LOGIN#เหตุการณ์ปัจจุบัน#
*ห้องกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง* ช่วงเวลายามบ่ายสว่างไสวด้วยแสงแดดลอดผ่านม่านสีขาวสะอาด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยคลอคลุ้งทั่วห้องขนาดกว้าง แต่กลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูตึงเครียดสักเท่าไร เมื่อหญิงสาวรูปร่างบอบบางยืนกอดอกมองคนบนรถเข็นอย่างจับผิด "คุณหมอบอกให้หัดเดินทีละนิด! ไม่ใช่แอบอู้แล้วทำหน้าเหมือนจะเป็นลมทุกสามนาทีแบบนี้นะคะ คุณยูโร!" แยมย่นคิ้วใช้สายตาจับผิดเต็มที่ ชายหนุ่มผู้ใช้เวลานอนพักฟื้นร่างกายให้กลับมาปกติ ซึ่งอยู่ภายในโรงพยาบาลระยะเวลาเกือบสี่เดือนเต็ม เขากำลังนั่งแค่นหัวเราะอยู่ภายในลำคอ ดวงตาคมคายเหลือบมองเธออย่างคนไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย "ใครเขาจะอยากรีบเดินกันล่ะ! ในเมื่อมีเธอคอยเข็นรถให้ตลอด มันสบายออกจะตายไปนะ" เขาตอบกลับพร้อมเลิกคิ้วสูงตั้งใจยียวนกวนอารมณ์เธอ "อ๋อเหรอ! สรุปว่าเป็นฉันเองนี่แหละ ที่ทำให้นายรู้สึกขี้เกียจ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เธอรีบยกฝ่ามือเล็กมาเท้าสะเอวทันที "ถูกต้องที่สุดนะครับ!" เขายักคิ้วให้อย่างคนเจ้าเล่ห์ แยมถอนหายใจแรงออกมา แต่ใบหน้าเธอกลับซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่มิด รู้ทั้งรู้ว่า.. คนตรงหน้าแกล้งกวนเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอเลยก้มลงไปกระซิบใกล้ๆ ใบหูเขาทันที "วันนี้ถ้านายไม่ยอมลุกขึ้นยืนเพื่อฝึกเดิน ฉันจะไม่ซื้อขนมมาฝากอีกต่อไป แถมจะสั่งให้พวกยอดกับใหญ่ไม่ต้องเอามาฝากนายอีกด้วย หึ!" เพียงแค่เท่านั้นแหละ ยูโรก็เบิกตากว้าง ร่างสูงโปร่งที่เคยพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรงก่อนหน้านั้น พลันตั้งตรงขึ้นมาเหมือนถูกปลุกด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ "เล่นแรงไปแล้วนะ แยม! ขนมเธอนี่แหละคือกำลังใจชีวิตฉันเลยนะ อาหารโรงพยาบาลจืดชืดจะตาย เฮ้อ~" "ก็แล้วจะยอมลุกไหมล่ะ" เธอเท้าสะเอวทำหน้าขึงขัง แต่ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับราวกับชอบใจ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างยอมแพ้ ก่อนจะค่อยๆ วางสองเท้าที่แข็งเกร็งลงบนพื้น เสียงไม้เท้ากระทบพื้นกระเบื้องสีขาวแผ่วเบา แยมรีบเข้ามาประคองแขนเขาไว้เหมือนแม่ไก่หวงลูกเจี๊ยบ "นายระวังนะ มาจับแขนฉันไว้แน่นๆ ก็ได้ หากกลัวว่าจะล้มขึ้นมาน่ะ" แยมกล่าวพร้อมแสดงสีหน้าเป็นกังวลทันที "พูดแบบนี้ ฉันไม่อยากจะปล่อยมือเธอไปอีกแล้วล่ะ" เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำเจือรอยยิ้มกวนๆ "นี่! ฉันหมายถึงให้นายจับเอาไว้กันมันลื่นล้ม ไม่ได้หมายถึงว่าเราสองคนคบกันอะไรสักหน่อย!" แยมกล่าวทั้งที่ใบหน้าแดงระเรื่อแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเขา ก้าวแรกนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า ร่างสูงโปร่งพยายามฝืนความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อที่ไม่ถูกใช้งานมานาน "แยม! ฉันว่าขาเธอสั่นมากกว่าขาฉันอีกนะ" เขากัดฟันแน่นแต่ก็ยังเอ่ยแหย่เธอได้ "ใครเขาสั่นกัน! อีตาบ้านี่!" แยมสะบัดหน้าหนีแต่แก้มแดงปลั่งจนปฏิเสธไม่ออก เธอคอยประคองทั้งแขนและเอวของเขา ความใกล้ชิดทำให้ได้ยินแม้กระทั่งจังหวะลมหายใจ ซึ่งหนักหน่วงจากความพยายามของเขาทั้งสิ้น หัวใจเธอพลอยเต้นแรงผิดจังหวะไปด้วย จนเมื่อเขาเดินได้ครบหนึ่งรอบห้อง ยูโรก็ทรุดลำตัวลงบนเก้าอี้รถเข็นอย่างหมดแรง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มภาคภูมิใจตนเอง "เห็นไหม~ ฉันทำได้แล้ว!" เขากล่าวพร้อมหลับตาพริ้มเพื่อฝืนทนความเจ็บปวด "เก่งมากเลยค่ะ!" แยมเผลอตบมือเสียงดัง ก่อนจะรีบลดมือลงเหมือนกลัวเขาจะล้อเลียนตนเอง ทว่ากลับสายไปเสียแล้ว "หึ! มีตบมือให้ด้วยนะ นี่เธอเห็นฉันเป็นเด็กหัดเดินอยู่หรือยังไงกัน" ยูโรหัวเราะจนไหล่สั่นกับพฤติกรรมสาวสวย "เกือบจะใช่น่ะสิ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาเงยหน้าหล่อคมคายมองเธออย่างเอ็นดู รอยยิ้มอบอุ่นค่อยๆ กลืนกินความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น "ถ้าไม่มีเธอคอยอยู่ข้างๆ ฉันคงท้อไปนานแล้วแหละแยม!" น้ำเสียงจริงจังทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตรีบหลบสายตาคมที่จับจ้องแยมอยู่ "ฉันแค่ไม่อยากเห็นนายหมดหวังเท่านั้นเอง~" เธอยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแก้เก้อ ยูโรพยุงตัวลุกขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือหนาคว้ามือเล็กเธอมากุมไว้แน่น "เธออย่าหายไปไหนอีกนะ ช่วยอยู่ตรงนี้คอยเป็นกำลังใจให้ฉัน เพื่อกลับมาเดินได้ดังเดิมก่อน จะได้หรือเปล่า" เขาสบสายตานิ่งราวกับคาดหวังเอาไว้มาก "บ้าเหรอ! ฉันก็มีร้านค้าที่ต้องดูแลนะ อย่าลืมจ่ายค่าพยาบาลให้ฉันด้วยล่ะ!" เธอบ่นเบาๆ แต่หัวใจกลับเต้นดังถี่ระรัวราวกับจะหลุดออกมา ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาส่งต่อมาอย่างไม่อาจปฏิเสธ "สำหรับฉัน! เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหา ถ้าหากฉันหายดีแล้ว เธอต้องยอมไปเดินเล่นกับฉันทุกเย็นเป็นการตอบแทนนะ" ยูโรทำตาซุกซนขึ้นมาอีกครั้ง "หืม? ใครอนุญาตมิทราบกันคะ!" แยมรีบตอบกลับ "ฉันอนุญาตเอง~" เขายักคิ้วอย่างมั่นใจ "เป็นคนป่วยหรือว่าคนเอาแต่ใจกันแน่เนี่ย!" แยมทำท่าทางเหมือนอยากผลักเขาลงบนเก้าอี้อีกครั้ง แต่เพราะกลัวเขาจะเจ็บเลยได้แค่ยืนมองด้วยสายตาดุๆ ที่เอาไม่เคยอยู่ "เป็นคนที่อยากอยู่กับเธอไปนานๆ นั่นแหละ!" ยูโรหัวเราะร่าอีกครั้ง ก่อนยกมือเธอขึ้นแนบแก้ม คำพูดเรียบง่ายกลับทำให้ทั้งห้องเงียบงันไปชั่วขณะ เธอเผลอกัดริมฝีปากก้มหน้าลงต่ำซ่อนความเขินอายเอาไว้ "เอาเถอะ! คราวหน้าอย่าให้เห็นว่าแอบอู้อีก ไม่อย่างงั้น~ ฉันจะไม่ถือไม้เท้าช่วยนายอีกแล้วนะ" แยมแกล้งทำเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อน "ไม่ต้องถือไม้เท้าหรอก แค่เธอจับมือฉันไว้ มันก็พอมากแล้ว" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ ครั้งนี้เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเขากลับอีกเลย มีเพียงเข็นรถเพื่อไปห้องพักแบบส่วนตัวภายในโรงพยาบาล แม้จะปากแข็งไม่ยอมรับแต่ทว่าเธอกลับเริ่มหวั่นไหวอย่างเงียบๆ จังหวะแยมกำลังนั่งปอกเปลือกผลไม้ ส่วนยูโรพยายามกดรีโมตคอนโทรลเลื่อนหาช่องโทรทัศน์บนเตียง ประตูห้องกลับถูกเปิดอ้าจนพวกเราต้องหันมองจุดหมายเดียวกัน ปรากฏเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของยูโรท่านเดินปรี่เข้ามาหาทันที "เป็นอย่างไรบ้างลูก" ดีนาร์กล่าวถามอย่างตื่นตระหนก เธอเกาะขอบเตียงไม่กล้าสัมผัสลูกรักตนเอง เพราะกลัวเขาจะยังเจ็บอยู่ "อุบัติเหตุจริงเหรอ พ่อจะให้ลูกน้องไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกรอบดีกว่า" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "พ่อกับแม่ไปไหนมาครับ ผมจะออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้วเนี่ย" ยูโรหรี่ตามองผู้ให้กำเนิดคล้ายว่ากำลังน้อยใจอยู่ "ต้องโทษพ่อตัวดีของแกเลย~ คราแรกจะแค่แวะซื้อที่ดินต่างจังหวัดเพิ่มเท่านั้นเอง ไม่ถึงเดือนก็กลับมาได้แล้ว แต่พอโดนนายหน้ายั่วยุให้ไปทริปเดินชมป่าเขา พ่อแกก็บ้าจี้ไม่ดูอายุเลย สุดท้ายเหนื่อยเลยนั่งพักผ่อนจนหลงกลุ่มกับพวกนักท่องเที่ยว" ดีนาร์รีบกล่าวอธิบาย ซึ่งยูโรเลิกคิ้วสูงราวกับไม่เชื่ออีก "ประเด็นคือหลงอยู่ภายในป่าลึกเป็นเดือนเลย สัญญาณก็ไม่มี ส่วนพวกลูกน้องคนสนิททิ้งไว้ที่ทางขึ้นภูเขาโน้น ได้แต่กินอาหารกระป๋องเป็นเดือนประทังชีวิต เฝ้ารอพวกเจ้าหน้าที่มาพาออกไป" ดีนาร์กล่าวอย่างโมโหสามีของเธอ "พ่อขอโทษ~ เลิกโกรธได้แล้วนะครับ" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนภรรยา ยกฝ่ามือหนาสัมผัสฝ่ามือเล็กของภรรยาอย่างรู้สึกผิด "ช่างมันเถอะครับ กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนจะเป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกสมัยตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ คุณพ่อก็เล่นพาคุณแม่ไปติดเกาะร้างมาหนหนึ่งแล้วเช่นกัน "เอ่อ! สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ไม่อยากจะขัดเวลาครอบครัว เพราะตัวเองก็ยืนอมยิ้มหวานอย่างดีใจเช่นกัน แต่จะไม่เอ่ยทักทายมันอาจจะดูไร้มารยาทไปสักหน่อย "ลูกสะใภ้ของแม่! คงลำบากหนูไม่น้อยเลยใช่ไหมจ๊ะ" ดีนาร์กล่าวถามพร้อมวิ่งมากุมมือแยมเอาไว้แน่น แววตาเป็นประกายสดใสเหมือนครั้งอดีตวัยเยาว์ที่เคยพบกันเลย "หนูแยม! อย่าไปเผลอตามใจไอ้ลูกเวรนี่! ของพ่อให้มากนะ หากมีตรงไหนที่ว่าไม่สมเหตุสมผล หนูก็คัดค้านได้ตลอดเวลาเลย หากมันกล้ารังแกมาฟ้องพ่อกับแม่ได้เสมอ" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แววตามีความเอ็นดูแยมเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน "คือว่า.. พวกเรายังไม่ได้กลับมาคืนดีกันค่ะ อย่าเรียกว่าลูกสะใภ้เลยนะคะ หนูรับฐานะนี้ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เธอเม้มริมฝีปากแน่นกะพริบตามองผู้ใหญ่ทั้งสอง "โธ่! มันเป็นเรื่องของเวลา แม่เองก็ไม่รีบหรอกนะ เพราะแม่ล้วนเข้าใจดีว่าลูกชายแม่มันไม่ได้เรื่องเองน่ะ!" ดีนาร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมปรายหางตามองลูกชายทันที "ให้ตายเถอะ! ไม่ว่าจะเป็นความรักต่อผู้หญิงหรือต่อครอบครัว ทำไมผมเหมือนเป็นส่วนเกินตลอดเลยเนี่ย!" ยูโรล้มตัวนอนตะแคงคลุมผ้าห่มแสร้งว่างอนราวกับตนเป็นเด็กน้อย "เป็นลูกผู้ชายทั้งแท่งยังจะทำเป็นน้อยอกน้อยใจอย่างกับผู้หญิง หึ!" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน พร้อมยืนกอดอกมองลูกชายแสนเอาแต่ใจของตนเอง "หนูแยมคงเหนื่อยมากเลยสินะ ที่ต้องมาคอยดูแลคนดื้อแบบนั้นทุกวัน ช่างน่าสงสารเหลือเกิน คุณคะ! พวกเราพาหนูแยมไปทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารหรูสักแห่งดีกว่า" ดีนาร์กล่าวพร้อมจูงมือแยมเดินออกไปโดยไม่สนใจยูโรอีกเลย "อ้าว! แม่ครับ! หากพาเธอไปแล้วใครจะดูแลผมล่ะ!" ยูโรตะโกนทักท้วงมุดออกมาจากผ้าห่มทันที "อยู่คนเดียวไปเถอะ หึ! รีบง้อหนูแยมไวหน่อยช่วงนี้ ก่อนแกจะโดนใครตัดหน้าไปเสียก่อน" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา เขาหรี่ตามองลูกชายพร้อมส่ายศีรษะให้ "จะให้ผมทำอย่างไรล่ะครับ เธอใจแข็งเป็นหินไปแล้วมั้ง หยอดทุกวันเป็นขนมครกเลยเนี่ยครับ พ่อ~" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยพร้อมถอนหายใจออกมา "ไม่สบายอยู่นี่! อย่าฉลาดน้อยให้มากนักเลย พ่อไปแล้วเดี๋ยวโดนแม่ทิ้งอีกคน" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบวิ่งออกไปอย่างว่องไว ส่วนยูโรนั่งอมยิ้มหวานเมื่อได้ฟังคุณพ่อทิ้งท้ายวิธีการรับมือคนสวย*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







