หน้าหลัก / รักโบราณ / ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น / ความจริงที่น่าหวาดหวั่น (2)

แชร์

ความจริงที่น่าหวาดหวั่น (2)

ผู้เขียน: วริณชญา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-17 17:15:21

                หลังจากได้รู้ถึงความจริงที่น่าหวาดหวั่น เฉินอวี้หลันก็มิอาจทำให้จิตใจของตัวเองปลอดโปร่งได้อีกเลย เพราะนางกลัวว่าต่อให้นางหลีกเลี่ยงที่จะต้องแต่งงานกับจูป๋ายเจี่ยนได้จนอนาคตเปลี่ยนไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

                นางจำได้ว่าคำพูดสุดท้ายของเขาที่นางได้ยินคือ ‘ถ้าจะโกรธแค้น ก็โกรธแค้นบิดาของเจ้าเถิด’ ซึ่งบิดาของนางอาจจะเคยมีปัญหากับจูป๋ายเจี่ยนหรือไม่ก็เคยทำให้เขาเคียดแค้นด้วยเหตุผลบางอย่าง

                แต่สำหรับนางแล้ว นางรู้ว่าบิดาไม่ใช่คนที่จะสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอย่างแน่นอน ทำให้นางรู้สึกว่าสาเหตุที่แท้จริงน่าจะเป็นเพราะบิดาไปขัดขวางแผนการบางอย่างของจูป๋ายเจี่ยน หรือไม่การมีอยู่ของแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดนก็อาจจะไปขัดขวางเขาโดยบังเอิญ

                ระหว่างที่เสี่ยวหลินกำลังพักฟื้น เฉินอวี้หลันก็ออกคำสั่งว่าไม่ต้องให้สาวใช้คนอื่นมารับใช้นาง จากนั้นนางก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่แต่ในห้องหนังสือ อ่านข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ที่นางเคยไม่สนใจและละเลยจนละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการศึกสงครามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบิดาโดยตรง

                ก่อนหน้านี้นางล้วนรู้แค่ว่าบิดาเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นต้าเผิง ส่วนเรื่องอื่นนางล้วนไม่สนใจ เนื่องจากนางไม่ชื่นชอบสงครามที่ทำให้นางกับบิดาต้องแยกจากกัน เวลามีคนพูดเรื่องสงครามหรือกองทัพ นางก็จะเดินหนีไปไม่ยอมฟังตลอด แต่หลังจากที่ศึกษาข้อมูลต่างๆ ก็ทำให้นางมองเห็นภาพรวมของกองทัพต้าเผิงมากขึ้น

                แคว้นต้าเผิงมีการแบ่งทัพออกเป็นห้ากลุ่มใหญ่ ได้แก่ทัพชายแดนที่นางรู้จักอยู่ก่อนแล้วเนื่องจากบิดาเป็นแม่ทัพใหญ่ ซึ่งทัพชายแดนนั้นมีหน้าที่ปกป้องข้าศึก แต่จะไม่ยกทัพบุกตีข้าศึกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากหน้าที่ยกทัพบุกโจมตีนั้นเป็นของทัพม้าศึก

                ทัพม้าศึกในยามนี้มีถานสือเซียงเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่เขาเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้ว จึงไม่ค่อยได้นำทัพออกศึกด้วยตัวเองสักเท่าไร การนำทัพจึงเป็นหน้าที่ของรองแม่ทัพใหญ่และเหล่าแม่ทัพ โดยเฉพาะแม่ทัพที่ชื่อเซียวซู่หยางนั้นถูกกล่าวถึงไม่เว้นวันในช่วงนี้ เนื่องจากเขาสามารถบุกยึดเมืองอวิ๋นซีที่แตกยากได้อย่างง่ายดาย จนถึงขั้นมีข่าวลือว่าเขาอาจจะกลายเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพม้าศึกคนต่อไป

                เฉินอวี้หลันจำได้ว่าในตอนที่นางแต่งเข้าสกุลจูไปแล้วนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นางกับจูป๋ายเจี่ยนถูกเชิญให้ไปงานเลี้ยงที่รัชทายาทจัดขึ้น ซึ่งงานเลี้ยงนั้นทำให้นางได้พบกับเซียวซู่หยางโดยบังเอิญ แต่ด้วยความไม่เป็นมิตรของเขาทำให้นางไม่ค่อยอยากจะอยู่ใกล้เขาสักเท่าไรนัก

                ต่อมาเป็นทัพหลวงและทัพขุนนาง สองทัพนี้เป็นกองทัพที่จะประจำอยู่ที่เมืองหลวงเป็นหลัก เพื่อปกป้องราชสำนักและเมืองหลวง โดยทัพหลวงนั้นมีจางลู่เหวิน ผู้เป็นพี่ชายของฮองเฮาเป็นแม่ทัพใหญ่ ส่วนทัพขุนนาง จะเป็นเสนาธิการฝ่ายซ้ายอู่ถงเป็นผู้นำทัพ

                ส่วนทัพสุดท้ายคือทัพพลทหาร เป็นทัพที่มีกำลังพลมากที่สุด คอยสนับสนุนด้านกำลังพลและด้านอื่นๆ แก่ทุกกองทัพ ทัพนี้จึงมีความสำคัญในศึกสงครามอย่างมาก มีเกาซิงเป็นแม่ทัพใหญ่

                ขณะที่เฉินอวี้หลันกำลังอ่านบันทึกของกองทัพชายแดนที่บิดาเคยจดบันทึกไว้ เฉินฮูหยินที่เห็นว่าในห้องหนังสือมีแสงสว่างก็เข้ามาพอดี

                “แม่ไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้าอยู่ในห้องหนังสือ” เฉินฮูหยินเอ่ยยิ้มๆ พลางเดินมาดูว่าบุตรสาวของนางกำลังอ่านอะไรอยู่ “เจ้าสนใจเรื่องสงครามแล้วหรือ”

                เมื่อได้ยินคำถามของมารดา เฉินอวี้หลันก็ได้แต่เอ่ยยิ้มๆ "ในเมื่อลูกเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพชายแดน เรื่องเช่นนี้ก็สมควรจะศึกษาไว้บ้างไม่มากก็น้อย"

                "เจ้านี่นะ เรื่องภาพวาด เพลงพิณหรืออักษรล้วนไม่เอา แต่กลับมาสนใจเรื่องแบบนี้" เฉินฮูหยินส่ายหน้า

                “เรื่องพวกนั้นน่าเบื่อยิ่ง” เฉินอวี้หลันส่ายหน้า ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว “จะว่าไป ในบันทึกของท่านพ่อเขียนว่าท่านพ่อปฏิเสธตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งทัพหลวงเพื่อมาเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดน ท่านแม่พอรู้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านพ่อจึงไม่ยอมเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งทัพหลวงที่ปลอดภัยมากกว่า”

                เฉินฮูหยินมองหน้าบุตรสาวพลางลูบผมนางเบาๆ “หากเจ้าอยากรู้ แม่จะบอกเจ้าเอง...”

                "ท่านพ่อของเจ้าเป็นทหารมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ออกศึกกับแคว้นต่างๆ จนได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาทเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งแคว้นฉิงที่สู้รบกับต้าเผิงมาอย่างยาวนานก็ต้องประกาศยอมแพ้”

                “ต้าเผิงกับแคว้นฉิงสงบศึกกันมาหลายสิบปี ฝ่าบาทที่สบายใจกับการที่แคว้นฉิงพ่ายแพ้ก็คิดจะให้ท่านพ่อของเจ้ารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของทัพหลวงเพื่อตอบแทน แต่ท่านพ่อกังวลเรื่องแคว้นฉิงมาโดยตลอด จึงเสนอตัวรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ทัพชายแดนที่ว่างอยู่ด้วยตนเอง ซึ่งเหล่าเสนาธิการซ้ายขวาต่างคิดว่าท่านพ่อของเจ้าสติฟั่นเฟือน สองแคว้นสงบสุขเช่นนี้จะมีสงครามอีกได้อย่างไรจนฝ่าบาทหลงเชื่อ แม้จะมอบตำแหน่งให้ตามต้องการแต่ก็ตัดกำลังพลและเสบียงไปเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อสามปีก่อนที่กองทัพแคว้นฉิงบุกจู่โจมอย่างฉับพลัน ยึดเมืองต่างๆ แถวชายแดนของต้าเผิงเป็นของตัวเอง ฝ่าบาทจึงได้รู้ว่าสิ่งที่ท่านพ่อของเจ้ากังวลมาตลอดนั้นถูกต้อง”

                เฉินอวี้หลันจำเหตุการณ์นี้ได้ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้บิดามักจะแบ่งเวลาที่่อยู่จวนและชายแดนเท่าๆ กันเริ่มกลับมาอยู่ที่จวนน้อยลง จนสุดท้ายบิดาก็ได้แต่กลับจวนทุกๆ สามเดือน และอยู่สั้นๆ ก่อนจะต้องกลับไปชายแดนเพื่อปกป้องแผ่นดิน และเหตุการณ์นี้ก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้นางไม่อยากฟังเรื่องกองทัพหรือสงครามอีก

                "แม้ว่าท่านพ่อของเจ้าจะเตรียมการรับมือแคว้นฉิงมาโดยตลอด แต่เพราะกำลังพลกับเสบียงที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอ สุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่ฝืนยันกองทัพแคว้นฉิงภายในพื้นที่ที่ดูแลอย่างสุดความสามารถ ส่วนแม่ทัพชายแดนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เตรียมการไว้ล้วนถูกทัพฉิงตีแตกพ่ายอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ทำให้ฝ่าบาทพิโรธอย่างยิ่ง สั่งโบยเสนาธิการซ้ายขวากลางท้องพระโรง ก่อนจะประกาศสงครามกับแคว้นฉิงอย่างจริงจัง"

                เฉินอวี้หลันพยักรับรู้ ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นก็ตรงกับที่นางอ่านเจอ คือทัพม้าศึกบุกชิงเมืองต่างๆ คืนมา ทั้งยังชิงหลายเมืองของแคว้นฉิงมาได้ แต่ทัพชายแดนหลายทัพที่ไม่ได้รับการสนับสนุนได้ทันท่วงทีก็พ่ายแพ้จนสูญเสียเมือง ต้าเผิงและแคว้นฉิงจึงอยู่ในสภาวะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ มีเพียงเมืองชิงหลิงที่บิดาปกป้องอยู่เท่านั้นที่ไม่เคยแตกพ่ายแม้แต่ครั้งเดียว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ตอนพิเศษ 4 เซียวซู่หยาง

    ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่งของหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่บริเวณชายแดนของต้าเผิง เหล่าชาวบ้านต่างก้มหน้าทำงานของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง ส่วนเด็กๆ ที่อยู่รอบๆ ก็พากันวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน เด็กชายคนหนึ่งที่นอนเล่นอยู่บนต้นไม้ขนาดใหญ่กำลังเคลิบเคลิ้มกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่นที่หาได้ยากถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของเด็กชายคนหนึ่งที่ตะโกนเรียกชื่อเขา “ซู่หยาง วันนี้จะมีกองทัพเดินทางมาที่นี่ เจ้าจะไปดูด้วยกันหรือไม่?” ลิ่วถงเอ่ยด้วยเสียงที่ดังพอที่จะได้ยินไปทั่วทั้งบริเวณ “ไม่ไป” เซียวซู่หยางตะโกนตอบกลับไปก่อนจะบ่นออกมา “ก็แค่มาแย่งเอาเสบียงที่พวกเราเก็บไว้เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรให้น่าดูเลย”

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ตอนพิเศษ 3 จูป๋ายเจี่ยน

    “คุณชาย ท่านจะยืนอยู่เช่นนั้นทั้งวันมิได้นะเจ้าคะ” หยิงชราผู้หนึ่งเอ่ยกับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนเกาะขอบประตูใหญ่ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “อีกตั้งหลายวันกว่านายท่านกับฮูหยินจะกลับมา ท่านเข้าไปรอด้านในเถิดเจ้าค่ะ” จูป๋ายเจี่ยนในวัยห้าขวบเข้าใจคำพูดของหญิงชรา ดังนั้นเขาจึงยอมปล่อยมือจากประตู ก่อนจะยอมให้หญิงชราพาเขาเข้าไปยังเรือนด้านหลังแต่โดยดี ทว่าวันถัดมา หลังจากที่เขาตื่นนอนก็มายืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะยอมกลับเข้าไปข้างในเมื่อหญิงชราเดินออกมาตามตัว กิจวัตรประจำวันของเขาเป็นเช่นนี้อยู่เกือบหนึ่งเดือน แต่บิดากับมารดาที่ไปทำการค้าที่ต่างเมืองก็ยังคงไม่ยอมกลับมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว&

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ตอนพิเศษ 2 ตัวป่วนในจวนแม่ทัพ

    ที่ลานกว้างของจวนสกุลเซียวในเมืองอวิ๋นซี เด็กน้อยรูปร่างอ้วนกลมผู้หนึ่งกำลังวิ่งไล่จับเจ้าแมวชราที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่เกิดด้วยความสนุกสนาน “ฮูหยิน วันนี้คุณชายดูจะคึกคักเป็นพิเศษเลยนะเจ้าคะ” เสี่ยวหลินที่ยืนอยู่ข้างกายผู้เป็นนายกล่าวด้วยเสียงตื่นเต้น เฉินอวี้หลันที่นั่งอยูในศาลายิ้มออกมาบางๆ หลังจากนางย้ายมาอยู่เมืองอวิ๋นซีก็ผ่านมาเกือบหกปีแล้ว ดังนั้นนางจึงมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นไม่น้อย “อาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าบิดาจะกลับมาวันนี้ก็ได้” ทันใดนั้นนางก็เห็นเด็กน้อยกระโจนเข้าไปตะครุบเจ้าแมวอ้วนที่เดินไปมาในลานกว้างอย่างคล่องแคล่ว แม้ตามตัวจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษใบหญ้าและเศษดิน แต่ใบหน้

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ตอนพิเศษ 1 เดินเล่นในเมืองหลวง

    หลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่จวนแม่ทัพสกุลเซียวเพียงแค่สามวัน เฉินอวี้หลันก็สามารถปรับตัวกับชีวิตใหม่ของนางได้แล้ว เพราะนอกจากพ่อบ้านที่นางเคยพบเมื่อครั้งก่อน จวนแห่งนี้ก็มีเพียงบ่าวรับใช้อยู่ไม่กี่คน พอรวมกับสาวใช้ที่ตามนางมาจากตระกูลเดิมแล้วก็มีคนอยู่ในจวนเพียงแค่สิบกว่าคนเท่านั้น แม้นางจะเพิ่งแต่งงานกับเขา แต่หลังจากที่นางตอบตกลงการสู่ขอของเขาเมื่อตอนนั้น ความสัมพันธ์ของเขาและนางก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนอาจจะเรียกได้ว่าสนิทสนมกันยิ่งกว่าสามีภรรยาบางคู่ด้วยซ้ำ เนื่องจากเซียวซู่หยางเพิ่งแต่งงาน ฝ่าบาทจึงอนุญาตให้เขาลาพักผ่อนจากหน้าที่แม่ทัพได้เจ็ดวัน ดังนั้นในช่วงเวลาเจ็ดวันนี้ ทั้งเขาและนางจึงตกลงกันว่าจะเที่ยวเมืองหลวงให้พอใจก่อนจะย้ายไปอยู่ที่เมืองอวิ๋นซีด้วยกัน&nbs

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   คำสัญญา ตอนจบ (2)

    ตอนนั้นนางยังเป็นเด็กที่ชื่นชอบที่หาอะไรสนุกๆ เล่นจนดูราวกับเด็กผู้ชาย แต่น่าเสียดายที่เด็กในจวนที่อายุพอๆ กับนางถูกกำชับมาว่าอย่าล่วงเกินนาง ดังนั้นจึงไม่ค่อยจะมีใครอยากจะเล่นกับนางสักเท่าไรนัก จนกระทั่งวันหนึ่งที่บิดาพาเด็กชายคนหนึ่งกลับมาด้วย ซึ่งเด็กชายคนนั้นตัวสูงกว่านางไม่น้อย นางจึงเรียกเขาว่าพี่ชายตัวสูงแทนชื่อของเขา และดูเหมือนนางจะชินกับคำนี้จนลืมถามชื่อของเขาเสียสนิท ตลอดเวลาที่นางอยู่กับเขา เขาก็มักจะตามใจนางอยู่เสมอ ทั้งยังเล่นเป็นเพื่อนนางอย่างที่เด็กคนอื่นไม่ทำเสียด้วย นางจึงเกาะติดพี่ชายตัวสูงคนนี้แทบจะทุกวัน เหตุการณ์ที่ทำให้นางดีใจที่สุดคือนางพยายามปีนต้นไม้ที่สูงมากต้นหนึ่ง แม้สุดท้ายนา

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   คำสัญญา ตอนจบ (1)

    ถึงแม้ว่าเซียวซู่หยางจะสัญญากับเฉินอวี้หลันว่าจะมาคุยเรื่องที่เขาปิดบังตัวตนไม่ยอมบอกนางหลังจากจบเรื่อง แต่เนื่องจากตอนที่เขากลับมาพบนางก็ดึกมากแล้ว อีกทั้งรัชทายาทยังบาดเจ็บสาหัสมาด้วย สุดท้ายจึงได้แต่สัญญากันว่าจะมาคุยกันอีกทีในภายหลัง แต่ผ่านมาหลายวันจนถึงตอนนี้ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้คุยกันเสียที เพราะการกบฏของโอหยางจ้าวหุยเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง มีขุนนางน้อยใหญ่ที่เกี่ยวข้องหลายคนมาก ทำให้มีราชสำนักปั่นป่วนไม่น้อย แม้แต่เซียวซู่หยางที่ไม่ได้เกี่ยวข้องในส่วนการปกครองก็ยังมีหลายสิ่งที่ต้องจัดการ ทั้งเรื่องพูดคุยความเป็นมากับขุนนางที่มีหน้าที่ในการไต่สวน เรื่องการค้นหากองกำลังที่เหลืออยู่ของโอหยางจ้าวหุย เรื่องการนำรายชื่อของทหารที่ถูกบันทึกว่าหนีทหารกลับเข้ากองทัพ รวมไปถึงการชดใช้ให้ครอบครัวของเหล่าทหารที่เสียชีวิตไปด้วย&n

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status