LOGIN*บ้านบรรเจิดเมืองเหลามาจะฟัง*
ฝ่ามือเล็กเอื้อมคว้าโทรศัพท์มาด้วยอาการสั่นเทา หยาดเหงื่อเปียกชุ่มบนดวงหน้าคนสวย จนเธอต้องยกแขนปาดเช็ดราวกับตื่นตระหนก ก่อนจะกลั้นลมหายใจพร้อมขบเม้มริมฝีปากตน รีบกดรับสายอย่างรวดเร็ว "ว่าไง~" แยมกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส "เธออยู่ไหน!!" โทนเสียงทุ้มต่ำกล่าวถามแค่เพียงสั้นๆ จนต้องสะดุ้งโหยงตาม "ฉันอยู่อำเภอเหลามาจะฟังน่ะสิ!!" "ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน!!" เขากดเสียงต่ำถามย้ำ "อยู่ที่บ้านฉันน่ะสิ!! ตอนนี้กำลังจะขับรถกลับร้านชำแล้วจ้า" แยมกล่าวด้วยเสียงตะกุกตะกัก เธอไขกุญแจเปิดใช้งานเครื่องยนต์อย่างว่องไว "บ้านเธออย่างนั้นเหรอ!!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียบเย็น จนขนลุกซู่ตามราวกับมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านอยู่ไม่ไกล จังหวะยังไม่ทันได้ตอบกลับ ยูโรได้เปิดประตูด้านข้างก่อนจะขึ้นมานั่งนิ่ง ทำให้แยมต้องรู้สึกสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ "นาย!!! มามาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ.." เธอกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย รีบส่งยิ้มแห้งๆ เพราะถูกจับได้คาหนังคาเขาไร้ข้อแก้ตัวแล้ว "ไปบ้านฉันเดี๋ยวนี้!!!" เขากดเสียงต่ำบอกอย่างรวดเร็ว แยมจึงพยักหน้าเหยียบคันเร่งขับออกไป "เธอนี่มันจริงๆ เลยนะ!!!" เขากดเสียงต่ำกล่าวและปรายหางตามอง "แค่มาแสดงความยินดีแล้วก็กลับเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้นสักหน่อย ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เอาแต่จ้องมองถนนไม่กล้าสบสายตาคนด้านข้างเลยด้วยซ้ำ "จะไม่ให้โกรธได้ยังไง เธอโกหกฉันเพื่อมาหามันน่ะ!!!" เขาโวยวายเสียงดังลั่นรถยนต์ จนมีแต่ความเงียบงันระหว่างทางไปส่งยูโรที่บ้านเขา เพียงไม่กี่นาที.. เธอก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้ามาจอดยังหน้าประตูบ้านเขา "ขอโทษนะ ฉันแค่อยากให้พวกนายกลับมาคืนดีกัน เพียงแค่เท่านั้นเอง.." "มันไม่ใช่เพื่อนของฉันแล้ว เธอเข้าใจไหม!!" *บ้านยูโรเมืองเหลามาจะฟัง* เขาลงจากรถยนต์พร้อมเปิดประตูฝั่งคนขับ ลากคนตัวเล็กให้เดินตามท่ามกลางความไม่พอใจ คนรับใช้มองตลอดตั้งแต่ทางเข้ายันประตูห้องนอน เมื่อประตูห้องนอนถูกกดล็อกลงกลอน แยมจึงพยายามคิดจะหนีออกไป "ไม่ให้ไป!!!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แววตาคมฉายความโมโหอยู่ไม่น้อย ข้อมือเล็กถูกเขาจับรั้งเอาไว้ "นายจะทำบ้าอะไรอีก!!" "เธอทำผิดย่อมต้องถูกลงโทษไม่ใช่เหรอ" สายตาคมกริบมันช่างน่ากลัวกว่ายามปกติ เขาก้าวย่างสามขุมมาใกล้ ฝ่ามือหนาสัมผัสปลายคางคนตัวเล็กเชิดขึ้น ในขณะที่เธอตัวสั่นเทาราวกับรู้สึกหวาดระแวงเขา "หึ! เธอเป็นอะไรไป หากคนที่ยืนตรงนี้เป็นไอ้บรรเจิด!!! เธอจะกลัวขนาดนี้ไหมนะ" เขากล่าวถามพร้อมประกบริมฝีปากอย่างรุนแรง แยมจึงใช้แรงทั้งหมดผลักเขาดันออกไป "ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย นายอย่าเป็นอย่างนี้สิ!! ฉันกลัวจริงๆ นะ อีกอย่างฉันกับบรรเจิดไม่ได้เป็นอะไรกัน.. อย่างที่นายคิดเลย" "แต่เธอกำลังไปให้ความหวังมัน!!!" "นายเข้าใจฉันผิดแล้วนะ..อา~" แยมที่กำลังอธิบาย จู่ๆ ทรุดตัวลงบนพื้นพรมอย่างกะทันหัน ใบหน้าแดงก่ำราวกับคนหายใจไม่ออก เรือนร่างสั่นเทาคล้ายว่าไปเผลอรับประทาน หรือสูดดมอะไรที่ไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย "เธอโอเคไหมแยม ไปเผลอกินอะไรแปลกๆ ภายในงานมาเนี่ย" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมฉายความเป็นห่วงทันที ฝ่ามือหนารีบยกเรือนร่างบอบบางไปแช่น้ำ หวังให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย ยูโรหมุนก๊อกน้ำใส่จนเต็มอ่างแต่เหมือนยิ่งมันไร้ผล สายตาของแยมมองเขาหยาดเยิ้มราวกับอ้อนอยู่ หัวใจของยูโรกลับเต้นแรงจนแทบคิดเรื่องอย่างว่าแทน "ฉันเป็นอะไรไม่รู้น่ะ มันทั้งร้อนวูบวาบและรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลย เหมือนจะดื่มแค่ไวน์เท่านั้นเองนะ" "จากไอ้บรรเจิดคนเดียว หรือมีคนอื่นอีก" ยูโรถามย้ำ พร้อมกำหมัดแน่นทุบขอบอ่างระบายอารมณ์ "มีคนอื่นอีกน่ะ!! นายช่วยเข้ามาใกล้ๆ หน่อยจะได้ไหม" แยมกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า "น่าจะโดนยาปลุกอารมณ์แหละ นอนแช่ไปเถอะ จะไปเอาน้ำอุ่นมาให้นะ" ยูโรกล่าวเสียงห้วนๆ เตรียมจะเดินหนีแยม แต่กลับถูกเธอรั้งเอาไว้ได้ทัน "อย่าพึ่งไปนะ!!! อือ~" แยมกล่าวด้วยเสียงอู้อี้*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







