระดาษและมองออกไปนอกหน้าต่างมัวๆ ก็ทำให้อิงดาวเบื่อหน่ายได้ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที

เมื่อความเบื่อพุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างบางจึงตัดสินใจลุกขึ้น คว้าแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่มาสวม แล้วผลักประตูออฟฟิศออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ความร้อนแผดเผาผิวขาวจัดจนเริ่มขึ้นสีระเรื่อ อิงดาวยกมือขึ้นบังแดด ส้นรองเท้าของเธอย่ำลงบนพื้นดินลูกรังที่ไม่สม่ำเสมอ เธอเดินลัดเลาะไปตามแนวรั้วสังกะสี ดวงตาคู่สวยกวาดมองกลุ่มคนงานที่กำลังผูกเหล็กและเทปูนด้วยความสนใจ

และในตอนนั้นเอง สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนนั่งร้านเหล็กชั้นสอง เขาไม่ใช่คนงานทั่วไป อิงดาวดูออกได้ทันทีจากท่าทางการยืนสั่งการที่เต็มไปด้วยอำนาจ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ สวมกางเกงยีนส์สีเข้มที่เปื้อนคราบฝุ่นและรอยน้ำมัน เสื้อยืดสีเทาหม่นที่เขาสวมใส่นั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับมัดกล้ามเนื้อหน้าอกและแผ่นหลังที่หนาแน่น เขาสวมหมวกเซฟตี้สีขาว มือหนาถือวิทยุสื่อสารพร้อมกับตะโกนสั่งการเครนที่กำลังยกแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและดุดัน

"เฮ้ย! ดึงสลิงให้มันตึงหน่อย! อยากให้มันหล่นลงมาทับตายหรือไงวะ!"

เสียงตะโกนนั้นไม่ได้ทำให้คนงานโกรธ แต่กลับรีบทำตามคำสั่งอย่างกระตือรือร้น

อิงดาวหยุดชะงักราวกับถูกมนต์สะกด เธอจ้องมองชายตรงหน้าตาไม่กะพริบ แสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้าคร้ามแดดของเขา เผยให้เห็นสันกรามคมกริบ ไรหนวดเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ผิวสีแทนของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลหยดจากขมับลงมาตามลำคอแกร่ง กลิ่นอายของความเป็นชายชาตรีที่แสนจะดิบเถื่อนแผ่กระจายออกมารอบตัวเขาจนเธอสัมผัสได้แม้จะยืนอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

มันคือความสมบูรณ์แบบในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีความสำอาง ไม่มีคำพูดประดิษฐ์ประดอย มีเพียงความแข็งกร้าวและทรงพลังที่ทำให้หัวใจของอิงดาวเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ราวกับรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง ชายหนุ่มบนนั่งร้านหันขวับลงมามองเบื้องล่าง คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันอยู่แล้วยิ่งขมวดมุ่นหนักขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางในชุดล่อแหลมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในเขตอันตราย เขาพูดอะไรบางอย่างใส่วิทยุสื่อสาร ก่อนจะกระโดดลงจากนั่งร้านเหล็กที่สูงกว่าสองเมตรลงมาสู่พื้นดินอย่างคล่องแคล่ว แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งมาหาเธอ

ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้ อิงดาวก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับร่างของเธอจนมิด กลิ่นเหงื่อที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ โชยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง แต่มันกลับทำให้กระแสเลือดในกายของเธอสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

"เข้ามาทำไมตรงนี้" น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามห้วนๆ ไม่มีหางเสียง ไม่มีความสุภาพเจือปนแม้แต่น้อย

อิงดาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขา ดวงตาคมกริบสีนิลใต้หมวกเซฟตี้นั้นดุดันและเย็นชาจนน่าขนลุก 

"ฉัน...ฉันมาเดินดูงาน"

"เดินดูงาน?" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธออย่างประเมินและไร้ซึ่งความเกรงใจ 

"แต่งตัวแบบนี้ สวมรองเท้าส้นสูงแบบนี้ มาเดินในเขตอันตรายที่ของหนักเป็นตันๆ ลอยข้ามหัวไปมาเนี่ยนะ สมองคิดอะไรอยู่ หรือที่บ้านไม่มีใครสอนเรื่องกฎความปลอดภัย?"

อิงดาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาหยาบคายกับเธอขนาดนี้มาก่อน 

"นี่คุณ! คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร"

"ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นลูกใคร เมียใคร หรือเด็กเสี่ยที่ไหน" ดินแดนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดและไม่มีความลังเล 

"ที่นี่คือไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่รันเวย์เดินแบบ หรือสนามเด็กเล่นของพวกลูกคุณหนู ถ้าไม่มีหมวกเซฟตี้ ไม่มีรองเท้าเซฟตี้ ก็ไสหัวออกไปให้พ้นหน้างานของฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เธอจะตายโหงแล้วทำให้งานของฉันสะดุด!"

คำต่อว่าที่ไม่ไว้หน้านั้นทำให้อิงดาวหน้าชาปนร้อนผ่าว ความโกรธตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทที่จ่ายเงินเดือนให้เขาเชียวนะ! แต่สิ่งที่สะกิดใจเธอมากที่สุดกลับไม่ใช่ความโกรธ

มันคือสายตาของเขา สายตาที่มองเธอราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุที่น่ารำคาญ ไม่มีร่องรอยของความหลงใหล ไม่มีแววตาหื่นกระหายเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่เคยมองเธอเวลาเธอแต่งตัวเซ็กซี่แบบนี้ เขาไม่สนใจหน้าอกที่ดันชิด หรือเรียวขาที่เปิดเผยของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

"คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน!" อิงดาวเถียงกลับ เสียงสั่นเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปกัน ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และตื่นเต้น

"ฉันเป็นวิศวกรคุมไซส์งานนี้ ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกอย่างที่จะไล่ใครก็ตามที่เป็นตัวถ่วงความปลอดภัยออกไป" 

ดินแดนขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว จนปลายรองเท้าบูทหนังเปื้อนโคลนของเขาแทบจะชนกับปลายรองเท้าส้นสูงของเธอ อิงดาวต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อถูกคุกคามด้วยความสูงและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้น

"มาทางไหนกลับไปทางนั้นซะ ยัยคุณหนู ก่อนที่ฉันจะให้รปภ.มาหิ้วปีกเธอออกไป" 

พูดจบ ดินแดนก็หันหลังกลับ ไม่แม้แต่จะรอฟังคำตอบหรือสนใจเสียงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจของเธอ เขาสาวเท้ากลับไปที่หน้างาน ตะโกนสั่งงานลูกน้องต่อราวกับว่าเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

อิงดาวยืนกำหมัดแน่นอยู่กับที่ ใบหน้าสวยแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่ เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มเหงื่อของวิศวกรหนุ่มที่ชื่อดินแดนอย่างไม่วางตา

ความรู้สึกโกรธเคืองที่ถูกหยามเกียรติกำลังหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรุนแรง เธอไม่เคยถูกใครปฏิเสธ ไม่เคยถูกใครมองข้าม ผู้ชายคนนี้กล้าดีอย่างไรมาทำเหมือนเธอไม่มีค่า?

ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีพีชค่อยๆ คลี่ยิ้มออกช้าๆ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทายและอันตราย

"ดินแดน.." เธอครางชื่อเขาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวาววับ 

"คุณหาว่าฉันเป็นตัวถ่วงงั้นเหรอ ได้! แล้วเราจะ

ได้เห็นดีกัน ว่าคนอย่างอิงดาว จะทำให้วิศวกรหน้าตายอย่างคุณ... คลั่งตายได้ไหม"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่20.ขอแต่งงาน

    แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องทะลุสายหมอกหนาทึบที่ลอยละล่องอยู่เหนือยอดดอย อุณหภูมิยามเช้าตรู่ยังคงหนาวเหน็บจนต้องพรูลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว แต่ภายในเต็นท์แคนวาสหลังใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่ายกายของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนมาด้วยกันอิงดาวขยับตัวซุกเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงอ่อนๆที่สาดสองเข้ามา สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่ลอยแตะจมูกหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคร้ามแดดของ ‘ดินแดน’ ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวทับเสื้อยืด นั่งพิงหมอนใบโต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสแตนเลสเก็บความร้อน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบผมเธอเล่นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็นท์ที่ถูกเปิดแง้มไว้ให้เห็นทะเลหมอกเบื้องหน้า ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมและเหม่อลอยแปลกๆ“คิดอะไรอยู่คะ ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว คำนวณโครงสร้างเต็นท์หรือไง” อิงดาวเอ่ยแซวเสียงงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มผืนหนามาพันรอบตัวที่ยังคงไร้เสื้อผ้าปกปิดดินแดนละสายตาจากวิวทิวทัศน์ หันมามองใบหน้า

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่19.ท้าลมหนาว

    หกเดือนต่อมาโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับพันล้านก็เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานได้อย่างไร้ที่ติ ผลงานชิ้นโบแดงนี้ทำให้ชื่อของ ‘ดินแดน’ กลายเป็นวิศวกรระดับท็อปที่ใครๆ ก็อยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่สำหรับเขา รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่โบนัสก้อนโตที่เสี่ยดำรงโอนเข้าบัญชี แต่มันคือ ‘เวลาพักร้อนยาว’ ที่เขาจะได้ใช้ชดเชยให้กับลูกสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจลมหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาปะทะยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงค่ำลดฮวบลงเหลือเพียงเลขตัวเดียว ท่ามกลางลานกางเต็นท์ส่วนตัวที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีเพียงเต็นท์กระโจมแคนวาสสีครีมหลังใหญ่กางตระหง่านอยู่ริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นทะเลหมอกยามเช้าอิงดาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาสีขาวฟูฟ่อง นั่งผิงไฟอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ควันไฟบางๆ ผสมกับกลิ่นอายของสนภูเขาและน้ำค้างยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและดิบเถื่อนในคราวเดียวกัน คุณหนูไฮโซที่เคยชินกับการนอนโรงแรมห้าดาว บัดนี้กลับยอมมาตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย เพียงเพราะอยากสัมผัสชีวิต ‘ดิบๆ’ แบบที่แฟนหนุ่มของเธอชอบ“หนาวไหมครับ”เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นหูดัง

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่18.จุดจบคนชั่ว

    07:30 น.ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!เสียงออดหน้าประตูดังรัวและต่อเนื่อง ทำลายความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ดินแดนที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เสร็จ เดินมาเปิดประตูโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครมาเยือนแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างท้วมของ ‘เสี่ยดำรง’ ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าตึงเครียดและอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ด้านหลังมีชายชุดดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูเสี่ยดำรงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูทิ้งไว้ทันที ดินแดนเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้ขัดขวางเมื่อผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของพญาเสือแห่งวงการก่อสร้างถึงกับหล่นวูบ อิงดาวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาประคบประหงมราวกับไข่ในหิน กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของลูกน้องหนุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาและริมฝีปากที่บวมช้ำบ่งบอกถึงความบอบช้ำที่เผชิญมาตลอดคืน แต่สิ่งที่กรีดแทงใจคนเป็นพ่อที่สุด คือรอยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง รอยบีบจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากไอ้เดรัจฉานนที!เสี่ยดำรงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือที่สั่นเทาข

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่17.ยาถอนพิษ

    ความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวชานเมืองถูกบดบังด้วยฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทของรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์คันใหญ่ เครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ททิ้งไว้ส่งเสียงครางกระหึ่มแผ่วเบา แอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ถูกเปิดจนสุดเบอร์พ่นไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหนัง ทว่ามันกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่บนเบาะหนังฝั่งคนขับ“อื้อออ..แดน..ดาวร้อน ไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานหูที่แหบพร่าและสั่นสะท้านดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง อิงดาวในเวลานี้ไร้ซึ่งคราบของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาการเติมเต็มร่างบางที่นั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาบดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งดุนที่นูนเด่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเขาอย่างเอาแต่ใจ สองแขนเรียวตวัดกอดรอบลำคอหนา ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของดินแดน ฟันซี่เล็กขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อสีแทนอย่างหิวกระหายราวกับลูกแมวป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง“ซี๊ดดด..ใจเย็นครับคนดี.. รถมันแคบ...” ดินแดนสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วสันหลัง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอื้อมมือไปปรับเบาะคนขั

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่16.น้ำตาของคนเป็นพ่อ

    “นที! ลูกพ่อ! แก..ไอ้ฆาตกร แกฆ่าลูกฉัน!”เสียงร้องของท่านรัฐมนตรีดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ร่างท้วมถลาเข้าไปประคองลูกชายที่นอนจมกองเลือด สภาพของนทีตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เลือดสีสดทะลักออกจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนสูทสีขาวราคาแพงจนแดงฉานทว่า..หมัดเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่ไอ้สวะนี่พยายามจะทำกับอิงดาว!ดินแดนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ สันกรามคมขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงฟันลั่นกรอด มือหนาที่เปื้อนเลือดของไอ้นทีกำหมัดแน่นชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น หวังจะกระทืบซ้ำให้กระดูกซี่โครงมันหักทะลุปอด ตายตกไปตามกันโทษฐานที่กล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้แดน!! กูบอกให้หยุด!!”เสียงตะคอกตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยอำนาจและบารมีของ ‘เสี่ยดำรง’ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ร่างท้วมของผู้เป็นเจ้านายพุ่งเข้ามาขวางหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังคลั่งดีเดือด สองมือของเสี่ยดำรงผลักแผงอกเปลือยเปล่าของดินแดนอย่างแรงเพื่อเรียกสติ“หลีกไปเฮีย! ผมจะกระทืบมันให้ตาย! มันกล้าวางยาดาว มันจะข่มขืนดาว!” ดินแดนคำรามก้อง พยายามจะเบี่ยงตัวหลบเสี่ยดำรง แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อผู้เป็นนายอีกต่อไป วิ

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่15.หวงแหน

    เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่นจนเกิดควันสีขาวคลุ้ง รถกระบะยกสูงสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันไดทางขึ้นโรงแรมหรูระดับห้าดาวด้วยความเร็วที่แทบจะแหกโค้ง รปภ. ในชุดเครื่องแบบเต็มยศสองสามคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวาง เพราะพื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หรือรถลีมูซีนของผู้มีระดับเท่านั้นแต่วินาทีนี้ ดินแดนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!ชายหนุ่มร่างยักษ์กระชากประตูก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าถมึงทึง นัยน์ตาสีนิลที่เคยมั่นคงและเยือกเย็น บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและร้อนรน เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาหม่นที่ชุ่มเหงื่อและกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กย่ำหนักๆ ลงบนพรมแดงราคาแพงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวโรงแรมอย่างไม่สะทกสะท้าน"เฮ้ย! คุณครับ! จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ! แล้วนี่แต่งตัวแบบนี้เข้าไปข้างในไม่ได้นะครับ!" รปภ. ร่างใหญ่สองคนพยายามเข้ามากางแขนกั้น"ถอยไป! "น้ำเสียงตะคอกดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกำยำของดินแดน ทำเอา รปภ. ทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าเอาช

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่9. ความดิบเถื่อนอันแสนหวาน

    แสงเช้าของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้องนอน ที่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ผสมผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนสองคนที่นอนตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอิงดาวค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมาอย่างเช

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่8. ปราบพยศ

    ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องชุดที่มืดมิดไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว แผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าของอิงดาวแนบสนิทไปกับบานประตูเย็นเฉียบ แต่กลับสู่ความร้อนระอุจากแผงอกกว้างที่เบียดชิดเข้ามาจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแทบไม่ได้

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่7.ทวงสิทธิ์

    ดินแดนย่ำเท้าหนักๆ ลงบนพื้นพรมราคาแพงของโซนวีไอพี รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้การ์ดชุดดำที่ยืนคุมพื้นที่อยู่ถึงกับชะงักและไม่กล้าก้าวเข้ามาขวาง ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งแหวกกลุ่มนักท่องราตรีไฮโซไปจนถึงโต๊ะของอิงดาวในวินาทีที่ฝ่ามือขาวสะอาดของปอนด์กำลังจะเลื่อนลงต่ำไปแ

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่6. หมาป่าขี้หวง

    รถปอร์เช่ 911 สีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุขคฤหาสน์หลังงามด้วยความเร็วที่ลดลงกว่าปกติ อิงดาวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ต่างไปจากทุกวัน แม้เสื้อบอดี้สูทสีเนื้อและกางเกงยีนส์รัดรูปจะเปรอะเปื้อนฝุ่นจากไซต์งานไปบ้าง แต่ใบหน้าสวยจัดกลับดูแช่มชื่น เปล่งปลั่ง และมีรอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนริมฝีปาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status