Home / โรแมนติก / ยั่วรักวิศวกรจอมโหด / บทที่4. เกมป่วนประสาท

Share

บทที่4. เกมป่วนประสาท

Author: Kpim
last update publish date: 2026-05-06 20:15:00

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดแผดเผาลงมาบนพื้นที่ไซต์งานก่อสร้าง ไอร้อนเต้นระยิบระยับอยู่เหนือพื้นคอนกรีต เสียงเครื่องจักร เสียงเครนยกของ และเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนงานยังคงดังกึกก้องเป็นกิจวัตรตามปกติ

ดินแดน ในชุดทำงานตัวเก่งเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนถึงศอกที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ดเพื่อระบายความร้อน และกางเกงยีนส์สีซีดที่เปื้อนคราบฝุ่นปูน กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าเข็มเจาะต้นใหญ่ หมวกเซฟตี้สีขาวบนศีรษะไม่ได้ช่วยลดความร้อนที่ทำให้เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคายได้เลย เขาร้องสั่งงานลูกน้องด้วยความเด็ดขาดเช่นเคย

ทุกอย่างควรจะดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องของรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิง ปอร์เช่ 911 คันหรู แล่นฉิวฝ่าฝุ่นลูกรังเข้ามาจอดเทียบที่ลานจอดรถชั่วคราวหน้าออฟฟิศสนาม

สายตาทุกคู่ของคนงานนับร้อยชีวิต รวมทั้งโฟร์แมนหนุ่มอย่างเข้ม หันไปมองเป็นตาเดียว รถหรูราคาแปดหลักว่าสะดุดตาแล้ว แต่คนที่ก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับนั้นสะกดสายตายิ่งกว่า

รองเท้าบูทหนังสีดำขลับหุ้มข้อส้นตึกสูงสามนิ้ว เหยียบลงบนพื้นดินลูกรัง ตามมาด้วยขาเรียวที่ถูกห่อหุ้มด้วยกางเกงยีนส์สกินนี่สีดำรัดรูปแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนสะโพกผายและต้นขาที่เต็มตึง ท่อนบนของเธอคือเสื้อบอดี้สูทแขนยาวคอเต่าสีเนื้อที่แนบสนิทไปกับผิว ราวกับเป็นผิวหนังชั้นที่สอง มันรัดรึงหน้าอกอวบอิ่มที่โนบราจนเห็นเป็นยอดปทุมถันดันดุนเนื้อผ้าออกมาอย่างท้าทายสายตา ปิดท้ายด้วยหมวกเซฟตี้สีชมพูพาสเทลที่เธอสั่งทำพิเศษสวมทับเส้นผมสีน้ำตาลดัดลอนสลวย

‘อิงดาว’ ปลดแว่นกันแดดแบรนด์เนมออก ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปกลอสสีแดงสดเหยียดยิ้มร้ายกาจ วันนี้เธอไม่ได้มากับพ่อ แต่เธอขับรถมาเอง และชุดที่เธอใส่ ก็ถูกต้องตามกฎความปลอดภัยของไซส์งานทุกระเบียดนิ้ว!

ใส่รองเท้าหุ้มส้น เช็ค!

ใส่กางเกงขายาว เช็ค!

ใส่เสื้อผ้ามิดชิด เช็ค!

สวมหมวกเซฟตี้ เช็ค!

เธอทำตามกฎของเขาทุกอย่าง แต่ทำไมผู้ชายทั้งไซต์งานถึงได้อ้าปากค้างและจ้องมองเธอราวกับหมาป่าหิวเนื้อสดแบบนี้ล่ะ?

ร่างบางจงใจทิ้งสะโพก กรีดกรายเดินนวยนาดตรงเข้าไปยังพื้นที่ก่อสร้าง เธอไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ออฟฟิศติดแอร์ของเสี่ยดำรงเหมือนเมื่อวาน แต่เป้าหมายของเธอคือผู้ชายร่างยักษ์ที่ยืนนิ่งงันอยู่หน้าปั้นจั่นเจาะเสาเข็มต่างหาก

ดินแดนขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน สายตาคมกริบดุดันตวัดมองร่างระหงที่กำลังเดินฝ่าดงคนงานเข้ามาหาเขา เลือดในกายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งความหงุดหงิดที่แม่คุณหนูตัวดีกลับมาป่วนอีกครั้ง และความหงุดหงิดที่ไอ้พวกลูกน้องของเขาเอาแต่จ้องมองทรวดทรงองค์เอวของเธอจนตาแทบถลนออกมานอกเบ้า

"มองเหี้ยอะไรกัน! งานพวกมึงเสร็จแล้วหรือไง! ใครอู้กูหักค่าแรงครึ่งวัน!"

เสียงตะคอกตวาดลั่นของวิศวกรขาโหดทำเอาวงแตก คนงานนับร้อยสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย่างรวดเร็ว ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามองของสวยๆ งามๆ อีกเมื่อยมบาลประจำไซต์งานเริ่มแผลงฤทธิ์

อิงดาวหลุดขำในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดของเขา เธอจงใจเดินเข้าไปหาเขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งเมตร กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับฟีโรโมนของหญิงสาวลอยไปแตะจมูกชายหนุ่ม ลบร่องรอยกลิ่นฝุ่นและควันเครื่องจักรไปจนหมดสิ้น

"สวัสดีค่ะ คุณวิศวกร" น้ำเสียงหวานใสจงใจดัดให้แหบพร่าและยั่วยวน เธอช้อนตามองคนตัวโตกว่าด้วยแววตาท้าทาย 

"วันนี้ดาวแต่งตัวถูกระเบียบแล้วนะคะ หวังว่าคงไม่มีใครแถวนี้กล้าไล่ดาวกลับไปอยู่ในตู้แอร์อีก"

ดินแดนหรี่ตาลง จ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เชิดขึ้นอย่างอวดดี ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจชุด ‘ถูกระเบียบ’ ของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วสรีระของชายหนุ่ม กางเกงรัดรูปที่แทบจะปริแตกทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน และเสื้อบอดี้สูทสีเนื้อที่บางเบาเสียจนเขามองเห็นรอยนูนของยอดอกที่เสียดสีกับเนื้อผ้าทุกครั้งที่เธอขยับตัวหายใจ แม่คุณหนูนี่จงใจกวนประสาทเขากระทั่งเรื่องเสื้อผ้า!

"นี่คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ อิงดาว" ดินแดนกดเสียงต่ำ รังสีคุกคามแผ่กระจายออกมารอบตัว เขาไม่เรียกเธอว่าคุณหนูด้วยซ้ำ

"ไม่ได้เล่นนี่คะ" อิงดาวทำตาใสซื่อ แสร้งขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด จนปลายหน้าอกที่ชูชันแทบจะเฉียดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา 

"ดาวแค่อยากมาเรียนรู้งานของบริษัทป๊า คุณบอกเองนี่คะว่าเมื่อวานดาวแต่งตัวเป็นตัวถ่วง วันนี้ดาวก็เลยเตรียมพร้อมมาอย่างดี คุณมีหน้าที่คุมงานไม่ใช่เหรอคะ งั้นก็ช่วยสอนดาวหน่อยสิ"

"ผมเป็นวิศวกร ไม่ใช่ครูอนุบาลที่ต้องมานั่งสอนเด็กมีปัญหาเรียกร้องความสนใจ" ดินแดนสวนกลับอย่างเจ็บแสบ แววตาของเขาแข็งกร้าว 

"และไอ้ชุดที่คุณใส่อยู่เนี่ย มันไม่ได้เรียกว่าเตรียมพร้อมมาทำงาน มันเรียกว่าเตรียมตัวมา 'อ่อย' ยั่วๆ แบบนี้ไปเดินในผับเถอะ อย่ามาทำตัวเกะกะแถวนี้"

คำด่าที่ตรงไปตรงมาและหยาบคายทำเอาอิงดาวหน้าชาไปชั่วขณะ แต่แทนที่เธอจะโกรธจนเต้นเร่าๆ เหมือนเมื่อวาน มุมปากอวบอิ่มกลับกระตุกยิ้มร้ายกาจ หญิงสาวไม่ยอมถอยหนี กลับก้าวประชิดตัวเขาจนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายถอยหลังเสียเอง

"ถ้าฉันมาอ่อย แล้วคุณหวั่นไหวหรือเปล่าล่ะคะ?"

อิงดาวกระซิบเสียงพร่า จงใจเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด ลมหายใจร้อนระอุของทั้งคู่รินรดกัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนทะลุสามสิบแปดองศา อุณหภูมิร่างกายของพวกเขากลับพุ่งสูงกว่านั้นหลายเท่า ดินแดนชะงักงันไปเสี้ยววินาทีเมื่อประสาทสัมผัสถูกจู่โจมด้วยกลิ่นหอมหวานและสายตาที่พราวระยับของผู้หญิงตรงหน้า

เธอไม่ได้กลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ยัยเด็กนี่กำลังท้าทายสัญชาตญาณดิบในตัวเขา!

"หึ..." ดินแดนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองริมฝีปากสีสดที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาหยาบกร้านราวกับกระดาษทรายจะคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบางของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง!

"โอ๊ย! คุณทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!" อิงดาวอุทานด้วยความตกใจเมื่อถูกดึงกระชากเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างแรงจนหน้าอกของเธอบดเบียดเข้ากับกล้ามเนื้อที่แข็งราวกับหินผาของเขา

"อยากรู้นักใช่ไหมว่าผมหวั่นไหวหรือเปล่า?" ดินแดนก้มหน้าลงมาจนจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนกับจมูกรั้นของเธอ เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก 

"ผู้หญิงที่แต่งตัวรัดติ้ว โนบราเดินโชว์หัวนมร่อนไปร่อนมากลางดงผู้ชายเป็นร้อยแบบนี้ เขาไม่เรียกว่าอ่อยหรอกนะอิงดาว เขาเรียกว่า 'ร่าน' ต่างหาก"

คำพูดที่กรีดลึกลงไปในความหยิ่งผยองทำให้อิงดาวเบิกตากว้าง ความโกรธปะทุขึ้นมาในอก "คุณดินแดน! คุณกล้าด่าฉัน..."

"ผมกล้าทำมากกว่าด่าอีก ถ้าคุณยังไม่เลิกยั่วประสาทผม" เขาขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด มือหนาที่บีบต้นแขนเธออยู่เพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บจี๊ด แต่ในความเจ็บปวดนั้น มันกลับซ่อนความซาบซ่านแปลกประหลาดที่แล่นปลาบไปทั่วช่องท้อง 

"ไซต์งานนี้ผมคุม ใครหน้าไหนที่ทำให้ลูกน้องผมเสียสมาธิ ผมกำจัดทิ้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ลูกสาวเจ้าของบริษัท!"

พูดจบ ดินแดนก็ออกแรงกระชากลากถูลูกสาวเจ้านายให้เดินตามเขาไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย ไม่สนว่ารองเท้าส้นตึกของเธอจะก้าวทันหรือไม่

"นี่คุณ! จะพาฉันไปไหน! ปล่อยนะ ฉันเจ็บ!" อิงดาวร้องโวยวาย พยายามสะบัดแขนออกแต่ก็สู้แรงมหาศาลของวิศวกรหนุ่มไม่ได้ เขาจับเธอแน่นราวกับคีมเหล็ก ร่างบางปลิวถลาตามแรงดึงจนผมลอนสลวยสะบัดไปมา

"พาไปเก็บไง! ในเมื่ออยากมานัก ก็ไปนั่งแหง็กอยู่ในที่ของผมก็แล้วกัน!"

ดินแดนลากแม่คุณหนูจอมอวดดีมาจนถึงตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่มุมสุดของลานจอดรถ มันไม่ใช่ออฟฟิศหรูหราของเสี่ยดำรง แต่เป็นออฟฟิศสนามส่วนตัวของดินแดนที่ใช้สำหรับกางแบบแปลนและพักสายตา สภาพภายนอกดูเก่าคร่ำครึและเต็มไปด้วยคราบฝุ่น

เขาเปิดประตูออกแล้วเหวี่ยงร่างบางเข้าไปด้านในอย่างไม่ออมแรง อิงดาวถลาเข้าไปชนกับขอบโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษและหมวกเซฟตี้จนเสียหลักล้มลงไปกองกับเก้าอี้โซฟาตัวเก่าที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

"โอ๊ย! ไอบ้า! นี่นายทำบ้าอะไรเนี่ย!" เธอแหวเข้าใส่ ยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองที่เริ่มขึ้นรอยแดงเป็นปื้นจากรอยนิ้วมือของเขา

ดินแดนก้าวตามเข้ามาในห้องแคบๆ ปิดประตูดังปังแล้วกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ภายในตู้คอนเทนเนอร์นี้คับแคบและร้อนอบอ้าว เครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ และพ่นลมออกมาเพียงแผ่วเบา กลิ่นอับของกระดาษ ผสมกับกลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหงื่อผู้ชายคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่

วิศวกรหนุ่มเดินเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโซฟา เขาวางสองมือลงบนพนักพิงโซฟาคร่อมร่างบางเอาไว้ อิงดาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสั่นระริกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความอันตรายที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้า

"ฟังให้ชัดนะคุณหนู" ดินแดนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเต็มไปด้วยความกดดัน 

"ถ้าอยากอยู่ที่นี่ ก็นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องนี้ ห้ามออกไปเพ่นพ่าน ห้ามออกไปเสนอหน้าให้ลูกน้องผมเห็นอีกเด็ดขาด จนกว่าผมจะเลิกงาน... ทำได้ไหม?"

อิงดาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเขา กลิ่นกายบุรุษเพศที่แสนดิบเถื่อนลอยมากระทบจมูก มันรุนแรงจนทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัว เธอแพ้ทางความดุดันและทรงอำนาจแบบนี้อย่างราบคาบ

แต่คนอย่างคุณหนูอิงดาว ไม่มีวันยอมแพ้ตราบใดที่ยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

ริมฝีปากสีสดเผยอรอยยิ้มยั่วยวน เธอไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่กลับจงใจแอ่นหน้าอกอวบอิ่มที่ดันดุนอยู่ใต้เนื้อผ้าสีเนื้อขึ้นเบียดกับท่อนแขนแกร่งของเขาที่คร่อมตัวเธออยู่ สัมผัสหยุ่นนุ่มบดเบียดเข้ากับกล้ามเนื้อแข็งแกร่งอย่างจงใจ

"แล้วถ้าดาวบอกว่า ไม่อยากอยู่เงียบๆ ล่ะคะ?" เธอช้อนตามองเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ปลายนิ้วเรียวสวยค่อยๆ กรีดไล้ไปตามสาบเสื้อเชิ้ตที่เปิดกว้างของชายหนุ่ม สัมผัสแผงอกร้อนผ่าวที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่ออย่างอุกอาจ 

"ถ้าดาวอยากออกไปป่วนคุณ คุณจะทำโทษดาวยังไงเหรอคะ คุณวิศวกรขาโหด?"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่20.ขอแต่งงาน

    แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องทะลุสายหมอกหนาทึบที่ลอยละล่องอยู่เหนือยอดดอย อุณหภูมิยามเช้าตรู่ยังคงหนาวเหน็บจนต้องพรูลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว แต่ภายในเต็นท์แคนวาสหลังใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่ายกายของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนมาด้วยกันอิงดาวขยับตัวซุกเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงอ่อนๆที่สาดสองเข้ามา สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่ลอยแตะจมูกหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคร้ามแดดของ ‘ดินแดน’ ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวทับเสื้อยืด นั่งพิงหมอนใบโต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสแตนเลสเก็บความร้อน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบผมเธอเล่นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็นท์ที่ถูกเปิดแง้มไว้ให้เห็นทะเลหมอกเบื้องหน้า ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมและเหม่อลอยแปลกๆ“คิดอะไรอยู่คะ ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว คำนวณโครงสร้างเต็นท์หรือไง” อิงดาวเอ่ยแซวเสียงงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มผืนหนามาพันรอบตัวที่ยังคงไร้เสื้อผ้าปกปิดดินแดนละสายตาจากวิวทิวทัศน์ หันมามองใบหน้า

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่19.ท้าลมหนาว

    หกเดือนต่อมาโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับพันล้านก็เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานได้อย่างไร้ที่ติ ผลงานชิ้นโบแดงนี้ทำให้ชื่อของ ‘ดินแดน’ กลายเป็นวิศวกรระดับท็อปที่ใครๆ ก็อยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่สำหรับเขา รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่โบนัสก้อนโตที่เสี่ยดำรงโอนเข้าบัญชี แต่มันคือ ‘เวลาพักร้อนยาว’ ที่เขาจะได้ใช้ชดเชยให้กับลูกสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจลมหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาปะทะยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงค่ำลดฮวบลงเหลือเพียงเลขตัวเดียว ท่ามกลางลานกางเต็นท์ส่วนตัวที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีเพียงเต็นท์กระโจมแคนวาสสีครีมหลังใหญ่กางตระหง่านอยู่ริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นทะเลหมอกยามเช้าอิงดาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาสีขาวฟูฟ่อง นั่งผิงไฟอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ควันไฟบางๆ ผสมกับกลิ่นอายของสนภูเขาและน้ำค้างยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและดิบเถื่อนในคราวเดียวกัน คุณหนูไฮโซที่เคยชินกับการนอนโรงแรมห้าดาว บัดนี้กลับยอมมาตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย เพียงเพราะอยากสัมผัสชีวิต ‘ดิบๆ’ แบบที่แฟนหนุ่มของเธอชอบ“หนาวไหมครับ”เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นหูดัง

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่18.จุดจบคนชั่ว

    07:30 น.ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!เสียงออดหน้าประตูดังรัวและต่อเนื่อง ทำลายความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ดินแดนที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เสร็จ เดินมาเปิดประตูโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครมาเยือนแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างท้วมของ ‘เสี่ยดำรง’ ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าตึงเครียดและอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ด้านหลังมีชายชุดดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูเสี่ยดำรงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูทิ้งไว้ทันที ดินแดนเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้ขัดขวางเมื่อผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของพญาเสือแห่งวงการก่อสร้างถึงกับหล่นวูบ อิงดาวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาประคบประหงมราวกับไข่ในหิน กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของลูกน้องหนุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาและริมฝีปากที่บวมช้ำบ่งบอกถึงความบอบช้ำที่เผชิญมาตลอดคืน แต่สิ่งที่กรีดแทงใจคนเป็นพ่อที่สุด คือรอยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง รอยบีบจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากไอ้เดรัจฉานนที!เสี่ยดำรงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือที่สั่นเทาข

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่17.ยาถอนพิษ

    ความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวชานเมืองถูกบดบังด้วยฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทของรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์คันใหญ่ เครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ททิ้งไว้ส่งเสียงครางกระหึ่มแผ่วเบา แอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ถูกเปิดจนสุดเบอร์พ่นไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหนัง ทว่ามันกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่บนเบาะหนังฝั่งคนขับ“อื้อออ..แดน..ดาวร้อน ไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานหูที่แหบพร่าและสั่นสะท้านดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง อิงดาวในเวลานี้ไร้ซึ่งคราบของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาการเติมเต็มร่างบางที่นั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาบดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งดุนที่นูนเด่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเขาอย่างเอาแต่ใจ สองแขนเรียวตวัดกอดรอบลำคอหนา ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของดินแดน ฟันซี่เล็กขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อสีแทนอย่างหิวกระหายราวกับลูกแมวป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง“ซี๊ดดด..ใจเย็นครับคนดี.. รถมันแคบ...” ดินแดนสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วสันหลัง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอื้อมมือไปปรับเบาะคนขั

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่16.น้ำตาของคนเป็นพ่อ

    “นที! ลูกพ่อ! แก..ไอ้ฆาตกร แกฆ่าลูกฉัน!”เสียงร้องของท่านรัฐมนตรีดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ร่างท้วมถลาเข้าไปประคองลูกชายที่นอนจมกองเลือด สภาพของนทีตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เลือดสีสดทะลักออกจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนสูทสีขาวราคาแพงจนแดงฉานทว่า..หมัดเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่ไอ้สวะนี่พยายามจะทำกับอิงดาว!ดินแดนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ สันกรามคมขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงฟันลั่นกรอด มือหนาที่เปื้อนเลือดของไอ้นทีกำหมัดแน่นชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น หวังจะกระทืบซ้ำให้กระดูกซี่โครงมันหักทะลุปอด ตายตกไปตามกันโทษฐานที่กล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้แดน!! กูบอกให้หยุด!!”เสียงตะคอกตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยอำนาจและบารมีของ ‘เสี่ยดำรง’ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ร่างท้วมของผู้เป็นเจ้านายพุ่งเข้ามาขวางหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังคลั่งดีเดือด สองมือของเสี่ยดำรงผลักแผงอกเปลือยเปล่าของดินแดนอย่างแรงเพื่อเรียกสติ“หลีกไปเฮีย! ผมจะกระทืบมันให้ตาย! มันกล้าวางยาดาว มันจะข่มขืนดาว!” ดินแดนคำรามก้อง พยายามจะเบี่ยงตัวหลบเสี่ยดำรง แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อผู้เป็นนายอีกต่อไป วิ

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่15.หวงแหน

    เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่นจนเกิดควันสีขาวคลุ้ง รถกระบะยกสูงสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันไดทางขึ้นโรงแรมหรูระดับห้าดาวด้วยความเร็วที่แทบจะแหกโค้ง รปภ. ในชุดเครื่องแบบเต็มยศสองสามคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวาง เพราะพื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หรือรถลีมูซีนของผู้มีระดับเท่านั้นแต่วินาทีนี้ ดินแดนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!ชายหนุ่มร่างยักษ์กระชากประตูก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าถมึงทึง นัยน์ตาสีนิลที่เคยมั่นคงและเยือกเย็น บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและร้อนรน เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาหม่นที่ชุ่มเหงื่อและกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กย่ำหนักๆ ลงบนพรมแดงราคาแพงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวโรงแรมอย่างไม่สะทกสะท้าน"เฮ้ย! คุณครับ! จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ! แล้วนี่แต่งตัวแบบนี้เข้าไปข้างในไม่ได้นะครับ!" รปภ. ร่างใหญ่สองคนพยายามเข้ามากางแขนกั้น"ถอยไป! "น้ำเสียงตะคอกดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกำยำของดินแดน ทำเอา รปภ. ทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าเอาช

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่5. ทำโทษเด็กดื้อ

    ความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัว ทำฟางเส้นสุดท้ายของดินแดนขาดสะบั้นลง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความโกรธ... และความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรงภายในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ ที่มีเพียงเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่แ

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่3. แผนการรัก

    ปัง!เสียงกระแทกปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิศดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างบานเกล็ดสั่นสะเทือน ร่างบางของอิงดาวก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับมีพายุไฟหมุนวนอยู่ในอก รองเท้าส้นสูงย่ำลงบนพื้นกระเบื้องยางด้วยจังหวะที่หนักหน่วงกระแทกกระทั้น บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างขีดสุดไอเย็

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่2. คุณหนูอิงดาว

    ดินแดนหมุนตัวเดินกลับมายังหน้างานโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหญิงสาวร่างบางที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่เบื้องหลัง รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กหุ้มข้อสีน้ำตาลเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นซีเมนต์ ย่ำหนักๆ ลงบนพื้นกรวดลูกรัง เขาสาวเท้ายาวๆ ผ่านโครงเหล็กเส้นและนั่งร้านด้วยความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกอาก

  • ยั่วรักวิศวกรจอมโหด   บทที่1. วิศวกรปากร้าย

    เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่สวยกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันในคฤหาสน์หลังใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‘อิงดาว’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช และดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ กำลังก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปยังตู้คันหรูที่จอดเทียบรออยู่หน้าประตูเธอคื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status