FAZER LOGINผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหาร
ชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า
“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา
“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานี
ดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม
“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ แต่เป็นรอยยิ้มที่เขาเอ็นดูเธอ
อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกโกรธเขา เธอรีบเบนหน้าหนีไปทางอื่น หยางอี้เฟิงเห็นทีท่าอันน่ารักของจ้าวหมิงอวี้ก็อดที่จะขำไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นใบหน้าเต็ม ๆ ชัด ๆ ของเธอมาก่อน เขาไม่คิดอะไรมาก รีบหยิบเอาเมล็ดทานตะวันมาชิมดู
“เธอนี่จริง ๆ เลยนะ ไม่มีใครเขาขายของเหมือนเธอหรอก” จ้าว หมิงอวี้ตกใจมาก เมื่ออยู่ ๆ หยางอี้เฟิงก็แกะกระดาษห่อเมล็ดทานตะวันออก กลิ่นหอมของเมล็ดทานตะวันส่งกลิ่นหอมหวนไปทั่ว มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านมา ได้กลิ่นหอมของเมล็ดทานตะวันก็ได้เดินเข้ามาถามดู
“เมล็ดทานตะวันนี่หอมมากเลยนะ เธอขายเท่าไรเหรอ ?” หยางอี้เฟิงคลี่ยิ้ม ก่อนจะหันไปมองจ้าวหมิงอวี้
“เอ่อ… 1 ห่อ 8 เหมาค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นหยิบเอาเมล็ดทานตะวันมาชิมดู ก่อนจะบอกกับเธอว่า
“หอมอร่อยมาก ฉันซื้อ 1 ห่อ” จ้าวหมิงอวี้ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจมาก รีบยื่นเมล็ดทานตะวันให้ผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะรับเงินมา
หลังจากที่มีคนมาซื้อเมล็ดทานตะวันจากเธอ ลูกค้าคนอื่น ๆ ก็ได้แวะเวียนมาชิมเมล็ดทานตะวันที่เธอวางขาย หยางอี้เฟิงยืนอยู่ข้าง ๆ ตะโกนเรียกลูกค้าไม่หยุด
“เมล็ดทานตะวันอบแห้งทำเอง หอมอร่อย ใครอยากจะซื้อแวะมาชิมก่อนได้ครับ ไม่ซื้อไม่เป็นไร”
พอทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นได้ยินว่าสามารถเดินเข้ามาชิมก่อนได้ พวกเขาก็รีบเดินมาชิมเมล็ดทานตะวันดู บางคนกินแล้วถูกปากก็ซื้อกลับไปกินที่บ้าน บางคนพอรู้ราคาแล้วก็ไม่กล้าซื้อ คนที่ซื้อเมล็ดทานตะวันกับจ้าวหมิงอวี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีฐานะ
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง…จ้าวหมิงอวี้ก็ขายเมล็ดทานตะวันหมดเกลี้ยง เธอกำเงินในมือแน่นด้วยความดีใจ เธอรีบเก็บของ ก่อนจะเดินไปที่มุมลับตาคนนับเงินที่ขายเมล็ดทานตะวันได้ในวันนี้ เมล็ดทานตะวัน 11 ห่อ เธอขายในราคา 8 เหมา หักลบทุกอย่าง เธอเหลือเงินอยู่ 5 หยวน
จ้าวหมิงอวี้นับเงินนั่นอยู่หลายรอบ ริมฝีปากบางยิ้มไม่หุบ หยางอี้เฟิงยืนพิงกำแพงมองจ้าวหมิงอวี้นับเงินอยู่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เธอคงจะมีความสุขมากสินะ
“เธอจะกลับแล้วเหรอ ? ฉันก็จะกลับเหมือนกัน” จ้าวหมิงอวี้รีบส่ายหน้า ก่อนจะบอกกับเขาว่า
“ฉันยังไม่กลับหรอกค่ะ ฉันจะต้องไปซื้อวัตถุดิบก่อน”
“ได้ ฉันจะไปซื้อของกับเธอ” จ้าวหมิงอวี้อยากจะปฏิเสธ ไม่อยากให้หยางอี้เฟิงตามเธอไป ทว่าครู่นั้น…ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน
[ภารกิจที่สอง : ใช้เวลาอยู่กับหยางอี้เฟิง 4 ชั่วโมง คะแนนสะสม 20 คะแนน ]
เธอได้สูตรลับจากระบบมาแล้ว และเธอก็ขายเมล็ดทานตะวันได้เงินมาแล้วด้วย ระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้เธอทำ เธอจะไม่ปฏิเสธ จ้าวหมิงอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ให้เธอใช้เวลาอยู่กับหยางอี้เฟิงสองต่อสอง 4 ชั่วโมง มันไม่นานไปเหรอ ? เธอหันไปมองหยางอี้เฟิง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ได้ค่ะ วันนี้ ฉันขอบคุณพี่มากนะ” เอาละ ยังไงวันนี้หยางอี้เฟิงก็ช่วยเธอจากชายแปลกหน้าคนนั้นนี่นา เขายังช่วยเธอขายเมล็ดทานตะวันด้วย คิดได้แบบนั้น…เธอก็ไม่รู้สึกกลัวเขาอีก เมล็ดทานตะวันยังเหลืออยู่ เธอยื่นไปตรงหน้าเขา
“ฉันให้พี่ค่ะ” หยางอี้เฟิงอึ้ง ๆ มองจ้าวหมิงอวี้ ก่อนจะผลิยิ้ม
“เธอทำเองเหรอ ? หอมมาก” หยางอี้เฟิงไม่คิดว่าจ้าวหมิงอวี้จะทำอาหารเก่งขนาดนี้
จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงยิ้มอีกแล้ว เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินนำเขาไป รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวรุนแรง
“เราไปที่ร้านขายของกันเถอะ ที่นั่นมีของขายเยอะ” จ้าวหมิงอวี้ไม่พูดอะไร ได้แต่พยักหน้าเบา ๆ เห็นด้วย
อยู่อีกมุมหนึ่ง…มีหญิงวัยกลางสองคนกำลังเดินเลือกซื้อของกันอยู่ บังเอิญเห็นจ้าวหมิงอวี้กำลังเดินอยู่กับหยางอี้เฟิงเข้าพอดี
“นั่นใช่หมิงอวี้ลูกสาวของเสี่ยวหลงไหม ? ฉันได้ยินมาว่า…หมิงอวี้กำลังจะแต่งงานกับเทียนหยู่ไม่ใช่หรือ ? ทำไมถึงได้มาเดินซื้อของกับไอ้อี้เฟิงได้ล่ะ ? ถ้าคนที่บ้านเฉินรู้เข้า บ้านจ้าวเดือดร้อนแน่”
หญิงวัยกลางคนนั้นหัวเราะคิกคักกับเพื่อน ก่อนจะเดินตามจ้าวหมิง อวี้กับหยางอี้เฟิงไป…
จ้าวหมิงอวี้มาซื้อวัตถุดิบครั้งนี้ เธอตั้งใจทำเมล็ดทานตะวันมาขาย จะไม่แบ่งให้คนที่บ้านกิน หลังจากที่ซื้อของเสร็จ หยางอี้เฟิงก็ได้พาเธอไปทานข้าว พอทานข้าวเสร็จ พวกเขาถึงกลับไปที่หมู่บ้าน เวลานี้ไม่มีรถลากกลับไปที่หมู่บ้านแล้ว พวกเขาต้องเดินเท้าเปล่ากลับไปที่หมู่บ้านแทน
เดินไปได้ครึ่งทางฟ้าเริ่มมืด ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องประกาย จ้าวหมิง อวี้เดินนำหน้าหยางอี้เฟิง ส่วนหยางอี้เฟิงเดินช้า ๆ ตามหลังจ้าวหมิงอวี้ไป พวกเขาสองคนเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้าวของที่จ้าวหมิงอวี้ซื้อวันนี้ หยางอี้เฟิงเป็นคนถือให้เธอ
จ้าวหมิงอวี้หยุดเดิน ก่อนจะหันกลับไป สีหน้าของเธอตอนนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก เธอโน้มตัวลงไปถอดรองเท้าออก
“เจ็บจังเลย” หยางอี้เฟิงเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปหาจ้าวหมิงอวี้
“เธอเป็นอะไร ?” จ้าวหมิงอวี้เม้มปากแน่น พยายามข่มอาการเจ็บไว้
“ฉันเจ็บเท้าค่ะ ฉันเดินไม่ไหวแล้ว” นัยน์ตาเรียวคมมองไปที่เท้าเล็กขาวเนียน เขาเอาแต่โทษตัวเองในใจ
เมื่อกี้เขามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้จ้าวหมิงอวี้ เขากลัวว่าจะทำให้เธอกลัว ถึงได้เดินห่างออกมา ระหว่างทางเขาไม่ได้สังเกตว่าเธอมีอาการผิดปกติ หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าจ้าวหมิงอวี้ ก่อนจะยื่นถุงผ้าให้เธอถือ
“ขึ้นมาเถอะ”
“อะ…อะไรนะ ?” จ้าวหมิงอวี้ไม่อยากจะเชื่อว่าหยางอี้เฟิงจะยอมให้เธอขี่หลังเขา
“รีบ ๆ ขึ้นมาเถอะน่า จากที่นี่ไปที่หมู่บ้านหลีอีกตั้งไกล เธอเดินไม่ไหวหรอก”
เสียงเข้มทำให้จ้าวหมิงอวี้ตกใจกลัว เธอไม่มัวรีรอ รีบขี่หลังเขา ขืนเธอมัวแต่ชักช้า เขาได้เอาเธอตายแน่ บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบ ไม่มีผู้คนเดินผ่าน ลมเย็นพัดผ่านทำให้จ้าวหมิงอวี้รู้สึกง่วง ระหว่างทางกลับไปที่หมู่บ้าน จ้าวหมิงอวี้ได้ยินหยางอี้เฟิงฮัมเพลงไปด้วย เธอเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว
“หมิงอวี้ ตื่นได้แล้ว ถึงหมู่บ้านหลีแล้ว กลับไปนอนต่อที่บ้านนะ” ได้ยินเสียงปลุก จ้าวหมิงอวี้สะลึมสะลือตื่น
“พี่อี้เฟิง ขอบคุณมากนะคะ” เธอรู้สึกอายเล็กน้อย ที่ปล่อยให้เขาแบกเธอกลับมาที่นี่
“กลับบ้านเถอะ ดูสภาพเธอตอนนี้สิ ตาลืมไม่ขึ้นแล้ว” หยางอี้เฟิงอยากจะอยู่กับจ้าวหมิงอวี้แบบนี้ไปนาน ๆ ไม่อยากห่างเธอไปไหน แต่…เขาจะอยู่กับเธอแบบนี้ไม่ได้
“ดึกมากแล้ว รีบกลับไปพักเถอะ” ครู่นั้น…เหมือนจ้าวหมิงอวี้จะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ระบบมอบหมายภารกิจให้เธอทำนี่นา ให้เธอใช้เวลาอยู่กับเขา 4 ชั่วโมงไม่ใช่เหรอ ? ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอใช้เวลาอยู่กับเขาไปนานแค่ไหนแล้ว เธอรีบถามระบบ พอเห็นเวลาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว เธอได้แต่ถอนหายใจแรง ยังเหลือเวลาอีก 10 นาทีถึงจะครบ 4 ชั่วโมง ยังไงเธอก็รับทำภารกิจนี้แล้ว อีก 10 นาทีเอง อดทนหน่อยก็แล้วกัน
“ฉันหายง่วงแล้ว” เธอไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ จ้าวหมิงอวี้ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี เธอได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







