مشاركة

ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น
ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น
مؤلف: วริณชญา

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2026-08-14 21:23:59

                "ท่านพ่อ ข้าจะไม่แต่งกับผู้ที่ข้าไม่เคยพบเห็นเป็นอันขาด!"

                ประโยคนั้นคือคำพูดที่เฉินอวี้หลันกล่าวออกมาเมื่อรู้ว่าบิดาผู้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดนของแคว้นต้าเผิงได้หาคู่หมั้นหมายให้นาง แม้จะได้ยินว่าเขาเป็นถึงทั่นฮวาที่ฮ่องเต้พอพระทัย เป็นคนมีความรู้ความสามารถและมีอนาคตที่สดใสอย่างยิ่ง

                ทว่าหลังจากที่นางได้พบกับจูป๋ายเจี่ยน ความคิดของนางก็ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไป เขาเป็นชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมสเน่ห์อย่างที่เหล่าบัณฑิตที่อยู่กับตำรามาตลอดไม่มี ทั้งยังมีความสุขุมเยือกเย็น รวมถึงท่าทางที่สง่างามอย่างที่หาเปรียบได้ยาก

                สิ่งที่ทำให้เฉินอวี้หลันรู้สึกสนใจในตัวเขาขึ้นมา เกิดจากนางได้รู้ว่าเขาสามารถเข้าสอบเคอจวี่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีอำนาจของครอบครัวคอยหนุนหลัง อาจจะกล่าวได้ว่าเขาใช้ความสามารถที่มีผลักดันตัวเองขึ้นมาในตำแหน่งนี้

                การสอบเคอจวี่ แม้แต่คนทั่วไปยังรู้ได้ว่ายากแสนยาก ยิ่งไม่มีทรัพย์สินหรือคนหนุนหลังก็อาจจะสอบได้เพียงแค่ตำแหน่งเล็กๆ แต่จูป๋ายเจี่ยนกลับเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นเพียงเด็กกำพร้าและสอบได้ถึงตำแหน่งทั่นฮวา

                เนื่องจากบิดาของเฉินอวี้หลันไม่กล้าที่จะบังคับจิตใจของบุตรสาว ทั้งยังเป็นบุตรคนเดียวที่เขามี ดังนั้นเขาจึงได้แนะนำจูป๋ายเจี่ยนให้เฉินอวี้หลันรู้จักก่อน และค่อยๆ ทำความรู้จักกันไปก่อนที่จะหมั้นหมายกัน

                ด้วยอุปนิสัยและการวางตัวของเขา การมาเยี่ยมเยียนเฉินอวี้หลันเป็นประจำ ทำให้นางค่อยๆ ตกหลุมรักเขาอย่างช้าๆ จนกระทั่งหนึ่งปีให้หลัง ข่าวการออกเรือนของบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฉินเว่ยก็โด่งดังไปทั่วแคว้นต้าเผิง แม้แต่ฮ่องเต้ยังส่งคำอวยพรมาให้

                ในคืนแรกหลังจากแต่งงาน เฉินอวี้หลันนั่งอยู่ในห้องหอ สวมชุดเจ้าสาวสีแดงสดงดงาม สีหน้าเต็มไปด้วยความหวังและความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตกับบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ ทว่าเวลาผ่านไป ในห้องหอก็มีเพียงความเงียบสงัด เพราะจูป๋ายเจี่ยนมิได้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้เลย

                เฉินอวี้หลันทำได้เพียงนั่งรออยู่จนถึงรุ่งสาง พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาเพิ่งได้รับตำแหน่งทั่นฮวามาจึงมีธุระที่ต้องจัดการมากมาย เมื่อนางออกจากห้องหอก็พบว่าเขายังคงทำงานอยู่จริงๆ ทั้งยังกล่าวขอโทษนางอย่างจริงใจ ทำให้นางตัดสินใจที่จะทิ้งความขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้นในคืนแรกออกไป

                วันเวลาผ่านไป ธุระของจูป๋ายเจี่ยนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เขามักจะหายตัวไปในตอนกลางคืนเสมอ แต่วันรุ่งขึ้นก็จะมาปลอบประโลมจนนางมีความหวัง นางจึงทำได้เพียงปฏิบัติตามหน้าที่ของภรรยาตามประเพณี

                กระทั่งเวลาผ่านไปได้เจ็ดวัน จูป๋ายเจี่ยนพาสตรีนางหนึ่งนามว่าไฉเม่ยหุยเข้ามาในจวน จากนั้นไม่นานก็รับนางมาเป็นอนุภรรยา ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่นางไฉถูกบุตรชายมักมากของขุนนางตำแหน่งสูงผู้หนึ่งหมายตาและคิดจะบังคับขืนใจให้เป็นอนุภรรยา ซึ่งแม่นางไฉผู้นี้เคยมีบุญคุณต่อเขามาก่อน เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากรับนางมาเป็นอนุภรรยาเพื่อหลีกหนีจากบุตรชายของขุนนางผู้นั้น ซึ่งเฉินอวี้หลันก็ได้แต่พยักหน้า สวมบทบาทเป็นภรรยาที่ใจกว้าง พร้อมกับช่องว่างในใจที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

                ยามอยู่ต่อหน้าเฉินอวี้หลัน จูป๋ายเจี่ยนก็มักจะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สนใจแม่นางไฉเลย ใช้ชีวิตอยู่กับภาระหน้าที่ของขุนนางขั้นสองอย่างแข็งขัน แต่คืนหนึ่งที่เฉินอวี้หลันนอนไม่หลับ นางก็ได้ไปบังเอิญเห็นเขามุ่งหน้าไปยังห้องของแม่นางไฉและใช้ชีวิตอยู่ในห้องนั้นจนถึงเช้า ส่วนนางก็ได้แต่น้ำตาไหลรินเงียบๆ อย่างโดดเดี่ยว

                หลังจากนั้นนับปี ความสัมพันธ์ของเฉินอวี้หลันและจูป๋ายเจี่ยนกลับเป็นเหมือนสามีภรรยากันในนามเท่านั้น ไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว ไม่มีความสัมพันธ์เกินเลย แม้แต่การพูดคุยเรื่องทั่วไปยังไม่มี

                ชะตาชีวิตของเฉินอวี้หลันยังคงด่ำดิ่งลงไปอีก เมื่อนางได้ข่าวว่าบิดาและมารดาป่วยหนักด้วยโรคประหลาด แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้กลับบ้าน ข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพใหญ่เฉินเว่ยและฮูหยินก็ถูกประกาศไปทั่วแคว้น แม้แต่จวนของจูป๋ายเจี่ยนก็ยังแขวนผ้าขาวแสดงความให้เกียรติแก่แม่ทัพใหญ่ทัพชายแดนด้วย

                เฉินอวี้หลันได้แต่โอบอุ้มความหวังที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวไว้ในใจ ใช้ชีวิตในบทบาทของภรรยาที่แสนดีของจูป๋ายเจี่ยน คอยไปร่วมงานกับเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าสักวันเขาและนางจะได้ใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันจริงๆ

                แต่ชะตาชีวิตของนางช่างอาภัพนัก หลังจากที่นางกับจูป๋ายเจี่ยนไปร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองชายารองของรัชทายาท นางก็เผลอไปทานอาหารที่มียาพิษที่หมายเข้าไป

                พิษร้ายทำลายร่างกายทุกส่วนของนางอย่างโหดเหี้ยม แต่ด้วยความหวังจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับจูป๋ายเจี่ยนทำให้นางมีชีวิตรอดมาได้อย่างยาวนาน จนกระทั่งคืนหนึ่งที่นางนอนอยู่ในห้องหออันแสนโดดเดี่ยว เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเบาๆ ก็ดังขึ้น

                แม้จะมีความหวาดหวั่นเกิดขึ้นภายในใจ แต่ด้วยความสงสัยที่มากกว่า นางจึงลุกขึ้นเดินไปยังประตู เมื่อประตูเปิดออกก็มีบุรุษในชุดขุนนางสีครามผู้หนึ่งยืนรออยู่

                ถึงแม้ในยามนี้สีหน้าของเขาจะเรียบเฉย แต่ก็มิอาจบดบังใบหน้าที่ราวกับหยกที่ถูกสลักอย่างปราณีต

                “ท่านมาหาข้าในเวลาเช่นนี้มีเรื่องอันใดหรือ?" เฉินอวี้หลันถามด้วยน้ำเสียงไพเราะและอ่อนโยน จับจ้องจูป๋ายเจี่ยนอย่างคาดหวัง

                ทว่าสีหน้าของเขากลับราบเรียบ มองนางด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทันใดนั้น กระบี่ที่ซ่อนอยู่ก็ถูกชักออกมาจากฝัก ก่อนที่เฉินอวี้หลันจะได้ตั้งตัว กระบี่เล่มนั้นก็แทงเข้าที่หน้าอกของนาง ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่วร่าง

                "เหตุใด...เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้?" นางมองใบหน้าที่ถวิลหามาหลายปีพลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

                จูป๋ายเจี่ยนออกแรงดึงกระบี่ ริมฝีปากบางขยับเบาๆ อย่างไร้ความรู้สึก "ถ้าจะโกรธแค้น ก็โกรธแค้นบิดาของเจ้าเถิด"

                เรี่ยวแรงของเฉินอวี้หลันเหือดหายไปจนหมด ทำได้เพียงมองใบหน้าของบุรุษที่นางเคยรัก หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบงัน

                นางอยากถามถึงสาเหตุ อยากถามถึงความหมายในคำพูดสุดท้ายของเขา อยากถามว่าเขาเคยรักนางบ้างไหม แต่ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอยู่ที่ทรวงอกทำให้นางไม่มีแรงพอที่จะเอ่ยปากออกไป

                ร่างบอบบางทรุดลงกับพื้น หยาดโลหิตไหลย้อมอาภรณ์สีขาวจนแดงฉาน ดวงตาเรียวรีค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ

                ท่ามกลางความมืดมิดและความเงียบสงัดไร้สิ่งใด เฉินอวี้หลันรู้สึกว่าตัวเองกำลังย่างเท้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย กระทั่งเสียงบางอย่างดังขึ้นมา เสียงนั้นเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน ยิ่งเวลาผ่านไป เสียงนั้นก็ค่อยๆ ดังขึ้น เพียงแค่ชั่วพริบตาก็ดังเสียจนนางต้องยกมือขึ้นมาปิดหู หมายจะหลีกหนีจากเสียงนั้น

                จนกระทั่งนางรู้สึกตัวอีกที ดวงตาของนางก็เบิกโพลง ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้ไร้ซึ่งจูป๋ายเจี่ยน ไร้ซึ่งความเจ็บปวด มีเพียงความอบอุ่นในยามเช้าและเสียงเคาะประตูที่ยังคงดังอยู่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   สัญญาณ (1)

    สายตาของเฉินอวี้หลันเคลื่อนไปยังชายหนุ่มที่กำลังอมยิ้มอยู่กับผ้าพันแผลที่นางเป็นคนพันให้ ในใจเต็มไปด้วยความสับสน “ข้าว่าเขาต้องชอบท่านมากๆ เป็นแน่” ไฉเม่ยหุยกระซิบสิ่งที่คาดเดา เฉินอวี้หลันได้ยินก็นิ่งไปเล็กน้อย นับตั้งแต่ที่นางได้เจอกับเขาครั้งแรกที่จวนสกุลเฉิน ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สองเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่นางมีต่อเขาสมควรจะห่างเหินยิ่งกว่าพ่อค้าขายซาลาเปาที่นางมักจะแอบหนีไปซื้อเสียด้วยซ้ำ แล้วเช่นนั้นเขาจะถูกใจนางได้อย่างไร เจอหน้ากันครั้งแรกก็ไม่ทำความรู้จักอะไรแต่กลับสู่ขอนางตรงๆ เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเข้าหานางเพราะมีผลประโยชน์บางอย่างที่เขาจะได้หากแต่งงานกับนาง ไฉเม่ยหุยเห็นสีหน้าตึงเครียดของเฉินอวี้หลันก็คิดว่าอีกฝ่ายคงยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่กลัวว่าจะเผลอไปรบกวรนอีก “เช่นนั้นข้าขอตัวไปไหว้พระก่อนนะ” เฉินอวี้หลันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปจ้องมองเซียวซู่หยางอีกครั้งด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ราวกับรับรู้ถึงสายตาของนางได้ เพราะเขาก็หันกลับมามองนางเช่นกัน

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ความหวั่นไหว (2)

    หัวหน้ามือปราบพลันสังเกตเห็นว่าหญิงสาวกำลังสวมใส่เสื้อนอกของท่านแม่ทัพอยู่ ทันใดนั้นเขาก็ร้องอ๋อขึ้นมาในใจ มิน่าเล่า ตอนที่ท่านแม่ทัพได้ยินว่ามีคนถูกจับตัวไปถึงได้รีบร้อนเสียขนาดที่พวกเขาสี่คนยังวิ่งตามไม่ทัน พอคิดได้แบบนั้น หัวหน้ามือปราบก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ประสานมือให้ทั้งสองคน “เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน ไม่รบกวนเวลาของพวกท่านสองคนแล้ว” เซียวซู่หยางพยักหน้า ส่วนเฉินอวี้หลันก็ก้มหน้าด้วยความอาย เพราะสายตาที่ดูกรุ้มกริ่มเหมือนรู้ทันของมือปราบหนุ่มผู้นั้น จนกระทั่งภายในป่าเหลือเพียงแค่ความเงียบอีกครั้ง เซียวซู่หยางก็เอ่ยขึ้นก่อน “เช่นนั้นก็ไปกันเถิด มารดาของเจ้าคงเป็นห่วงแย่แล้ว” เฉินอวี้หลันพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็เดินตามเซียวซู่หยางไปอย่างเงียบๆ ทางด้านเซียวซู่หยางเห็นว่านางเงียบก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกเพราะกลัวจะทำให้นางยิ่งโกรธกว่าเดิม ในสายตาของนาง ตัวเขาก็ดูแย่พอแล้ว หากถูกนางโกรธอีก อย่าว่าจะแต่งนางเลย กลัวว่าแม้แต่หน้า นางก็คงจะหลบเลี่ยงเขาไปตลอดกาลเป็นแน่ แม้จะท้อใจ แต่เซียวซู่

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ความหวั่นไหว (1)

    เซียวซู่หยางปรายตามองร่างไร้สติที่ปลายเท้าอย่างเย็นชา แต่เขาก็ยอมปล่อยมีดที่อยู่ในมือออกโดยมิได้ลงมือต่ออีก สภาพของโจรป่าสามคนที่ถูกเขาเล่นงานล้วนบาดเจ็บสาหัสจนดูไม่ได้ แม้แต่เฉินอวี้หลันที่ใจกล้ามากกว่าคนทั่วไปยังรู้สึกกลัวจนขนที่ต้นคอลุกชัน “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่?” เซียวซู่หยางถามขึ้นมาโดยไม่ได้หันหน้าไปมองนาง “ไม่ ข้ามิได้บาดเจ็บ” เฉินอวี้หลันตอบก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าที่แขนขวาของเขามีเลือดไหลออกมา “ท่านนั่นแหละที่กำลังบาดเจ็บอยู่” เซียวซู่หยางมองดูแขนของตัวเองที่เลือดยังไหลอยู่ไม่ยอมหยุดก่อนจะตอบสั้นๆ “บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น” “เลือดไหลขนาดนี้ยังจะบอกว่าเล็กน้อยอีก” นางดึงแขนของเขามาใกล้ๆ จากนั้นก็ฉีกผ้าที่ใกล้จะขาดของตัวเองออกมาพันแผลให้เขาอย่างเงอะงะ “ข้าไม่รู้วิชาแพทย์ แต่คิดว่าทำเช่นนี้น่าจะช่วยห้ามเลือดได้” ชายหนุ่มมองสตรีที่กำลังช่วยรักษาเขาด้วยสายตาเหลือเชื่อ มุมปากค่อยๆ ยกเป็นรอยยิ้มบางๆ พร้อมกับมองนางอย่างอ่อนโยน พลันคิดว่าบาดเจ็บครั้งนี้แลกกับการที่นางเป็นห่วงช่างคุ้มค่าเสียเหล

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ความบ้าคลั่ง (2)

    หลังจากกระหน่ำใส่ร่างของลิ่วไฉจนหนำใจ ร่างนั้นถึงได้เปลี่ยนเป้าหมายไปหาโจรป่าอีกสองคนที่เหลือ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้หมัดต่อยใส่โจรป่าคนละที ด้วยแรงมหาศาลนั้นก็ทำให้โจรป่าสองคนแทบจะหมดสติ หลังจากที่ระบายความโกรธเกรี้ยวในใจออกไปจนหมด ผู้มาเยือนถึงได้ค่อยเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่นอนอยู่บนกิ่งไม้ “เจ้าปลอดภัยแล้ว” เมื่อสักครู่เฉินอวี้หลันอยู่ในจุดที่ไม่สามารถมองเห็นข้างล่างได้ ได้ยินเพียงแค่เสียงทุบตีที่ดังสนั่นเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น เมื่อนางโผล่หน้าออกมา ก็เห็นเซียวซู่หยางในชุดสีดำสนิทกับเสื้อคลุมยาวสีขาวกำลังยืนแหงนหน้ามองนางอยู่ แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ตอบอะไร นางก็เห็นว่าโจรป่าคนหนึ่งกำลังพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว เซียวซู่หยางเห็นสีหน้าตกใจของเฉินอวี้หลันก็หันไปมองตาม เห็นโจรป่าที่ถูกเขาชกใส่เมื่อสักครู่ทั้งสองคนกำลังวิ่งตรงเข้าหาเขาพร้อมกับถือมีดในมือ ด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เขาฝึกฝนมาทำให้เขาสามารถรับมือโจรป่าคนแรกที่พุ่งเข้ามาถึงตัวได้อย่างง่ายดาย ขณะที่เขาใช้ฝ

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ความบ้าคลั่ง (1)

    เฉินอวี้หลันมองเห็นโจรป่าอีกสองคนที่ห่างออกไปแล้วค่อยๆ กลับมารวมตัวกันในระยะสายตาของนางอย่างรวดเร็ว ดูจากท่าทางแล้วคงคิดจะปีนต้นไม้ตามขึ้นมาเป็นแน่ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งของนาง ทำให้นางสามารถเอื้อมตัวไปหักไม้ที่ปลายกิ่งได้โดยไม่ลำบากนัก นางไล่หักจากหนึ่งเป็นสอง เป็นสาม จนกระทั่งโจรป่าคนหนึ่งตัดสินใจที่ปีนตามขึ้นมา เฉินอวี้หลันก็เก็บรวบรวมกิ่งไม้ได้เกือบสิบท่อนแล้ว นางไม่รอช้า เลือกกิ่งที่เหมาะมือขึ้นมาท่อนหนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับร่างไปตามกิ่งไม้เพื่อให้ตัวเองอยู่ในมุมที่สามารถเล็งเป้าหมายได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนจะขว้างกิ่งไม้ในมือออกไปอย่างแรง กิ่งไม้ที่นางขว้างออกไปหมุนควงเป็นวงกลมสวยงาม กระแทกเข้าที่ใบหน้าของโจรป่าคนนั้นอย่างจัง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายหล่นลงไป นางจึงขว้างกิ่งที่สองตามไปอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าโจรป่าคนนี้อึดไม่น้อย เพราะเฉินอวี้หลันต้องใช้กิ่งไม้ถึงหกท่อนถึงจะทำให้เขาเผลอปล่อยมือจากลำต้นจนตกลงไป เฉินอวี้หลันไม่กล้าประมาทอีก แม้นางจะมีเรี่ยวแรงเยอะกว่าสตรีคนอื่น แต่

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   เผชิญโจรป่า (2)

    ไฉเม่ยหุยเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินอวี้หลันก็ตกใจ “อันตรายอะไรหรือ?” “บุรุษสามคนด้านหลัง” เฉินอวี้หลันเอามือชี้ที่ไหล่ของตัวเองเพื่อไม่ให้คนที่นางกล่าวถึงมองเห็น “พวกเขาตามเรามาสักพักหนึ่งแล้ว ข้าคิดว่าคงไม่มีเจตนาดีแน่” ไฉเม่ยหุยตกใจเล็กน้อย พยายามจะหันไปมองแต่ถูกสายตาของเฉินอวี้หลันห้ามไว้ “อย่าหันไปมองตรงๆ” เฉินอวี้หลันกำชับพลางเร่งฝีเท้าขึ้นอีก “เดี๋ยวพวกเขารู้ตัว” ไฉเม่ยหุยที่แอบลอบมองได้สำเร็จก็เห็นบุรุษสามคนจงใจเดินช้าตามที่เฉินอวี้หลันว่ามาจริงๆ จึงรีบถามเฉินอวี้หลันอย่างร้อนใจ “พี่อวี้หลัน พวกเขาตามเรามาจริงด้วย” “เจ้าคิดว่าเจ้าพอจะวิ่งหนีพวกเขาได้หรือไม่?” เฉินอวี้หลันถามตรงๆ “ไม่แน่นอนเจ้าค่ะ” ไฉเม่ยหุยบอกความจริง “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดี” เฉินอวี้หลันคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็บอกแผนของตัวเองออกมา “เจ้ารีบวิ่งขึ้นไปหาคนดูแลของวัด ข้าเชื่อว่าวัดชื่อดังเช่นนี้น่าจะมีคนของทางการคอยดูแลอยู่” กล่าวจบนางก็หลับตาลงแว่บหนึ่ง ก่อนจะลืมขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status