FAZER LOGIN“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ
“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”
แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ
[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]
จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้
“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”
[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]
“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”
[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]
จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโกรธไปที่โขดหินที่อยู่ตรงหน้า เธอพยายามระงับอารมณ์โกรธไว้ ก่อนจะเดินกลับไปที่บ้าน ถ้าภารกิจมันยากเกินความสามารถของเธอ เธอจะไม่ทำ เหมือนกับภารกิจในวันนี้
เฉินเทียนหยู่มาที่บ้านจ้าวตกลงเรื่องงานแต่ง งานแต่งจะจัดขึ้นในอีก 20 วันข้างหน้า จ้าวเสี่ยวหลงจำใจต้องยอมให้จ้าวหมิงอวี้แต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ แต่…สีหน้าของจ้าวเสี่ยวหลงไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย จ้าวเสี่ยวหลงเห็นเฉินเทียนหยู่กับแม่สื่อเดินออกจากบ้านไป ก็รีบหันไปถามผู้เป็นแม่ว่า
“แม่ แม่มายุ่งเรื่องของหมิงอวี้ทำไม ?” ถ้าแม่ของตนไม่พูดถึงเรื่องจัดงานแต่ง ตนคงมีโอกาสเรียกค่าสินสอดเยอะกว่านี้แล้ว ทีนี้เป็นอย่างไรล่ะ ? ต้องสูญเงินไปอีกตั้งหลายสิบหยวน
หลีหยูเจินยันไม้เท้าลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยบอกกับผู้เป็นลูกชายว่า “เรื่องดีแบบนี้จะลังเลไปทำไม ? บ้านเฉินไม่ตำหนิหมิงอวี้เป็นหมันก็ดีแค่ไหนแล้ว นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แกจะเก็บหมิงอวี้ไว้ข้างกายอีกนานแค่ไหน ? คนอย่างหมิงอวี้ รีบ ๆ ขายไปก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ?”
ถ้าจ้าวซิ่วเหมยไม่มาบอกตนว่า ลูกชายสุดที่รักของตนรักเงินยิ่งกว่าชีวิต งานแต่งก็คงไม่เกิด จ้าวเสี่ยวหลงไม่อยากจะพูดอะไรอีก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยแทน
“แม่ แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง ? ใครบอกแม่ว่าเทียนหยู่จะมาคุยเรื่องหมิง อวี้วันนี้ ?”
“นี่แกห้ามไม่ให้ฉันยุ่งเรื่องครอบครัวแกหรือ ? อำนาจอยู่ในมือฉัน ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้”
“แม่ครับ ไม่ใช่อย่างที่แม่คิดนะครับ แม่มีอำนาจจัดการทุกอย่างครับ ผมก็แค่ถามดู”
“ให้หมิงอวี้รีบ ๆ แต่งงานออกเรือนไปก็ดีแล้ว เมื่อสองปีก่อน หมิง อวี้เห็นเหล่ายุวชนไปสอบเกาเข่า หมิงอวี้ก็อยากจะตามไปสอบเกาเข่า อยากจะเรียนมหาลัยเหมือนคนพวกนั้น หมิงอวี้เรียนจบมัธยมปลายได้อะไรติดตัวมาบ้าง ? ไม่ได้อะไรเลย ก่อนวันสอบเกาเข่าดันมาป่วยหนักอีก ดีนะที่หมิงอวี้ป่วยหนัก ไม่อย่างนั้น แม่ไม่อยากจะคิดเลยว่าเราจะต้องอับอายขายขี้หน้าแค่ไหน คนอย่างหมิงอวี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง ให้แต่งงานกับเทียนหยู่แหละดีแล้ว เราจะได้หมดห่วง”
“แม่พูดถูกครับ” จ้าวซิ่วเหมยเดินตามย่ากับพ่อมาติด ๆ ได้ยินแบบนั้นริมฝีปากบางพลันกระตุกยิ้มร้าย
พอกำจัดจ้าวหมิงอวี้ได้ หล่อนจะตามตงหยวนเจียงพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของสวี่หมิงหาวที่หมู่บ้านหลิวฟง ไปหาสวี่หมิงหาวที่นั่น หล่อนได้ยินชาวบ้านที่หมู่บ้านหลิวฟงบอกว่า สวี่หมิงหาวกลับมาเยี่ยมครอบครัวแล้ว ครอบครัวเขาร่ำรวยมาก พอจ้าวซิ่วเหมยนึกถึงคำบรรยายของนักเขียนแล้ว อยู่ ๆ หล่อนก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า
จ้าวหมิงอวี้กลับมาถึงที่บ้านก็เห็นจ้าวซิ่วเหมยยืนรอที่หน้าประตูใหญ่ จ้าวซิ่วเหมยฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปกอดแขนจ้าวหมิงอวี้แน่น
“พี่หมิงอวี้ กลับมาแล้วเหรอคะ ? ตอนที่พี่ไม่อยู่ พี่ไม่รู้หรอกว่าที่บ้านเกิดอะไรขึ้นบ้าง” จ้าวหมิงอวี้ผลักจ้าวซิ่วเหมยออกห่าง
“ปล่อยฉันนะ” แม้ว่าจ้าวซิ่วเหมยจะโกรธจ้าวหมิงอวี้มากก็เถอะ แต่หล่อนก็ไม่ยอมปล่อย
“พ่อจัดการเรื่องงานแต่งระหว่างพี่กับพี่เทียนหยู่แล้วนะคะ พี่เทียนหยู่ปีนี้อายุก็ 30 แล้ว พี่เขามีลูกติดตั้งสองคนแน่ะ เด็กทั้งสองคนนั่นหน้าเหมือนลาเลยพี่ พี่ดีใจไหมที่จะได้แต่งงานกับพี่เทียนหยู่ ?”
พ่อฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่อยู่บ้านคุยเรื่องงานแต่งกับคนที่บ้านเฉินอย่างนั้นเหรอ ? จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าคนอย่างจ้าวซิ่วเหมยไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่ ต่อให้เธอพูดอะไรไป พ่อกับแม่ก็ไม่เชื่อเธออยู่ดี เธอขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งว่า
“ฉันเห็นเธอมีความสุขมากเลยนะซิ่วเหมย ฉันก็นึกว่าคนที่จะได้แต่งงานกับเทียนหยู่คือเธอซะอีก”
“ฉันดีใจที่พี่จะได้แต่งงานสักทีต่างหากเล่า พี่เทียนหยู่ดีขนาดนั้น จะไม่ให้ฉันดีใจได้อย่างไรเล่า” จ้าวหมิงอวี้ผลักจ้าวซิ่วเหมยออกห่าง ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปในบ้าน
“ฉันยกผู้ชายดี ๆ อย่างเทียนหยู่ให้เธอ เธออยากจะได้เทียนหยู่ไปเป็นสามีไหม ?”
“นี่พี่ ฉันไม่คิดจะแย่งสามีพี่หรอกนะ เรื่องนี้…พ่อเป็นคนจัดการให้พี่เองนะ”
จ้าวหมิงอวี้ไม่อยากจะต่อปากต่อคำให้มากความ เหมาซื่อจวินเห็นสองพี่น้องกำลังคุยกันอยู่ก็เดินมา
“หมิงอวี้ พ่อกับแม่ตกลงให้ลูกแต่งงานกับเทียนหยู่แล้วนะ เทียนหยู่ให้สินสอดมาตั้ง 100 หยวนแน่ะ เทียนหยู่ให้สินสอดมาเยอะ แม่เองก็ไม่อยากทำให้ลูกอับอายขายขี้หน้า แม่จะตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ลูกนะ แม่จะซื้อเครื่องนอนให้ลูกด้วย” จ้าวหมิงอวี้ได้ยินแม่บอกแบบนั้นก็ผลิยิ้ม
“ได้ค่ะ ทำตามที่แม่บอกเถอะ” จ้าวซิ่วเหมยไม่อยากจะเชื่อว่าแม่จะยอมควักเงินออกมาซื้อของพวกนั้นให้จ้าวหมิงอวี้ นั่นคือเงินเก็บทั้งชีวิตของหล่อนเลยนะ
จ้าวซิ่วเหมยไม่อยากอยู่คุยกับจ้าวหมิงอวี้อีก หล่อนรีบเดินออกจากบ้านไปหาตงหยวนเจียง หล่อนอยากจะไปปรึกษาเขาเรื่องของสวี่หมิงหาว เหมาซื่อจวินเดินไปหยิบเอาเงินกับผ้าใหม่มา จ้าวหมิงอวี้เดินตามหลังมาติด ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม
“แม่ ฉันกำลังจะได้แต่งงานออกจากบ้านหลังนี้ไปจริง ๆ เหรอคะ” ก่อนที่ผู้หญิงจะแต่งงานออกเรือนไป จะต้องอยู่ที่บ้านทำนู่นทำนี่ ห้ามออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอก
“ใช่ อยู่ที่บ้านทำตัวดี ๆ ล่ะ บำรุงผิวเยอะ ๆ นะ วันนั้นลูกแม่จะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด”
จ้าวหมิงอวี้รู้สึกดีมาก ที่เธอไม่ต้องทำอะไร เหมาซื่อจวินเห็นจ้าวหมิง อวี้ไม่พูดไม่จาอะไรก็รู้สึกดีไม่น้อย ตนเลี้ยงดูจ้าวหมิงอวี้มากับมือ พอรู้ว่าลูกสาวจะต้องแต่งงานออกเรือนไป อยู่ ๆ ตนก็รู้สึกเศร้า
“ผ้านี้ ลูกนำกลับไปตัดเสื้อผ้านะ พรุ่งนี้เราค่อยไปที่อำเภอซื้อของก็ได้ แม่ให้เงินลูก 5 หยวน ขาดเหลืออะไรก็ซื้อมาได้เลยนะ”
“ได้ค่ะแม่” จ้าวหมิงอวี้กอดเอาผ้าใหม่เดินกลับไปที่ห้อง เธอรู้ว่าผ้าพวกนี้คือเศษผ้าของจ้าวเหวินปิงกับจ้าวซิ่วเหมย
หลังจากที่ซ่อนเงิน 5 หยวนนั้นไว้ จ้าวหมิงอวี้ก็มานั่งคิดดูว่าเธอจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี เธอไม่อาจขัดคำพูดของพ่อกับแม่ได้ ต่อให้เธอไม่อยากแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ เธอก็ต้องแต่ง อีกอย่าง…พ่อรับเงินสินสอดมาแล้ว พ่อไม่ยอมคืนเงินนั่นให้เฉินเทียนหยู่แน่ เพราะเธอรู้ว่าพ่อโลภมากแค่ไหน
เธอจะต้องไปคุยกับเฉินเทียนหยู่ตรง ๆ สินะ นึกถึงใบหน้าของเฉินเทียนหยู่แล้ว มือเล็กก็กำแน่น แต่ว่า…เธอจะรับมือกับเฉินเทียนหยู่ได้ยังไง ? คนเรามีจุดอ่อนมีความลับไม่อยากให้คนอื่นรู้นี่นา ขอแค่เธอรู้จุดอ่อนของเฉินเทียนหยู่ เธอพูดอะไรเขาก็ต้องทำตาม
อีกอย่าง…เธอมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น เธอเชื่อว่าเฉินเทียนหยู่ทำอะไรเธอไม่ได้แน่
เย็นวันนั้น…ไม่รู้ว่าจ้าวซิ่วเหมยหายไปไหน ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย จ้าวหมิงอวี้วางเข็มในมือลง ก่อนจะเดินไปดับตะเกียง เพราะอยากจะประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน แม่ไม่อนุญาตให้เธอใช้ไฟฟ้า เธอแอบย่องออกมาจากบ้าน ก่อนจะเดินไปที่ท้ายหมู่บ้าน
เฉินเทียนหยู่ นอนอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ ทรุดโทรม เขากำลังนึกถึงภาพคืนวันเข้าหอกับหมิงอวี้อยู่ สุดท้ายเขาก็ได้จ้าวหมิงอวี้มาทำเมียสักที ขณะที่เขากำลังนึกภาพร่วมรักกับจ้าวหมิงอวี้อยู่นั้น อยู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยเรียก
“พี่เทียนหยู่ พี่อยู่ข้างในไหม ?”
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







