FAZER LOGINจ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง
[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ]
จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา
‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’
หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?
อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าว
เขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยากจะสั่งสอนเฉินเทียนหยู่ ไม่อยากให้เฉินเทียนหยู่ได้แต่งงานกับจ้าวหมิงอวี้ เขาไม่คิดว่า…พอเขาวิ่งมาถึงที่บ้านเฉิน เขากลับเห็นเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้มาที่นี่ เขาเองก็ไม่เชื่อว่าจ้าวหมิงอวี้จะมีใจให้เฉินเทียนหยู่ อยากจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่จริง ๆ เขาถึงได้แอบตามเธอมาที่นี่
เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจ้าวหมิงอวี้เรียกเฉินเทียนหยู่มาทำอะไรที่นี่ ถ้าเฉินเทียนหยู่คิดที่จะทำอะไรมิดีมิร้ายกับจ้าวหมิงอวี้แล้วละก็ เขาจะได้บุกเข้าไปช่วยเธอไว้ได้ทัน หยางอี้เฟิงอดทนเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อ จนเขาเห็นภาพจ้าวหมิงอวี้ลงมือสั่งสอนเฉินเทียนหยู่
ครู่นั้นดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็รีบบอกออกไป “ต่อให้เธอมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น ฉันก็ไม่กลัวเธอหรอกนะ อย่าเป็นกังวลไปเลย ฉันจะไม่นำเรื่องนี้ไปบอกใคร”
พูกจบ…เขาก็รีบสาวเท้ากลับไปที่บ้าน เกิดจ้าวหมิงอวี้โกรธเขาขึ้นมา แล้วจับเขาทุ่มไปที่พื้น เขาจะทำยังไง ? เขาไม่อยากมีเรื่องกับเธอหรอกนะ ระหว่างทาง…หยางอี้เฟิงขบคิด จ้าวหมิงอวี้ไม่เห็นด้วยกับงานแต่งครั้งนี้ เธอลงมือทำร้ายเฉินเทียนหยู่จนมีสภาพนั้น นั่นก็หมายความว่าเธออยากจะให้เฉินเทียนหยู่ยกเลิกงานแต่ง
ถ้าเป็นอย่างที่เขาคิดจริง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ ? เขาจะได้มีโอกาสได้พิชิตใจเธอ จ้าวหมิงอวี้ได้สติ ก็เห็นหยางอี้เฟิงเดินห่างไปไกลแล้ว นี่เขาคิดว่าเธออยากจะมีเรื่องกับเขาอย่างนั้นเหรอ ? เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ ๆ อย่าบอกนะว่าเรื่องเมื่อเช้านี้ทำให้เขากลัวเธอน่ะ ?
จ้าวหมิงอวี้รู้สึกว่าหยางอี้เฟิงก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เขาก็เหมือนกับผู้ชายทั่วไป ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น เธอถอนหายใจเบา ๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเธอ ไม่มีใครรู้ได้ว่าทุกครั้งที่เธอสบตาคู่นั้น เธอรู้สึกยังไง มันอึดอัด มันน่ากลัวขนาดไหน นัยน์ตาเขาไม่ต่างจากคมมีด ต่อให้มีเสน่ห์ดึงดูดมากก็เถอะ
เมื่อกี้เธอเกือบเป็นลมล้มพับไปที่พื้นแล้ว ระหว่างทางที่จ้าวหมิงอวี้เดินกลับไปที่บ้าน เธอไม่ลืมที่จะถามระบบว่าภารกิจเมื่อครู่เธอทำสำเร็จหรือไม่ ?
“ภารกิจเมื่อกี้ ฉันทำสำเร็จไหม ?”
[ภารกิจสำเร็จ เจ้าของห้องได้คะแนนสะสม 20 คะแนน ได้ตั๋วลุ้นโชค 1 ใบ ]
“ลุ้น ๆ ฉันอยากจะได้เนื้อหมูมากิน” ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีกล่องไม้เล็ก ๆ ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ มันหมุนไปมาอยู่หลายรอบ เธอตื่นเต้นมาก อยากจะรู้ว่าข้างในกล่องไม้นั้นมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่ มีระบบวิเศษก็ดีเหมือนกันนี่นา
จ้าวหมิงอวี้ยื่นมือไปเปิดกล่องไม้นั้นดู ข้างในกล่องไม้ไม่มีอะไรเลย นอกจากกระดาษใบหนึ่ง แล้ว…เนื้อหมูของเธอล่ะ ? มันหายไปไหน ? เธอรีบหยิบเอากระดาษนั้นออกมาดู มันคือสูตรวิธีทำเมล็ดทานตะวันอบแห้งอย่างนั้นเหรอ ? บ้าไปแล้ว
“มันคืออะไร ?”
[ยินดีกับเจ้าของห้องด้วย นี้คือรางวัลพิเศษ มันคือสูตรทำเมล็ดทานตะวันอบแห้ง ]
นี่คือรางวัลพิเศษอย่างนั้นเหรอ ? เธออยากกินเนื้อหมู ไม่ได้อยากจะได้สูตรบ้าบออะไรนี่ เธอไม่ชอบแกะเมล็ดทานตะวัน แล้วเธอก็ไม่ชอบทำอะไรแบบนี้ด้วย ได้สูตรนี้มาแล้วยังไง ? แต่ว่า…พออ่านสูตรดี ๆ เครื่องปรุงมีเยอะมาก ดูก็รู้ว่าเป็นสูตรพิเศษ เธอไม่อยากทิ้งสูตรทำเมล็ดทานตะวันอบแห้งนี้ไป จำใจต้องเก็บมันไว้อย่างดี
เช้าวันถัดมา…จ้าวหมิงอวี้รอทุกคนออกไปทำงานกันก่อนถึงยอมลุกจากเตียง เมื่อวานจ้าวซิ่วเหมยไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน สงสัยจะนอนที่บ้านของตงหยวนเจียง สองสามวันนี้…เหมาซื่อจวินจะเป็นคนทำงานแทนจ้าวหมิงอวี้ทุกอย่าง
อยากจะดุด่าต่อว่าลูกสาวก็ไม่กล้า เพราะจ้าวหมิงอวี้กำลังจะแต่งงานออกเรือนแล้ว ให้เธอได้อยู่อย่างสุขสบายสักวันเถอะ เหมาซื่อ จวินตักน้ำเต้าหู้ในครัว ก่อนจะนำไปให้จ้าวหมิงอวี้ที่ห้อง ตนได้แต่สงสัยว่า…หมู่นี้จ้าวหมิงอวี้ไปกินอะไรมา ทำไมถึงได้สวยผิวขาวผ่องเช่นนี้
น่าเสียดายที่ลูกสาวของตนเป็นหมัน ไม่อาจมีลูกได้ เหมาซื่อจวิน ถอนหายใจแรง รู้สึกสงสารจ้าวหมิงอวี้มากที่ต้องมามีชีวิตแบบนี้ ลูกสาวตนสวยขนาดนี้ ไม่อยากเชื่อว่าจะต้องมาแต่งงานกับพ่อหม้ายอย่างเฉินเทียนหยู่ ไม่รู้ว่าชีวิตหลังแต่งงานของจ้าวหมิงอวี้จะเป็นยังไง ? เหมาซื่อ จวินอดไม่ได้ล้วงเอาเงินในถุงเสื้อออกมายื่นให้จ้าวหมิงอวี้
“หมิงอวี้ ลูกเก็บเงินนี้ไว้นะ วันนี้ว่างก็ไปที่อำเภอซื้อของที่อยากจะได้นะลูก”
จ้าวหมิงอวี้รับเงินนั่นมาด้วยความดีใจ ก่อนจะนับเงินในมือดู แม่ให้เงินเธอมาตั้ง 5 เหมาแน่ะ
“ขอบคุณนะคะแม่” เหมาซื่อจวินลูบไล้ใบหน้าขาวนวลของลูกสาวอย่างเศร้าใจ ถ้าเหวินปิงหาลูกสะใภ้สวยหวานอย่างจ้าวหมิงอวี้ก็คงจะดี
เหมาซื่อจวินร้อนใจ ตอนนี้ครอบครัวจ้าวไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว สุขสบายกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว จ้าวเหวินปิงต้องได้แต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ หน้าตาสวย ๆ เหมือนจ้าวหมิงอวี้เท่านั้น ตนจะต้องไปตามแม่สื่อมาคุยกันแล้ว ให้แม่สื่อไปทาบทามลูกสาวบ้านอื่นให้จ้าวเหวินปิง
เหมาซื่อจวินรีบเดินออกจากห้องไป หลังจากที่จ้าวหมิงอวี้ทานข้าวเสร็จ ก็เดินออกจากบ้านไป จากหมู่บ้านหลีไปที่อำเภอค่อนข้างไกล ไม่มีรถโดยสารวิ่งผ่าน มีแค่เกวียนเท่านั้น บ้านไหนมีจักรยานก็จะใช้จักรยานกัน แต่ว่า…จักรยานค่อนข้างแพง คันหนึ่งตั้งหลายร้อยหยวน
ทั้งหมู่บ้านหลี มีแค่ผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่มีจักรยานใช้ ชาวบ้านคนอื่น ๆ อยากจะไปที่อำเภอจะใช้เกวียน ไม่ก็เดินเท้าเปล่า จ้าวหมิงอวี้ได้ยินชาวบ้านคุยกันว่า…ที่หมู่บ้านเทียนเฟิงมีรถลากใช้กันแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนออกเงินซื้อรถลากให้ชาวบ้านที่นั่นใช้กัน ใครอยากจะนั่งรถลากไปที่อำเภอต้องจ่าย 5 เหมา
แต่…จ้าวหมิงอวี้กลับรู้สึกเสียดายเงิน 5 เหมามาก เธออยากจะเดินไปที่อำเภอแทนนั่งรถลากไป แต่ว่า…ไม่รู้ว่าสองสามวันนี้ผิวเธอเป็นอะไร ดูเหมือนจะโดนแดดไม่ได้ โดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็เป็นรอย แค่เดินจากบ้านมาที่หน้าหมู่บ้านเองก็รู้สึกปวดเท้าไปหมดแล้ว
เมื่อคืนเธอต่อยเฉินเทียนหยู่ไป รอยแดงยังอยู่เลย ถ้าเธอเดินจากหมู่บ้านไปที่อำเภอจะเป็นยังไงนะ ? จะไม่สิ้นใจตายก่อนเหรอ ? เดินไปได้ไม่ไกล จ้าวหมิงอวี้รู้สึกปวดเท้ามาก เธอเดินต่อไม่ไหวแล้ว จำใจต้องควักเงิน 5 เหมานั้นออกมานั่งรถลากไปที่อำเภอแทน
อยู่บนรถลากเต็มไปด้วยข้าวของที่ชาวบ้านนำไปขายที่อำเภอ ของอะไรก็มีหมด ชาวบ้านที่นั่งอยู่บนรถลากเห็นเธอเดินขึ้นมา ต่างก็จ้องมาที่เธอกันหมด ผิวเธอขาวผ่อง พวงแก้มนวลแดงระเรื่อ ทำให้ทุกคนต่างก็อิจฉาเธอกันมาก จ้าวหมิงอวี้รู้สึกไม่ค่อยดี รีบหาที่นั่งหลบสายตาของทุกคน
นั่งรถลากไม่นานก็มาถึงที่อำเภอ จ้าวหมิงอวี้จำได้ว่า…เมื่อสองปีก่อนที่อำเภอมีร้านขายของแค่ไม่กี่ร้าน ร้านขายผ้าอยู่อีกมุมหนึ่ง อยากจะซื้อของต้องมีคูปองถึงจะซื้อได้ แต่ว่าตอนนี้ไม่ต้องใช้คูปองก็สามารถซื้อของที่ร้านได้ ที่อำเภอมีร้านขายผ้าเยอะมาก ผ้าแต่ละชนิดสวยไม่ซ้ำกัน
จ้าวหมิงอวี้กับชิงเยว่เดินเข้าไปในร้านผ้า คนขายเห็นพวกเธอสองคนเดินเข้ามาในร้านก็เงยหน้าขึ้นมองจ้าวหมิงอวี้กับชิงเยว่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
“มาซื้ออะไร ? ” ชิงเยว่ชี้ไปที่ผ้า ก่อนจะบอกกับคนขาย
“ฉันอยากซื้อผ้านั้น 3 หลาค่ะ” คนขายลุกจากเก้าอี้เดินไปตัดเอาผ้าสีขาวนั้นมาให้ชิงเยว่
“1 หลา 8 เหมา แล้วเธอล่ะ ? อยากได้ผ้าแบบไหน ? ” คนขายหันมาถามจ้าวหมิงอวี้ แต่ตอนนี้สายตาของเธอกลับกำลังจ้องที่เมล็ดทานตะวันที่โต๊ะของคนขายอยู่ เมล็ดทานตะวันนั่น ใช้กระดาษห่ออย่างดี ข้างหน้ายังมือตัวอักษรประทับอยู่ กลิ่นหอมแปลก ๆ เธอไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นอะไร
“ฉันมาหาซื้อผ้านำกลับไปเย็บผ้าห่มน่ะ”
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







