LOGINกลิ่นอ
“พี่ลิ่ว ข้าจะให้โอกาสท่านได้พูดอีกครั้ง” หัวหน้ากองโจรเหยี่ยวดำหันไปมองลิ่วไฉด้วยสายตาราบเรียบ “หากท่านยังยืนกรานเช่นเดิมแล้วข้าตรวจสอบจนพบว่าไม่ใช่เรื่องจริง ข้าจะเพิ่มโทษของท่านให้หนักขึ้น” ลิ่วไฉที่ได้ยินดังนั้นก็เหงื่อแตกพลั่ก เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นจ้าวหย่งเซิงมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้ “ข้า...” “พี่ลิ่ว” จ้าวหย่งเซิงพูดด้วยน้ำเสียงสนิทสนม แต่ดวงตากลับฉายแววอำมหิต “ข้าขอเตือนท่านว่าทบทวนให้ถี่ถ้วนก่อนแล้วค่อยพูดออกมา” บรรยากาศในห้องโถงที่เย็นเยียบอยู่แล้วยิ่งเย็นเยียบเข้าไปอีก เพราะเหล่ารองหัวหน้านั้นรู้ดีว่าเมื่อจ้าวหย่งเซิงมีท่าทางเช่นนี้นั
เซียวซู่หยางหรี่ตามองจ้าวหย่งเซิงด้วยสายตาเย็นชา ดูเหมือนการพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับอีกฝ่ายจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเสียแล้ว “ข้าต้องขอยอมรับว่าแผนการนี้ของท่านยอดเยี่ยมไม่น้อย แต่ท่านลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ท่านกำลังยืนอยู่ในถิ่นของข้า” จ้าวหย่งเซิงเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม “ในเมื่อท่านกล้าเหยียบเข้ามาถึงที่นี่ ท่านก็คงเตรียมใจไว้แล้วใช่หรือไม่?” แม่ทัพหนุ่มไร้ท่าทีตื่นตระหนก เขามองหัวหน้ากองโจรเหยี่ยวดำอย่างนิ่งเฉย จ้าวหย่งเซิงยิ้มให้เซียวซู่หยางอย่างผู้ที่เหนือกว่า ก่อนจะตะโกนเสียงดัง “ถ่ายทอดคำสั่ง เรียกตัวรองหัวหน้าทั้งหมดมาที่นี่!”&
มีดสั้นที่ถูกขว้างออกมาด้วยอารมณ์โกรธนั้นไร้ซึ่งการพลิกแพลงอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะเปี่ยมไปด้วยพละกำลังแต่ก็ทำให้เซียวซู่หยางสามารถมองเห็นวิถีของมันได้อย่างชัดเจน เซียวซู่หยางหลบมีดสั้นเหล่านั้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาจ้าวหย่งเซิงอย่างใจเย็น แต่สำหรับหัวหน้ากองโจรเหยี่ยวดำแล้ว สิ่งที่แม่ทัพหนุ่มกำลังทำอยู่นั้นไม่ต่างอะไรกับการลูบคมเขาเลยแม้แต่น้อย “ท่านจะกล่าวว่าพี่ชายที่ข้าเคารพมาโดยตลอดพูดจาเลื่อนเปื้อนเช่นนั้นหรือ?” จ้าวหย่งเซิงเปลี่ยนท่าจับมีด ก่อนจะใช้มันฟันใส่เซียวซู่หยางที่ยืนอยู่ข้างหน้า “ท่านถอนคำพูดเสีย!” ทว่าแขนของเขากลับถูกมือของเซียวซู่หยางหยุดไว้แทบจะทันที ก่อนจะตามมาด้วยหน้าผากอันแข็งแกร่งที่กระ
“เจ้าไม่คิดว่าข้าจะเป็นผู้ที่กระโดดลงหลุมพรางของเจ้าด้วยตัวเองบ้างหรือ?” เซียวซู่หยางหรี่ตามองอีกฝ่าย “โอ้” หัวหน้ากองโจรทำท่าทางตกใจเกินจริง “เป็นเช่นนั้นเองหรอกหรือนี่” เซียวซู่หยางไม่ตอบคำ ตัวเขาในตอนนี้มีแค่มือเปล่า ทั้งยังถูกล้อมอยู่อย่างแน่นหนา หากใจร้อนเกินไปอาจพลาดพลั้งได้ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้วางแผนรับมือ การกระทำของหัวหน้ากองโจรเหยี่ยวดำกลับทำให้เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง “พวกเจ้าทุกคนกลับไปพักผ่อนเถิด” หัวหน้าโจรเหยี่ยวดำลุกขึ้นตะโกนเสียงดัง “ข้ากับแขกผู้มาเยือนท่านนี้มีเรื่องต้องสนทนากัน”
มือปราบทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกับประสานมือขอบคุณเซียวซู่หยางทันที ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในกองมือปราบที่หานลู่เหวินกำลังนอนไม่ได้สติอยู่ หลังจากเหลือตัวคนเดียว เซียวซู่หยางก็อาศัยแสงจันทร์เดินออกจากกองมือปราบอย่างไม่รีบร้อน เนื่องจากเขาไม่ได้ขี่ม้ามา จึงจำเป็นต้องเดินเท้าไปยังทางเหนือของเมืองหลวงที่จวนของเขาตั้งอยู่อย่างไม่มีทางเลือก ความจริงแล้วการประกาศว่ากองมือปราบพาหญิงสาวมาปกป้องนั้นเป็นแผนของเขาเอง โดยที่เขาจะรอให้โจรบุกเข้ามาและจัดการจับกุม แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือขนาดเขาลงมือเองแล้ว หัวหน้าโจรเหยี่ยวดำยังสามารถหนีรอดไปได้ 
กลิ่นอายของหัวหน้าโจรเหยี่ยวดำจางหายไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่เซียวซู่หยางที่คุ้นชินกับการต่อสู้ในความมืดยังจับตัวตนของอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แม่ทัพหนุ่มค่อยๆ กระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น ก่อนจะหลับตาและทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่การฟังเพียงอย่างเดียว ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของมีดสั้นที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามา แม้จะระบุตำแหน่งไม่ได้อย่างชัดเจนแต่ก็พอที่จะเบี่ยงตัวหลบมีดสั้นเล่มนั้นได้อย่างฉิวเฉียด เสียงโลหะกระทบผนังหินดังกังวานไปทั่ว หัวหน้าโจรเหยี่ยวดำจึงรู้ว่าคนตรงหน้าหลบมีดสั้นของเขาได้ “ในความมืดมิดเช่นนี้ท่านยังสามารถหลบมีดของข้าได้อีก”&nbs







