Share

อาหารเลิศรส (2)

last update publish date: 2026-08-27 21:00:46

                “ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าท่านมั่นใจว่าเป็นข้าได้อย่างไร ต่อให้ท่านจะไล่เรียงให้ข้าฟังแล้ว แต่ข้าก็ยังนึกภาพไม่ออกอยู่ดี” เฉินอวี้หลันคาใจในข้อนี้ยิ่งนัก

                เซียวซู่หยางคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมา “เพราะความรู้สึกของข้าบอกว่าเป็นเจ้ากระมัง ข้าถึงได้มั่นใจ”

                เฉินอวี้หลันฟังก็ได้ฟังคำตอบที่ดูไม่จริงจังของเขาแล้วก็ได้แต่กลอกตาไปทางอื่นไม่ยอมมองเขาอีก

                ขณะที่เซียวซู่หยางกำลังทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมา อาหารที่เขาสั่งไปเมื่อสักครู่ก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะพอดี

                เฉินอวี้หลันมองอาหารตรงหน้า ได้แก่ข้าว ไก่ย่างและน้ำแกงด้วยสายตาตื่นตะลึง เพราะถึงแม้หน้าตาจะดูธรรมดาแต่กลับมีกินหอมชวนให้รู้สึกหิวเป็นอย่างมาก

                โดยเฉพาะไก่ย่างจานนั้นที่ย่างออกมาได้ที่ หนังด้านนอกเป็นสีน้ำตาลแต่ไม่ไหม้ เนื้อด้านเป็นสีขาวอย่างทั่วถึง ทั้งยังหั่นเป็นชิ้นๆ อย่างพอดีคำและเลาะกระดูกออกไปจนหมด แม้แต่เฉินอวี้หลันที่คิดว่าตัวเองน่าจะได้กินอาหารเลิศรสในจวนแม่ทัพใหญ่มาโดยตลอดยังรู้สึกว่าไก่ย่างจานนี้น่าจะอร่อยกว่าไก่ย่างที่นางเคยกินมาตลอดทั้งชีวิตอย่างแน่นอน

                “ข้าพบร้านนี้เข้าโดยบังเอิญ” ชายหนุ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อไก่เข้าปากทันที “เลยได้รู้ว่ารสชาติไก่ย่างของร้านนี้พิเศษอย่างมาก แม้จะเดินทางไปทั่วทั้งแคว้นก็ไม่มีร้านไหนที่อร่อยเทียบเท่าเลย”

                เฉินอวี้หลันมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเขาก็ตัดสินใจใช้ตะเกียบคีบขึ้นกินมาเช่นกัน ทันทีที่ลิ้นของนางได้สัมผัสกับรสชาติของไก่ นางก็ได้แต่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

                ความหวานและความเค็มของเนื้อไก่ที่เข้ากันอย่างพอดี ทั้งยังมีรสชาติบางอย่างแฝงอยู่ที่นางบอกไม่ถูก รวมไปถึงเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน สุกทั่วถึงแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมของความไหม้เกรียมบริเวณหนังไก่ยิ่งให้ความรู้สึกที่พิเศษ ทันทีที่เคี้ยวก็แทบจะหยุดไม่ได้ ยิ่งทานกับข้าวร้อนๆ ยิ่งทำให้อร่อยจนแทบลืมหายใจ

                เฉินอวี้หลันไม่เคยได้ลิ้มรสชาติเช่นนี้มาก่อน หากปิดตานางแล้วบอกว่านี่เป็นอาหารที่ฮ่องเต้เสวย นางก็คงเชื่ออย่างสนิทใจ

                เถ้าแก่เนี้ยเห็นลูกค้าสองคนกำลังเพลิดเพลินกับอาหารของตัวเองก็ยิ้มออกมาจนตาหยี ก่อจะนำน้ำชาอุ่นๆ มาวางให้หนึ่งกาอย่างเงียบๆ โดยไม่รบกวนเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่

                “รสชาติของไก่ย่างอร่อยยิ่งนัก” เฉินอวี้หลันแทบน้ำตาคลอ เป็นรสชาติที่นางคิดว่าต่อให้ถึงช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิต รสชาตินี้ก็ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของนางไม่มีวันหายไปอย่างแน่นอน

                “ข้าบอกแล้วว่าข้าจะพาเจ้าไปที่ดีๆ” เซียวซู่หยางกล่าวขณะที่ยังคงเคี้ยวไก่อยู่ “รู้สึกพอใจขึ้นมาบ้างหรือไม่”

                “พอใจมาก” เฉินอวี้หลันยิ้มจนไปถึงดวงตา ลืมความไม่พอใจที่นางมีต่อเซียวซู่หยางไปโดยสิ้นเชิง “ร้านนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก”

                หากนางบังเอิญเดินมาเจอร้านนี้ด้วยตัวเองก็คงตัดสินใจเดินผ่านไม่ยอมเข้าเป็นแน่ เพราะถ้าพูดกันตามความรู้สึกของนาง ร้านนี้ดูธรรมดาและไม่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งอาจจะทำให้พลาดอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย

                “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเถ้าแก่เนี้ยหวงสูตรไก่ย่างนี้มาก” เซียวซู่หยางกล่าวหลังจากที่ดื่มชาลงคอ “แต่เพราะข้าเป็นลูกค้าประจำ นางถึงได้ยอมตัดใจบอกวิธีการย่างให้ข้ารู้ ส่วนวิธีทำไก่ให้มีรสชาติเดียวกันนั้น นางบอกว่าข้าต้องคิดค้นเอาเอง”

                เฉินอวี้หลันที่เคี้ยวไก่อยู่เอ่ยตอบไม่ได้ แต่นางก็พยักหน้าให้เขาเล่าต่อ

                “ข้าเคยใช้วิธีของนางย่างไก่ป่าให้ทหารบางคนกิน แม้จะรสชาติจืดไปเล็กน้อย แต่ก็อร่อยจนพวกเขาแทบจะตัวลอยเลย” เซียวซู่หยางยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าของทหารเหล่านั้น

                “หากเทียบกับไก่ย่างของนาง ท่านให้คะแนนไก่ของท่านเท่าไร” เฉินอวี้หลันถามอย่างสงสัย

                “คงประมาณสามส่วนจากของนาง” เซียวซู่หยางยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี “ไม่ว่าข้าจะลองวิธีไหน ก็ไม่มีทางทำให้ไก่มีรสชาติเช่นเดียวกับของนางได้เลย”

                “รสชาติเช่นนี้ ถ้านำไปขายตรงที่คนพลุกพล่านสักหน่อย ข้ารับรองได้เลยว่านางจะต้องขายดีจนนับเงินไม่ทันอย่างแน่นอน” นางกล่าวอย่างจริงจัง

                “ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” เซียวซู่หยางพยักหน้า “แต่นางบอกว่านางไม่อยากทิ้งที่ตรงนี้ไป เพราะที่นี่เป็นที่ที่นางกับสามีที่จากไปแล้วร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างขึ้นมา”

                เฉินอวี้หลันได้ยินความรักของเถ้าแก่เนี้ยก็นิ่งงันไป หากนางมีชีวิตรักที่แม้จะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจะดีแค่ไหนกันนะ

                เซียวซู่หยางเห็นความโศกเศร้าบางๆ ในดวงตาของเฉินอวี้หลันก็รีบคีบเนื้อไก่ที่อยู่ในจานของนางขึ้นมากินทันทีจนเฉินอวี้หลันตกใจ “ท่านทำอะไรของท่านน่ะ!”

                “ข้านึกว่าเจ้าอิ่มแล้ว” เซียวซู่หยางตอบอย่างใสซื่อ อีกทั้งยังทำท่าเหมือนตั้งใจที่จะคีบเพิ่มเสียด้วย

                “ข้ายังมิได้พูดสักคำว่าอิ่มเลย” เฉินอวี้หลันรีบยกจานไก่ย่างของตัวเองหลบตะเกียบของเซียวซู่หยางที่หมายตาไก่ย่างของนาง “ในจานของท่านก็ยังเหลืออยู่ แล้วท่านจะมาแย่งข้าทำไมกันเล่า”

                เซียวซู่หยางค่อยๆ ถอนตะเกียบกลับไปพร้อมกับยิ้มบางๆ “เพื่อให้เจ้าได้ลืมความเศร้า”

                เฉินอวี้หลันได้ยินก็ตัวแข็งทื่อ มองเซียวซู่หยางอย่างไม่อยากจะเชื่อ บุรุษผู้นี้จะเก่งเกินไปแล้ว เพียงแค่นางรู้สึกเศร้าออกมาเพียงเล็กน้อยเขาก็สังเกตเห็น

                “ในเมื่อเจ้าหายเศร้าแล้วก็กินต่อเถิด” เขาคีบไก่ย่างชิ้นใหญ่ที่สุดจากจานของตัวเองมาใส่ชามข้าวของนาง “เดี๋ยวเย็นแล้วรสชาติจะไม่อร่อย”

                เฉินอวี้หลันได้เหม่อมองไก่ชิ้นนั้นก่อนจะคีบเข้าปาก พลางคิดว่าหากเขาเข้ามาโดยไม่ได้มีจุดประสงค์แอบแฝงต่อสกุลเฉินนั้นจะดีเพียงใดกันนะ

                เพราะนางรู้สึกว่าเขาช่างอ่อนโยนเสียเหลือเกิน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   พบปะสหายรัก (2)

    เฉินอวี้หลันรับขวดสุราดอกท้อมา แม้ปกตินางจะไม่ใช่คนที่ชอบดื่มสุรา แต่นางก็ดื่มได้ อีกทั้งตอนนี้ด้วยความเหนื่อยหน่ายทั้งกายและใจที่นางต้องเผชิญกับความกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้นางกระดกสุราดอกท้อรวดเดียวหลายอึก ในใจของนางรู้ดีว่าการได้โอกาสครั้งที่สองมาเช่นนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่หลายๆ คนอยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่สำหรับนางที่ไม่รู้ว่าหากนางไม่ได้แต่งงานกับจูป๋ายเจี่ยนแล้วความตายจะมาเยือนนางกับตระกูลของนางหรือไม่ ทำให้นางอดที่จะหวาดกลัวแม้แต่ตอนนอนไม่ได้ กลัวว่าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วบิดากับมารดาของนางถูกสังหารเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้น กลิ่นสุราหอมอ่อนๆ และรสชาติที่หอมหวานของสุราดอกท้อแห่งหอสุราเซียนเมามายทำให้เฉินอวี้หลันดื่มได้ลงไปได้เรื่อยๆ พอจะเข้าใจแล้วว่าทำให้สหายรักของนางคนนี้ถึงยอมดั้นด้นมาดื

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   พบปะสหายรัก (1)

    เฉินอวี้หลันทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะถามออกไปแบบยิ้มๆ “เจ้าไม่คิดว่าจะเป็นผู้อื่นบ้างหรือ?” “คนที่รู้ว่าข้าจะมาที่นี่วันนี้ นอกจากหลงจู๊กับพวกเสี่ยวเอ้อร์แล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก” กู้จิงรินสุราดอกท้อหอมกรุ่นลงจอก ดูจากมือที่สั่นเทาเล็กน้อยก็พอจะคาดเดาได้ว่าเขาน่าจะดื่มมาสักพักใหญ่แล้ว “รวมไปถึงต่อให้เจ้าปลอมตัว แต่เจ้าก็มักจะใช้วิธีการแต่งแต้มใบหน้า หากเป็นคนที่รู้จักเจ้าดี มองเพียงครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นใคร” เฉินอวี้หลันพลางนึกไปถึงเซียวซู่หยางที่เห็นนางปุ๊บก็รู้ว่าเป็นนางทันที แต่นางกับเขาเจอกันไม่กี่ครั้งเองนะ กู้จิงกระดกสุราเข้าปากด้วยท่าทางชื่นใจ ราวกับว่าต่อให้ดื่มเท่าไ

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   มุ่งหน้าสู่หอเซียนเมามาย (2)

    ท่าทางเหมือนคนที่ได้รับความไม่เป็นธรรมกับร่างกายของบุรุษช่างดูไม่เข้ากันยิ่งนักจนเซียวซู่หยางเผลอหัวเราะออกมา “ท่านหัวเราะอะไรน่ะ” เฉินอวี้หลันที่กำลังหงุดหงิดหันไปมองเขาตาขวาง “ข้าเพียงแค่นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะโมโหขนาดนี้” ชายหนุ่มพยายามกลั้นหัวเราะ “แต่ข้าจะบอกเจ้าว่าไม่ต้องกังวลไป” “ท่านรู้หรือว่านางจะไปเปิดร้านที่ไหนต่อ” เฉินอวี้หลันมองเขาอย่างคาดหวัง แต่เมื่อเห็นเขาส่ายหน้าเป็นคำตอบ นางก็อยากจะเข้าไปจัดการเขาสักหมัดจริงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บตัวแบบไร้ความหมาย

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   มุ่งหน้าสู่หอเซียนเมามาย (1)

    หลังจากผ่านมื้ออาหารอันแสนโอชะ เฉินอวี้หลันก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าบริเวณนี้แม้จะอยู่ในเมืองหลวงแต่บรรยากาศแตกต่างยิ่งนัก เนื่องจากที่นั่งของทั้งสองอยู่ติดหน้าต่าง ทำให้สามารถทอดสายตาออกไปมองทิวทัศน์ของถนนที่ไม่กว้างนักอันไร้ซึ่งผู้คนได้อย่างชัดเจน “ที่นี่ช่างเงียบยิ่งนัก” เฉินอวี้หลันยกชาขึ้นจิบ “ราวกับมิได้อยู่ในเมืองหลวงเลย” “นั่นเป็นอีกสาเหตุที่ข้าพาเจ้ามา” เซียวซู่หยางค่อยๆ หลับตาลง ฟังเสียงแมลงที่ร้องระงมอยู่ไกลๆ “บางทีความเงียบสงบอาจจะทำให้เจ้าสบายใจขึ้นมาบ้าง” “ถือว่าครั้งนี้ท่านทำสำเร็จแล้ว” เฉินอวี้หลันในโฉมหน้าของบุรุษยิ้มออกมาบางๆ เป็นครั้งแรกที่นางยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ “แต่ก็มีเรื่องน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน” เซียวซู่หยางกล่าวด้วยความดังที่ได้ยินเพียงแค่สองคน น้ำเสียงของเซียวซู่หยางดูเศร้าลงไปเล็กน้อยจนนางต้องหันไปมอง “ท่านเสียดายเรื่องอะไรหรือ?” “หากข้าได้พาหญิงสาวแสนงดงามมาแทนบุรุษที่ดูแล้วเป็นคนเสเพลก็คงจะดีกว่านี้” พูดจบเขาก็ยิ้มให้นาง สายตาเต็มไปด

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   อาหารเลิศรส (2)

    “ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าท่านมั่นใจว่าเป็นข้าได้อย่างไร ต่อให้ท่านจะไล่เรียงให้ข้าฟังแล้ว แต่ข้าก็ยังนึกภาพไม่ออกอยู่ดี” เฉินอวี้หลันคาใจในข้อนี้ยิ่งนัก เซียวซู่หยางคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมา “เพราะความรู้สึกของข้าบอกว่าเป็นเจ้ากระมัง ข้าถึงได้มั่นใจ” เฉินอวี้หลันฟังก็ได้ฟังคำตอบที่ดูไม่จริงจังของเขาแล้วก็ได้แต่กลอกตาไปทางอื่นไม่ยอมมองเขาอีก ขณะที่เซียวซู่หยางกำลังทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมา อาหารที่เขาสั่งไปเมื่อสักครู่ก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะพอดี เฉินอวี้หลันมองอาหารตรงหน้า ไ

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   อาหารเลิศรส (1)

    ความคิดในสมองของเฉินอวี้หลันแล่นเร็วจี๋ สุดท้ายนางตัดสินใจที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ท่านพูดเรื่องอันใดกัน ข้ามิได้รู้จักท่านเสียหน่อย” “แม้หน้าตาของเจ้าจะเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม” เซียวซู่หยางอมยิ้ม ทว่าดวงตากลับฉายแววจริงจัง “แต่ข้าไม่มีทางจำเจ้าผิดไปอย่างแน่นอน” “แต่ข้าว่าท่านจำผิดคนแล้ว” เฉินอวี้หลันก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้นพลางลูบต้นคอของตัวเองเบาๆ แม้จะยืนกรานอยู่เช่นเดิมแต่น้ำเสียงกลับอ่อนลงไปไม่น้อย “หากเป็นผู้อื่นข้าคงไม่สนใจ” เซียวซู่หยางหยิบจอกน้ำชาขึ้นมาแกว่งเบาๆ ก่อนจะยกดื่ม “แต่เพราะเป็นเจ้า ข้าจึงจดจำได้ทันที”&

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status