All Chapters of ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70: Chapter 1 - Chapter 10

48 Chapters

บทที่ 1 ขอเอาคืน

เดือนธันวาคม ปี 1979 ที่ชนบททางตอนเหนือของจีน หมู่บ้านหลี อากาศหนาวเหน็บ หิมะตกหนัก หลังจากที่หิมะหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใส น้ำในแม่น้ำกลายเป็นสีฟ้า อยู่ไม่ไกลสามารถมองเห็นหุบเขาได้อย่างชัดเจน อากาศหนาวถึงกระดูกเฉินเทียนหยู่ ร่างกายเปียกปอนสั่นเทา พยายามพาร่างอันอ่อนแรงของจ้าวหมิงอวี้ลอยเข้าฝั่ง แม้ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหนก็ตาม แต่…เทียนหยู่กลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด เขานึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็รู้สึกร้อนรน เทียนหยู่นิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าเรียวสวยของจ้าวหมิงอวี้แล้ว ริมฝีปากหนาก็หยักโค้งเล็กน้อยขอแค่เขาได้ปลดกระดุมเสื้อของจ้าวหมิงอวี้ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ เธอก็ต้องยอมมาเป็นเมียเขาแต่โดยดี มือทั้งสองข้างของเทียนหยู่สั่นเทา เขารีบพาร่างอันอ่อนแรงของจ้าวหมิงอวี้ขึ้นไปบนฝั่ง ก่อนจะออกแรงกระชากเสื้อของเธอออกอย่างแรง อีกนิดเดียวเท่านั้น เขาจะได้สัมผัสเรือนร่างอันขาวเนียนนี้แล้วแค่ก ๆ !! จ้าวหมิงอวี้สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง สำลักน้ำจนหน้าแดงไปหมด เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ลืมขึ้น เธอแปลกใจมากอยู่ ๆ ก็มารู้ตัวว่าเธอพลัดตกลงไปในน้ำ เธอกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงไม่ใช่เหรอ ? ทำไมเธอถึงมาโผล่ท
Read more

บทที่ 2 ชายที่มีนามว่าหยางอี้เฟิง

ทำไมหยางอี้เฟิงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? เธอจำได้ว่า…วันที่เธอป่วยหนัก ชาวบ้านบอกว่าหยางอี้เฟิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไปไม่ใช่เหรอ ? ชาวบ้านยังบอกอีกว่าเขาต้องโทษหนัก โทษหนักที่ว่านั้นคืออะไร ? เขาไปฆ่าใครมาเหรอ ? หรือเขาทำอะไรผิดต่อนโยบายรับฐกันแน่ ?จ้าวหมิงอวี้หันไปมองหน้าหยางอี้เฟิงด้วยแววตาที่หวาดกลัว อากาศหนาวแบบนี้เขากลับสวมแค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว เผยให้เห็นหน้าอกแกร่ง ข้างล่างเขาสวมใส่แค่กางเกงลายทหาร ขากางเกงถูกพับขึ้นเหนือเข่า แม่น้ำนี้กว้างจะตาย เขากลับหาว่าเธอกับชาวบ้านกำลังขวางทางเขาอยู่อย่างนั้นเหรอ ?คนอะไรเห็นแก่ตัวจริง ๆ เลย จ้าวหมิงอวี้กำลังแอบก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ครู่นั้นเธอก็เห็นเขากำลังมองมาที่เธออยู่ เขามีนัยน์ตาที่สวยมาก นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นทำให้หัวใจของเธอพลันเต้นแรงรัวเร็ว จ้าวหมิงอวี้รีบเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นแทบไม่ทันน่ากลัวจริง ๆ เลย สายตาคู่นั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว เธอจะไม่มองมันอีก ครู่นั้นเสียงปริศนาก็ดังขึ้นในหัวของเธอ[ระบบรักข้ามมิติเปิดใช้งานแล้ว เจ้าของห้องทำการสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้ ] [หยางอี้เฟิง มาจากหมู่บ้านหลี เกิดปี 1957 ปีนี้อายุ 22 ปี ส่วนสูง
Read more

บทที่ 3 นางร้ายมาจากโลกอนาคต

ได้ยินคำว่ายา สีหน้าของจ้าวเสี่ยวหลงก็เปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะมองมาที่จ้าวซิ่วเหมย“นี่ลูกไปผลักหมิงอวี้ทำไม ? ลูกเสียสติไปแล้วหรือ ? ถ้าหมิงอวี้เป็นอะไรไปแล้วละก็ พ่อต้องเป็นคนนำเงินไปซื้อยามารักษามันนะ !! ”“พ่อ !! เงิน !! เงิน !! อะไรก็เงิน !! ” จ้าวซิ่วเหมยตลาดเสียงดังลั่นบ้านเพราะความโมโห ครู่นั้นจ้าวเหวินปิงลูกชายคนโตบ้านจ้าวก็ได้เอ่ยขึ้น“นี่หมิงอวี้ แกไปเอาแรงมาจากไหน ? ผู้ชายในหมู่บ้านนี้มาเห็นเข้า ไม่มีใครอยากได้แกไปทำเมียแน่” พูดจบ…จ้าวเหวินปิงก็ได้หันไปพูดกับผู้เป็นแม่ว่า“แม่ แม่บอกกับผมว่าอยากจะให้หมิงอวี้แต่งงานออกเรือนไปเพื่อจะเอาเงินสินสอดของหมิงอวี้มาแต่งเมียให้ผมไม่ใช่หรือ ? ไม่มีใครอยากจะได้หมิงอวี้ไปทำเมีย ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าว่าหมิงอวี้แรงเยอะกว่าผม เราจะทำยังไงครับ”“เหวินปิง ลูกพูดอะไรของลูก ยังไงหมิงอวี้ก็ต้องแต่งงานออกจากบ้านนี้ไป อย่าเป็นกังวลไปเลยนะเหวินปิงลูกแม่”“ได้ แม่อย่าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับผมล่ะ ปีนี้ผม 22 แล้ว ไม่รีบแต่งตอนนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีใครเอาผมหรอก”จ้าวเสี่ยวหลงได้ยินผู้เป็นลูกชายบอกแบบนั้นก็รีบไล่ให้เหวินปิงไปที่อื่น“แกพูดอะไรของแ
Read more

บทที่ 4 แผนร้ายของจ้าวซิ่วเหมย

“กลับมาคิดดูแล้ว ไอ้เทียนหยู่ก็ไม่ไม่แย่อย่างที่คิดนี่นา ว่าแต่…ลูกรู้ได้ยังไงว่าไอ้เทียนหยู่อยากจะได้หมิงอวี้ไปทำเมีย ? ทำไมไอ้เทียนหยู่ไม่ไปขอให้แม่สื่อมาพูดกับพ่อ มาขอให้ลูกช่วยทำไม ?”จ้าวซิ่วเหมยได้ยินผู้เป็นพ่อถามแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะบอกออกไปว่า“พี่เขากลัวพ่อจะไม่ยอมรับพี่เขาค่ะ พี่เขาก็เลยให้แม่สื่อมาคุยกับฉัน พี่เขาอยากจะให้ฉันมาถามความคิดเห็นจากพ่อก่อน”“อย่าไปยุ่งกับไอ้เทียนหยู่อีก เดี๋ยวชาวบ้านคนอื่นจะเข้าใจผิด ลูกโตเป็นสาวแล้วนะ สนิทกับผู้ชายคนอื่นมันดูไม่ดี”จ้าวเสี่ยวหลงไม่พอใจมากที่รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของตนสนิทสนมกับเฉินเทียนหยู่ แม้ว่าจ้าวซิ่วเหมยจะดูบ้าน ๆ ไม่สวยเท่าจ้าวหมิงอวี้ แต่จ้าวซิ่วเหมยมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าจ้าวหมิงอวี้ ไม่ได้เป็นหมันเหมือนจ้าวหมิงอวี้ จ้าวซิ่วเหมยเห็นสายตาที่พ่อมองมาที่หล่อนแล้ว อยู่ ๆ หล่อนก็ขนหนาวลุกในใจแอบคิด…ครอบครัวของนางเอกนิยายเรื่องนี้จริง ๆ เลยนะ ไม่ได้เรื่องเลยสักคน หมู่บ้านหลีนี้ แม้จะมีไฟฟ้าใช้ แต่ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครกล้าใช้ไฟฟ้าเลย ค่าไฟแพงกว่าที่พวกเขาคิด ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร สู้เข้า
Read more

บทที่ 5 หวงไข่ไก่

กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ
Read more

บทที่ 6 สินสอด 100 หยวน

“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
Read more

บทที่ 7 สั่งสอนสักหน่อย

น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
Read more

บทที่ 8 สบตา 30 วินาที

จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
Read more

บทที่ 9 นำของไปขายที่อำเภอ

คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
Read more

บทที่ 10 ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status