Mag-log inปัง!
เสียงกระแทกปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิศดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างบานเกล็ดสั่นสะเทือน ร่างบางของอิงดาวก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับมีพายุไฟหมุนวนอยู่ในอก รองเท้าส้นสูงย่ำลงบนพื้นกระเบื้องยางด้วยจังหวะที่หนักหน่วงกระแทกกระทั้น บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างขีดสุด
ไอเย็นระเยือกจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ปะทะเข้ากับผิวกายที่ร้อนผ่าวและชื้นเหงื่อ แต่มันกลับไม่สามารถดับความรุ่มร้อนในใจของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย หน้าอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อสายเดี่ยวสีขาวรัดรูปกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยเชิดรั้นบัดนี้แดงก่ำไปถึงใบหู ไม่ใช่เพราะแสงแดดด้านนอกที่แผดเผา แต่เป็นเพราะความโกรธและความอับอายที่ถูกผู้ชายคนนั้นฉีกหน้ากลางไซส์งาน!
‘ไสหัวออกไปให้พ้นหน้างานของฉันเดี๋ยวนี้’
ประโยคหยาบคายไร้เยื่อใยและน้ำเสียงทุ้มห้าวที่ตะคอกใส่หน้ายังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในโสตประสาท อิงดาวยกมือขึ้นกอดอก กำหมัดแน่นจนเล็บเคลือบสีพีชจิกเข้ากับเนื้อแขนตัวเอง เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของเสี่ยดำรง มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับหมื่นล้าน ตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยมีใครกล้าขัดใจเธอ ไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเสียงใส่ และยิ่งไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้ามองข้ามความสวยความเซ็กซี่ของเธอไปได้!
แต่ไอ้วิศวกรหน้าตายคนนั้น เขากล้ามองเธอราวกับเธอเป็นแค่ขยะเปียกที่เกะกะขวางการทำงาน!
"อ้าว ยัยดาว เป็นอะไรลูก ปิดประตูดังลั่นเชียว"
เสียงทุ้มเจือความเอ็นดูของเสี่ยดำรงที่นั่งจิบกาแฟดูแบบแปลนอยู่ที่โต๊ะทำงานมุมห้องดังขึ้น ดึงสติของอิงดาวให้กลับมาสู่โลกความจริง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมขยับแว่นสายตา มองดูลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่ยืนหน้ามุ่ย คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์
อิงดาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสีหน้า ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าออกเตรียมจะฟ้องผู้เป็นพ่อถึงความจองหองและก้าวร้าวของลูกน้องคนใหม่ เธออยากจะกรีดร้องบอกป๊าให้ไล่อีตาวิศวกรเถื่อนคนนั้นออกไปให้พ้นหน้า บังคับให้เขามาคุกเข่าขอโทษเธอที่กล้าใช้คำพูดต่ำๆ แบบนั้นกับทายาทเจ้าของบริษัท!
แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คำพูดกำลังจะหลุดออกจากปาก ภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีแทนคร้ามแดดที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ และแววตาคมกริบสีนิลที่ดุดันราวกับพญาเสือ ก็แวบเข้ามาในหัว
ถ้าเธอฟ้อง ป๊าจะต้องโกรธมากแน่ๆ
และถ้าป๊าโกรธ ป๊าอาจจะสั่งย้ายเขา ไล่เขาออก หรืออย่างน้อยที่สุด ป๊าจะต้องสั่ง ‘ห้าม’ เด็ดขาดไม่ให้อิงดาวมาเหยียบที่ไซส์งานนี้อีกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอไปเจอกับความอันตรายและความกระด้างกระเดื่องของลูกน้องคนนี้
ถ้าเป็นแบบนั้นเธอก็จะไม่ได้เจอเขาอีก
ความคิดนั้นทำให้อิงดาวชะงักงัน หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความโกรธแค้น จู่ๆ ก็เปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ซอกซอนขึ้นมาในช่องท้อง มันคือความตื่นเต้น ความท้าทาย และความปรารถนาอันลึกลับที่เธอไม่เคยมองเห็นจากผู้ชายหน้าขาวลูกคุณหนูคนไหนในสังคมไฮโซที่เธอรู้จัก
ไม่มีใครกล้าปฏิเสธเธอและนั่นทำให้ผู้ชายคนนี้กลายเป็น ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ ที่น่าดึงดูดใจที่สุด
เธอไม่ต้องการให้ป๊าไล่เขาออก เธอไม่ต้องการให้เขามาคุกเข่าขอโทษเพราะโดนเจ้านายบังคับ แต่เธอต้องการจะ ‘สยบ’ ผู้ชายอวดดีคนนี้ด้วยตัวของเธอเอง! เธออยากจะเห็นแววตาเย็นชาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลง หิวกระหาย และร้องขอความเมตตาจากเธอแทน
"เปล่าค่ะป๊า"
อิงดาวกลืนคำฟ้องลงคอ ปรับน้ำเสียงให้ดูงุ้งงิ้งออดอ้อนตามฉบับคุณหนูขี้อ้อนทันที เธอเดินกรีดกรายเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ข้างๆ โต๊ะทำงานของบิดา
"ก็ข้างนอกมันร้อนนี่คะ แดดเปรี้ยงขนาดนั้น แถมฝุ่นก็เยอะแยะไปหมด ดาวเดินไปได้แค่นิดเดียวก็แสบตาแสบผิวไปหมดแล้ว เลยรีบกลับเข้ามาน่ะค่ะ"
เสี่ยดำรงหัวเราะร่วนในลำคอ ส่ายหัวไปมาเบาๆ อย่างระอาปนเอ็นดู "ป๊าบอกแกแล้วไงว่าไซส์งานก่อสร้างมันไม่ใช่ที่เดินเล่นของลูกคุณหนู นี่โชคดีนะที่ไม่ได้เดินไปลึกกว่านี้ ถ้าไปเจอไอ้แดนมันคุมงานอยู่ตรงนั้นล่ะก็ มีหวังโดนมันไล่ตะเพิดกลับมาแน่ๆ ไอ้นี่มันยิ่งไม่ชอบให้ใครไปเกะกะหน้างานมันอยู่ด้วย ขนาดป๊าไปเดินดูงานยังต้องใส่หมวกเซฟตี้เลย"
คำพูดของบิดายิ่งเหมือนเอามีดมาจี้ใจดำ อิงดาวแอบเบ้ปากในใจ ‘โดนไล่ตะเพิดมาแล้วน่ะสิคะ แถมโดนด่าว่าเป็นตัวถ่วงอีกต่างหาก!’ แต่ภายนอกเธอกลับยิ้มหวานแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"งั้นเหรอคะ วิศวกรคนใหม่ของป๊านี่ดุจังเลยนะคะ" เธอแกล้งหยั่งเชิง
"เออ ดุชิบหายเลยล่ะ แต่มันเก่ง ป๊าเลยต้องยอมหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้มันคุมเบ็ดเสร็จไป เอาล่ะ ในเมื่อเบื่อแล้ว เดี๋ยวป๊าให้คนขับรถพาเรากลับไปส่งที่บ้านก่อนก็แล้วกัน ป๊ายังต้องอยู่เคลียร์เอกสารที่นี่อีกพักใหญ่"
"ไม่เป็นไรค่ะป๊า" อิงดาวรีบปฏิเสธ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ "ดาวรอป๊ากลับพร้อมกันดีกว่าค่ะ ดาวนั่งตากแอร์เล่นโทรศัพท์รอในนี้แหละ ไม่กวนป๊าหรอกค่ะ"
เสี่ยดำรงพยักหน้ารับไม่ได้คิดอะไรมาก ก่อนจะหันกลับไปสนใจแบบแปลนตึกตรงหน้าต่อ ทิ้งให้อิงดาวนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาอยู่เงียบๆ
หญิงสาวยกขาขึ้นไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวที่แต่งแต้มด้วยสีสันสวยงามเคาะลงบนพนักวางแขนเบาๆ อย่างเป็นจังหวะ ในหัวสมองอันชาญฉลาดและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงเอาแต่ใจกำลังประมวลผลและวางหมากกระดานใหม่อย่างรวดเร็ว
‘ไล่ฉันให้กลับไปอยู่ในตู้แอร์งั้นเหรอฝันไปเถอะ’
ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ มือบางเลื่อนขึ้นมาสัมผัสบริเวณเนินอกของตัวเองแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอายความดิบเถื่อน กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นบุหรี่จางๆ ของดินแดนยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ราวกับมันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้น
เธอเกิดมาเป็นพญาหงส์ที่อยู่บนยอดปราสาททองคำ ส่วนเขาเป็นแค่หมาป่าสกปรกที่คลุกฝุ่นอยู่บนพื้นดิน แต่น่าแปลกที่เธอกลับอยากจะสยายปีกบินลงไปคลุกฝุ่น ลงไปเกลือกกลั้วกับความดิบเถื่อนนั้นดูสักครั้ง
พรุ่งนี้เธอจะกลับมาที่นี่อีก ไม่ใช่ในฐานะลูกสาวที่มาเดินเล่นเป็นเพื่อนพ่อ แต่จะมาในฐานะ ‘ผู้หญิง’ ที่พร้อมจะใช้เสน่ห์ทุกหยาดหยดมารยาที่มี ลากคอวิศวกรขาโหดหน้าตายคนนั้นให้ตกลงมาในหลุมพรางที่เธอขุดไว้
เขาบอกว่าเธอแต่งตัวไม่ถูกระเบียบใช่ไหม? ได้.. พรุ่งนี้เธอจะแต่งตัวให้ถูกระเบียบความปลอดภัยทุกตารางนิ้ว เธอจะใส่รองเท้าผ้าใบ ใส่เสื้อผ้ามิดชิด จะยอมสวมหมวกเซฟตี้เหม็นๆ นั่นด้วยซ้ำ! แต่เธอจะทำให้แน่ใจว่า ภายใต้ความมิดชิดนั้น มันจะยั่วยวนและกวนประสาทเขาจนแทบจะคลั่งตาย!
"เราจะได้เห็นดีกันแน่ นายดินแดน..." อิงดาวพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ดวงตากลมโตหรี่ลง ทอประกายแห่งความท้าทายและความปรารถนาอันเร่าร้อน
เกมล่าเหยื่อของเธอเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเธอก็คือการหลอมละลายผู้ชายที่
ชื่อ ‘ดินแดน’ ให้กลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟอยู่แทบเท้าเธอให้จงได้!
แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องทะลุสายหมอกหนาทึบที่ลอยละล่องอยู่เหนือยอดดอย อุณหภูมิยามเช้าตรู่ยังคงหนาวเหน็บจนต้องพรูลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว แต่ภายในเต็นท์แคนวาสหลังใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่ายกายของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนมาด้วยกันอิงดาวขยับตัวซุกเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงอ่อนๆที่สาดสองเข้ามา สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่ลอยแตะจมูกหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคร้ามแดดของ ‘ดินแดน’ ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวทับเสื้อยืด นั่งพิงหมอนใบโต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสแตนเลสเก็บความร้อน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบผมเธอเล่นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็นท์ที่ถูกเปิดแง้มไว้ให้เห็นทะเลหมอกเบื้องหน้า ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมและเหม่อลอยแปลกๆ“คิดอะไรอยู่คะ ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว คำนวณโครงสร้างเต็นท์หรือไง” อิงดาวเอ่ยแซวเสียงงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มผืนหนามาพันรอบตัวที่ยังคงไร้เสื้อผ้าปกปิดดินแดนละสายตาจากวิวทิวทัศน์ หันมามองใบหน้า
หกเดือนต่อมาโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับพันล้านก็เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานได้อย่างไร้ที่ติ ผลงานชิ้นโบแดงนี้ทำให้ชื่อของ ‘ดินแดน’ กลายเป็นวิศวกรระดับท็อปที่ใครๆ ก็อยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่สำหรับเขา รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่โบนัสก้อนโตที่เสี่ยดำรงโอนเข้าบัญชี แต่มันคือ ‘เวลาพักร้อนยาว’ ที่เขาจะได้ใช้ชดเชยให้กับลูกสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจลมหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาปะทะยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงค่ำลดฮวบลงเหลือเพียงเลขตัวเดียว ท่ามกลางลานกางเต็นท์ส่วนตัวที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีเพียงเต็นท์กระโจมแคนวาสสีครีมหลังใหญ่กางตระหง่านอยู่ริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นทะเลหมอกยามเช้าอิงดาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาสีขาวฟูฟ่อง นั่งผิงไฟอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ควันไฟบางๆ ผสมกับกลิ่นอายของสนภูเขาและน้ำค้างยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและดิบเถื่อนในคราวเดียวกัน คุณหนูไฮโซที่เคยชินกับการนอนโรงแรมห้าดาว บัดนี้กลับยอมมาตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย เพียงเพราะอยากสัมผัสชีวิต ‘ดิบๆ’ แบบที่แฟนหนุ่มของเธอชอบ“หนาวไหมครับ”เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นหูดัง
07:30 น.ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!เสียงออดหน้าประตูดังรัวและต่อเนื่อง ทำลายความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ดินแดนที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เสร็จ เดินมาเปิดประตูโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครมาเยือนแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างท้วมของ ‘เสี่ยดำรง’ ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าตึงเครียดและอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ด้านหลังมีชายชุดดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูเสี่ยดำรงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูทิ้งไว้ทันที ดินแดนเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้ขัดขวางเมื่อผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของพญาเสือแห่งวงการก่อสร้างถึงกับหล่นวูบ อิงดาวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาประคบประหงมราวกับไข่ในหิน กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของลูกน้องหนุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาและริมฝีปากที่บวมช้ำบ่งบอกถึงความบอบช้ำที่เผชิญมาตลอดคืน แต่สิ่งที่กรีดแทงใจคนเป็นพ่อที่สุด คือรอยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง รอยบีบจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากไอ้เดรัจฉานนที!เสี่ยดำรงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือที่สั่นเทาข
ความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวชานเมืองถูกบดบังด้วยฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทของรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์คันใหญ่ เครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ททิ้งไว้ส่งเสียงครางกระหึ่มแผ่วเบา แอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ถูกเปิดจนสุดเบอร์พ่นไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหนัง ทว่ามันกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่บนเบาะหนังฝั่งคนขับ“อื้อออ..แดน..ดาวร้อน ไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานหูที่แหบพร่าและสั่นสะท้านดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง อิงดาวในเวลานี้ไร้ซึ่งคราบของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาการเติมเต็มร่างบางที่นั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาบดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งดุนที่นูนเด่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเขาอย่างเอาแต่ใจ สองแขนเรียวตวัดกอดรอบลำคอหนา ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของดินแดน ฟันซี่เล็กขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อสีแทนอย่างหิวกระหายราวกับลูกแมวป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง“ซี๊ดดด..ใจเย็นครับคนดี.. รถมันแคบ...” ดินแดนสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วสันหลัง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอื้อมมือไปปรับเบาะคนขั
“นที! ลูกพ่อ! แก..ไอ้ฆาตกร แกฆ่าลูกฉัน!”เสียงร้องของท่านรัฐมนตรีดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ร่างท้วมถลาเข้าไปประคองลูกชายที่นอนจมกองเลือด สภาพของนทีตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เลือดสีสดทะลักออกจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนสูทสีขาวราคาแพงจนแดงฉานทว่า..หมัดเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่ไอ้สวะนี่พยายามจะทำกับอิงดาว!ดินแดนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ สันกรามคมขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงฟันลั่นกรอด มือหนาที่เปื้อนเลือดของไอ้นทีกำหมัดแน่นชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น หวังจะกระทืบซ้ำให้กระดูกซี่โครงมันหักทะลุปอด ตายตกไปตามกันโทษฐานที่กล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้แดน!! กูบอกให้หยุด!!”เสียงตะคอกตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยอำนาจและบารมีของ ‘เสี่ยดำรง’ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ร่างท้วมของผู้เป็นเจ้านายพุ่งเข้ามาขวางหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังคลั่งดีเดือด สองมือของเสี่ยดำรงผลักแผงอกเปลือยเปล่าของดินแดนอย่างแรงเพื่อเรียกสติ“หลีกไปเฮีย! ผมจะกระทืบมันให้ตาย! มันกล้าวางยาดาว มันจะข่มขืนดาว!” ดินแดนคำรามก้อง พยายามจะเบี่ยงตัวหลบเสี่ยดำรง แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อผู้เป็นนายอีกต่อไป วิ
เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่นจนเกิดควันสีขาวคลุ้ง รถกระบะยกสูงสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันไดทางขึ้นโรงแรมหรูระดับห้าดาวด้วยความเร็วที่แทบจะแหกโค้ง รปภ. ในชุดเครื่องแบบเต็มยศสองสามคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวาง เพราะพื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หรือรถลีมูซีนของผู้มีระดับเท่านั้นแต่วินาทีนี้ ดินแดนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!ชายหนุ่มร่างยักษ์กระชากประตูก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าถมึงทึง นัยน์ตาสีนิลที่เคยมั่นคงและเยือกเย็น บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและร้อนรน เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาหม่นที่ชุ่มเหงื่อและกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กย่ำหนักๆ ลงบนพรมแดงราคาแพงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวโรงแรมอย่างไม่สะทกสะท้าน"เฮ้ย! คุณครับ! จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ! แล้วนี่แต่งตัวแบบนี้เข้าไปข้างในไม่ได้นะครับ!" รปภ. ร่างใหญ่สองคนพยายามเข้ามากางแขนกั้น"ถอยไป! "น้ำเสียงตะคอกดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกำยำของดินแดน ทำเอา รปภ. ทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าเอาช
ความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัว ทำฟางเส้นสุดท้ายของดินแดนขาดสะบั้นลง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความโกรธ... และความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรงภายในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ ที่มีเพียงเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่แ
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดแผดเผาลงมาบนพื้นที่ไซต์งานก่อสร้าง ไอร้อนเต้นระยิบระยับอยู่เหนือพื้นคอนกรีต เสียงเครื่องจักร เสียงเครนยกของ และเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนงานยังคงดังกึกก้องเป็นกิจวัตรตามปกติดินแดน ในชุดทำงานตัวเก่งเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนถึงศอกที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ดเพื่อ
ดินแดนหมุนตัวเดินกลับมายังหน้างานโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหญิงสาวร่างบางที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่เบื้องหลัง รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กหุ้มข้อสีน้ำตาลเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นซีเมนต์ ย่ำหนักๆ ลงบนพื้นกรวดลูกรัง เขาสาวเท้ายาวๆ ผ่านโครงเหล็กเส้นและนั่งร้านด้วยความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกอาก
เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่สวยกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันในคฤหาสน์หลังใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‘อิงดาว’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช และดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ กำลังก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปยังตู้คันหรูที่จอดเทียบรออยู่หน้าประตูเธอคื







