LOGINไม่อยากเป็นของหวงชินอ๋อง บทที่ 2
นิ้วเขาแตะกับมือของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ หลินชิงวูบวาบไปทั้งตัว กลิ่นกายของเขาทำให้หัวใจของนางเต้นรัว นางพยักหน้ารับคำสั่ง ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ
เจียหลงมองตามหลินชิงที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน สายตาของเขาหยุดที่ผิวเนียนราวหยก มือเรียวเล็ก และท่าทางที่ดูอ่อนช้อยเกินชายทั่วไป
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยในใจยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นเมื่อมอง “หนุ่มน้อย” คนนี้
ความรู้สึกที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลินชิงหวางนั่งทำงานต่อไป ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า นางรู้ว่าความรู้สึกที่กำลังก่อตัวในใจนี้ไม่อาจห้ามได้ และชินอ๋อง เจียหลง กำลังกลายเป็นทั้งความฝันและฝันร้ายของนาง
ฝนตกหนักราวม่านน้ำนอกหน้าต่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เสียงสายฝนกระทบหลังคาและลมพัดโหมดังก้อง กลบความโกลาหลของเมืองหลวงในยามค่ำคืน ห้องเอกสารอันเงียบสงบถูกส่องสว่างด้วยแสงเทียนเพียงเล่มเดียว
หลินชิงหวาง หรือ “หลินชิง” ในร่างชายหนุ่ม นั่งทำงานเพียงลำพัง มือเรียวเล็กจรดพู่กันคัดลอกเอกสารตามคำสั่งของชินอ๋อง เจียหลง
นางก้มหน้าลง จดจ่อกับตัวอักษรเพื่อข่มความรู้สึกหวั่นไหวที่ผุดขึ้นทุกครั้งเมื่อนึกถึงเขา
กลิ่นฝนและดินเปียกจากด้านนอกลอยเข้ามา หลินชิงรู้สึกหนาวเย็นเล็กน้อย ชุดข้าราชการชายที่หลวมปกปิดร่างกายของนางได้ดี แต่ผ้ารัดอกที่พันแน่นทำให้หายใจลำบาก นางถอนหายใจเบา ๆ มองแสงเทียนที่ไหวระริก คิดถึงใบหน้าหล่อเหลาและสายตาคมกริบของเจียหลง หัวใจของนางเต้นรัวโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ประตูห้องถูกผลักออกอย่างแรง หลินชิงสะดุ้ง มองขึ้นพบร่างสูงใหญ่ของชินอ๋อง เจียหลง ยืนอยู่ที่กรอบประตู
ผมเปียกชุ่มจากฝน ชุดขุนนางสีดำปักลายมังกรติดกายแนบเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ดวงตาของเขาขุ่นมัวด้วยฤทธิ์สุรา กลิ่นเหล้าจาง ๆ ลอยมาพร้อมกลิ่นกายอันอบอุ่น
เขาก้าวเข้ามาในห้อง ประตูปิดลงด้วยเสียงดังสนั่น
“ท่าน… ท่านอ๋อง?”
หลินชิงลุกขึ้นยืน มือกุมขอบโต๊ะแน่น น้ำเสียงสั่นด้วยความตื่นตระหนก
นางไม่เคยเห็นเจียหลงในสภาพเช่นนี้ เมามายและดูอันตรายยิ่งกว่าทุกครั้ง
เจียหลงก้าวมาหยุดตรงหน้านาง ใกล้จนหลินชิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เปี่ยมด้วยกลิ่นสุรา
“เจ้า…เจ้าเป็นใครกันแน่?” เขาจ้องใบหน้าสะสวยของหลินชิง ดวงตาขุ่นมัวแต่ยังคมกริบราวพยัคฆ์ “ข้ารับใช้ที่ฮ่องเต้ส่งมาสืบข้า หรือ… สิ่งอื่นที่ข้าคาดไม่ถึง?”
“ข้า… ข้าเป็นเพียงหลินชิง ข้าราชการผู้น้อย ขอรับ!”
หลินชิงถอยหลังจนหลังชนขอบโต๊ะ หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว
นางพยายามรักษาน้ำเสียงต่ำ แต่เจียหลงก้าวเข้าใกล้ยิ่งขึ้น มือหนาจับแขนของนางแน่น หลินชิงสะดุ้ง วูบวาบไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสถึงความร้อนจากฝ่ามือของเขา
“อย่ามาโกหกข้า!”
เจียหลงคำรามเบา ๆ ดวงตาจับจ้องที่ผิวเนียนราวหยกและกลิ่นกายหวานจาง ๆ ที่ลอยออกจากตัวหลินชิง เขาลุ่มหลงโดยไม่รู้ตัว ความเมาทำให้สติของเขามืดมัว เหลือเพียงความปรารถนาดิบที่พุ่งพล่านในกาย
เขากอดรัดร่างบางของหลินชิงแน่น ใบหน้าแนบลงที่ซอกคอของนาง ซุกไซ้กลิ่นนวลนางที่เย้ายวนจนท่อนลึงค์ของเขาแข็งเป็นท่อน
“ท่านอ๋อง… ปล่อยข้า!”
หลินชิงดิ้นขัดขืน มือผลักอกแกร่งของเขา แต่พลังของเจียหลงแข็งแกร่งเกินต้าน
นางรู้สึกเสียวซ่านเมื่อลมหายใจร้อนของเขาสัมผัสผิว เจียหลงโลมเลียซอกคอของนางด้วยการตวัดลิ้น รัวปลายลิ้นที่ผิวเนียนจนหลินชิงรัญจวนใจ
นางทั้งกลัวและหวั่นไหว ความรู้สึกที่เคยก่อตัวในใจเมื่อลอบมองเขาทำให้ร่างกายของนางยอมจำนนโดยไม่รู้ตัว
ด้วยความลุ่มหลง เจียหลงกวาดเอกสารบนโต๊ะให้กระจายลงพื้น ม้วนกระดาษและสมุดบัญชีร่วงหล่นระเกะระกะ
เขาจับร่างหลินชิงวางลงบนโต๊ะอย่างง่ายดาย หลินชิงตกใจ ร้องออกมาเบา ๆ แต่เสียงของนางจมอยู่ในเสียงฝนที่ดังก้อง
เจียหลงยืนอยู่ระหว่างขาของนาง มือฉีกชุดข้าราชการชายออก เผยให้เห็นผ้ารัดอกและผิวขาวเนียนราวหยก เขาขมวดคิ้วเมื่อตระหนักว่า “หนุ่มน้อย” ผู้นี้คือสตรี
“เจ้า… เป็นผู้หญิง?”
เสียงของเขาขุ่นมัวด้วยความประหลาดใจและความกระสันต์ เขาดึงผ้ารัดอกออก นมเต้าใหญ่พลันเผยออกมาในแสงเทียน
เจียหลงลูบไล้เรือนร่างของนางด้วยความหลงใหล มือหนาลูบเบา ๆ ที่ก้อนขาว หลินชิงสะดุ้ง ร่างกายร้อนผ่าวด้วยความอับอายและความเสียวซ่าน
นางพยายามขัดขืน แต่เจียหลงก้มลง ฝังจูบลึกที่ริมฝีปากของนาง แลกลิ้นอย่างดูดดื่มจนหลินชิงสะท้าน
เขาลากน้ำลายเปียกเป็นทางลงปลายยอดถันเล็กอย่างหญิงสาวไร้เดียงสา เขาตวัดไกวบนยอด มืออีกข้างบี้เม็ดช้า ๆ ทำทั้งสองข้างพร้อมกัน จนร่างของหลินชิงวูบวาบหนักกว่าเดิม มืออ่อนจนเกาะบ่าเขาแทน
เขาเลื่อนตัวลงด้านล่าง เอาลิ้นเลียไปตามลำตัวบอบบาง ตวัดปลายลิ้นบนสะโพกราวกับต้องการชิมเนื้อนิ่มไปเรื่อย ๆ ก่อนจะแนบใบหน้าที่ร่องรักของหลินชิง
มือกร้านดันต้นขานางขึ้น จนเนื้อเนินสวาทถูกอ้าออกมองเห็นเงาเลือนลางเม็ดน่ารักที่ไหวระริกตรงกลางร่องรัก
เขาลากลิ้นช้า ๆ ที่กลีบหวาน ค่อย ๆ ละเลียดลิ้มรสน้ำหวานที่เริ่มไหลเยิ้ม หลินชิงครางออกมาโดยไม่รู้ตัว มือจิกขอบโต๊ะแน่น
“อ๊ะ อ่า”
นางควรจะผลักเขาออกแต่มือกลับไขว่คว้าดึงเส้นผมของเจียหลงไว้กำแน่น นอนอ้าปล่อยให้เขากินผิวอ่อนนุ่มกลางลำตัว
เจียหลงรัวลิ้นที่ปากถ้ำสวรรค์ วนลิ้นอย่างช่ำชอง นางบิดไปทางซ้าย ลิ้นเขาตามติดเลียบนปีกอ่อนข้างขวา ค่อยเซาะกระทั่งพบปากทางแล้วแหย่ลงไป
“อ๊ะ อ่า”
น้ำที่อาบเยิ้มยิ่งพาให้ลิ้นไกวเร็วขึ้น เขาปาดอีกสองสามครั้งก่อนจะเริ่มใช้นิ้วสอดเข้าในโพรงรักแน่นหนึบ ค่อย ๆ ขยับเพื่อให้นางยินยอม
“อือ....” เสียงหวานของนางเบาแผ่วพาให้ชินอ๋องอยากจะทำให้นางร้องครางอีก แต่ทางเข้ากลับเล็กและคับแคบ จนแม้กระทั่งสองนิ้วยังเข้าลำบาก
หลินชิงรู้สึกเจ็บปวดในตอนแรก ความบริสุทธิ์ของนางทำให้นิ้วเข้าไปยาก แต่เจียหลงยิ่งพอใจเมื่อรู้ว่านางไม่เคยผ่านมือชายใด
“ชิงหวางตัวน้อย…”
อนุสกุลหลิว บทที่ 10กลางร่องเนื้อนิ่มแยกรอยปริอ่อนไหวและบวมช้ำ ต้องการให้เขากระแทกกระทั้นแรงขึ้น จึงโน้มกายไปด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายกระแทกไปด้านหลังจนนายท่านรองหัวเราะชอบใจเขาจับเอวนางไว้ส่งแรงทั้งกระทุ้งกระแทก ส่วนนางดันไปด้านหลัง จะเกิดเสียงดังแล้วอย่างไรเพราะในเวลานี้ในหัวสมองของทั้งคู่ขาวโพลน มีเพียงความซาบซ่านเสียวอวัยวะเพศเท่านั้นที่พวกเขารับรู้โยนีแดงก้ำบานออกรองรับแท่งค้ำกลางหว่างขา โหนกเนื้อราวกำลังถูกปริแยกด้วยของแข็งขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เขาเสียบคา ทั้งถี่รัวและบดแน่นพวงสวรรค์ใหญ่ย้อยกระแทกเสียดสีและแกว่งไกว บางคราวหลิวเทียนงัดขึ้นแล้วหยุดสูดปาก มือกำขยำนมแรงเสียวสะท้านจนยากจะอดกลั้น บางคราวกระทั้นจนถี่รัวราวต้องการทำโทษนางทั้งที่เป็นเขาเองที่ห่างหายไปหลายวัน“ซี้ดดด..”นางรู้ว่านายท่านรองอดกลั้นให้นางได้เสร็จสม เขาร้องครางกลั้นหายใจหลายครั้ง หยุดนิ่งจนท่อนเนื้อกระตุกแรงภายใน แล้วกระแทกต่อกระทุ้งจนนางกระดอนฉับพลันนายท่านรองถอดถอนแท่งสวรรค์ออกแล้วเดินถอยหลังหอบหายใจ หวางชิงหันตัวกลับมามอง
อนุสกุลหลิว บทที่ 9กึก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด“อนุชิง”ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรองหวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน“นายท่านรอง!”ครืด.... ตึง!ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า“ขะ ข้า หลงทาง”ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 8ร่างเล็กอรชรของหวางชิงบอบช้ำจากบทรักในทุกค่ำคืนจนนางจับไข้จริง นางนอนซมหนาวสั่น“เมิ่งหลัว แค่ก ๆ”“เจ้าคะ คุณหนูนอนก่อนนะเจ้าคะ นายท่านให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าหนาวยิ่งนัก แต่สักพักกลับร้อนดั่งไฟ”เสียงแหบแห้งพร้อมไอโคลกดังจนตัวโยนทำให้เมิ่งหลัวรีบถลาเข้าไปประคอง“คุณหนูดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ ป้าฉีกำลังให้เด็กต้มโจ๊กคงอีกสักประเดี๋ยว”“ข้าไม่หิว อยากนอน”“โธ่ คุณหนู แล้วนี่นายท่านรองก็ไม่อยู่เสียด้วย”“เกี่ยวอันใดกับเขากัน แค่ก ๆ”“คุณหนูเจ้าคะ เมิ่งหลัวไปสืบความมา ยังไม่ทันได้เล่าให้คุณหนูฟัง”“สืบความเรื่องนายท่านรองใช่หรือไม่ เกือบสามอาทิตย์แล้วนะ ข้านึกว่าเจ้าลืมไปเสียแล้ว”“โธ่! คุณหนู คนรับใช้ในเรือนล้วนกลัวนายท่านรองทั้งสิ้น ข้าทะเล่อทะล่าโพล่งถามออกไปคงไม่เหมาะ จึงตะล่อมมาเรื่อย ๆ แล้วจับความสำคัญเอา”
อนุสกุลหลิว บทที่ 7“เมื่อครู่เจ้าว่าไม่อาบน้ำใช่หรือไม่”“ใช่ ท่านพี่เป็นอะไรไป เมื่อหัวค่ำท่านยังอ่อนโยนต่อข้า”หลิวซางไม่ตอบซ้ำยังลากนางไปทางอ่างน้ำ จับนางเปลื้องผ้าด้วยแรงชายจนอาภรณ์ขาดวิ่นแล้วโยนนางลงน้ำโครม! ซ่า! แค่ก ๆ ๆนางทะลึ่งตัวพรวดขึ้นสำลักน้ำ ลูบน้ำออกจากใบหน้า“ข้าอาบน้ำมาแล้ว เตรียมพร้อมสมสู่เสพกาม แต่ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอาบอีกครั้ง ย่อมได้”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ท่านพี่”หลิวซางกระชากเสื้อคลุมตนเองออกโยนทิ้ง แล้วก้าวลงไปในอ่าง แต่ยังไม่ลืมหยิบของบางอย่างมาด้วย สร้อยกระดิ่งร้อยเป็นตุ้มเล็ก ๆ ราวเจ็ดแปดตุ้ม ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคล้ายกระดิ่ง“อะไร ท่านพี่เอาอะไรมา”“เหมี่ยนหลิง”“เหมี่ยนหลิง?”หลิวซางชูสูงตรงหน้าแล้วแกว่งจนเกินเสียงกังวานด้วยรอยยิ้มที่นางเห็นว่าช่างเหมือนกับหลิวเทียนไม่มีผิด อาจเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่ทว่านางยังไม่กระจ่างข้อกังขา ท่านพี่พลันจับนางหั
อนุสกุลหลิว บทที่ 6มือนางครูดแผ่นหิน รวมไปถึงใบหน้าและนางคาดว่าคงแดงเห่อ“ซี้ดดด ร่องเจ้าดูดลำ อ่า อนุน้อย ข้าจะแตกใส่เจ้า”“อยะ อย่านะ อย่า”ดวงตาหวานดอกท้อเริ่มหวั่นเกรง เมื่อคืนนี้นายท่านมิได้หลั่งน้ำพิสุทธิ์ในกาย หากนางตั้งครรภ์นายท่านย่อมต้องรู้แน่ว่านางมีชู้กับชายอื่น“ซี้ดด อ่า เสียว อา ดี เด้าให้แรงเลย อ่า”นายท่านร่องย่อเข่าลงแล้วเฝ้าเอาแต่กระทุ้งสะโพกเสือกใส่ลำเอ็นเข้าถ้ำรัก จับขานางข้างหนึ่งขึ้นสูงเปิดอ้า เลื่อนมือลงด้านล่างถูบี้ติ่งเนื้อ“ตรงนี้ อ่า ซี้ดด แตกเลย อนุน้อย แตกน้ำให้ข้าได้เห็น”“อื้อออ อย่า ไม่ อ่า”ปากว่าไม่ แต่กายกลับเรียกร้อง ร่างของนางเคลื่อนไหวสอดรับนายท่านรอง เขากระทุ้งนางกดลงรับ เขาถอยห่าง นางดึงตัวยืดให้คล้ายหลุดแต่ไม่แล้วกระแทกลงตับ ตับ ตับเสียงเนื้อสองเนื้อกระทบแรงทุกคราวยามบรรจบกัน น้ำในร่องเปียกไหลลงนิ้วแกร่ง เขาส่งลิ้นชอนไชในรูหูบี้ติ่งแล้วซอยถี่“ซี้ดด อ่
อนุสกุลหลิว บทที่ 5“อ้าปาก”นางทำตามอย่างว่าง่าย รับเนื้อใหญ่เข้าปากเลียกินน้ำพิสุทธิ์จนหมดเกลี้ยง“น้องชิงชิงช่างร่านสมเป็นอนุ พี่ชอบ”“ปลดน้องได้หรือยังเจ้าคะ”“ยัง”“ยัง!”“อีกน้ำ”“แต่น้องช้ำไปหมด เจ็บแสบ”“พี่มีขี้ผึ้ง”พูดจบนายท่านกระโดดลงจากเตียงตรงไปยังสิ่งของที่เตรียมมาด้วยบนโต๊ะเล็ก หยิบตลับยาอันเล็กออกมาแล้วบางสิ่งที่ทำให้นางตื่นตระหนก“ท่านพี่ นั่นคือสิ่งใด”ในมือของหลิวซางคือห่วงหยกอันหนึ่งมีเชือกผูกปลายทั้งสองข้าง“แหวนหยก” เขายกชูพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย รอยยิ้มที่ทำให้นางเข่าอ่อนจนตัวยวบยาบ“ท่านพี่” น้ำเสียงสั่นเครือระคนสะท้าน“เวลาพี่สวมใส่ท่อนลึงค์ยาวนี้ ผูกเชือกไว้กับเอวจนแน่น ยามพี่กระแทกรูชิงชิง ตรงส่วนนี้” นิ้วชี้ยังเปื้อนน้ำวางลงตรงกลางแหวนหยก “จะกระแทกติ่งเม็ดกระสัน จุดที่ทำให้น้องชิงชิงแตกน้ำ”“ไม่ ไม่”นายท่านหลิวซางไม่ฟังเสียงทัดทาน ผูกเชือกรัดคาดเอวแล้วเข้าไปซ้อนด้านหลัง แต่ไม่ได้นั่งลง กลับดึงจนนางก้นโด่งขึ้นคล้ายท่า







