Share

4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 14:37:18

หลังจากที่สายตัดไป เธอก็ยืนงงอยู่ที่หน้าคลับสักพักใหญ่ ๆ คนที่เธอจูบเมื่อคืนคือเพื่อนเฮียเลย์ แล้วก็ชื่อภีมเหรอ...

อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ปิ่นเองก็ไม่ได้ประชดประชันด้วยการจูบคนที่ไม่รู้จัก ทว่าวินาทีนั้นเธอเองก็คิดอะไรออกจริง ๆ คิดแค่ว่า..

มึงจูบได้ กูก็จูบได้เหมือนกัน

ร่างเล็กเรียกรถแล้วตรงกลับคอนโดทันที เธอกลับมาอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้วเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาให้เรียบร้อย ในเวลาแค่ไม่กี้นาที ก่อนที่จะตรงไปที่มหาลัยทันที

มหาวิทยาลัย..

ตึกคณะศิลปกรรม

บรรยากาศรอบ ๆ แตกต่างจากคณะอื่นอย่างเห็นได้ชัด มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสันตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงระเบียงชั้นบนสุด

ผนังตึกถูกแต่งแต้มด้วยงานเพนต์จากรุ่นพี่ในแต่ละปี สีสันสดใสตั้งแต่โทนพาสเทลไปจนถึงแนวกราฟฟิตี้จัดจ้าน มีลายเส้นของศิลปินมากหน้าหลายตาแสดงฝีมือไว้เป็นเหมือนลายเซ็นของแต่ละรุ่น

สนามหญ้าหน้าตึกถูกใช้เป็นพื้นที่ซ้อมเต้น วาดรูป หรือถ่ายแบบอยู่เสมอ ทุกมุมเต็มไปด้วยอุปกรณ์ศิลปะ ขาตั้งภาพเปื้อนสี ถังพู่กัน กระดาษสเก็ตช์ที่ปลิวตามลม และกลิ่นสีอะคริลิกเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟจากคาเฟ่เล็ก ๆ ข้างตึก

“ปวดหัวฉิบหายเลย” ปิ่นเอ่ยบ่นน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะยืนพิงราวบันไดหน้าตึกศิลปกรรม ดวงตาหรี่ปรือจากอาการมึนงงหลังที่เมื่อคืนไปดื่มหนักไปหน่อย

เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ พยายามรวบรวมสติที่ยังไม่กลับมาทั้งหมด

“มะม่วงหน่อยไหม” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับชิ้นมะม่วงแช่เย็นที่ถูกยื่นมาจากทางด้านหลัง

ทำให้ปิ่นชะงัก แล้วหันกลับไปตามเสียงนั้นโดยอัตโนมัติ แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่สายตาสบกับใบหน้าของคนพูด เธอก็เบนหน้าหนีแทบจะทันที

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามไม่ให้อาการสะเทือนใจปรากฏออกทางสีหน้า ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินเข้าตึกโดยไม่แม่แต่จะพูดอะไรสักคำ

คนที่ยื่นมะม่วงให้.. ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ต้นแฟนเก่าของเธอนั่นแหละ

ร่างเล็กเดินขึ้นบันไดคณะด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งจากอาการมึนเมาที่ตกค้าง และจากความวุ่นวายที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวตั้งแต่เมื่อคืน

เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวของเพื่อนร่วมคณะดังคลอเป็นฉากหลัง กลิ่นสีอะคริลิกและกาแฟจากร้านข้างล่างยังแตะจมูก แต่ปิ่นกลับรู้สึกเหมือนเสียงรอบข้างมันห่างออกไปทุกที

สิ่งที่เธอกำลังพยายามคิดอยู่ในหัวตลอดมัน..ไม่ใช่เรื่องของต้นแฟนเก่าเธอเลยสักนิดเดียว

ทว่า..มันเป็นเรื่องจูบของคนแปลกหน้าเมื่อคืนตั้งหาก

ภาพใบหน้าของผู้ชายคนนั้น เด่นชัดอยู่ในหัวเธอ ดวงตาคมจัด จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากแข็งกร้าวที่ตอนนั้นแนบชิดกับริมฝีปากของเธอจนแทบหายใจไม่ออก

“ปิ่น!” เสียงเรียกใส ๆ ดังขึ้นจากทางด้านข้างของร่างเล็ก เรียกให้คนที่กำลังเหม่อสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่คนเหม่อลอยจะได้สติแล้วหันไปมองตามเสียงเรียกนั้นทันที

“เอ้า! มึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ปิ่นเอ่ยถามขึ้นทันที น้ำเสียงปนตกใจนิด ๆ

คนที่ยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่ใครอื่นเลย ก็ลินเพื่อนสนิทตัวดีของเธอนั่นแหละ มืออีกข้างถือแก้วกาแฟไว้ พร้อมทำหน้าทะเล้น

“กูมาตั้งนานแล้ว มึงเป็นอะไร ยืนเหม่ออยู่ตั้งนาน กูเรียกตั้งสองสามรอบก็ยังไม่หัน” ลินพูดพลางเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไร แค่..ปวดหัวนิดหน่อย” ร่างเล็กรีบหลบสายตา ยิ้มกลบเกลื่อน

“ปวดหัวเพราะเหล้าหรือเพราะคน?” ลินถามพลางหัวเราะในลำคอ

“มึงไม่ต้องพูดถึงมันเลยนะ” ปิ่นกลอกตาใส่ทันที

“โอเค ๆ ไม่พูดก็ได้ แต่ถ้ามึงลืมมันได้ก็จะดีมาก ๆ”

“หลังจากนี้มันจะไม่มีผลกับชีวิตกูอีก” ปิ่นเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง

ลินหัวเราะร่าทันที แล้วเดินมาคล้องแขนปิ่นเข้าไปในห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เพื่อนกำลังคิดอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องของแฟนเก่าปิ่น แต่มันเป็นเรื่องของจูบเมื่อคืน จูบของคนแปลกหน้า

ภายในห้องเรียนศิลปกรรม กลิ่นสีและกระดาษยังอบอวลอยู่ในอากาศเหมือนทุกวัน เสียงเพื่อน ๆ พูดคุยหัวเราะ และเปิดเพลงเบา ๆ ระหว่างจัดอุปกรณ์เตรียมวาดรูปดังคลออยู่รอบ ๆ

ปิ่นวางกระเป๋าลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิม ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงอย่างหมดแรง เธอก้มมองพู่กันกับสีน้ำที่วางอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่มีสมาธิจะจับมันขึ้นมา มือเรียวเล็กกุมแก้มไว้ข้างหนึ่ง ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

ภาพเมื่อคืนยังวนกลับมาฉายซ้ำไม่หยุด แสงไฟสลัวในคลับ กลิ่นแอลกอฮอล์ เสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงตอนริมฝีปากของเขาแนบชิดกับของเธอ แค่คิดถึงตอนนั้น ร่างกายเธอก็ร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ

“มึงจะเหม่ออีกนานไหม” เสียงลินดังแทรกความคิดจนปิ่นสะดุ้ง หันไปมองเพื่อนที่ตอนนี้กำลังนั่งระบายสีอย่างเพลิน

“กูแค่คิดงานอยู่” ปิ่นตอบเสียงเรียบ

“คิดงานหรือคิดอะไร?”

“ไอ้ลิน!” ปิ่นหันไปมองค้อนใส่ทันที ทำเอาลินหัวเราะเสียงดัง

“โอเค ๆ ไม่ล้อแล้วจ้า แต่เอาจริง ๆ นะ มึงดูเหม่อผิดปกติมาก มีอะไรที่กูยังไม่รู้อีกไหม” ลินหรี่ตามองอย่างจับผิด

ร่างเล็กเม้มปากแน่น พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้เผยความลับในใจ แต่ในหัวกลับแว๊บภาพริมฝีปากของผู้ชายคนนั้นขึ้นมาอีก

“ไม่มีอะไร...” เธอตอบเสียงเบาเกินกว่าจะน่าเชื่อ

“เหรอ?” ลินเลิกคิ้วสูงมองหน้าเพื่อน “โอเค กูจะพยายามเชื่อให้ก็ได้นะ” ลินพูดกลั้วหัวเราะแล้วหันกลับไปสนใจภาพตรงหน้า ทิ้งให้ปิ่นนั่งกัดริมฝีปากแน่น

เธอพยายามจะปัดความคิดออกจากหัว แต่ไม่ทันไรเสียงประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดออก ทุกสายตาในห้องเรียนหันไปมองพร้อมกัน รวมถึงปิ่นด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าเรียบนิ่งและสายตาคมเข้มที่จ้องตรงมาข้างหน้าอย่างจริงจัง

หัวใจของปิ่นกระตุกวูบในทันทีที่เห็นเขา

นั่นมัน... เขา คนที่เธอจูบเมื่อคืน

“สวัสดีครับนักศึกษาทุก ผมชื่อภีม... วันนี้จะมาสอนแทนอาจารย์ชินนะครับ พอดีอาจารย์ชินป่วย” เสียงทุ้มต่ำของคนพูดนั้น ทำให้ปิ่นขนลุกซู่ทั้งตัว เธอเผลอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว

“หน้าคุ้น ๆ” ลินเอ่ยขึ้นเสียงเบา “เฮียภีม!”

“...” แต่ปิ่นกลับนั่งนิ่ง ร่างเล็กนั่งตัวแข็งเหมือนถูกสะกดเอาไว้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยั่วรักอาจารย์เถื่อน   43

    ภีมพาปิ่นกลับมาถึงคอนโดอย่างปลอดภัย ปิ่นได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ส่วนตัวของภูมิอย่างละเอียดถี่ถ้วน โชคดีที่เธอปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก แต่มีอาการอ่อนเพลียและได้บาดแผลที่คอเล็กน้อยภีมนั่งอยู่ข้างเตียงปิ่นตลอดเวลา จนกระทั่งปิ่นหลับไป ภีมจึงเดินออกมาคุยกับภูมิที่ห้องนั่งเล่น“ขอบใจมึงมาก” ภีมเอ่ยขึ้น พลางเดินไปทิ้งตัวนั่งลงของพี่ชาย“กูไม่ได้ทำอะไรเลย กูแค่โทรหาพ่อ ทุกอย่างก็จบเลย”“ทุกอย่างจบแล้วจริง ๆ”“ทำไมมึงถึงไม่ให้พ่อช่วยตั้งแต่แรก” ภูมิเลิกคิ้วสูงเอ่ยถามน้องชายตัวเอง“กูรู้ไงว่าถ้าพ่อมาเอง แม่จะไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง” ภีมเอ่ยน้ำเสียงเรียบ น้ำตาเอ่อคลอ “กูแค่อยากให้คิดได้ แล้วรีบแก้ไขมัน แต่กูคงโลกในแง่บวกไปหน่อย”“พอมีความรัก แล้วโง่สัส ๆ”“มึงอย่าโง่แล้วกันไอ้ภูมิ”“ไม่มีวัน ไม่มีวันได้แดกกูหรอก ความรักอะไร กูไม่ต้องการ”ภีมพิงหลังกับโซฟาอย่างหมดแรง มือหนายกขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบ ๆ ด้วยความเครียดสะสมตลอดหลายวันที่ผ่านมา“กูไม่ได้แค่อยากให้แม่สำนึก...” ภีมถอนหายใจยาว ๆ “กูอยากให้ท่านเห็นว่า... ความรักของกูมันมีค่ามากกว่าธุรกิจหรืออำนาจที่ท่านยึดถือ”ภูมิเอนตัวพิงโซฟาอีกตัว พลางมองภี

  • ยั่วรักอาจารย์เถื่อน   42

    “ปิ่นเงียบ!” ภีมสั่งเสียงเด็ดขาด เขาไม่ต้องการให้ปิ่นมาเป็นจุดอ่อนในสถานการณ์นี้ เขาต้องทำให้แม่เห็นว่าเขาได้ตัดสินใจที่เด็ดขาดและไม่มีวันเปลี่ยนใจแล้ว“ตายแทนมันเหรอ?” คุณหญิงพิมภาเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ท่านมองใบหน้าลูกชายที่เคยมีความรักหนักแน่นขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว“ใช่ครับแม่!” ภีมตอบเสียงหนักแน่น “ชีวิตของผมแลกกับชีวิตของปิ่นและหลานของแม่! แม่ปล่อยพวกเขาสองคนไป!” ใบหน้าคมเข้มแสดงสีหน้าจริงจัง “แต่ถ้าแม่แตะต้องปิ่น แม้แต่ปลายเส้นผม! ผมสาบานได้เลยว่าผมจะทำลายทุกอย่างที่แม่พยายามสร้างมาตลอดชีวิต! ทั้งธุรกิจ ชื่อเสียง ผมจะทำลายมันจนไม่เหลือซาก!”คำพูดของภีมไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่มาพร้อมกับความเด็ดขาดที่ยากเกินจะคาดเดา คุณหญิงพิมภาถึงกับชะงักมือที่ถือมีดไว้ ท่านรู้ดีว่าลูกชายคนนี้มีความฉลาดและอำนาจพอที่จะทำได้จริงความเงียบเข้าปกคลุมโกดัง มีเพียงเสียงหอบหายใจของปิ่นและภีมที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจเต้นรัวคุณหญิงพิมภาเหลือบมองชายชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ พวกเขาต่างแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจกับฉากการเดิมพันชีวิตที่อยู่ตร

  • ยั่วรักอาจารย์เถื่อน   41

    ชายหนุ่มพยายามคิดว่าแม่จะพาปิ่นไปที่ไหนได้บ้าง ทว่าคิดยังไงก็คิดไม่ออก ทุกอย่างมันมืดไปหมด แค่รู้ว่าลูกกับเมียตกอยู่ในมือแม่ ใจเขาก็เริ่มสั่นไหว เริ่มรู้สึกประหม่าอยู่ในใจ พร้อมกับความกลัวที่แท้จริงภีมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกหาไอ้ภูมิทันที คนที่ช่วยเขาได้ตลอดนี้ มีแค่มันจริง ๆเพราะมันรู้ใจแม่มากว่าเขา(ว่า) ปลายสายเอ่ยขึ้นทันทีที่รับสาย“ไอ้ภูมิแม่พาปิ่นไปแล้ว” ภีมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน(ห๊ะ!!)(มึงดูยังไงให้แม่เอาน้องไปได้ไอ้ภีม!)“กูออกไปทำธุระข้างนอกแค่แป๊บเดียว แค่แป๊บเดียวจริง ๆ”(ไอ้สัสเอ้ย!) ภูมิสบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะนั้นก็น้องสะใภ้ แถมยังมีหลานมันพ่วงมาด้วยอีก“มึงอย่าเพิ่งด่ากูไอ้ภูมิ ช่วยกูคิดก่อนว่าแม่จะพาปิ่นไปที่ไหนได้บ้าง” ภีมพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นมากนัก(ก็จะมีบ้านใหญ่... แต่มันโจ่งแจ้งไป แม่ไม่น่าเสี่ยง) ภูมิวิเคราะห์ทันทีด้วยน้ำเสียงเครียดจัด (บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน?) (ไม่ๆ)(หัวหินใช้เวลาเดินทางมากเกินไป กูว่าแม่ต้องเลือกที่ที่ใกล้ที่สุด)“...” ภีมเงียบ เขาพยายามใช้ความคิดให้ได้มากที่สุด“โกดังร้าง!” ภีมเอ่ย จู่ ๆ ความคิดนี้ก็แล่นเข้ามาในหั

  • ยั่วรักอาจารย์เถื่อน   40

    ภีมนั่งนิ่งมองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่แบบนั้นอยู่นานหลายนาที แสงแดดเข้ม ๆ จากนอกห้องเล็ดลอดผ่านม่านบาง ๆ มาตกกระทบใบหน้าหวานของเธอ ทำให้เขามองเห็นเค้าโครงหน้าของเธอได้อย่างชัดเจนเขาใช้ปลายนิ้วไล้เบา ๆ ไปตามกรอบหน้าของปิ่น ก่อนจะเลื่อนลงไปหยุดที่แหวนเพชรเม็ดงามที่เพิ่งสวมให้ ความรู้สึกตื้นตันใจถาโถมเข้ามาจนจุกแน่นในอก เขารักผู้หญิงคนนี้และรักลูกมากถึงขนาดที่พร้อมจะทำสงครามกับโลกของแม่ทั้งใบเพื่อปกป้องเธอไว้“พี่จะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายหนูได้หรอกครับ” ภีมกระซิบแผ่วเบาเขามั่นใจแล้วว่าการตัดสินใจที่รวดเร็วและเด็ดขาดของเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การเตรียมการแต่งงานอย่างลับ ๆ การลาเรียนของปิ่น และการมีทีมคุ้มกันที่ไว้ใจได้ คือสิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้ภีมรู้ดีว่าปิ่นกับลูกคือชีวิตของเขาแล้ว เขาไม่สามารถจินตนาการถึงชีวิตที่ไม่มีเธออยู่เคียงข้างได้เลยเขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกมาที่ห้องทำงานที่อยู่ติดกับห้องนอน เพื่อเปิดคอมพิวเตอร์และจัดการงานบางอย่างที่ค้างคาอยู่ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับงาน กับอาชีพอาจารย์ของเขาภีมนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานอยู่สักพักใหญ่ ๆ ก่อนที่เขาจะเผลอห

  • ยั่วรักอาจารย์เถื่อน   39

    หลังจากที่อยู่พูดคุยกับหมอภูมิได้สักพัก แล้วก็ได้ยาบำรุงครรภ์มาแล้ว ภีมก็พาปิ่นเดินออกมาจากโรงพยาบาลทันที เขายังคงจับมือเธอไว้แน่นตลอดทางจนกระทั่งถึงรถสปอร์ตคันหรูของเขา ภีมเปิดประตูรถแล้วให้เธอเข้าไปนั่งอย่างนุ่มนวลที่สุด พร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างระมัดระวังภีมเดินกลับมาขึ้นฝั่งคนขับ แล้วก็สตาร์ทรถออกไปทันที โดยมุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดของเขา บรรยากาศภายในรถไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกต่อไปแล้วเมื่อรถแล่นออกจากบริเวณโรงพยาบาลได้สักพัก ภีมก็ลดความเร็วลง แล้วเอื้อมมือมาจับมือปิ่นไว้แน่น สายตาของเขาจับจ้องที่ถนน ทว่าในใจเขากลับไม่ได้สนใจถนนเลยแม้แต่วินาทีเดียว“เรามีลูกแล้วนะครับ” ภีมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มและสั่นเครือด้วยความดีใจอย่างที่สุดภีมดีใจมาก เขายกมือปิ่นขึ้นมาจูบที่แหวนเพชรที่เพิ่งซื้อมาอย่างรักใคร่“พี่มีความสุขที่สุดในโลกเลยครับ” เขาพึมพำ “พี่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้วนะ”ปิ่นมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของภีม แล้วน้ำตาแห่งความสุขก็ไหลออกมาอีกครั้ง ความกังวลที่เกิดจากคำเตือนของหมอภูมิเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่ท่วมท้นจากความปีติยินดีของภีม“หนูก็ดีใจค่ะพี่ภีม” ป

  • ยั่วรักอาจารย์เถื่อน   38

    หลายอาทิตย์ผ่านไป...ความสัมพันธ์ระหว่างปิ่นและภีมก็ยิ่งทวีความแนบแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ภีมทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด เขามักจะขับรถไปส่งปิ่นที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองในตอนเช้า และวันไหนที่เขาไม่มีคลาสสอน เขาก็จะมารอรับเธอที่ลานจอดรถเหมือนอย่างเคย ชุดนักศึกษาใหม่ที่ภีมเลือกให้ก็ทำให้ปิ่นดูเรียบร้อยและเซฟขึ้นมากตามความต้องการของเขา ส่วนแหวนทองคำขาววงเล็กที่นิ้วนางข้างซ้ายของปิ่นก็เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยถอดเลยแม้แต่วินาทีเดียววันนี้เป็นวันจันทร์ ปิ่นมีคลาสเรียนแต่เช้าตรู่ ภีมขับรถมาส่งเธอที่ลานจอดรถตามปกติ แต่ในระหว่างที่เธอกำลังจะก้าวเท้าลงจากรถ ปิ่นก็เริ่มรู้สึกไม่สบายตัวความรู้สึกแปลก ๆ และอาการเริ่มต้น“อึก…” ปิ่นยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที สีหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด“หนูเป็นอะไรครับ?” ภีมถามเสียงห่วงใย“อึก... พี่ภีมคะ หนู... เวียนหัว” ปิ่นตอบเสียงแผ่ว “แล้วก็คลื่นไส้มากเลยค่ะ”ภีมรีบปลดเข็มขัดนิรภัยของเธอออก แล้วใช้มือประคองศีรษะของเธอไว้“เดี๋ยวครับใจเย็น ๆ หายใจเข้าลึก ๆ”ปิ่นพยายามควบคุมอาการ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง เธอรีบคว้าถุงกระดาษที่วางอยู่ข้างเบาะ ก่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status