LOGINกลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉิน
ปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมา
แต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปี
จ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เธออยู่ พอหันกลับไปดูก็เห็นมีชายหนุ่มสองคนกำลังเดินลงมาจากเขา จ้าวหมิงอวี้อยากจะหลบไปทางอื่น ครู่นั้น…เจิ้งเวยกวงบังเอิญเห็นเธอเข้าก็เอ่ยขึ้น
“หมิงอวี้ เธอมาทำอะไรตรงนี้ ?” เจิ้งเวยกวงหันไปสะกิดคนข้าง ๆ แต่…คนข้าง ๆ กลับไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่จ้องจ้าวหมิงอวี้อยู่อย่างนั้น จ้าวหมิงอวี้ไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องลุกขึ้นเดินไปหาเจิ้งเวยกวง
“พี่เวยกวง ฉันมาต้มไข่กินที่นี่น่ะ”
“หมิงอวี้ วันนี้ตาเธอไม่ดีหรือเธอมองไม่เห็นกันแน่ ? เห็นไหมว่าพี่มากับใคร ? ยังไม่เอ่ยทักเขาอีก” จ้างหมิงอวี้เหลือบไปมองหยางอี้เฟิงด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก
“พี่อี้เฟิง” หยางอี้เฟิงไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เขาตอบคำเดียวว่าอืม แล้วก็เบนหน้าหนีไปทางอื่น
ชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้ จ้องหน้าเธอไม่กะพริบตา อีกคนมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา อีกคนกลับมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ อยู่ ๆ จ้าวหมิงอวี้ก็รู้สึกกลัว เธอกลัวสายตาของหยางอี้เฟิงที่สุด
“พะ…พี่สองคนอยากจะกินไข่ต้มไหม ? ไข่น่าจะสุกแล้ว”
“กินสิ พี่ขอหนึ่งฟองนะ” จ้าวหมิงอวี้รีบเดินไปตักเอาไข่มาให้เจิ้ง เวยกวง พอเธอจะเอาไข่ไก่ไปให้หยางอี้เฟิง อยู่ ๆ เสียงระบบก็ดังขึ้น
[สัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย ระบบจะทำการเปิดใช้งาน ] จ้าวหมิงอวี้นึกถึงของตอบแทนที่เธอจะได้รับจากระบบ อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกลังเลขึ้นมา
หยางอี้เฟิงเห็นมือเล็กจับไข่อยู่สั่นระริก เขาก็คลี่ยิ้มรับไข่ในมือเธอมา จ้าวหมิงอวี้กำลังคิดอยู่เลยว่าจะแตะมือเขายังไงดี พอหันกลับมาอีกที ไข่ในมือของเธอก็หายไปแล้ว เธอรีบหันขวับไปมองเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หยางอี้เฟิงจ้องหน้าจ้าวหมิงอวี้อยู่ครู่หนึ่ง ก็รีบหมุนกายเดินออกมาจากตรงนั้น
จ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอยังทำภารกิจไม่สำเร็จ ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เจอเขาอีก เธอก็รีบวิ่งไปคว้าแขนเขาไว้ แต่ว่า…ตรงที่เธอจับอยู่นั้น เสื้อผ้าปกปิดมิดชิด มือเธอไม่โดนอะไรเลย
“ระ…รอเดี๋ยวค่ะ” นัยน์ตาเรียวคมมองที่มือเล็กพลันกระตุกวูบ
“มีอะไร ?” จ้าวหมิงอวี้ได้ยินเสียงเข้มเอ่ยถามทำให้เธอถึงกับกลัว ครู่นั้น…เธอฉุกคิดได้ว่า ยังมีไข่ไก่เหลืออีก 2 ฟอง
“ฉันมีไข่ไก่เหลืออยู่ 2 ฟอง ฉันให้พี่หมดเลย” หยางอี้เฟิงได้ยินแบบนั้นถึงกับนิ่งไป
จ้าวหมิงอวี้ฉวยโอกาสนั้นยื่นไข่ไก่แตะไปที่มือเขา เธอไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ เธอไม่รู้ว่าจะต้องจับมือเขานานกี่วิถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ พอหยางอี้เฟิงได้สติ เขาก็เห็นมือเล็กวางอยู่บนมือของเขาอยู่ นิ้วเรียวเล็กขาวเนียน เขาเห็นมีอะไรบางอย่างติดอยู่ที่มือของเธอ น่าจะเป็นเลือด เขาก็รีบเอ่ยบอก
“รีบเอามือออกไป อย่ามาโดนตัวฉัน” แม้ว่าจ้าวหมิงอวี้จะกลัวเขามากก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ยอมชักมือกลับ เธอได้แต่คิดว่า…ทำไมระบบไม่แจ้งเตือนสักที หยางอี้เฟิงเห็นจ้าวหมิงอวี้ไม่ยอมทำตามที่เขาบอก นัยน์ตาเรียวคมพลันดับวูบ เขาเลื่อนมืออีกข้างขึ้น ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกว่า
“ถ้าเธอโดนตัวฉันอีกครั้ง อย่าหาว่าฉันใจร้ายกับเธอนะ” ใบหน้าพริ้มเพราเงยหน้าขึ้นมอง นึกว่าหยางอี้เฟิงจะลงมือทำร้ายเธอ เธอถึงกับเผลอร้องออกมา แขนขาเธอไร้เรี่ยวแรง ล้มพับไปที่พื้น
ตอนที่เธอจะล้มพับไปที่พื้น เธอเผลอผลักมือเขาออกอย่างแรง พอเธอได้สติ เธอก็เห็นหยางอี้เฟิงนอนจมที่บ่อโคลนตรงหน้า ‘ ตายแน่ ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจผลักเขาตกลงไปในนั้นนะ ’ หยางอี้เฟิงลุกขึ้น มองจ้าว หมิงอวี้ด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง
‘เขาไม่ได้โกรธฉัน อยากจะตบตีฉันใช่ไหม ? ’ จ้าวหมิงอวี้ไม่รู้จะต้องทำยังไง เธอรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยความเร็วแสง หยางอี้เฟิงน่ากลัวเกินไป เธอไม่อยากทำภารกิจบ้า ๆ นี้อีกแล้ว เธอไม่อยากได้เขามาเป็นสามีด้วย คนอย่างเขาฟ้าส่งมาโปรดเธอได้ยังไงกัน
ระบบจะต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ จ้าวหมิงอวี้วิ่งหายไปแล้ว เจิ้งเวย กวงยังยื่นนิ่งมองหยางอี้เฟิงคลานขึ้นมาจากบ่อโคลนอยู่เลย
“ฮ่าฮ่าฮ่า นายนี่ตลกจริง ๆ เลยนะอี้เฟิง” เจิ้งเวยกวงไม่อยากจะเชื่อว่าหยางอี้เฟิงจะถูกผู้หญิงที่ตนแอบรักมานานหลายปีผลักตกลงไปในบ่อโคลน แรงหยางอี้เฟิงเยอะกว่าจ้าวหมิงอวี้ไม่ใช่หรือ ? เขาตกลงไปในนั้นได้ยังไง ? เจิ้งเวยกวงขำหยางอี้เฟิงไม่หยุด
หยางอี้เฟิงถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนโคลนออก ก่อนจะโน้มตัวลงไปเก็บเอาไข่ไก่ที่จ้าวหมิงอวี้ให้ที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมา เขาห่อไข่ไก่นั้นไว้อย่างดี ก่อนจะหันไปมองเจิ้งเวยกวงแล้วบอกกับเขาว่า
“เอาคืนมา” เจิ้งเวยกวงได้ยินแบบนั้นถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“อะไรของนาย ?” ครู่นั้นเหมือนเจิ้งเวยกวงจะรู้ว่าหยางอี้เฟิงหมายถึงอะไร เขาก็รีบเอ่ยขึ้น
“อะไรของนาย ? ก็แค่ไข่ไก่เอง ไข่ไก่นี้ หมิงอวี้เป็นคนให้ฉันนะ”
“หมิงอวี้บอกว่า…ไข่ไก่ที่เธอมี เธอให้ฉันทั้งหมด”
“สมองนายมีปัญหาหรืออี้เฟิง ? หมิงอวี้หมายถึงไข่ไก่สองฟองนั่นต่างหากเล่า”
หยางอี้เฟิงเห็นเจิ้งเวยกวงไม่ยอมคืนไข่ไก่นั้นให้เขา เขาก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก รีบจับเจิ้งเวยกวงกดลงไปที่พื้น ก่อนจะแย่งไข่ไก่ในมือเจิ้ง เวยกวงมา จากนั้นเขาก็รีบห่อไข่ไก่นั้นไว้นำกลับไปเก็บไว้ที่บ้าน เจิ้งเวย กวงโกรธหยางอี้เฟิงมาก เขารีบวิ่งตามหยางอี้เฟิงไปที่บ้านหยาง
หลังจากที่กลับมาถึงที่บ้าน หยางอี้เฟิงก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนำเสื้อผ้าที่เปื้อนโคลนนั้นไปซัก เจิ้งเวยกวงเดินมาก็เห็นน้ำที่ชามเปลี่ยนสี เขาก็รีบเอ่ยขึ้น
“ที่นายไม่อยากให้หมิงอวี้โดนตัวนาย เพราะกลัวมือของหมิงอวี้จะเปื้อนเลือดเหรอ ?”
พวกเขาสองคนขึ้นเขาไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ามืด วันนี้พวกเขาล่าสัตว์มาได้เยอะมาก พวกเขาแค่ไม่ได้นำสัตว์ที่ล่ามาได้กลับมาด้วย แต่ยังมีเลือดของสัตว์ป่าติดตัวพวกเขาอยู่ หยางอี้เฟิงเป็นคนล่อสัตว์ป่าและล่าสัตว์ป่าพวกนั้น ร่างกายเขาจึงเต็มไปด้วยเลือด
หยางอี้เฟิงไม่พูดไม่จาอะไร เขารีบซักเสื้อที่เปื้อนเลือดนั้น ก่อนจะเดินไปที่ลานบ้าน เขามองที่มือหยาบของตัวเอง ไออุ่นจากมือเล็กนั้นยังตราตรึงอยู่ในใจเขาอยู่เลย จ้าวหมิงอวี้กลัวเขามากไม่ใช่เหรอ ? ทำไมเธอถึงอยากจะแตะต้องตัวเขา ? เขารู้สึกได้ว่าเธอจับมือเขา มือเล็กนั่นนุ่มราวกับนุ่น
“นี่ อี้เฟิง ถ้านายชอบหมิงอวี้ขนาดนั้นก็จับเธอมาทำเมียซะสิ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายทั้งหมู่บ้านนี้ใคร ๆ ก็ชอบหมิงอวี้กันทั้งนั้น ไม่ได้มีแค่นายหรอกนะที่ชอบหมิงอวี้น่ะ”
หยางอี้เฟิงจ้องหน้าเจิ้งเวยกวงเขม็ง ถ้าเขาจับเธอทำเมียได้คงทำไปนานแล้ว เขาคงไม่กลุ้มใจอย่างนี้หรอก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วรีบเดินเข้าไปในบ้าน…
จ้าวหมิงอวี้วิ่งมาไกลมาก เห็นว่าหยางอี้เฟิงไม่ได้ตามเธอมา เธอก็หายใจโล่งอก เธอมองที่มือของตัวเอง เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะจับมือปีศาจหน้าตายนั้นได้ มือเธอเมื่อก่อนทั้งหยาบทั้งแข็ง แต่ตอนนี้…มืออันหยาบกร้านของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว ครู่นั้น…จ้าวหมิงอวี้ก็สังเกตเห็นว่ามือของเธอมีเลือดสีแดงสดติดอยู่ เธอก้มหน้าไปดมดู มันคือเลือดจริง ๆ
มันคือเลือดของปีศาจหน้าตายนั่น เธอสะบัดมืออย่างแรง เธอไม่รู้ว่าหยางอี้เฟิงไปทำอะไรมา ทำไมตัวเขาถึงเต็มไปด้วยเลือดแบบนี้ ทันใดนั้น…เหมือนเธอจะนึกอะไรบางอย่างได้ เมื่อกี้ตอนที่เธออยู่ใกล้เขา เธอได้กลิ่นคาวเลือดจากตัวเขานี่นา เธอกลัวจนลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย
เธอไปแหย่ประสาทคนอย่างหยางอี้เฟิงได้ยังไงกัน ไข่ต้มของเธอ เธอให้เขาไปหมดแล้วนี่นา เธออยากจะกินไข่ไก่มานานแล้ว เธอจะต้องทำยังไงล่ะทีนี้ ? ไม่อยากจะคิดอะไรมาก จ้าวหมิงอวี้รีบวิ่งกลับไปที่บ้านทันที พอกลับมาถึงที่บ้าน ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนว่าเธอทำภารกิจสำเร็จ ครู่นั้นเธอถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







