LOGINดินแดนย่ำเท้าหนักๆ ลงบนพื้นพรมราคาแพงของโซนวีไอพี รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้การ์ดชุดดำที่ยืนคุมพื้นที่อยู่ถึงกับชะงักและไม่กล้าก้าวเข้ามาขวาง ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งแหวกกลุ่มนักท่องราตรีไฮโซไปจนถึงโต๊ะของอิงดาว
ในวินาทีที่ฝ่ามือขาวสะอาดของปอนด์กำลังจะเลื่อนลงต่ำไปแตะที่บั้นเอวเปลือยเปล่าของอิงดาวนั้น
หมับ!
"เฮ้ย! อะไรวะ!" ปอนด์อุทานเสียงหลง เมื่อข้อมือของเขาถูกบีบอย่างแรงราวกับถูกคีมเหล็กหนีบจนกระดูกแทบแหลก
อิงดาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นเหตุของความวุ่นวาย แล้วดวงตากลมโตของเธอก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคร้ามแดดที่แสนคุ้นเคยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ดินแดนในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ใบหน้าของเขาตึงเครียด สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน แววตาที่มองมาที่เธอและผู้ชายข้างกายนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาเห็นเธอได้ยังไง
"แกเป็นใครวะ! ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะโว้ย!" ปอนด์พยายามสะบัดมือออก แต่แรงของนักธุรกิจหนุ่มหรือจะสู้แรงของคนที่ทำงานใช้แรงมาทั้งชีวิต ดินแดนออกแรงบีบเพิ่มขึ้นอีกนิดจนปอนด์หน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด
"อย่าเอามือสกปรกของมึง..มาแตะต้องคนของกู" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังลอดไรฟัน มันไม่ได้ดังแข่งกับเสียงเพลง แต่มันกลับทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนทุกคนในโต๊ะได้ยินชัดเจน
คำพูดของเขาทำเอาอิงดาวชาวาบไปทั้งร่าง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัว ความตื่นเต้นและความพึงพอใจแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน วิศวกรหน้าตายคนนี้ เขากำลังหึงเธอจนสติแตก!
"คนของแก! พูดบ้าอะไรวะ ดาวไม่เคยรู้จัก... โอ๊ย!" ปอนด์ยังพูดไม่ทันจบ ดินแดนก็สะบัดข้อมือของนักธุรกิจหนุ่มทิ้งอย่างแรงจนร่างโปร่งนั้นเซถลาไปชนกับโต๊ะเครื่องดื่มจนแก้วค็อกเทลล้มระเนระนาด
"กรี๊ด! พี่ปอนด์!" พิมมาและเพื่อนๆ ในโต๊ะกรีดร้องด้วยความตกใจ ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาช่วยปอนด์เลยสักคน เพราะรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำและแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนของดินแดนนั้นน่ากลัวเกินกว่าที่พวกลูกคุณหนูเหล่านี้จะกล้าต่อกร
ดินแดนไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขาก้าวประชิดตัวอิงดาว มือหนาหยาบกร้านตวัดรวบเข้าที่เอวคอดกิ่วของหญิงสาว แล้วดึงกระชากร่างบางในชุดเดรสสีแดงรัดรูปให้เข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างแรง!
"อ๊ะ! คุณ!" อิงดาวอุทาน ร่างกายของเธอแนบชิดกับเขาทุกสัดส่วน กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและบุหรี่อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาปะทะจมูก มันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นตะลึง
"กลับ!" เขาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
"เดี๋ยวสิ! ฉันเพิ่งมาถึงเองนะ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาลากฉันกลับ!" อิงดาวแกล้งขืนตัวไว้ เชิดหน้าขึ้นเถียงเขาทั้งที่ในใจกำลังเต้นระรัวด้วยความชอบใจที่เห็นเขาฟิวส์ขาด
"สิทธิ์ที่ผมตือนคุณไว้เมื่อตอนบ่ายไง..หรือต้องให้ทบทวนความจำให้ตรงนี้เลยฮะ!" ดินแดนก้มหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากบาง สายตาคมกริบกวาดมองเนินอกอวบอิ่มที่ดันทะลักคอเสื้อวีลึกออกมาอย่างหวงแหน ก่อนจะเลื่อนไปมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบคลั่ง
"ใส่ชุดบ้าอะไรของเธอฮะ อยากโดนรุมโทรมมากหรือไง!"
พูดจบ โดยไม่รอให้หญิงสาวได้เถียงกลับ ดินแดนก็จัดการรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็โอบรัดเอวบางแน่นหนา ออกแรงกึ่งลากกึ่งอุ้มกระชากร่างของอิงดาวให้เดินตามเขาออกไปจากโซนวีไอพีทันที
"นี่! ปล่อยนะ! ยัยพิม ช่วยดาวด้วย!" อิงดาวแกล้งร้องขอความช่วยเหลือไปอย่างนั้นเอง เธอสะบัดตัวดิ้นรนพอเป็นพิธีเพื่อให้ดูแนบเนียน แต่เพื่อนของเธอทุกคนต่างยืนตัวแข็งทื่อ ปากอ้าตาค้าง มองตามร่างของเพื่อนสาวไฮโซที่ถูกชายหนุ่มลุคกรรมกรสุดเถื่อนลากออกไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีใครกล้าปริปากห้าม
เมื่อพ้นประตูผับออกมาปะทะกับอากาศร้อนชื้นยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ดินแดนก็ลากแม่คุณหนูจอมดื้อมาจนถึงลานจอดรถด้านหลัง อิงดาวต้องสับขารองเท้าส้นสูงตามแรงดึงมหาศาลของเขาจนแทบจะสะดุดล้มหลายครั้ง แต่เขาก็ใช้ท่อนแขนแกร่งรั้งเอวเธอไว้ได้ทันทุกครั้ง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันใหญ่ยักษ์สไตล์ออฟโรดที่ถูกยกสูงจนดูดุดัน ตัวรถสีดำสนิทเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นจากไซต์งาน มันช่างแตกต่างจากรถปอร์เช่หรูหราของเธอราวฟ้ากับเหว
ดินแดนกระชากประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออก เขาจับตัวอิงดาวยกขึ้นราวกับเธอเป็นเพียงตุ๊กตาตัวเบาหวิว แล้วโยนร่างบางเข้าไปนั่งบนเบาะหนังสีเข้มอย่างไม่ออมแรง
"โอ๊ย! เบาๆ สิ ฉันเจ็บนะ!" อิงดาวแหวเข้าใส่ ลูบสะโพกตัวเองป้อยๆ
"ยังมีเจ็บกว่านี้!"
ดินแดนตวาดกลับ เขาโน้มตัวตามเข้าไปในห้องโดยสาร กลิ่นกายบุรุษเพศแผ่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่แคบๆ มือหนาเอื้อมไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดทับหน้าอกอวบอิ่มของเธอแล้วกระแทกตัวล็อกเสียงดังคลิก! จมูกโด่งสันเฉียดผ่านพวงแก้มใสไปเพียงนิดทำเอาอิงดาวถึงกับกลั้นหายใจ
ปัง!
เขาปิดประตูกระแทกใส่หน้าเธอ ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ ก้าวขึ้นรถและสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม
บรื้นนนน!
รถกระบะยกสูงกระชากตัวพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถด้วยความเร็วที่ทำเอาหลังของอิงดาวกระแทกติดเบาะ ดินแดนเหยียบคันเร่งมิด สับเกียร์ด้วยความเกรี้ยวกราด ใบหน้าคมคายตึงเครียด สายตาจ้องเขม็งไปที่ถนนเบื้องหน้าโดยไม่หันมามองคนข้างๆ แม้แต่นิดเดียว
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบกริบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่คำรามก้อง และเสียงลมแอร์ที่เป่าปะทะใบหน้า อิงดาวลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ทร่ดูบึงตึง มือหนาที่กำพวงมาลัยรถแน่นราวกับจะบีบมันให้แหลกคามือ บ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่ภายใน
ความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาเงียบไปแบบนี้ ความเงียบของพายุที่กำลังก่อตัวมันน่ากลัวกว่าการตะคอกด่าเป็นไหนๆ
"นี่.. คุณจะพาฉันไปไหน" อิงดาวตัดสินใจทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอแผ่วลงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนตอนอยู่ในผับ
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนขับ
"ฉันถามว่าคุณจะพาฉันไปไหน! ป๊าฉันรู้เรื่องนี้เข้าคุณตายแน่!" เธอเริ่มขู่ ยกชื่อบิดาขึ้นมาอ้าง
"หุบปาก" น้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาดดังหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก "ถ้าไม่อยากให้ผมจอดรถแล้ว 'เอา' คุณข้างถนนตรงนี้ ก็นั่งเงียบๆ ไปซะ"
คำขู่ที่แสนจะดิบเถื่อนและตรงไปตรงมาทำเอาอิงดาวหน้าเหวอ ความร้อนซู่แล่นปราดขึ้นมาบดบังความกลัวจนหมดสิ้น เธอเม้มริมฝีปากแน่น กอดอกเชิดหน้าหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้หัวใจเต้นโครมครามด้วยความคาดหวังที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ
รถกระบะคันใหญ่แล่นฝ่าการจราจรยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง และพุ่งลงไปยังลานจอดรถของคอนโดมิเนียมระดับกลางๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้หรูหราอลังการเหมือนคฤหาสน์ของเธอ แต่ก็ดูเป็นส่วนตัวและเงียบสงบ
ดินแดนจอดรถเข้าซองอย่างรวดเร็ว ดับเครื่องยนต์ แล้วลงจากรถเดินอ้อมมากระชากประตูฝั่งอิงดาวเปิดออก
"ลงมา" เขาออกคำสั่งสั้นๆ
"ฉันไม่ลง คุณพาฉันมาที่ไหนเนี่ย ส่งฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ!" อิงดาวแกล้งดื้อดึง ขืนตัวจับสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น
"ชอบให้ใช้กำลังนักใช่ไหม ได้..."
ดินแดนไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาปลดเข็มขัดนิรภัยของเธอออก สอดท่อนแขนแกร่งเข้าไปใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังเนียน แล้วช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับเธอไม่มีน้ำหนัก!
"ว้าย! ปล่อยนะ! ไอ้คนบ้า ไอ้คนเถื่อน!" อิงดาวกรีดร้องเสียงหลง สองแขนเรียวรีบตวัดกอดรอบคอแกร่งของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณเพราะกลัวตก ขาทั้งสองข้างดิ้นรนไปมา
"ดิ้นไปเถอะ ยิ่งดิ้นผมยิ่งชอบ" ดินแดนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาใช้เท้าเตะประตูรถให้ปิดลง แล้วอุ้มร่างบางเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสารอย่างไม่สะทกสะท้านต่อแรงดิ้นของเธอเลยสักนิด
ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน บรรยากาศเงียบงันและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อิงดาวหยุดดิ้นรนแล้ว เพราะยิ่งเธอขยับ หน้าอกหน้าใจที่ไร้บราของเธอก็ยิ่งเบียดเสียดสีกับแผงอกกว้างของเขาจนยอดปทุมถันแข็งขืนขึ้นมาอย่างน่าอาย สายตาคมกริบของดินแดนจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาอย่างเปี่ยมล้น
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นบนสุด ดินแดนอุ้มเธอเดินไปตามโถงทางเดินจนถึงหน้าห้องๆ หนึ่ง เขาใช้มือข้างที่ประคองหลังเธอล้วงคีย์การ์ดออกมาแตะที่ประตู เมื่อได้ยินเสียงปลดล็อก เขาก็ใช้ไหล่ผลักประตูเข้าไป แล้วใช้เท้าเตะปิดประตูตามหลังเสียงดังสนั่น
ปัง!
ความมืดมิดและกลิ่นอายความเป็นชายในห้องพักส่วนตัวของชายหนุ่มโอบล้อมรอบตัวอิงดาวทันทีที่ก้าวพ้นประตู ดินแดนไม่ยอมเปิดไฟ เขาปล่อยร่างบางให้ยืนลงบนพื้น ก่อนจะผลักร่างของเธอให้แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดไปกับบานประตูไม้ที่เพิ่งปิดลง!
ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนไม่มีช่องลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดอยู่ที่ปลายจมูกของเธอ
"เก่งนักใช่ไหม..ชอบยั่วนักใช่ไหม"
น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่สั่นระริก
"คืนนี้ผมจะสอนให้คุณรู้เอง... ผลของการยั่วผมต้องเจอกับอะไร"
แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องทะลุสายหมอกหนาทึบที่ลอยละล่องอยู่เหนือยอดดอย อุณหภูมิยามเช้าตรู่ยังคงหนาวเหน็บจนต้องพรูลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว แต่ภายในเต็นท์แคนวาสหลังใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่ายกายของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนมาด้วยกันอิงดาวขยับตัวซุกเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงอ่อนๆที่สาดสองเข้ามา สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่ลอยแตะจมูกหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคร้ามแดดของ ‘ดินแดน’ ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวทับเสื้อยืด นั่งพิงหมอนใบโต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสแตนเลสเก็บความร้อน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบผมเธอเล่นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็นท์ที่ถูกเปิดแง้มไว้ให้เห็นทะเลหมอกเบื้องหน้า ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมและเหม่อลอยแปลกๆ“คิดอะไรอยู่คะ ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว คำนวณโครงสร้างเต็นท์หรือไง” อิงดาวเอ่ยแซวเสียงงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มผืนหนามาพันรอบตัวที่ยังคงไร้เสื้อผ้าปกปิดดินแดนละสายตาจากวิวทิวทัศน์ หันมามองใบหน้า
หกเดือนต่อมาโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับพันล้านก็เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานได้อย่างไร้ที่ติ ผลงานชิ้นโบแดงนี้ทำให้ชื่อของ ‘ดินแดน’ กลายเป็นวิศวกรระดับท็อปที่ใครๆ ก็อยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่สำหรับเขา รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่โบนัสก้อนโตที่เสี่ยดำรงโอนเข้าบัญชี แต่มันคือ ‘เวลาพักร้อนยาว’ ที่เขาจะได้ใช้ชดเชยให้กับลูกสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจลมหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาปะทะยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงค่ำลดฮวบลงเหลือเพียงเลขตัวเดียว ท่ามกลางลานกางเต็นท์ส่วนตัวที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีเพียงเต็นท์กระโจมแคนวาสสีครีมหลังใหญ่กางตระหง่านอยู่ริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นทะเลหมอกยามเช้าอิงดาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาสีขาวฟูฟ่อง นั่งผิงไฟอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ควันไฟบางๆ ผสมกับกลิ่นอายของสนภูเขาและน้ำค้างยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและดิบเถื่อนในคราวเดียวกัน คุณหนูไฮโซที่เคยชินกับการนอนโรงแรมห้าดาว บัดนี้กลับยอมมาตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย เพียงเพราะอยากสัมผัสชีวิต ‘ดิบๆ’ แบบที่แฟนหนุ่มของเธอชอบ“หนาวไหมครับ”เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นหูดัง
07:30 น.ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!เสียงออดหน้าประตูดังรัวและต่อเนื่อง ทำลายความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ดินแดนที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เสร็จ เดินมาเปิดประตูโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครมาเยือนแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างท้วมของ ‘เสี่ยดำรง’ ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าตึงเครียดและอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ด้านหลังมีชายชุดดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูเสี่ยดำรงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูทิ้งไว้ทันที ดินแดนเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้ขัดขวางเมื่อผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของพญาเสือแห่งวงการก่อสร้างถึงกับหล่นวูบ อิงดาวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาประคบประหงมราวกับไข่ในหิน กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของลูกน้องหนุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาและริมฝีปากที่บวมช้ำบ่งบอกถึงความบอบช้ำที่เผชิญมาตลอดคืน แต่สิ่งที่กรีดแทงใจคนเป็นพ่อที่สุด คือรอยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง รอยบีบจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากไอ้เดรัจฉานนที!เสี่ยดำรงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือที่สั่นเทาข
ความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวชานเมืองถูกบดบังด้วยฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทของรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์คันใหญ่ เครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ททิ้งไว้ส่งเสียงครางกระหึ่มแผ่วเบา แอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ถูกเปิดจนสุดเบอร์พ่นไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหนัง ทว่ามันกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่บนเบาะหนังฝั่งคนขับ“อื้อออ..แดน..ดาวร้อน ไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานหูที่แหบพร่าและสั่นสะท้านดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง อิงดาวในเวลานี้ไร้ซึ่งคราบของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาการเติมเต็มร่างบางที่นั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาบดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งดุนที่นูนเด่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเขาอย่างเอาแต่ใจ สองแขนเรียวตวัดกอดรอบลำคอหนา ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของดินแดน ฟันซี่เล็กขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อสีแทนอย่างหิวกระหายราวกับลูกแมวป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง“ซี๊ดดด..ใจเย็นครับคนดี.. รถมันแคบ...” ดินแดนสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วสันหลัง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอื้อมมือไปปรับเบาะคนขั
“นที! ลูกพ่อ! แก..ไอ้ฆาตกร แกฆ่าลูกฉัน!”เสียงร้องของท่านรัฐมนตรีดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ร่างท้วมถลาเข้าไปประคองลูกชายที่นอนจมกองเลือด สภาพของนทีตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เลือดสีสดทะลักออกจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนสูทสีขาวราคาแพงจนแดงฉานทว่า..หมัดเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่ไอ้สวะนี่พยายามจะทำกับอิงดาว!ดินแดนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ สันกรามคมขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงฟันลั่นกรอด มือหนาที่เปื้อนเลือดของไอ้นทีกำหมัดแน่นชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น หวังจะกระทืบซ้ำให้กระดูกซี่โครงมันหักทะลุปอด ตายตกไปตามกันโทษฐานที่กล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้แดน!! กูบอกให้หยุด!!”เสียงตะคอกตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยอำนาจและบารมีของ ‘เสี่ยดำรง’ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ร่างท้วมของผู้เป็นเจ้านายพุ่งเข้ามาขวางหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังคลั่งดีเดือด สองมือของเสี่ยดำรงผลักแผงอกเปลือยเปล่าของดินแดนอย่างแรงเพื่อเรียกสติ“หลีกไปเฮีย! ผมจะกระทืบมันให้ตาย! มันกล้าวางยาดาว มันจะข่มขืนดาว!” ดินแดนคำรามก้อง พยายามจะเบี่ยงตัวหลบเสี่ยดำรง แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อผู้เป็นนายอีกต่อไป วิ
เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่นจนเกิดควันสีขาวคลุ้ง รถกระบะยกสูงสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันไดทางขึ้นโรงแรมหรูระดับห้าดาวด้วยความเร็วที่แทบจะแหกโค้ง รปภ. ในชุดเครื่องแบบเต็มยศสองสามคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวาง เพราะพื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หรือรถลีมูซีนของผู้มีระดับเท่านั้นแต่วินาทีนี้ ดินแดนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!ชายหนุ่มร่างยักษ์กระชากประตูก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าถมึงทึง นัยน์ตาสีนิลที่เคยมั่นคงและเยือกเย็น บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและร้อนรน เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาหม่นที่ชุ่มเหงื่อและกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กย่ำหนักๆ ลงบนพรมแดงราคาแพงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวโรงแรมอย่างไม่สะทกสะท้าน"เฮ้ย! คุณครับ! จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ! แล้วนี่แต่งตัวแบบนี้เข้าไปข้างในไม่ได้นะครับ!" รปภ. ร่างใหญ่สองคนพยายามเข้ามากางแขนกั้น"ถอยไป! "น้ำเสียงตะคอกดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกำยำของดินแดน ทำเอา รปภ. ทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าเอาช
แสงเช้าของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้องนอน ที่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ผสมผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนสองคนที่นอนตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอิงดาวค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมาอย่างเช
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องชุดที่มืดมิดไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว แผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าของอิงดาวแนบสนิทไปกับบานประตูเย็นเฉียบ แต่กลับสู่ความร้อนระอุจากแผงอกกว้างที่เบียดชิดเข้ามาจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแทบไม่ได้
รถปอร์เช่ 911 สีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุขคฤหาสน์หลังงามด้วยความเร็วที่ลดลงกว่าปกติ อิงดาวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ต่างไปจากทุกวัน แม้เสื้อบอดี้สูทสีเนื้อและกางเกงยีนส์รัดรูปจะเปรอะเปื้อนฝุ่นจากไซต์งานไปบ้าง แต่ใบหน้าสวยจัดกลับดูแช่มชื่น เปล่งปลั่ง และมีรอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนริมฝีปาก
ความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัว ทำฟางเส้นสุดท้ายของดินแดนขาดสะบั้นลง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความโกรธ... และความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรงภายในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ ที่มีเพียงเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่แ







