แชร์

บทที่ 2 ลักพาตัว

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-04 20:54:59

บทที่ 2 ลักพาตัว

ศศิธรหรือเดือนหญิงสาวอายุ24ปี เธอเป็นพนักงานออฟฟิศในบริษัท

แห่งหนึ่ง เธอทำงานที่นี่มาได้หลายปีแล้วส่งผลให้เงินเดือนของศศิธรสูงค่อนข้างที่จะสูง แต่ความฝันสูงสุดของเธอคือการได้กลับไปอยู่บ้านนอกและใช้ชีวิตกับแม่ที่ใกล้ชรา ทำสวนปลูกผักใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยสบายๆ ไม่ใช่ชีวิตที่ทุกอย่างคือการแข่งขันและต้องเร่งรีบไปเสียหมด

เธอกำลังอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว เนื่องจากโครงการที่เธอได้รับมอบหมายล่าสุดถูกส่งต่อให้กับฝ้ายคู่อริของเธอ ทั้งศศิธรและฝ้ายเป็นคนสวยทั้งคู่ เดือนเป็นคนสวย

ที่มองแล้วสบายตาเธอชอบแต่งตัวเรียบง่าย ส่วนฝ้ายเธอเป็นคนสวยที่หน้าตาเย้ายวนชอบแต่งตัวเซ็กซี่ฝ้ายมักจะมีหนุ่มๆ ในออฟฟิศมาตามจีบเสมอ

ในตอนแรกๆ ที่เข้ามาพร้อมกันทั้งคู่เคยสนิทกันมาก สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่มีปัญหากันเพราะฝ้ายเคยแย่งงานของเดือนไปโดยการขโมยไฟล์งานในคอมพิวเตอร์ของเดือนไปมันเป็นโครงการที่เดือนใช้เวลาหลายเดือนในการคิดค้น เดือนไม่มีหลักฐานอะไรในการเอาผิดอีกฝ่าย หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มมีปัญหากันเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ถนนxxx เวลา 08.30 น.

ศศิธรกำลังนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ วันนี้รถติดหนักกว่าทุกวัน “คุณผู้ชมคะ

เรากำลังอยู่หน้าโรงเรียนย่านxxxที่มีเหตุโครงสร้างอาคารถล่มลงมาในช่วงเย็นของ

เมื่อวานค่ะ จากรายงานพบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น13คนคือผู้รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนที่กำลังเดินตรวจอาคารตอนเกิดเหตุ2ศพ เด็กนักเรียน9ศพและครูอีก2ศพ” เธอได้ยินข่าวจากเครื่องเล่นเสียงบนแท็กซี่ก็รู้ได้ถึงสาเหตุที่รถติดทันที

ในขณะนั้นเองเธอก็หันไปเห็นโรงเรียนที่เกิดเหตุถล่ม ได้แต่คิดในใจว่าน่าสงสารจริงๆ ยังเป็นเด็กกันอยู่แท้ๆ ต้องมาโชคร้ายแบบนี้ ชีวิตคนเรานี่มันไม่แน่ไม่นอนจริงๆ เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะตายเมื่อไหร่

พอคิดมาถึงตรงนี้ก็ทำให้คิดถึงแม่ที่รออยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัดขึ้นมา เมื่อไหร่จะได้กลับไปอยู่กับแม่นะคิดถึงจะแย่อยู่แล้ว แม่

รอหนูก่อนนะอีกไม่นานเราจะได้ใช้ชีวิตที่วาดฝันไว้ด้วยกัน

เมื่อมาถึงบริษัทเธอก็นั่งพักจิบกาแฟที่โต๊ะทำงานเพื่อเรียกสติก่อน

เริ่มงาน ศศิธรเป็นคนขยันตั้งใจทำงานเธอมักจะมาถึงคนแรกและกลับคนสุดท้ายเสมอ

เมื่อเห็นว่ามีคนมาใหม่เป็นพี่ที่สนิทกันก็ยิ้มทักทายและถามว่า “พี่จิ๊บ เอกสารรายงานประชุมเมื่อวานอยู่กับพี่หรือเปล่าคะหนูจะเอามาทำสรุปไว้”

“อ๋อ อยู่ในห้องเก็บเอกสารนู่นแหละพี่พิมพ์เสร็จก็เอาไปเก็บตั้งแต่เมื่อเย็น”

“ขอบคุณค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” ศศิธรยิ้มขอบคุณ และลุกขึ้นเพื่อเดินไปที่ห้องเก็บเอกสารทันที

เมื่อมาถึงเธอก็เริ่มค้นหาแฟ้มรายงานประชุม “เอ๊ะ ปกติมันต้องอยู่ชั้นนี้สิใครย้ายไปไหนนะ” เธอพึมพำเบาๆ

ศศิธรค้นหาไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับแฟ้มสีส้มเล่มหนึ่งเธอเปิดอ่านมัน

”เจอสักที” เธอกำลังหันหลังกลับเพื่อจะออกไปทางประตูแต่ก็มีเสียงคุ้นหูแว่วข้ามาจากประตูอีกฝั่งที่เชื่อมกับห้องของหัวหน้าของเธอ

เสียงของหญิงสาวกล่าวว่า “พี่นัท พี่สัญญากับฝ้ายแล้วนะว่าจะซื้อกระเป๋าใบนี้ให้อ่ะทำไมพี่ผิดสัญญาล่ะ”

“ฝ้ายก็ต้องเข้าใจพี่ด้วยเดือนนี้พี่ต้องจ่ายค่าเทอมลูก ฝ้ายรอเดือนหน้าไม่ได้หรอ” เมื่อรู้ว่าในห้องนั้นเป็นใครเดือนตกใจสุดขีดรีบเอามือกุมริมฝีปากทันที 

“ไม่รู้ล่ะ ถ้าพี่ไม่ซื้อให้ฝ้ายจะไปบอกเมียพี่เรื่องของเรา ฝ้ายไปละ” น้ำเสียงของเธอประชดประชันชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ฝ้ายเดินหนีอีกฝ่ายมือของเธอเอื้อมไปจับลูกบิดประตู

เมื่อศศิธรรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเปิดประตูเข้ามาเธอก็รีบหันหลังกลับเพื่อจะรีบวิ่งออกจากห้องเอกสารแต่ด้วยความที่ห้องนี้ค่อนข้างอัดแน่นไปด้วยเอกสารทำให้เธอสะดุดล้มลงไปใส่ชั้นเอกสารทำให้ชั้นโอนไปเอนมาเครื่องเย็บเอกสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนชั้นล่วงลงมาโดนศีรษะของเธอ

ตึง!

ศศิธรหมดสติทันที “กรี๊ดดด เดือน!เป็นอะไรไหม เดี๋ยวฉันจะไปตามคน

มาช่วยนะ” ฝ้ายที่เข้ามาเห็นก็รีบไปดูอาการเดือนทันทีถึงจะไม่ถูกกันแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายเจ็บตัวเธอก็ไม่อาจเมินเฉยได้ แต่มันสายไปเสียแล้วร่างของศศิธรกลายเป็น

ร่างไร้ลมหายใจไปแล้ว

ณ บ้านสกุลกู้

ศศิธรรู้สึกตัวมาได้สักพักแล้วแต่เธอยังไม่สามารถปรับม่านตาให้รับแสงได้ หญิงสาวรู้สึกได้ว่ามือทั้งสองข้างของเธอโดนฝ่ามืออุ่นของบางคนจับไว้เบาๆ  

“แม่หรอ แม่” เธอพยายามเปล่งเสียงออกมาแต่มันช่างแหบแห้งเหลือเกิน

“เยว่เอ๋อร์ แม่อยู่นี่ลูก พ่อกับแม่อยู่นี่แล้วนะ” ใครคือเยว่เอ๋อร์ ไม่เห็นรู้จัก เปลือกตาของเธอเริ่มเปิดออกได้ครึ่งหนึ่งแล้ว หางตาเห็นเงาของคนสองคน ในหัวเริ่มประมวลผล เอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อนนะนี่มันภาษาจีนไม่ใช่เหรอ ศศิธรพูดภาษาจีนได้เพราะเธอต้องคุยกับลูกค้าที่เป็นคนจีนบ่อยๆ จึงต้องไปเรียนภาษาเอาไว้

เมื่อเธอลืมตาทั้งสองข้างขึ้นก็ต้องตกใจสุดขีด คนพวกนี้เป็นใครกัน แล้วนี่เราอยู่ที่ไหน ทำไมมันเหมือนในหนังย้อนยุคเลย โอเคยัยเดือนเมื่อกี้เธอโดนของแข็งหล่นใส่แล้วก็หมดสติไป แล้วพอลืมตาขึ้นมาเธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้คิดสิคิด เอาล่ะมันต้องใช่แน่ๆ

ศศิธรในร่างจินเยว่พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งโดยมีพ่อแม่ของเยว่จิช่วยประคอง “พวกคุณจับตัวฉันมาทำไม ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะโทรเรียกตำรวจเดี๋ยวนี้เลย” พูดแล้วก็พยายามควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า เอ๊ะ! แล้วกระเป๋าไปไหน

เธอยังคงพยายามหาต่อไป

“เยว่เอ๋อร์ ลูกพูดเรื่องอะไรกัน แม่ไม่เข้าใจ” หนิงเทียนทำหน้าฉงน เมื่อครู่

เยว่เอ๋อร์ของนางยังนอนซมอยู่เลยแล้วนี่ลุกขึ้นมานั่งได้อย่างไร

พอหาไปสักพักศศิธรเริ่มหอบหายใจแรงขึ้น เธอรู้สึกเหนื่อยจนหายใจไม่ทันท้ายที่สุดก็สลบไปอีกครั้ง

“ไม่นะเยว่เอ๋อร์ ท่านพี่ทำอย่างไรดีเจ้าคะ” หนิงเทียนถามเสียงสั่น

“ให้ลูกนอนพักก่อนเถอะ นางไม่น่าจะเป็นอะไรแล้ว” เขาเลือกที่จะตอบ

หนิงเทียนไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้ภรรยาทุกข์ใจไปมากกว่านี้

“เจ้าค่ะ” หนิงเทียนจำใจยอม แต่มือก็กุมมือของบุตรสาวไว้ไม่ปล่อย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 100 บทส่งท้าย

    บทที่ 100 บทส่งท้ายกาลเวลาล่วงเลยมากว่าสามปี เจียวจิ้นและจูถิงฟางแต่งงานกันเมื่อสองปีก่อนพวกเขามีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนอยู่ในวัยกำลังน่ารักน่าชังจินเยว่และเยี่ยนเฉินแต่งงานกันหลังจากเจียวจิ้นไม่กี่เดือน แม่ทัพหนุ่มทุ่มเงินปลูกบ้านอีกหลังข้างๆกันกับบ้านของพ่อแม่นาง จินเยว่ให้เหตุผลกับเขาว่านางไม่อยากอยู่ห่างจากบิดามารดา ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้กันจินเยว่ก็จะไม่แต่ง จะครองโสดตลอดชีวิต ทำเอาเยี่ยนเฉินต้องกุมขมับสุดท้ายก็ตัดสินใจปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมา“ท่านแม่!” เสียงคุ้นเคยของเจียวเจี้ยตะโกนเรียกมารดาของเขาด้วยความร้อนรนจินเยว่รีบวิ่งไปตามเสียงของบุตรชาย น้ำเสียงของเขาร้อนรนขนาดนี้นางก็กลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะเกิดอุบัติเหตุ“เป็นอะไรลูก!” จินเยว่จับเจียวเจี้ยพลิกตัวไปมาเพื่อหาร่องรอยของบาดแผล“ท่านแม่ ข้าไม่ได้เป็นอะไรขอรับ” เจียวเจี้ยจับแขนจินเยว่ไว้เพื่อทำให้นางใจเย็นลง“แล้วเจ้าจะตะโกนเรียกแม่ทำไม แม่ตกใจหมดเลย” นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เขาปลอดภัยดี“ท่านแม่ดูนั่นสิ”เขาชี้ไปข้างหลังของจินเยว่บนเตียงเล็กมีทารกเพศชายวัยหนึ่งขวบกำลังนอนลืมตาโตจ้องมองมาทางนางและเจียวเจี้ย“เจ้าจะให้แม่ดูอะไรห

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 99 ท่านผู้นั้น

    บทที่ 99 ท่านผู้นั้นมือบางยื่นไปข้างหน้าเพื่อจะสัมผัสกลุ่มหมอกควันนั้น มือของนางนั้นสั่นเทาน้อยๆ เมื่อนางได้สัมผัสถึงมันก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นพรึ่บ!กลุ่มหมอกควันกลายเป็นร่างของบุรุษรูปงาม ผมยาวสลวยที่ถูกปล่อยจนถึงกลางหลัง ที่บอกว่ารูปงามคือใบหน้าของเขางามหยดย้อยอย่างกับสตรีจนจินเยว่อ้าปากค้างด้วยความตะลึง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ” เจียวเจี้ยที่เห็นมารดาของเขาเงียบไปก็สะกิดเรียกนาง นิ้วของจินเยว่ยังค้างอยู่ที่เอวของคนตรงหน้า“ห้ะ! อ๊ะ ขออภัยเจ้าค่ะ” จินเยว่รีบดึงมือกลับด้วยความตกใจ“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า”“เจียวเจี้ยบอกว่าท่านเรียกข้ามามีอะไรหรือเจ้าคะ”“ก่อนอื่นข้าก็คงต้องแนะนำตัวก่อนสินะ ข้าคือเทพผู้ควบคุมข้าเป็นคนส่งเจ้ามาที่โลกนี้และมอบมิติวิเศษให้กับเจ้า”“ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ”“ช้าก่อน ตอนนี้เจ้าสามารถผ่านด่านเคราะห์ทั้งปวงได้หมดแล้ว เหลือเพียงด่านเคราะห์ครั้งสุดท้ายที่เจ้าตะต้องผ่านไปให้ได้ ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนครั้งก่อนๆแต่อาจจะลำบากใจสักหน่อย”“ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” จินเยว่ขมวดคิ้วมุ่น พูดมาตรงๆเลยไม่ได้หรือไงกันทำไมต้องลีลาด้วย“ข้าก็แค่

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 98 คำสั้นๆ

    บทที่ 98 คำสั้นๆ“แล้วคุณชายจะปล่อยเขาไปหรือขอรับ” จุนเฟิงถามเยี่ยนเฉิน“นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้น้องชายคนนี้” เยี่ยนเฉินตัดสินใจที่จะปล่อยซื่อเหลียนไปครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะสงสารที่เขาโดนมารดาของตัวเองหลอกลวงมาทั้งชีวิต“แล้วแม่นางจินเยว่…”“ข้าจะไปขอโทษนางด้วยตัวเอง” จินเยว่คงจะไม่พอใจที่เขาปล่อยให้คนที่ทำเรื่องเลวร้ายกับนางลอยนวล“ข้าเชื่อว่านางจะเข้าใจคุณชายขอรับ”“ข้าไม่กล้าคาดหวังให้นางเข้าใจหรอก ขอแค่ได้พูดขอโทษนางก็พอ”เยี่ยนเฉินให้ซื่อเหลียนกลับเมืองหลวงและไปอยู่บ้านของบิดาของพวกเขา น้องชายของเขายอมทำตามแต่โดยดี แววตาคู่นั้นเจือปนความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยณ บ้านหนิงเทียนเยี่ยนเฉินที่จัดการเรื่องของน้องชายเสร็จก็เดินทางมาหาจินเยว่ต่อเมื่อได้พบหน้ากันจินเยว่ก็มองหาซื่อเหลียนแต่ไม่พบ“น้องชายของท่านเล่าเจ้าคะ” นางเลิกคิ้วสูง“ข้าปล่อยตัวเขาไปแล้ว”“ทำไมล่ะ” จินเยว่ถามด้วยน้ำเสียงปกติ นางไม่ได้โกรธเคืองที่เขาปล่อยตัวคนร้ายไปเพราะเรื่องร้ายๆยังไม่ได้เกิดขึ้น คนที่มาจับตัวนางก็ดูจะระวังไม่ให้จินเยว่เจ็บตัว เขาไม่ได้ใช้กำลังกับนางเหมือนกับตอนเฟยหรง“ข้ากับเขาได้ปรับค

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 97  พี่น้องพบหน้า

    บทที่ 97 พี่น้องพบหน้า“เจ้าจะเอาอย่างไรต่อจินเยว่” เจียวจิ้นหันไปถามความเห็นของน้องสาว เรื่องนี้ดูเหมือนจะใหญ่โตกว่าที่เขาคิด เรื่องของนางก็ควรให้นางตัดสินใจเอง“รอเยี่ยนเฉินกลับมาก่อนเถิดเจ้าค่ะ คงมีเรื่องให้คุยกันมากทีเดียว” จินเยว่อยากจัดการให้มันจบๆไปเสียที“ข้าเห็นด้วย งั้นก็นำตัวเขาไปให้ทางการก่อนแล้วรอเยี่ยนเฉินมาค่อยถามเขาว่าจะเอาอย่างไรกับน้องชายของเขา”จือหานให้คนงานของเขามาคุมตัวคนร้ายไปส่งทางการก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไป“เยี่ยนเฉินมีน้องชายด้วยหรือ” ระหว่างทางกลับบ้านเจียวจิ้นก็พูดคุยกับจินเยว่ไปเรื่อยเปื่อย“ใช่เจ้าค่ะ เขามีน้องชายอยู่หนึ่งคนชื่อซื่อเหลียน ข้าได้เจอเขาอยู่สองสามครั้งเท่านั้นดูเหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยถูกกัน”“แปลกนะเป็นพี่น้องกันแต่เกลียดกัน” สำหรับชาวบ้านธรรมดาแบบเขาเป็นพี่น้องกันก็ต้องรักกันดูแลกัน เจียวจิ้นไม่เคยเจอสังคมที่คนเป็นพี่น้องต้องถูกนำมาเปรียบเทียบและแข่งขันกันเองก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่เข้าใจ“ไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะ แต่ละครอบครัวก็มีการเลี้ยงดูที่ต่างกันเราไม่สามารถนำสิ่งที่เราเจอไปตัดสินครอบครัวของคืนอื่นได้”จินเยว่ที่ได้รับรู้เรื่องราวของครอบครัว

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 96 อีกแล้วหรือ

    บทที่ 96 อีกแล้วหรือสองสามวันมานี้จินเยว่รู้สึกแปลกๆเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา ทำให้เวลาจะไปไหนก็จะมีเยี่ยนเฉินหรือไม่ก็เจียวจิ้นไปด้วยเสมอ นางเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง“วันนี้ข้าจะต้องเดินทางไปเมืองข้างกันเพื่อปราบปรามพวกโจรคงไปไม่นานนัก เจ้าดูแลตัวเองดีๆนะ” เขาเป็นห่วงนางมากแต่หน้าที่ก็คือหน้าที่“ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ”“ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปข้าแล้วข้าจะอยู่อย่างไร”นี่เขาเป็นห่วงหรือแช่งนางจินเยว่ก็ไม่มั่นใจ แค่ไปไม่กี่วันต้องอาลัยอาวรณ์ขนาดนี้เลยหรือ ทำอย่างกับจะไปเป็นเดือนงั้นแหละ“ข้าจะดูแลตัวเองอย่าดี ท่านนั้นแหละต้องไปปราบโจร ระวังตัวดีๆนะเจ้าคะ อย่าบาดเจ็บกลับมาเล่า”ว่าแต่เขาตัวนางเองก็ห่วงเขาเช่นกัน จินเยว่ถึงกับเตรียมน้ำจากน้ำตกผิงอานให้เขาหลายกระบอกเผื่อไว้เยี่ยนเฉินกระโดดขึ้นหลังม้าจากไปแล้ว จินเยว่โบกมือลาจนเขาลับตาถึงหยุดมือ“เดินทางปลอดภัยนะ” นางพึมพำกับตัวเอง และกลับไปทำงานของตัวเองต่อซื่อเหลียนตามเฝ้าดูจินเยว่มาหลายวัน วันนี้สบโอกาสลงมือเสียที อะไรก็ดูจะเป็นใจไปเสียหมด เยี่ยนเฉินไปแค่สองวันหากเขารู้ว่าคนรักของเขาหายตัวไปเยี่ยนเฉินจะรู้สึกอย่างไรกันนะจินเยว่ไปทำงา

  • ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนผักของนางร้าย   บทที่ 95 ไม่สำนึก

    บทที่ 95 ไม่สำนึกมนุษย์เรามักจะมาสำนึกได้ในวันที่สายไปแล้วเสมอจางห่าวอู๋ก็เช่นกัน เขาไม่เคยพอใจในสิ่งที่มีและมักจะขวนขวายทุกสิ่งและทุกอย่างมาตลอดชีวิตโดยไม่ได้หันมามองข้างหลังเลยว่าเขามีสิ่งใดอยู่ในชีวิตบ้าง“ท่านพี่ไปหาพวกมันมาหรือเจ้าคะ” อันฉีหรือฮูหยินรองของเขาพูดอย่างไม่พอใจ ใบหน้านางงอง้ำ“อืม หลบหน่อยข้าเหนื่อยข้าจะไปพัก” เขาดันตัวนางที่ขวางอยู่ออกไปแต่นางกลับไม่ยอมและยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น“แล้วเป็นอย่างไรบ้างท่านพี่บอกข้ามาก่อน” หากห่าวอู๋และเนี่ยนเจินหย่ากันตอนนี้นางก็จะอดทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเนี่ยนเจิน ใครจะไปยอมกันมาถึงขนาดนี้แล้ว“อันฉี เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งที่เราทำมันผิดและมันก็เลวร้ายมาก” ห่าวอู๋มีท่าทีสลดใจ“เลวร้ายแล้วอย่างไร ข้าไม่สนหรอกว่าสิ่งที่ข้าทำมันจะดีหรือร้ายขอแค่ให้ข้าได้สิ่งที่ต้องการมาก็พอ”เหมือนกับสามีคนนี้ เดิมทีห่าวอู๋ซื่อสัตย์ต่อภรรยามากแต่อันฉีก็ใช้สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันก็คือชะตากรรมของพวกเขาคอยเป่าหูว่านางเข้าใจเขาที่สุด ลูกขุนนางใหญ่โตอย่างฮูหยินเอกของเขาไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของเขา“งั้นเจ้าก็เตรียมตัวรับกรรมสิ่งที่ทำลงไปได้เลย”“หม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status