Compartilhar

บทที่ 9 นำของไปขายที่อำเภอ

last update Última atualização: 2026-02-11 12:03:01

คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู

“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู

“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”

“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมาก

จ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้

“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”

เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่ ๆ คนขายก็รู้สึกหงุดหงิด หลังจากที่ได้ผ้ามาแล้ว จ้าว หมิงอวี้กับชิงเยว่ก็รีบเดินออกมาจากร้าน

ชิงเยว่ไม่มีอะไรให้ซื้อแล้วก็รีบกลับไปที่หมู่บ้าน ส่วนจ้าวหมิงอวี้เธอเดินดูของต่อ นาน ๆ ทีเธอจะได้มาที่นี่ อยากจะเดินดูของสักหน่อย วันนี้เป็นวันที่ชาวบ้านนำของมาเร่ขายที่นี่ มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาเต็มสองข้างทาง จ้าวหมิงอวี้เดินไปซื้อสบู่ 3 เหมา ก่อนจะเก็บมันไว้อย่างดี

พอเธอเดินผ่านร้านบะหมี่ร้านหนึ่ง กลิ่นหอมในร้านชวนหิว ตั้งแต่วันที่เธอได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอยังไม่ได้กินอะไรอร่อย ๆ เลย จ้าวหมิงอวี้ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านสั่งบะหมี่มากิน หลังจากที่กินบะหมี่เสร็จ เธอก็เดินไปที่ร้านซื้อเมล็ดทานตะวันมาชิมดู

ปกติเธอไม่ชอบกินอะไรแบบนี้ พอนึกถึงสูตรลับที่ระบบให้เธอมา เธอถึงได้ไปที่ร้านซื้อมาชิมดู ราคาขายค่อนข้างแพง ได้มาแค่ห่อเล็ก ๆ เท่าฝ่ามือเอง จ้าวหมิงอวี้อยากจะลองทำตามสูตรลับที่ระบบให้มาดู เธอก็เดินไปที่ร้านขายของซื้อวัตถุดิบมา เธออยากจะลองทำเมล็ดทานตะวันอบแห้งตามสูตรลับนั้นชิมดู เธอไม่ลังเลที่จะซื้อวัตถุดิบ สุดท้าย…เธอก็ใช้เงินที่มีอยู่จนหมดตัว

กลับมาถึงที่บ้าน…จ้าวหมิงอวี้ก็เดินไปอ้อนแม่ ขอวัตถุดิบจากแม่เพิ่ม เหมาซื่อจวินไม่คิดอะไรมาก รีบเดินไปเปิดตู้เก็บอาหาร หยิบเอาดอกทานตะวันมาให้เธอ

“แม่ให้ลูก อย่ากินเยอะล่ะ”

“แม่คะ แค่นี้ไม่พอหรอกค่ะ ฉันขอเพิ่มอีกได้ไหม ? ฉันจะนำมาทำเมล็ดทานตะวันอบแห้งให้ทุกคนกินค่ะ พี่เหวินปิงกับซิ่วเหมยชอบกินไม่ใช่เหรอคะ ? ฉันจำได้ว่า…พ่อกลับมาจากอำเภอที่ไร มักจะซื้อเมล็ดทานตะวันกลับมาให้พี่เหวินปิงกับซิ่วเหมยไม่ใช่เหรอคะ ?”

“ลูกทำไม่อร่อยเท่าที่ร้านขายหรอกนะ”

“แม่ แม่ไม่เชื่อในฝีมือฉันเหรอคะ ? ถ้าฉันทำไม่อร่อย แม่ลงโทษฉันได้เลย”

เหมาซื่อจวินได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ตั้งแต่วันที่จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าจะได้แต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ก็เปลี่ยนไปมาก พูดจาน่าฟัง ยิ้มง่าย ลูกสาวกำลังจะแต่งงานออกเรือนไป เหมาซื่อจวินก็ไม่อยากขัดใจลูกสาว อีกอย่าง…ดอกทานตะวันนี่ ก็ไม่ได้ใช้เงินซื้อมาซะหน่อย

จ้าวเหวินปิงกับจ้าวซิ่วเหมยก็ชอบกินเมล็ดทานตะวัน ถ้าจ้าวหมิงอวี้ทำออกมาได้อร่อยก็ดีไม่ใช่หรือ ? คิดได้แบบนั้น…เหมาซื่อจวินก็ได้เดินไปเอาดอกทานตะวันมาให้จ้าวหมิงอวี้ เธอดีใจมากรีบลงมือทำเมล็ดทานตะวันอบแห้งทันที เมล็ดทานตะวันที่ได้มาได้มาทั้งหมด 9 จิน

เหมาซื่อจวินได้เดินเข้ามาช่วยลูกสาวอีกแรง ทำความสะอาดเมล็ดทานตะวันเสร็จ ก็นำมาเคี่ยวกับวัตถุดิบที่จ้าวหมิงอวี้ได้เตรียมไว้ จ้าว หมิงอวี้เคี่ยวไฟอ่อน ๆ เธอดูตั้งใจทำมันมาก หลังจากที่ทำเสร็จ ภายในห้องครัวก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว เหมาซื่อจวินไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าจ้าวหมิงอวี้ใส่อะไรลงไปบ้าง ถึงได้หอมแบบนี้

จ้าวหมิงอวี้ลองนำเมล็ดทานตะวันที่เธอเพิ่งจะทำเสร็จมาชิมดู รสชาติหอม อร่อยกว่าที่ร้านมาก พอเธอหันไปเห็นแม่กำลังตักเอาเมล็ดทานตะวันอยู่ เธอก็รีบเดินไปตักมาเก็บไว้ จ้าวหมิงอวี้อยากจะนำเมล็ดทานตะวันนี้ไปขายที่อำเภอดูว่าจะได้เงินมาเท่าไร

“หมิงอวี้ ลูกตักเยอะแบบนี้คิดจะเก็บไว้กินคนเดียวหรือ ? ไม่คิดจะแบ่งให้คนอื่นกินบ้างหรือ ?”

“แม่คะ อีกไม่กี่วันฉันก็ต้องแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ฉันอยากจะเก็บเมล็ดทานตะวันนี้ไว้ให้แขกชิมในวันงานค่ะ”

จ้าวซิ่วเหมยเดินเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นหอมโชยมาจากในครัว หล่อนรีบเดินเข้าไปในครัวดู เห็นแม่กับจ้าวหมิงอวี้กำลังตักเมล็ดทานตะวันอยู่ หล่อนก็รีบเดินเข้าไปตัก

“แม่ แม่ดูพี่หมิงอวี้สิคะ มีอะไรอร่อย ๆ ก็เก็บไว้กินคนเดียว” จ้าว หมิงอวี้ไม่ชอบเอาใจคนอื่น ได้ยินจ้าวซิ่วเหมยพูดแบบนั้นเธอก็ไม่อยากใส่ใจ ได้แต่หันไปมองหน้าแม่ทำหน้าสงสารให้แม่เห็นใจ

เหมาซื่อจวินเห็นสายตาอันน่าสงสารที่มองมาแล้ว ตนถึงกับพูดไม่ออก อีกไม่กี่วันจ้าวหมิงอวี้ก็แต่งงานออกเรือนแล้ว เมล็ดทานตะวันแค่นี้ไม่ทำให้ตนจนได้หรอก อีกอย่าง…จ้าวหมิงอวี้แต่งงานไปอยู่ที่บ้านเฉินแล้ว จะได้กินของพวกนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้

“เหมยเหมย ลูกพูดอะไรของลูก ลูกก็รู้ว่าหมิงอวี้กำลังจะแต่งงาน ลูกไม่อยู่บ้านช่วยแม่ก็พูดให้มันน้อย ๆ หน่อย วัน ๆ ไม่ทำงานทำการอะไร เอาแต่ออกไปเดินเตร็ดเตร่ข้างนอก แม่ได้ยินชาวบ้านบอกว่า…ลูกออกไปเที่ยวเตร่ไกลมากแล้วนะ ขืนทำตัวแบบนี้อีก ไม่มีใครเขาอยากจะได้ลูกไปเป็นลูกสะใภ้หรอก”

จ้าวซิ่วเหมยไม่สนใจสิ่งที่แม่พูด หล่อนรีบหยิบเอาเมล็ดทานตะวัน ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป หล่อนไม่แต่งงานกับคนที่นี่หรอกนะ ผู้ชายที่หล่อนอยากจะแต่งงานด้วยมีแค่สวี่หมิงหาวเท่านั้น…

เมื่อวาน…จ้าวซิ่วเหมยตามตงหยวนเจียงไปที่หมู่บ้านเทียนเฟิง หล่อนได้เจอหน้าสวี่หมิงหาวด้วย คนอะไรทั้งหล่อทั้งใจดี เขาบอกกับหล่อนว่า…เขาดีใจมากที่ได้รู้จักกับหล่อน ถ้ามีเวลาว่างให้หล่อนแวะมาหาเขาที่บ้านบ่อย ๆ น้ำเสียงเขาทั้งนุ่มทั้งน่าฟัง ผู้ชายอะไรจะหยิบจะจับอะไรก็ดูดีไปหมด

สวี่หมิงหาวคือชายในฝันของผู้หญิงทุกคน เพราะเขารวยมาก จ้าวซิ่วเหมยรู้มาว่า…เขาสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เขามีอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะน้ำพักน้ำแรงของเขา รถลากที่ชาวบ้านที่หมู่บ้านเทียนเฟิงใช้กันอยู่นั้น ก็ได้มาจากเขา เขาทั้งใจดีมีเมตตา ผู้ชายดี ๆ แบบนี้ เหมาะกับหล่อนเท่านั้น

คนอย่างจ้าวหมิงอวี้ เหมาะกับเฉินเทียนหยู่แล้ว ชาตินี้…จ้าวหมิงอวี้ไม่มีทางได้ดิบได้ดีไปกว่าหล่อนหรอก จ้าวซิ่วเหมยหัวเราะคิกคักคนเดียว ก่อนจะรีบวิ่งไปที่บ้านของตงหยวนเจียง…

สามวันต่อมา…จ้าวหมิงอวี้แอบออกมาจากบ้านไปที่อำเภอ ในถุงผ้าของเธอมีเมล็ดทานตะวันจำนวน 4 จิน เงินที่แม่ให้เธอมาเมื่อคราวก่อน เธอนำไปซื้อวัตถุดิบหมดแล้ว เพราะไม่มีเงินติดตัวเลยสักเหมา วันนี้เธอถึงต้องเดินเท้าเปล่าไปที่อำเภอแทน

เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเธอก็ต้องหยุดเดิน พอเดินมาถึงที่อำเภอก็เที่ยงแล้ว จ้าวหมิงอวี้นำผ้าเก่า ๆ ไปปูข้าง ๆ ทาง ก่อนจะนำเมล็ดทานตะวันออกมาวางขาย เธอแบ่งเป็น 13 ห่อ ใช้กระดาษหนังสือมาห่อไว้อย่างดี วางไว้บนผ้าเก่าที่เธอซักทำความสะอาดอย่างดีก่อนนำมาปูขายที่นี่

ขณะที่นั่งรอลูกค้ามาซื้อ จ้าวหมิงอวี้พลางนวดเท้าไปด้วย เธอรู้สึกเหมือนว่าที่ปลายเท้าของเธอจะมีตุ่มใสอยู่ ทั้งเจ็บทั้งปวด นั่งไปได้สักพัก จ้าวหมิงอวี้หันกลับมามองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ยังเหลือเท่าเดิม ไม่มีใครมาถามซื้อเลยสักคน เธอร้อนใจมาก ถ้าวันนี้เธอขายเมล็ดทานตะวันไม่ได้ เธอจะเอาเงินที่ไหนใช้

“คนสวย ขายอะไรหรือ ?” จ้าวหมิงอวี้ได้ยินเสียงผู้ชายกระซิบที่ข้างหูของเธอ เธอตกใจมากรีบหันไปดู

เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้โผล่มาอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไร รูปร่างอ้วนท้วน สวมชุดทหาร พอเธอหันหน้าไปมอง เขายังผิวปากทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่เธอด้วย ชายคนนั้นไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าตาสวยเหมือนจ้าวหมิงอวี้มาก่อน เธอก็แค่หญิงบ้าน ๆ คนหนึ่ง แต่กลับมีใบหน้าสวยหวานราวกับนางฟ้าบนสรรค์

ชายแปลกหน้าคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวหมิงอวี้ ก่อนจะวางมือที่ไหล่เล็ก

“คนสวย พี่จะช่วยซื้อของพวกนี้เอง แต่เธอต้องไปทานข้าวกับพี่นะ ตกลงไหม ? ”

ทานข้าวแล้วยังไงต่อ ? ต้องตามเขาไปทำเรื่องอย่างว่าไหม ? เห็นสายตาที่มองมาแล้ว จ้าวหมิงอวี้ก็ยิ่งขยะแขยง ชายแปลกหน้าเห็นแก้มนวลค่อย ๆ เปลี่ยนสี เขาก็ยิ่งชอบ มือหนาเลื่อนมาแตะที่แก้มนวลเบา ๆ จ้าวหมิงอวี้ยังตกใจไม่หาย พอได้สติ มือหนานั่นก็เลื่อนต่ำมาอยู่ที่คอเธอแล้ว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 10 ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

    ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 9 นำของไปขายที่อำเภอ

    คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 8 สบตา 30 วินาที

    จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 7 สั่งสอนสักหน่อย

    น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 6 สินสอด 100 หยวน

    “ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 5 หวงไข่ไก่

    กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status