LOGIN#ย้อนอดีต#
สองวันผ่านไป.. แยมอาบน้ำเสร็จกำลังยืนแต่งตัวได้เพียงแค่ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เธอเดินเชื่องช้าเหมือนคนเซื่องซึมตลอดเวลา คว้ามากดรับสายทันที "สวัสดีค่ะ" แยมกล่าวยังไม่ทันจบปลายสายก็สวนทันควัน "หนูแยมรีบแต่งตัวนะ ป้าจะเข้าไปรับหนูลูก" ลำไยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้แยมรู้สึกใจคอไม่ดีตาม กำลังจะเอ่ยถามกลับอย่างสงสัย แต่ปลายสายได้กดวางไปเสียแล้ว เธอเร่งแต่งตัวอย่างว่องไวออกมายืนรอตรงรั้วหน้าบ้าน กลับได้ยินคนเดินผ่านพูดคุยกันหัวข้อเกี่ยวกับอุบัติเหตุ "เฮ้อ~ ตรงทางแยกนั้นอีกแล้ว เมื่อวันก่อนก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ รอบนี้เป็นรถยนต์สี่ประตู เฮี้ยนชะมัด! เดินทางต้องคอยระวังนะเธอ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกหนักด้วย! ตรงนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ไม่รู้เมื่อไหร่.. จะมีคนจากทางการไปซ่อมแซมถนนเส้นนั้นสักที พังมานานหลายปีแล้วด้วย หรือต้องรอให้คนหมดอำเภอก่อนเนี่ย!" หญิงวัยกลางคนกล่าวพลางทอดถอนหายใจ "จริง! อันตรายเหลือเกินนะ สองผัวเมียคู่อาภัพที่จุดเกิดเหตุ เหมือนจะอาศัยอยู่อำเภอเดียวกับพวกเราด้วย" อีกฝ่ายเสริม แต่ทว่าแยมสัมผัสได้ถึงความน่าสนใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่พวกเขาเอ่ย เธอกำลังจะอ้าปากถามด้วยความสงสัย กลับต้องกลืนลงคอเพราะคุณป้ามาถึงพอดี เปิดประตูขึ้นเตรียมนั่งอีกฝั่งข้างคนขับ ระหว่างเส้นทางเห็นคุณป้าน้ำตาไหลตลอด จึงไม่กล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น รอเพียงคุณป้าอาการดีหน่อยท่านคงจะบอกเอง แต่กลับมีแค่ความเงียบงันเท่านั้น ท่านจอดรถยนต์ตรงบริเวณโรงพยาบาล จูงมือแยมเดินเข้าอาคารทันที *ห้องดับจิต* บรรยากาศช่างน่าอึดอัดจนใกล้หายใจไม่สะดวก กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งทั่วทางเดิน เสียงรถเข็นร่างผู้เสียชีวิตเข้าห้องจนหัวใจเต้นอย่างเชื่องช้าตาม เพราะไม่มีใครพูดอะไรแม้กระทั่งคุณลุง ซึ่งรออยู่ตรงประตูทางเข้าห้อง บนฝ่ามือท่านได้ถือถุงพลาสติกจนแน่น คล้ายว่าจะเป็นโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์อยู่ "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณลุง ใครเสียชีวิตเหรอคะคุณป้า แล้วคุณพ่อคุณแม่เฝ้าร้านชำให้อยู่เหรอคะ ไม่เห็นมาด้วยกันเลย" แยมกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เนื่องจากยังไม่รู้สถานการณ์นี้มันคืออะไร "หนูแยมทำใจดีๆ นะลูก แม่ลิ้นจี่กับพ่อขวานไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว" ก้านเอ่ยด้วยโทนเสียงปกติ คว้าร่างหญิงสาวไปโอบกอดทั้งที่เขาตัวสั่นเทา ลำไยก็น้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ กอดรัดแยมพร้อมด้วยกันอีกคน "ไม่จริงใช่ไหมคะ หนูต้องหูฝาดไปแล้วแน่ๆ เมื่อคืนนอนน้อยด้วย คงเป็นความฝันสินะ" แยมกล่าวพร้อมผลักผู้ใหญ่ออก นั่งบนเก้าอี้หน้าห้องมองประตูทางเข้าอย่างเหม่อลอย ลำไยรีบทิ้งตัวบนเก้าอี้ด้านข้างดึงแยมมาปลอบโยน "ถึงคุณพ่อกับคุณแม่จะไม่อยู่แล้ว แต่หนูยังมีคุณลุงและคุณป้าที่รักหนู เปรียบเสมือนลูกสาวอยู่นะ ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปพวกเราจะดูแลหนูเอง" ลำไยกล่าวพลางสะอึกสะอื้น เธอเม้มริมฝีปากฝืนเข้มแข็งต่อหน้าหลานสาว "ใช่! อย่ากลัวนะหนูแยม พวกเราจะรับหนูเป็นลูกบุญธรรม ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หนูจะไม่มีทางลำบากแน่นอน ตัวลุงเองก็ไม่เหลือญาติบนโลกแล้ว ส่วนป้าก็เห็นหนูเป็นลูกสาวมาเสมอ อย่ากังวลไปเลยนะ" ก้านพยายามกล่าวทั้งน้ำตา เขาลูบศีรษะหลานสาวอย่างเป็นห่วง "หนูไม่ได้กลัวความยากลำบาก! แต่หนูอยากให้พวกเขากลับคืนมาค่ะ ฮื่อๆ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้นะ" แยมร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม จนผู้ใหญ่ทั้งคู่เลือกที่จะเงียบแทน เพราะเจ็บปวดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนกัน พิธีการสำคัญถูกจัดขึ้นอยู่ภายในอำเภออย่ามาซุย เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของคุณแม่และคุณป้า จึงอยากให้ฝังอยู่ใกล้ฝั่งคุณตาและคุณยาย ส่วนคุณพ่อเป็นเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตร โชคดีได้พบรักกับคุณแม่ทั้งคู่จึงไปสร้างตัวกันที่อำเภอเหลามาจะฟัง มีบ้านและที่ดินปล่อยเช่าให้ชาวสวนเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ หากคุณป้าและคุณลุงไม่อุปการะเลี้ยงดู ก็ยังสามารถดำเนินชีวิตได้ยันเรียนจบปริญญา ร้านชำเป็นกิจการของคุณลุงและคุณป้ามาตั้งแต่แรก ไม่ได้เกี่ยวข้องทางด้านทรัพย์สินจึงไม่มีปัญหาเรื่องมรดกอะไร ประเด็นคือข่าวการเสียชีวิตของพวกท่านยูโรเองก็ยังคงไม่รู้ การที่เขาไม่มาปรากฏตัวเวลานี้ย่อมทำให้แยมรู้สึกหายใจอย่างสบายได้บ้าง สี่วันผ่านไป.. หลังพิธีกรรมทางศาสนาได้สิ้นสุดลง แยมต้องฝืนไปเอาใบจบการศึกษาล่าช้ากว่าเพื่อนร่วมชั้นไม่กี่วัน แม้แต่อาจารย์ก็ยังไม่ทราบว่าเด็กนักเรียนเกิดปัญหาอะไร สองขาเรียวเล็กก้าวเดินเข้าห้องพักครูเธอเดินอย่างคนไร้ชีวิตชีวา "สวัสดีค่ะคุณครู หนูมารับใบจบการศึกษาค่ะ" ยกมือไหว้ทักทายพร้อมฝืนยิ้มกว้าง ใบหน้าเธอเศร้าหมองจนอาจารย์ต้องเอ่ยอย่างร้อนใจแทน "หนูแยมเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมวันรับมอบถึงไม่มาล่ะ ครูพยายามติดต่อพ่อแม่หนูแล้ว แต่พวกท่านไม่รับสายกันเลยตั้งหลายวัน ถามเพื่อนๆ ก็ยิ่งไร้การติดต่อหนักเลย ขนาดเบอร์โทรศัพท์ของหนูก็ปิดเครื่องเสียอย่างนั้น" อาจารย์ที่ปรึกษาถามด้วยความเป็นห่วงทันที "คุณพ่อกับคุณแม่หนู.. ท่านเสียชีวิตอย่างกะทันหัน สายชาร์จแบตเตอรี่ของหนูพังจึงปิดเครื่องเอาไว้ค่ะ มัวแต่จัดการเกี่ยวกับเอกสารและร่างกายพวกท่าน จึงไม่ได้ติดต่อแจ้งล่วงหน้าค่ะ หนูต้องขออภัยจริงๆ นะคะ ส่วนโทรศัพท์ของพวกท่านก็พังยับ แม้แต่ซิมการ์ดยังหาไม่พบเลยค่ะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยืนตัวสั่นเทิ่มเพราะยังทำใจไม่ได้เช่นกัน "เสียใจด้วยนะหนูแยม ทางด้านมหาวิทยาลัยหนูได้เลือกสมัครสอบไปหรือยัง ตอนนี้ครูมีทุนการศึกษาที่ต่างประเทศอยู่ หากหนูสนใจครูจะให้ใบสมัครไปด้วยเลย ครูคิดว่าหนูต้องสอบผ่านได้สบายอยู่แล้ว เพราะผลการเรียนที่ผ่านมาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย" อาจารย์ที่ปรึกษากล่าวพร้อมยิ้มแย้มอย่างเอ็นดู กลัวเธอจะทิ้งการเรียนเหตุจากผู้ปกครองได้เสียชีวิตลงกะทันหัน "ขอบคุณมากนะคะ หนูคงต้องไปปรึกษาครอบครัวก่อน แต่จะเอาไปด้วยเผื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอรับเอกสารสำคัญทั้งหมดใส่แฟ้มทันที แม้ว่าอยากร้องไห้แต่ก็เลือกที่จะพยายามฝืน เตรียมตัวจะกลับบ้านเพราะคุณลุงใกล้จะมารับ จึงนั่งรออยู่ตรงโต๊ะม้าหินบริเวณสวนหย่อมเพื่อให้คุณลุงพบได้ง่าย จังหวะนั่งมองต้นไม้ไปเรื่อยไม่ทันระวัง เจอพวกกลุ่มผู้หญิงนิสัยเสียมาแกล้งเธอ น้ำหวานสีแดงไหลตั้งแต่เส้นผมหยดรวมตรงปลายคาง ผู้หญิงพวกนั้นยืนหัวเราะชอบใจ แถมยังยืนเท้าสะเอวต่อว่าเธออีกยกใหญ่ "ในที่สุดเธอก็เป็นหมาหัวเน่าแล้วสินะ!" "คนหลายใจสมควรโดนแล้ว!" "ได้ข่าวว่าเลิกกันแล้วเหรอ ยินดีด้วยนะ" "ตอนคบกับยูโรเห็นเชิดหน้าพองขนใหญ่เลย ทำไมตอนนี้เลิกกันนั่งหงอยเป็นหมาแล้วล่ะ จะกลับไปเป็นยัยขี้แยแล้วสินะ" ทุกสิ่งที่ได้ยินไม่ทำให้แยมรู้สึกยินดียินร้ายด้วยสักนิด ยิ่งเห็นน้ำสีแดงพลันสะท้อนเลือดบนร่างกายของบุพการี ซึ่งท่านนอนแน่นิ่งบนรถเข็นภายในห้องดับจิตอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นมาปลุกให้หลุดจากห้วงภวังค์ฝันร้าย เธอแหงนใบหน้ามองเป็นคุณลุงกำลังวิ่งมาหา "พวกเด็กขาดการอบรมนี่! ผมจะเอาเรื่องพวกคุณให้หมดเลย!" ก้านตวาดเสียงดังลั่น แม้กระทั่งอาจารย์ต้องสะดุ้งรีบวิ่งมาจุดเกิดเหตุ พาเหล่าเด็กดื้อไปลงโทษโดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องเอ่ย เพราะไม่อยากให้มีเรื่องแย่ๆ ต้องเล็ดลอดออกไปสู่สาธารณชนด้านนอก อาจจะทำให้ภาพลักษณ์โรงเรียนดูไม่ดีเอาได้ "เอาน้ำเปล่าล้างก่อนนะหนูแยม กลับแล้วค่อยอาบน้ำจะได้ไม่เหนียวตัว เด็กเหล่านั้น.. แกล้งหนูเป็นประจำเลยเหรอครับ" ก้านกล่าวถามพร้อมยื่นผ้าผืนเล็กเช็ดใบหน้าให้แยม เธอเอาแต่มองหยดน้ำสีแดงช่วงปลายเส้นผมซ้ำๆ "เปล่าค่ะ พอดีเคยมีเรื่องกันนิดหน่อย คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอฝืนยิ้มเพราะกลัวคุณลุงจะเครียดกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้ "กลับบ้านกันเถอะ อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม ลุงจะได้แวะซื้อระหว่างทางน่ะ" ก้านถามพร้อมยิ้มหวานให้แยม เขาจูงมือหลานสาวเข้ารถยนต์ทันที "หนูไม่เรื่องมากค่ะ ราดหน้าใส่ไข่เจียวเหมือนเดิมดีกว่า คุณป้าทำอร่อยที่สุดในโลกอยู่แล้วค่ะ แค่อย่าลืมแวะซื้อวัตถุดิบก็พอค่ะ" แยมกล่าวพร้อมฝืนยิ้ม "ปากหวานจริงนะ อย่าลืมสวมเข็มขัดนิรภัยด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยน่ะ ช่วงนี้ลุงใจคอไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เกี่ยวกับการขับรถยนต์" ก้านกล่าวด้วยโทนเสียงนุ่มลึก ไขกุญแจให้เครื่องยนต์ทำงานก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียน หลังกลับมาปรึกษาเรื่องการเรียนต่อที่ต่างประเทศ ผู้ใหญ่ทั้งสองไม่ได้คัดค้านเพียงแค่เป็นห่วงกลัวจะไปถูกคนรังแกอีก แต่ก็ยังอยากให้ไปเปิดประสบการณ์เพื่อที่จะมีความรู้มากยิ่งขึ้น สุดท้ายจึงลงมติเอกฉันท์ว่าให้ไปศึกษาเล่าเรียนที่นั่นได้ แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองก็จะคอยบินไปดูแลเป็นระยะ เพราะรู้อยู่แล้วว่าหลานสาวตัวเองไม่สู้คน ไปไกลขนาดนั้นย่อมกังวลเป็นธรรมดา การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงเพื่ออนาคตของแยมเท่านั้น แต่เป็นเพราะเธออยากพักฟื้นหัวใจตัวเอง ที่เคยผ่านการบอบช้ำจากยูโรกับเรไร บวกกับคุณพ่อและคุณแม่ประสบอุบัติเหตุอีก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่มีคนอื่นรู้ นอกเสียจากคุณครูที่ปรึกษาและครอบครัวเท่านั้น อาจารย์ที่ปรึกษาแจ้งให้คุณลุงทราบว่า.. กลุ่มเด็กผู้หญิงจอมเกเรตั้งใจมากลั่นแกล้ง เป็นเพราะถูกเพื่อนยุยงกะทันหัน ทำให้ขาดการยั้งคิดแต่ได้ลงโทษอย่างเด็ดขาดไปแล้ว ซึ่งคุณลุงมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดจึงรู้ตัวผู้บงการทันที*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)