FAZER LOGINน้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก
“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้
“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา
“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก
“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันที
เฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”
เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขาเลื่อนมือมาแตะที่ใบหน้าของตัวเองดู ถึงได้รู้ตัวว่าเขาโดนจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าให้ เฉินเทียนหยู่นิ่งไป อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกกลัวจ้าวหมิงอวี้
จ้าวหมิงอวี้รู้สึกดีไม่น้อยที่ได้แก้แค้นเฉินเทียนหยู่ได้สักที คนอย่างเฉินเทียนหยู่ต้องโดนมากกว่านี้ เธอยังจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี เธอกลัวเขามาก เธออยากจะทำให้เขากลัวเธอบ้าง เธอมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น เธอจะต้องเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่เฉินเทียนหยู่เคยทำไว้กับเธอ
จ้าวหมิงอวี้เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินเทียนหยู่ ก่อนจะต่อยไปที่ใบหน้าเขาอีกหมัด ต่อยเสร็จ เธอก็เตะไปที่ท้องเขาอย่างแรง เธอสั่งสอนเฉินเทียนหยู่จนพอใจ ก่อนจะหยุดพักเอาแรง เห็นสภาพของเฉินเทียนหยู่แล้ว จ้าวหมิงอวี้ถึงกับตกใจดวงตาเบิกกว้าง
‘ ยังไม่ตายใช่ไหม ? ’ จ้าวหมิงอวี้ยื่นมือไปแตะที่จมูกเฉินเทียนหยู่ดู เห็นเขายังหายใจอยู่ เธอก็ถอนหายใจโล่งอก
“อย่า อย่าทำฉันเลย ปล่อยฉันไปเถอะนะ” เสียงแหบพร่าขอร้องอ้อนวอนให้เธอไว้ชีวิตเขา
เฉินเทียนหยู่รีบพยุงร่างลุกขึ้น เขาไม่กล้ายุ่งกับจ้าวหมิงอวี้อีกต่อไปแล้ว จ้าวหมิงอวี้กำหมัดจะต่อยเขา ครู่นั้นเฉินเทียนหยู่ก็รีบเอ่ยบอก
“แค่ก ๆ หมิงอวี้ อย่า มีอะไรค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จาก็ได้ อย่าทำร้ายฉัน”
จ้าวหมิงอวี้เห็นเฉินเทียนหยู่ใกล้สิ้นใจตายตรงหน้าเธอแล้ว ครู่นั้นเธอถึงหยุด
“ฉันไม่อยากแต่งงานกับพี่ พี่ไปยกเลิกงานแต่งซะ” แววตาของเฉินเทียนหยู่เต็มไปด้วยความหวาดผวา
จ้าวหมิงอวี้มีพละกำลังเหนือกว่าเขาแบบนี้ ต่อให้เธออยากจะแต่งงานกับเขา เขาก็ไม่อยากแต่ง ถ้าเขาแต่งเธอเข้าบ้าน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นใหญ่ในบ้าน เฉินเทียนหยู่รีบพยักหน้าตอบรับ
“ได้ ๆ พรุ่งนี้ฉันจะไปยกเลิกงานแต่ง”
“อย่าคิดที่จะมาเอาคืนฉันล่ะ ถ้าฉันเจอหน้าพี่ที่ไหน ฉันจะตีพี่ให้ตายคามือฉันเลยคอยดู”
“ได้ ๆ ฉันจะไม่ยุ่งกับเธออีก”
“ฉันจะไม่แค่สั่งสอนพี่นะ ฉันจะนำเรื่องของพี่ไปป่าวประกาศให้ทุกคนทั้งหมู่บ้านได้รู้ พี่นกเขาไม่ขันใช่ไหม ? ถ้าคนอื่นรู้เข้า จะเป็นยังไงนะ ? น่าสนุกดีว่าไหม ?”
เฉินเทียนหยู่ได้ยินคำว่านกเขาไม่ขัน สีหน้าเขาก็พลันถอดสี “เธอ เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ?”
เรื่องนี้…นอกจากหมอที่ตรวจร่างกายเขาแล้ว ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น แม้แต่แม่เขาเองก็ยังไม่รู้ จ้าวหมิงอวี้แอบคิด…เขาเป็นคนบอกกับเธอเองนิ เมื่อชาติที่แล้ว…คืนเข้าหอ เธอร้องไห้ไม่หยุด เพราะไม่อยากร่วมรักกับเขา เฉินเทียนหยู่ดื่มหนัก คืนนั้นเขาไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวเธอเลย
เช้าวันต่อมา…เฉินเทียนหยู่ลงมือทำร้ายร่างกายเธออย่างไม่ปรานี เขาเลือกที่ที่ไม่มีคนเห็นทำร้ายร่างกายเธอ เขาตบตีเธอถึงขั้นเธอนอนป่วยติดเตียงนานหลายวัน แม่สามีดุด่าต่อว่าหาว่าเธออ่อยลูกชายตน ทุก ๆ คืน แม่สามีของเธอจะมานั่งเฝ้าที่หน้าห้องนอนของเธอ
พอได้ยินเสียงอะไรนิดอะไรหน่อย แม่สามีก็ตะโกนด่าเธอ เฉินเทียนหยู่ทนกับเสียงดุด่าของแม่เขาไม่ไหว สามวันต่อมาเขาก็รีบขนของย้ายไปนอนอีกห้องหนึ่ง จ้าวหมิงอวี้รู้สึกดีมากที่แม่สามีรักและหวงลูกชายตัวเอง แม่สามีทนไม่ได้ถ้าลูกชายของตัวเองมาร่วมรักกับผู้หญิงที่ตนไม่ชอบขี้หน้า
มีอยู่วันหนึ่ง…เฉินเทียนหยู่ดื่มสุราหนักนอนไม่หลับ เขาเมาจนไม่ได้สติ เขาพูดไปเรื่อย เธอถึงได้รู้ความลับของเขาที่ปกปิดมานาน ภรรยาคนเก่าของเฉินเทียนหยู่คือหยินเสียวหลัน หยินเสียวหลันอายุไม่ถึง 18 ก็ถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับเฉินเทียนหยู่
พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน เมื่อสามปีก่อน…หยินเสียวหลันท้องลูกคนที่สาม เฉินเทียนหยู่เป็นคนที่ชอบใช้กำลัง เขาทุบตีหยินเสียวหลันจนแท้งลูก เพราะเสียเลือดมาก สุดท้ายหยินเสียวหลันก็จากโลกนี้ไป หยินเสียวหลันมีพี่ชายอยู่หลายคน
พอพี่ชายของหยินเสียวหลันรู้เรื่องเข้า ก็เหมือนคนบ้าเสียสติ มาตามเฉินเทียนหยู่แก้แค้นให้น้องสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านเฉินตั้งหลายครั้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเฉินเทียนหยู่บอกว่าเขาไม่ได้ทำให้หยินเสียวหลันต้องตาย ชาวบ้านทุกคนต่างก็เข้าข้างเขากันหมด
พอพี่ชายของหยินเสียวหลันทำอะไรเฉินเทียนหยู่ไม่ได้ จำใจต้องปล่อยเขาไป แค้นนี้ต้องชำระ พี่ชายของหยินเสียวหลันได้จ้างคนมาทำร้ายเฉินเทียนหยู่ พวกเขาไม่เอาถึงตาย แต่…ให้คนกลุ่มนั้น ทำลายระบบสืบพันธุ์ของเขาแทน คนที่บ้านหยินตั้งใจทำลายชีวิตของเฉินเทียนหยู่ ไม่ให้เขามีลูกกับใครได้อีก
เรื่องนี้ทำให้เฉินเทียนหยู่อับอายมาก เขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ พยายามเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับมานาน เขาดื่มสุราเมาเมื่อไร เขาจะโทษฟ้าที่ไม่เป็นธรรมกับเขา ทำให้เขาต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้ เขาร่วมรักกับใครไม่ได้ คงกลัวว่าเธอจะรู้ความลับของเขา เขาถึงไม่ยอมมีอะไรกับเธอสักที
พอเฉินเทียนหยู่รู้ว่าเขาไม่อาจร่วมรักกับใครได้ เขาก็โกรธ ถึงได้มาลงที่เธอ นึกถึงเรื่องราวในอดีตอันแสนเจ็บปวดที่ไร จ้าวหมิงอวี้รู้สึกปวดใจทุกที เธอถุยน้ำลายตรงหน้า เธอด่าคนไม่เป็น ไม่ชอบทำร้ายคนอื่นด้วย สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือจ้องหน้าเฉินเทียนหยู่เท่านั้น
“หมิงอวี้ พี่ขอร้อง อย่านำเรื่องนี้ไปบอกใครเลยนะ พรุ่งนี้พี่จะไปยกเลิกงานแต่งระหว่างเราสองคน พี่จะไม่ไปยุ่งกับเธออีก”
“อย่าเพิ่งไปขอยกเลิก ฉันบอกพี่ไปขอยกเลิกเมื่อไรค่อยไป เข้าใจไหม ?”
จ้าวหมิงอวี้ยังอยากจะได้เงินกับของใหม่ ๆ จากแม่ของเธออยู่ ยืดเวลาไปอีกนิด เธอน่าจะได้ของเยอะกว่านี้ อีกอย่าง…เธอจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานที่ทุ่งด้วย เฉินเทียนหยู่ไม่รู้ว่าจ้าวหมิงอวี้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ ได้แต่พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย
“ได้ พี่จะทำตามที่เธอบอกทุกอย่าง” จ้าวหมิงอวี้ตบมือเปาะแปะไปสองสามที ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น
จ้าวหมิงอวี้เดินกลับบ้านไปด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข อยู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ก็ไม่เลว” เสียงนั่นทำให้เธอถึงกับสะดุ้งโหยงตกใจ อยู่โขดหินใหญ่ที่อยู่ไกล มีเงาดำซ่อนตัวอยู่ที่นั่น
“ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าลงมือสั่งสอนเฉินเทียนหยู่ในที่มืดแบบนี้ ฝีมือเธอใช้ได้”
จ้าวหมิงอวี้ขยับเข้าไปใกล้ ถึงได้รู้ว่าเป็นหยางอี้เฟิง ตอนนี้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา ไม่ต่างจากรอยยิ้มมาร
“พี่อี้เฟิง ดึกดื่นเช่นนี้ พี่มาทำอะไรที่นี่ ?” หยางอี้เฟิงไม่พูดไม่จาอะไร เขาเดินไปหาเธออย่างช้า ๆ
จ้าวหมิงอวี้ถอยหลังไปหลายก้าว หยางอี้เฟิงอยากจะทำอะไรเธอ ? อยากจะแก้แค้นแทนเฉินเทียนหยู่เหรอ ? หยางอี้เฟิงไม่รู้ว่าจ้าวหมิงอวี้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาจ้องหน้าเธอไม่ละสายตา
“ถ้าเธอไม่อยากถูกคนอื่นบังคับ ก็ต้องรู้จักปฏิเสธ อย่าโง่เหมือนเมื่อก่อนอีก”
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเมื่อกี้เธอกับเฉินเทียนหยู่คุยอะไรกัน แต่เขารู้ว่าจ้าวหมิงอวี้ต้องไม่พอใจเรื่องงานแต่งแน่ ๆ จ้าวหมิงอวี้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง เธอไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ เธอได้แต่สงสัยว่า…เขาลืมเรื่องเมื่อเช้านี้ไปแล้วเหรอ ? ขณะที่เธอกำลังขบคิดอยู่นั้น อยู่ ๆ ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน
[ภารกิจใหม่ : สบตากับหยางอี้เฟิง 30 วินาที ภารกิจสำเร็จ จะได้รับ 20 คะแนน ]
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







