LOGINเฉินอวี้หลันได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะใช้สายตามองสำรวจเขาทั่วทั้งตัว นางรู้ดีว่าคนส่วนใหญ่มักจะเก็บของสำคัญไว้ที่กระเป๋าในเสื้อบริเวณหน้าอก แต่เพราะท่าทางที่มั่นใจเกินไปของเขาทำให้นางคิดว่าไม่ใช่แน่ๆ “ข้าคิดว่าท่านเก็บเอาไว้ในรองเท้า” ฟ่านอู้จี๋พยักหน้าอย่างชื่นชม “ไม่เลว” แต่ทันทีที่เขาถอดรองเท้าทั้งสองข้างออก ก็พบว่าในรองเท้าทั้งสองข้างไม่มีอะไรอยู่เลย “แต่น่าเสียดายที่มันเป็นคำตอบที่ผิด” “เช่นนั้นก็กระเป๋าในหน้าอก” เฉินอวี้หลันเดาสุ่ม “แน่นอนว่าของสำคัญต้องเก็บไว้ใกล้ตัว” ฟ่านอู้จี๋ยิ้มกว้าง “แต่ก็เป็นคำตอบที่ผิดเช่นกัน”&n
หลังจากที่นั่งรถม้ากลับมาถึงจวน เฉินอวี้หลันก็ใส่รายชื่อของเหรินจื่อฟานลงไปในกระดาษที่เขียนแผนผังความสัมพันธ์ของจูป๋ายเจี่ยนทันที นางใช้พู่กันวาดเส้นเล็กๆ ลากจากชื่อของเหรินจื่อฟางไปยังตัวอักษรที่เขียนว่าบุรุษที่สะกดรอยตาม ในตอนนี้นางเชื่อว่าบุรุษที่สะกดรอยตามนางน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุรุษน่ากลัวที่นางได้พบที่โรงเตี๊ยมโชคดี เพราะช่วงเวลาที่ทั้งสองคนปรากฏตัวมันเหมาะเจาะกันเกินไป แต่เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่นำมายืนยันได้ ทำให้เส้นที่ลากจากบุรุษที่สะกดรอยตามนางกับบุรุษน่ากลัวยังคงเป็นแค่เส้นประที่แทนความหมายว่ายังไม่ยืนยัน ตอนนี้ในหัวของนางมีข้อมูลอัดแน่นเต็มไปหมด แต่นางก็ยังไม่เขียนลงไปในกระดาษ เพราะนาง
จนกระทั่งในห้องเหลือเพียงแค่สตรีสามคน อิ่งลี่ชิวก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา “หากเจ้ารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เจ้าจะทำอย่างไรต่อ” “ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นใครและกำลังทำงานให้ใครอยู่” ดวงตาของเฉินอวี้หลันฉายแววเด็ดเดี่ยว “หากข้าพอที่จะสามารถจัดการเขาได้ ข้าก็จะทำ” อิ่งลี่ชิวเห็นแววตานั้นก็ยิ้มออกมา “ได้ ข้าจะช่วยเหลือเจ้าในเรื่องนี้เอง” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ หลงจู๊ที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อสักครู่ก็กลับมาพร้อมกับชาวบ้านคนหนึ่งพร้อมสีหน้าตื่นเต้น “คนของข้าได้เบาะแสมาแล้วขอรับ”
“พวกเจ้าอย่าเพิ่งลงมือ” หลงจู๊รีบออกคำสั่งห้ามลูกน้องทันที “เพียงแค่ป้องกันไม่ให้เขาหนีไปได้ก็พอ” เหล่าคนชุดดำรับคำสั่ง กระชับกระบี่ในมือให้แน่นขึ้น เฝ้าระวังเป้าหมายทั้งสองไว้อย่างไม่วางตา “ข้านึกว่ากองโจรเหยี่ยวดำจะมีเกียรติว่านี้เสียอีก” แม้เฉินอวี้หลันจะถูกรายล้อม แต่เพราะจิ้งผิงที่ยืนคุ้มกันอยู่ไม่มีท่าทีกระวนกระวาย ดังนั้นนางจึงไม่เผยความตระหนกออกมาให้เห็นเช่นกัน “ไม่คิดว่าจะแสร้งทำเป็นช่วยเหลือแล้วตลบหลังเช่นนี้” “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท” หลงจู๊ประสานมือให้เฉินอวี้หลัน แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางได้บ่งบอกว่าจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายไปไหนเด็ดขาด “
เมื่อออกมาได้ ทั้งสองคนก็หาตรอกเล็กๆ ที่ไม่มีผู้คนและแต่งหน้าจนไม่เหลือเค้าเดิม ทางด้านเฉินอวี้หลันกลายเป็นคุณชายรูปงาม ส่วนจิ้งผิงก็เป็นสาวใช้ส่วนตัวที่งดงามไม่น้อย ก่อนจะว่าจ้างรถม้าคันหนึ่งเพื่อไปยังเขตตะวันตกของเมืองหลวง “ในเมืองหลวงมีร้านค้าที่มีรูปเขียนของนกสามตัวไม่น้อย แต่ที่เยอะที่สุดคือย่านการค้าที่อยู่ฝั่งตะวันตก” จิ้งผิงเอ่ยออกมาเมื่อรู้สึกว่ารถม้าขยับแล้ว “เท่าที่ข้าลองตรวจสอบดูคร่าวๆ พบว่าพ่อค้าของร้านเหล่านี้เกือบครึ่งเป็นผู้มีวรยุทธ์” เฉินอวี้หลันใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามจิ้งผิงด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำ “หากต้องการข้อมูล เจ้าว่าร้านค้าไหนถึงจะใช้ได้”&nb
หลังจากจิ้งผิงออกไปได้ประมาณสองชั่วยาม นางก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง “ข้าตรวจสอบแล้ว” จิ้งผิงมอบกำไลเหล็กดำคืนให้เฉินอวี้หลัน “สิ่งที่คนผู้นั้นบอกกับท่านเป็นความจริง” จิ้งผิงนึกย้อนกลับไปตอนที่นางเดินทางไปยังเขตตะวันตกเพื่อค้นหาร้านค้าที่มีรูปเขียนของนกสามตัว ในตอนแรกนางนึกว่าร้านค้าเหล่านี้จะหายากจนต้องพลิกแผ่นดิน ทว่าเมื่อไปถึงก็สามารถเจอร้านที่มีรูปเขียนของนกสามตัวทันที ดังนั้นนางจึงเลือกร้านขายเนื้อที่มีลูกค้าน้อย เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นจุดสนใจ แม้ในตอนแรกพ่อค้าล้วนแต่มีสีหน้าปกติ ทว่าทันทีที่นางหยิบกำไลเหล็กดำขึ้นมาสวม พ่อค้าก็ส่งสัญญาณมือให้นางทันที







