LOGIN
ปลายฤดูใบไม้ผลิท่ามกลางแสงตะวันอันริบหรี่ ลมพัดใบไม้รอบบ้านสกุลกู้ปลิวไสว มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยความทรมาน กู้จินเยว่นอนกุมท้องมาเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยามแล้วลมหายใจของนางเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ ภายในท้องไส้รู้สึกปั่นป่วน กู้จินเยว่รู้สึกได้ถึงอวัยวะภายในที่ค่อยๆ แหลกสลาย ข้างกายนางมีภาชนะบรรจุของเหลวที่นางดื่มเข้าไปหนึ่งชั่วยามก่อน
หากย้อนเวลากลับไปได้นางจะไม่เลือกทำแบบนี้ กู้จินเยว่เจ้ามันช่างโง่เขลายิ่งนัก นางเคยวาดฝันชีวิตที่สวยหรูและครอบครัวที่อบอุ่น ด้วยฐานะที่ยากจนและ
โดนรังแกมาตลอดชีวิตทำให้กู้จินเยว่เลือกที่จะหมั้นหมายกับบุรุษที่ปักใจรักมาหลายปีเพื่อถีบตัวเองให้สูงขึ้น แต่เมื่อต้องผิดหวังกับความรักทั้งต้องเผชิญหน้ากับความอับอาย และการถูกใส่ร้ายป้ายสี นางกลายเป็นตัวร้ายในสายตาของผู้อื่นจน
ไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อตัดสินใจที่จะปลิดชีพตัวเองแล้วก็กลับรู้สึกเสียดายชีวิตขึ้นมา นางลืมไปได้อย่างไรว่าชีวิตนี้อย่างน้อยก็ยังมีบุคคลอีกสามคนที่รักนางโดยไม่มีเงื่อนไข“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ลูกคนนี้มันไม่รักดี
สร้างปัญหาให้พวกท่านมากมาย ต่อจากนี้ข้าขอให้พวกท่านมีชีวิตที่ดีหลุดพ้นจากนรกแห่งนี้และอย่าได้เจ็บปวดอีกเลยนะเจ้าคะ” ดวงตาทั้งสองข้างของหญิงสาวเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เปลือกตาของนางค่อยๆ ปิดลงปัง!ปัง!ปัง!
“จินเยว่! เปิดประตูให้แม่หน่อยเถิดลูก พ่อกับแม่เจ้ากลับมาแล้วออกมากินข้าวกินปลาเถอะอย่าทรมานตัวเองแบบนี้เลย” หนิงเทียนเคาะประตูอยู่สักพักก็ไม่มีเสียงตอบรับจากภายในห้องในอกของคนเป็นแม่รู้สึกเจ็บแปลบ นางและสามีพึ่งกลับมาจากการทำงานในสวนของครอบครัวก็รีบตรงปรี่ไปที่บ้านของพวกเขา ลูกสาวของพวกเขาไม่ยอมออกจากห้องมาหลายวันแล้วตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น
ปัง!ปัง! หนิงเทียนตัดสินใจเคาะประตูเรียกอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากคนในห้อง สุดท้ายหันหน้ากลับไปมองสามีที่ยืนอยู่ข้างหลังและพยักหน้าให้กัน หนิงเทียนเดินหลบไปด้านข้างเพื่อให้สามีของนางกระทำการได้สะดวก
กู้ซีห่าวเมื่อเห็นภรรยาหลบทางให้เขาก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาและถีบออกไปสุดแรง เมื่อประตูเปิดออกสายตาของทั้งหนิงเทียนและซีห่าวก็สาดส่องไปทั่วห้องจนเห็นลูกสาวของพวกเขาที่นอนงอตัวอยู่บนเตียง
หัวใจของซีห่าวสั่นระรัวเมื่อหางตาหันไปเห็นขวดบางอย่างที่ตั้งอยู่ข้างกายของจินเยว่ ภายในใจกู่ร้องภาวนาไม่ให้เป็นดั่งที่ตนคิด เมื่อตั้งสติได้ทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไปในห้อง แขนทั้งสองข้างของซีห่าวค่อยๆ ประคองศีรษะลูกสาวขึ้นมาบนตัก เขายกมือที่สั่นเทาของตัวเองขึ้นมาจรดที่ปลายจมูกของจินเยว่ เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจบางเบาและเชื่องช้า เขาจึงหันหน้าไปหาภรรยาและส่ายหน้าเป็นการบอกเป็นนัยๆ
“เรามาสายเกินไปหนิงเทียน ลมหายใจของนางแผ่วเบามากแล้วเราทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” ก้มหน้าบอกภรรยาสองมือดึงลูกสาวมากอดแนบอกแน่น
“กรี๊ดดด ไม่จริงใช่หรือไม่ท่านพี่” หนิงเทียนกรีดร้องออกมาเสียงแหลม
“ลูกของเราจะต้องไม่เป็นอะไร ข้าจะไปขอร้องท่านพ่อให้พาท่านหมอมารักษาเยว่เอ๋อร์” นางกล่าวพร้อมเดินเข้าไปนั่งบนเตียงกอดลูกสาวและสามีด้วยร่างกายที่สั่นเทา
ทุกคนภายในบ้านได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากทางหลังบ้านก็รู้ทันทีว่ามาจากห้องของใคร พวกเขารีบสาวเท้าไปตามเสียงด้วยต่างคนก็ต่างอารมณ์
กู้ซีฮันเป็นผู้เดินมาถึงคนแรกตามด้วยภรรยาของเขา ตามมาด้วยกู้หวังหย่งพร้อมภรรยาและลูกๆ ของเขา ภายในดวงตาของกู้ซีฮันว่างเปล่าไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร
เมื่อหนิงเทียนเห็นว่าบุคคลที่เข้ามาใหม่คือพ่อสามีนางก็รีบรุดเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าเขาน้ำตาของนางไหลเป็นสายเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด "ท่านพ่อ ช่วยเยว่เอ๋อร์ของเราด้วยเถิดเจ้าค่ะ ตามหมอมารักษานางเถอะนะเจ้าคะ ท่านต้องการอะไรข้าจะหามาให้ท่านทุกอย่าง ได้โปรดช่วยเยว่เอ๋อร์ด้วย" นางขอร้องด้วยเสียงแหบแห้ง
"ไม่ได้นะ ท่านพี่ท่านก็รู้ว่าปีนี้พวกเราแทบไม่เหลือเงินแล้ว ซ้ำผลผลิตก็เก็บเกี่ยวได้น้อยที่เหลืออยู่จะเก็บได้เพิ่มเท่าไหร่กันเชียว
นี่ก็เข้าใกล้เหมันตฤดูแล้ว ถ้าต้องเอาเงินที่มีไปรักษานางแล้วเมื่อเข้าเหมันตฤดูคนที่เหลือเล่าจะทำอย่างไร" กู้ฮุ่ยชิวรีบกล่าวขัดขึ้นมาทันที คนจะตายอยู่แล้วจะรักษาให้เสียเงินเสียทองไปทำไมกัน
กู้ซีฮันเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด อย่างไรนี่ก็คือสายเลือดของเขา จะปล่อยให้ตายไปเฉยๆ ก็คงจะไม่ดี "ข้าว่าเรียกหมอมาดูนางเถอะ อย่างไรนี่ก็หลานของเราคนหนึ่ง ถ้าปล่อยไปไม่ดูดำดูดีชาวบ้านจะเอาไปนินทาว่าอย่างไร" เขากล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"แต่ว่าท่านพี่..." หญิงชรายังไม่ทันจะพูดจบก็ต้องหุบปากลงเมื่อสามีตวัดสายตามามองนาง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครขัดแล้วกู้ซีฮันก็หันไปสั่งหลานชายคนโตที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม "จางหย่ง เจ้าไปตามท่านหมอบอกเขาว่าให้รีบมา"
หลังจากนั้นก็มีเสียงนุ่มแทรกขึ้นมา "ท่านแม่ นางจะเป็นอะไรหรือไม่ ข้ารู้สึกผิดยิ่งนัก ข้าน่าจะพูดกับนางให้นางเข้าใจว่าข้ากับท่านพี่เฟยหรงเราเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น เป็นนางที่เข้าใจผิดไปเอง ข้าเป็นพี่จะแย่งคนรักของน้องสาวได้อย่างไรเล่า”
กู้จางลี่นางเป็นลูกสาวท่านลุงของจินเยว่ ทั้งสองมักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง ในสายตาคนนอกจะเห็นว่าจินเยว่คอยรังแกพี่สาวตัวเองตลอด แต่ใครเล่าจะรู้ความจริงเท่ากับคนในครอบครัว เป็นจางลี่ต่างหากที่คอยรังแกจินเยว่
“โถ่ลูกสาวของแม่ ช่างน่าสงสารจริงๆ เจ้าโดนนางรังแกแล้วไยต้องรู้สึกผิดด้วยเล่า” แม่ของจางลี่แกล้งบีบเสียงตอบลูกสาวพลางโผโอบกอดลูกสาว นางรู้ดี
อยู่แก่ใจว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรหนิงเทียนที่เงียบมาสักพักแต่เมื่อได้ยินสองแม่ลูกพูดเช่นนั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะเหยียดยิ้มหยันออกมา ทำไมนางจะไม่รู้เล่าว่าลูกสาวจะต้องเจออะไรบ้างเพียงแต่นางไม่สามารถช่วยอะไรลูกได้เลย ก่อนหน้าที่ลูกสาวมาบอกกับนางและสามีว่าคนรักของนางจะมาสู่ขอนางรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ลูกสาวจะได้หลุดพ้นเสียที แต่ผู้ใดจะไปรู้ว่าเหตุการณ์มันจะกลับกลายเป็นเช่นนี้
ผ่านไปสักพักท่านหมอเกาก็มาถึง เขาตรวจชีพจรนางแล้วได้แต่ส่ายหัว
“ข้าไม่รับปากนะว่าจะสามารถรักษาชีวิตนางไว้ได้แต่ข้าก็จะพยายามช่วยนางให้ถึงที่สุด พวกเจ้านำยาในห่อนี้ไปต้มให้นางกิน เผื่อจะช่วยขับพิษออกมาได้บ้าง” พูดจบก็ขอตัวกลับ“ทำตามที่ท่านหมอเกาบอกหนิงเทียน ข้าช่วยนางได้เท่านี้อย่าหาว่าพวกข้าไร้น้ำใจเลย ลูกสาวของพวกเจ้าเลือกที่จะทำเช่นนี้เอง เจ้าจะโทษผู้อื่นไม่ได้” เมื่อ
กู้ซีฮันกล่าวกับลูกสะใภ้จบก็เดินออกจากห้องไป คนอื่นๆ ที่เหลือก็เดินตามไปด้วย หนิงเทียนหันไปมองตามคนที่เดินออกไปก็พบว่าสองแม่ลูกนั้นหันมายิ้มเยาะให้นางหนิงเทียนรีบไปต้มยามากรอกใส่ปากของจินเยว่ทันที สามีของนาง
ประคองลูกสาวให้นอนในท่าทางที่สบายตัว ทั้งคู่นั่งข้างเตียงคนละฝั่งพร้อมฝ่ามือที่ กุมมือของบุตรสาวไว้เบาๆบทที่ 100 บทส่งท้ายกาลเวลาล่วงเลยมากว่าสามปี เจียวจิ้นและจูถิงฟางแต่งงานกันเมื่อสองปีก่อนพวกเขามีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนอยู่ในวัยกำลังน่ารักน่าชังจินเยว่และเยี่ยนเฉินแต่งงานกันหลังจากเจียวจิ้นไม่กี่เดือน แม่ทัพหนุ่มทุ่มเงินปลูกบ้านอีกหลังข้างๆกันกับบ้านของพ่อแม่นาง จินเยว่ให้เหตุผลกับเขาว่านางไม่อยากอยู่ห่างจากบิดามารดา ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้กันจินเยว่ก็จะไม่แต่ง จะครองโสดตลอดชีวิต ทำเอาเยี่ยนเฉินต้องกุมขมับสุดท้ายก็ตัดสินใจปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมา“ท่านแม่!” เสียงคุ้นเคยของเจียวเจี้ยตะโกนเรียกมารดาของเขาด้วยความร้อนรนจินเยว่รีบวิ่งไปตามเสียงของบุตรชาย น้ำเสียงของเขาร้อนรนขนาดนี้นางก็กลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะเกิดอุบัติเหตุ“เป็นอะไรลูก!” จินเยว่จับเจียวเจี้ยพลิกตัวไปมาเพื่อหาร่องรอยของบาดแผล“ท่านแม่ ข้าไม่ได้เป็นอะไรขอรับ” เจียวเจี้ยจับแขนจินเยว่ไว้เพื่อทำให้นางใจเย็นลง“แล้วเจ้าจะตะโกนเรียกแม่ทำไม แม่ตกใจหมดเลย” นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เขาปลอดภัยดี“ท่านแม่ดูนั่นสิ”เขาชี้ไปข้างหลังของจินเยว่บนเตียงเล็กมีทารกเพศชายวัยหนึ่งขวบกำลังนอนลืมตาโตจ้องมองมาทางนางและเจียวเจี้ย“เจ้าจะให้แม่ดูอะไรห
บทที่ 99 ท่านผู้นั้นมือบางยื่นไปข้างหน้าเพื่อจะสัมผัสกลุ่มหมอกควันนั้น มือของนางนั้นสั่นเทาน้อยๆ เมื่อนางได้สัมผัสถึงมันก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นพรึ่บ!กลุ่มหมอกควันกลายเป็นร่างของบุรุษรูปงาม ผมยาวสลวยที่ถูกปล่อยจนถึงกลางหลัง ที่บอกว่ารูปงามคือใบหน้าของเขางามหยดย้อยอย่างกับสตรีจนจินเยว่อ้าปากค้างด้วยความตะลึง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ” เจียวเจี้ยที่เห็นมารดาของเขาเงียบไปก็สะกิดเรียกนาง นิ้วของจินเยว่ยังค้างอยู่ที่เอวของคนตรงหน้า“ห้ะ! อ๊ะ ขออภัยเจ้าค่ะ” จินเยว่รีบดึงมือกลับด้วยความตกใจ“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า”“เจียวเจี้ยบอกว่าท่านเรียกข้ามามีอะไรหรือเจ้าคะ”“ก่อนอื่นข้าก็คงต้องแนะนำตัวก่อนสินะ ข้าคือเทพผู้ควบคุมข้าเป็นคนส่งเจ้ามาที่โลกนี้และมอบมิติวิเศษให้กับเจ้า”“ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ”“ช้าก่อน ตอนนี้เจ้าสามารถผ่านด่านเคราะห์ทั้งปวงได้หมดแล้ว เหลือเพียงด่านเคราะห์ครั้งสุดท้ายที่เจ้าตะต้องผ่านไปให้ได้ ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนครั้งก่อนๆแต่อาจจะลำบากใจสักหน่อย”“ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” จินเยว่ขมวดคิ้วมุ่น พูดมาตรงๆเลยไม่ได้หรือไงกันทำไมต้องลีลาด้วย“ข้าก็แค่
บทที่ 98 คำสั้นๆ“แล้วคุณชายจะปล่อยเขาไปหรือขอรับ” จุนเฟิงถามเยี่ยนเฉิน“นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้น้องชายคนนี้” เยี่ยนเฉินตัดสินใจที่จะปล่อยซื่อเหลียนไปครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะสงสารที่เขาโดนมารดาของตัวเองหลอกลวงมาทั้งชีวิต“แล้วแม่นางจินเยว่…”“ข้าจะไปขอโทษนางด้วยตัวเอง” จินเยว่คงจะไม่พอใจที่เขาปล่อยให้คนที่ทำเรื่องเลวร้ายกับนางลอยนวล“ข้าเชื่อว่านางจะเข้าใจคุณชายขอรับ”“ข้าไม่กล้าคาดหวังให้นางเข้าใจหรอก ขอแค่ได้พูดขอโทษนางก็พอ”เยี่ยนเฉินให้ซื่อเหลียนกลับเมืองหลวงและไปอยู่บ้านของบิดาของพวกเขา น้องชายของเขายอมทำตามแต่โดยดี แววตาคู่นั้นเจือปนความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยณ บ้านหนิงเทียนเยี่ยนเฉินที่จัดการเรื่องของน้องชายเสร็จก็เดินทางมาหาจินเยว่ต่อเมื่อได้พบหน้ากันจินเยว่ก็มองหาซื่อเหลียนแต่ไม่พบ“น้องชายของท่านเล่าเจ้าคะ” นางเลิกคิ้วสูง“ข้าปล่อยตัวเขาไปแล้ว”“ทำไมล่ะ” จินเยว่ถามด้วยน้ำเสียงปกติ นางไม่ได้โกรธเคืองที่เขาปล่อยตัวคนร้ายไปเพราะเรื่องร้ายๆยังไม่ได้เกิดขึ้น คนที่มาจับตัวนางก็ดูจะระวังไม่ให้จินเยว่เจ็บตัว เขาไม่ได้ใช้กำลังกับนางเหมือนกับตอนเฟยหรง“ข้ากับเขาได้ปรับค
บทที่ 97 พี่น้องพบหน้า“เจ้าจะเอาอย่างไรต่อจินเยว่” เจียวจิ้นหันไปถามความเห็นของน้องสาว เรื่องนี้ดูเหมือนจะใหญ่โตกว่าที่เขาคิด เรื่องของนางก็ควรให้นางตัดสินใจเอง“รอเยี่ยนเฉินกลับมาก่อนเถิดเจ้าค่ะ คงมีเรื่องให้คุยกันมากทีเดียว” จินเยว่อยากจัดการให้มันจบๆไปเสียที“ข้าเห็นด้วย งั้นก็นำตัวเขาไปให้ทางการก่อนแล้วรอเยี่ยนเฉินมาค่อยถามเขาว่าจะเอาอย่างไรกับน้องชายของเขา”จือหานให้คนงานของเขามาคุมตัวคนร้ายไปส่งทางการก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไป“เยี่ยนเฉินมีน้องชายด้วยหรือ” ระหว่างทางกลับบ้านเจียวจิ้นก็พูดคุยกับจินเยว่ไปเรื่อยเปื่อย“ใช่เจ้าค่ะ เขามีน้องชายอยู่หนึ่งคนชื่อซื่อเหลียน ข้าได้เจอเขาอยู่สองสามครั้งเท่านั้นดูเหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยถูกกัน”“แปลกนะเป็นพี่น้องกันแต่เกลียดกัน” สำหรับชาวบ้านธรรมดาแบบเขาเป็นพี่น้องกันก็ต้องรักกันดูแลกัน เจียวจิ้นไม่เคยเจอสังคมที่คนเป็นพี่น้องต้องถูกนำมาเปรียบเทียบและแข่งขันกันเองก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่เข้าใจ“ไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะ แต่ละครอบครัวก็มีการเลี้ยงดูที่ต่างกันเราไม่สามารถนำสิ่งที่เราเจอไปตัดสินครอบครัวของคืนอื่นได้”จินเยว่ที่ได้รับรู้เรื่องราวของครอบครัว
บทที่ 96 อีกแล้วหรือสองสามวันมานี้จินเยว่รู้สึกแปลกๆเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา ทำให้เวลาจะไปไหนก็จะมีเยี่ยนเฉินหรือไม่ก็เจียวจิ้นไปด้วยเสมอ นางเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง“วันนี้ข้าจะต้องเดินทางไปเมืองข้างกันเพื่อปราบปรามพวกโจรคงไปไม่นานนัก เจ้าดูแลตัวเองดีๆนะ” เขาเป็นห่วงนางมากแต่หน้าที่ก็คือหน้าที่“ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ”“ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปข้าแล้วข้าจะอยู่อย่างไร”นี่เขาเป็นห่วงหรือแช่งนางจินเยว่ก็ไม่มั่นใจ แค่ไปไม่กี่วันต้องอาลัยอาวรณ์ขนาดนี้เลยหรือ ทำอย่างกับจะไปเป็นเดือนงั้นแหละ“ข้าจะดูแลตัวเองอย่าดี ท่านนั้นแหละต้องไปปราบโจร ระวังตัวดีๆนะเจ้าคะ อย่าบาดเจ็บกลับมาเล่า”ว่าแต่เขาตัวนางเองก็ห่วงเขาเช่นกัน จินเยว่ถึงกับเตรียมน้ำจากน้ำตกผิงอานให้เขาหลายกระบอกเผื่อไว้เยี่ยนเฉินกระโดดขึ้นหลังม้าจากไปแล้ว จินเยว่โบกมือลาจนเขาลับตาถึงหยุดมือ“เดินทางปลอดภัยนะ” นางพึมพำกับตัวเอง และกลับไปทำงานของตัวเองต่อซื่อเหลียนตามเฝ้าดูจินเยว่มาหลายวัน วันนี้สบโอกาสลงมือเสียที อะไรก็ดูจะเป็นใจไปเสียหมด เยี่ยนเฉินไปแค่สองวันหากเขารู้ว่าคนรักของเขาหายตัวไปเยี่ยนเฉินจะรู้สึกอย่างไรกันนะจินเยว่ไปทำงา
บทที่ 95 ไม่สำนึกมนุษย์เรามักจะมาสำนึกได้ในวันที่สายไปแล้วเสมอจางห่าวอู๋ก็เช่นกัน เขาไม่เคยพอใจในสิ่งที่มีและมักจะขวนขวายทุกสิ่งและทุกอย่างมาตลอดชีวิตโดยไม่ได้หันมามองข้างหลังเลยว่าเขามีสิ่งใดอยู่ในชีวิตบ้าง“ท่านพี่ไปหาพวกมันมาหรือเจ้าคะ” อันฉีหรือฮูหยินรองของเขาพูดอย่างไม่พอใจ ใบหน้านางงอง้ำ“อืม หลบหน่อยข้าเหนื่อยข้าจะไปพัก” เขาดันตัวนางที่ขวางอยู่ออกไปแต่นางกลับไม่ยอมและยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น“แล้วเป็นอย่างไรบ้างท่านพี่บอกข้ามาก่อน” หากห่าวอู๋และเนี่ยนเจินหย่ากันตอนนี้นางก็จะอดทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเนี่ยนเจิน ใครจะไปยอมกันมาถึงขนาดนี้แล้ว“อันฉี เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งที่เราทำมันผิดและมันก็เลวร้ายมาก” ห่าวอู๋มีท่าทีสลดใจ“เลวร้ายแล้วอย่างไร ข้าไม่สนหรอกว่าสิ่งที่ข้าทำมันจะดีหรือร้ายขอแค่ให้ข้าได้สิ่งที่ต้องการมาก็พอ”เหมือนกับสามีคนนี้ เดิมทีห่าวอู๋ซื่อสัตย์ต่อภรรยามากแต่อันฉีก็ใช้สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันก็คือชะตากรรมของพวกเขาคอยเป่าหูว่านางเข้าใจเขาที่สุด ลูกขุนนางใหญ่โตอย่างฮูหยินเอกของเขาไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของเขา“งั้นเจ้าก็เตรียมตัวรับกรรมสิ่งที่ทำลงไปได้เลย”“หม







