LOGINอนุสกุลหลิว บทที่ 9
กึก!
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด
“อนุชิง”
ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรอง
หวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน
“นายท่านรอง!”
ครืด.... ตึง!
ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา
“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ
“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”
บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า
“ขะ ข้า หลงทาง”
ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
นางกำลังตื่นเต้น เป็นไปได้อย่างไรกัน
“หลงทาง?” คิ้วกระบี่ยกสูงมุมปากคล้ายหยัน “หลงทางในห้องเก็บฟืน ฟังแล้วเป็นข้อแก้ตัวที่....ฟังไม่ขึ้น”
เขาขยับร่างเข้ามาใกล้นางอีก
“ขะ ข้าจะกลับแล้วต้องขอตัว”
“จะรีบไปไหนกันอนุชิง ไหน ๆ ท่านก็หลงทางมาถึงห้องนี้แล้ว ข้าเองไม่พบเจ้าเสียหลายวัน” มือหยาบกร้านยกมือลูบใบหน้า “ได้ปลดปล่อยเสียบ้างคงดี”
“ไม่ ไม่ได้” หวางชิงปัดมือออกอย่างรังเกียจ “เจ้าหน้าหมู เอามือสกปรกของเจ้าออกไป”
“อย่าส่งเสียงดังไปอนุน้อย ถ้าเกิดมีคนได้ยินคงไม่ดีเท่าไรต่อร่างกายของเจ้า” เขาลูบลงมาถึงลำคอขยับปลายนิ้วตรงสาบเสื้อ “ผิวกายอันงดงามอย่าให้มีริ้วรอยเป็นดีที่สุด”
“ริ้วรอย นี่พวกท่านเฆี่ยนตีอนุก่อนหน้านี้ด้วยใช่หรือไม่”
หมับ!
มือแกร่งคว้าหมับตรงลำคอ “สาวใช้ของเจ้าเที่ยวไปเสาะถามในสิ่งที่ไม่ควรรู้” ปลายนิ้วบีบเข้าหากันจนนางเบ้หน้า
“ขะ ข้า อัก อัก นายท่านรอง”
ทว่ามือแกร่งแต่เดิมที่บีบแน่นกลับกลายเป็นลูบคลำ เขาลากมือลงสาบเสื้อแล้วดึงทึ้งเปิดออก
“อย่า ไม่ได้นะ ข้าไม่ยอมอีกแล้ว ท่าน อย่า”
“เจ้ามันพวกปากอย่างใจอย่าง เพียงเห็นหน้าข้าเจ้าก็เปียกแฉะ”
มือกร้านยังเลื่อนสาบเสื้อออกจากกัน อีกมือกระตุกสายรัดกางเกงด้านในออกจนมันร่วงหล่นกองข้อเท้า
หวางชิงรีบคว้ามือเขาไว้เพราะนางเห็นความตั้งใจอยู่ในดวงตา
“ถ้าท่านทำกับข้า ข้าจะร้องให้ลั่น ข้าไม่กลัวโดนเฆี่ยนเพราะเรื่องนี้ ส่วนท่านจะเป็นผู้ที่สวมหมวกเขียวให้กับพี่ชายตนเอง”
หวางชิงมองคิ้วกระบี่ที่โก่งสูงและมุมปากจากยิ้มหยันเป็นยิ้มกว้างก่อนจะแหงนหน้าหัวเราะ
“ไม่งั้นเราออกไปสำราญด้านนอกตรงพุ่มไม้ดีหรือไม่ เวลาเจ้าร้องจะได้มีคนอื่นเห็นด้วย”
“ท่านหน้าหนาเกินไปแล้ว” นางหรี่ตาในเมื่อข่มขู่ไม่สำเร็จคงเหลือวิธีเดียวคือขัดขืน
“เจ้าคิดถึงข้า ข้ารู้”
หลิวเทียนบิดมือออกแล้วล้วงเข้าสาบเสื้อด้านล่าง ส่วนด้านบนเปิดอ้าจนเห็นเนื้อนมก้อนใหญ่ขาวดั่งเต้าหู้
“อย่า อือออ”
นางบิดลำตัวหนีมือร้อนหยาบลูบไล้เนินเนื้อสาวใต้ล่าง เขาล้วงลึกเข้าทุกขณะพบกลีบอ่อนใสแทรกนิ้วเรียวยาวเข้ากลางร่องทันควัน
“เปียกชื้นจนไหลอาบ ยังปากแข็ง อ่า ข้าจะเอานิ้วเข้าไปให้ลึก อืมม”
หวางชิงเบี่ยงหน้าไปอีกทางกัดริมฝีปากจนเจ็บเพราะอดกลั้นอาการอยากเสพสังวาสของตน เพียงร้างลานานนับสัปดาห์เพราะพิษไข้ ตัวนางกลับเป็นฝ่ายต้องการมากยิ่งกว่าบุรุษหน้าหนาคนนี้เสียอีก ประจักษ์หลักฐานคงเป็นน้ำเหนียวใสที่เขากำลังหยอกเล่นในโพรงรัก
“อ่า อืออ”
นางแหงนดวงหน้าเผยลำคอให้หลิวเทียนขบเม้ม ขอบปากกำลังห้อเลือด เล็บจิกลงเนื้อไม้ท่อนฟืนด้านข้าง
ฟืน!
แล้วดวงตาดอกท้อพลันเบิกโตมองขื่อคานในห้องเก็บฟืน แสงยามบ่ายเล็ดลอดเกิดเงาทอดบนกระดานหลังคา
มือเล็กสะเปะสะปะจนกำได้ไม้ท่อนหนึ่งขนาดพอดีมือ สะดุ้งขึ้นเพราะหลิวเทียนเริ่มเคลื่อนนิ้วเข้าออก
“อืออ”
แฉะ แฉะ แฉะ
เสียงน้ำในโพรงถ้ำดังลอดออกมาอย่างน่าอาย คิ้วเรียวขมวดเป็นปมกระชับท่อนไม้แล้วผลักหน้าอกนายท่านรองออกด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ฟาดท่อนฟืนในมือลง เป้าหมายคือกกหู
ทว่า...
ความตัวเตี้ยเล็กกว่ามาก ไม้ในมือเมื่อวาดออกฟาดหาได้ตกที่กกหูไม่ กลายเป็นท่อนแขนด้านบนใต้ไหล่เพียงเล็กน้อย
พลั่ก! ตุบ!
แรงหญิงสาวในห้องหอฟาดไม้ลงท่อนแขนแกร่งของชายทำงาน หาทำให้หลิวเทียนสะดุ้งสะเทือน เพียงไม้กระทบเนื้อพลันร่วงหล่นลงจากมือนิ่มตกพื้น
นางจ้องสบตาสีนิลที่เมื่อแรกเบิกกว้างแปลกประหลาดจนหรี่แคบลงขุ่นมัว
“เจ้าตีข้า”
“ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ มัน เออ มัน มือมันไปเอง”
หวางชิงรีบยกมือมาด้านหน้าให้เห็นว่านางกำลังสั่นเทาขนาดไหน แต่เหมือนว่ายิ่งทำให้นายท่านรองกรุ่นโกรธ สีหน้าถมึงทึงไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย
“ข้าว่าอนุชิงคงชื่นชอบอะไรที่มันรุนแรง และไม่เล้าโลม”
“อยะ อย่านะ ข้าผิดไปแล้ว นายท่านรอง อย่า”
เขาจับนางพลิกหันหลัง ตลบกระโปรงขึ้นลูบบั้นท้ายขยำลงแรงจนนางเจ็บ
“ไม่อยู่หลายวันนอกจากเงี่ยนจนแฉะแล้ว ยังชอบความเจ็บปวด”
“ไม่ ไม่ใช่เช่นนั้น นายท่านรองโปรดเมตตาชิงชิง”
หวางชิงเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ้อนวอนทันควัน ดวงตากวางมองผนังห้องเก็บฟืนทำจากไม้ กลิ่นไม้แห้งและกลิ่นฝนหลงฤดูภายนอกผสมปนเป
นางได้ยินเสียงรูดเชือกแล้วพลันรู้สึกถึงแท่งอุ่นร้อนแนบลงต้นขา หลิวเทียนโน้มตัวมาด้านหน้าชอนไชลิ้นเข้ารูหูก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงกระซิบ
“เราคงต้องเบาเสียง ดูท่าพวกนั้นคงตื่นแล้ว”
หวางชิงเอี้ยวใบหน้าไปด้านหลังแต่เห็นเพียงนายท่านรอง นอกนั้นคือผนังห้องเก็บฟืน ทว่าเสียงพึมพำดังมาแต่ไกลและกำลังใกล้เข้ามา
“ถ้า ถ้าพวกนั้นเข้ามา..”
“ข้าถึงบอกให้เบาเสียงไง เจ้าคงแก้ตัวไม่ออก เพราะเสียงคราง อืมมม เปียกไหลแล้วชิงชิงน้อย”
“อือ ท่าน”
หลิวเทียนล้วงนิ้วชอนไชเช่นเดียวกับลิ้นข้างในหู ขยับเคลื่อนจนลึก ลึกกระทั่งสุดข้อนิ้วเขี่ยตวัดภายในจนพบจุดกระสันของหญิงสาว
“ตรงนี้ อ่า ปุ่มเล็ก ๆ อืม...ตามตำราบอกว่าหากกดและคลึงเช่นนี้...”
“อ่า อ๊าร์ นายท่านรอง อย่า”
“ชู่วววว์ เบาเสียงลง กัดริมฝีปากไว้อนุน้อย อืม”
ปลายนิ้วสากเขี่ยปุ่มแล้วกดคลึง หวางชิงดิ้นพล่านมือยันผนังด้านหน้าไว้ หยาดน้ำหางตากำลังเริ่มไหลริน
หลิวเทียนดึงสาบเสื้อด้านหน้าออกควักนมเต้าใหญ่ล้นทะลักออกแล้วลงแรงบีบเคล้น
“อืม บี้หัวนมแรง ๆ ชอบหรือไม่ อ่า”
“อื้ออ ไม่ อย่า อือ ข้า” อนุชิงเสียงขาดกระท่อนกระแท่น
หัวนมสีอ่อนเล็กแต่ป้านใหญ่สีสดอยู่ภายใต้กรงนิ้วสองนิ้วขยี้บีบทั้งดึงราวต้องการเด็ดดอกไม้จากกิ่งลำต้น มือด้านล่างสอดลึกเคลื่อนเข้าออก กดปุ่มกระสันอย่างแรง
“อือออ”
นางกัดริมฝีปากเล็ดลอดเสียงครางออกมาเพียงเล็กน้อยยามสายตาพร่าเลือนร่างกระตุกเพราะถึงฝั่งฝัน อาการสุขสมพาน้ำหวานธารสวาทอาบไหลลงมือนายท่านรองจนเหนียวเหนอหนะ
เขาเลื่อนมือขึ้นหาริมฝีปากห้อเลือดง้างออกแล้วล้วงนิ้วเปื้อนหยาดน้ำเข้าสู่โพรงปาก ขณะที่เริ่มดุนดันลำท่อนหยกขาวนวลเสียบแทนนิ้วแกร่ง
“ซี้ด อนุชิงยังตอดแน่นเช่นเดิม”
หลิวเทียนครางข้างใบหูโลมเลียซอกคอจับขาซ้ายนางขึ้นวางบนกองท่อนฟืนแล้วย่อเข่าเสือกกายขึ้นหาทางมุดจนปลายหัวเยิ้มน้ำพบพานปากร่องที่ปริแยก
“อืม...”
เขาส่งเสียงกระหึ่มในลำคอเสือกท่อนเนื้อยาวเข้าพรวดครึ่งลำ ล้วงปากนางไว้แล้วกระทุ้งขึ้นอีกครั้งจนสุด
จากนั้นราวกับว่านายท่านรองร้างลาสตรีมาเนิ่นนาน เพียงสอดใส่เข้าสู่ถ้ำน้ำมังกรใหญ่พลันสะท้านร้าว เขาถอยออกเกือบหมดหัวแล้วกระทุ้งขึ้นอีกครั้ง
ปับ! อ่า...
มือเกร็งจับแก้มก้นแหวกออกถอยห่างเอนตัวไปด้านหลังเพื่อกระทุ้งลำแกร่งขึ้นถี่รัว
ปัป ปัป ปัป!
เนื้อหวานกลางลำตัวทั้งเปียกและลื่น แท่งสวรรค์เสียบขึ้นแต่ละคราวส่งเสียงกระทบดังภายในห้องเก็บฟืน เสียงแทรกเข้าผ่านน้ำหวานมากล้นยิ่งพาให้อารมณ์ของทั้งคู่กระเจิดกระเจิง
หวางชิงร้าวไปทั่วหน้าท้อง อาทิตย์เดียวที่นางมิได้ร่วมเสพกามกลับทำให้ร่างกายของนางต้องการท่อนเนื้อนี้ยิ่งนัก ยิ่งนายท่านรองกระทุ้งถี่เร็วและแรงเท่าไร นางกลับพบว่าเนินสาวหน่วงร้าวยิ่งกว่าทุกครั้ง
อนุสกุลหลิว บทที่ 10กลางร่องเนื้อนิ่มแยกรอยปริอ่อนไหวและบวมช้ำ ต้องการให้เขากระแทกกระทั้นแรงขึ้น จึงโน้มกายไปด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายกระแทกไปด้านหลังจนนายท่านรองหัวเราะชอบใจเขาจับเอวนางไว้ส่งแรงทั้งกระทุ้งกระแทก ส่วนนางดันไปด้านหลัง จะเกิดเสียงดังแล้วอย่างไรเพราะในเวลานี้ในหัวสมองของทั้งคู่ขาวโพลน มีเพียงความซาบซ่านเสียวอวัยวะเพศเท่านั้นที่พวกเขารับรู้โยนีแดงก้ำบานออกรองรับแท่งค้ำกลางหว่างขา โหนกเนื้อราวกำลังถูกปริแยกด้วยของแข็งขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เขาเสียบคา ทั้งถี่รัวและบดแน่นพวงสวรรค์ใหญ่ย้อยกระแทกเสียดสีและแกว่งไกว บางคราวหลิวเทียนงัดขึ้นแล้วหยุดสูดปาก มือกำขยำนมแรงเสียวสะท้านจนยากจะอดกลั้น บางคราวกระทั้นจนถี่รัวราวต้องการทำโทษนางทั้งที่เป็นเขาเองที่ห่างหายไปหลายวัน“ซี้ดดด..”นางรู้ว่านายท่านรองอดกลั้นให้นางได้เสร็จสม เขาร้องครางกลั้นหายใจหลายครั้ง หยุดนิ่งจนท่อนเนื้อกระตุกแรงภายใน แล้วกระแทกต่อกระทุ้งจนนางกระดอนฉับพลันนายท่านรองถอดถอนแท่งสวรรค์ออกแล้วเดินถอยหลังหอบหายใจ หวางชิงหันตัวกลับมามอง
อนุสกุลหลิว บทที่ 9กึก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด“อนุชิง”ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรองหวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน“นายท่านรอง!”ครืด.... ตึง!ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า“ขะ ข้า หลงทาง”ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 8ร่างเล็กอรชรของหวางชิงบอบช้ำจากบทรักในทุกค่ำคืนจนนางจับไข้จริง นางนอนซมหนาวสั่น“เมิ่งหลัว แค่ก ๆ”“เจ้าคะ คุณหนูนอนก่อนนะเจ้าคะ นายท่านให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าหนาวยิ่งนัก แต่สักพักกลับร้อนดั่งไฟ”เสียงแหบแห้งพร้อมไอโคลกดังจนตัวโยนทำให้เมิ่งหลัวรีบถลาเข้าไปประคอง“คุณหนูดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ ป้าฉีกำลังให้เด็กต้มโจ๊กคงอีกสักประเดี๋ยว”“ข้าไม่หิว อยากนอน”“โธ่ คุณหนู แล้วนี่นายท่านรองก็ไม่อยู่เสียด้วย”“เกี่ยวอันใดกับเขากัน แค่ก ๆ”“คุณหนูเจ้าคะ เมิ่งหลัวไปสืบความมา ยังไม่ทันได้เล่าให้คุณหนูฟัง”“สืบความเรื่องนายท่านรองใช่หรือไม่ เกือบสามอาทิตย์แล้วนะ ข้านึกว่าเจ้าลืมไปเสียแล้ว”“โธ่! คุณหนู คนรับใช้ในเรือนล้วนกลัวนายท่านรองทั้งสิ้น ข้าทะเล่อทะล่าโพล่งถามออกไปคงไม่เหมาะ จึงตะล่อมมาเรื่อย ๆ แล้วจับความสำคัญเอา”
อนุสกุลหลิว บทที่ 7“เมื่อครู่เจ้าว่าไม่อาบน้ำใช่หรือไม่”“ใช่ ท่านพี่เป็นอะไรไป เมื่อหัวค่ำท่านยังอ่อนโยนต่อข้า”หลิวซางไม่ตอบซ้ำยังลากนางไปทางอ่างน้ำ จับนางเปลื้องผ้าด้วยแรงชายจนอาภรณ์ขาดวิ่นแล้วโยนนางลงน้ำโครม! ซ่า! แค่ก ๆ ๆนางทะลึ่งตัวพรวดขึ้นสำลักน้ำ ลูบน้ำออกจากใบหน้า“ข้าอาบน้ำมาแล้ว เตรียมพร้อมสมสู่เสพกาม แต่ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอาบอีกครั้ง ย่อมได้”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ท่านพี่”หลิวซางกระชากเสื้อคลุมตนเองออกโยนทิ้ง แล้วก้าวลงไปในอ่าง แต่ยังไม่ลืมหยิบของบางอย่างมาด้วย สร้อยกระดิ่งร้อยเป็นตุ้มเล็ก ๆ ราวเจ็ดแปดตุ้ม ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคล้ายกระดิ่ง“อะไร ท่านพี่เอาอะไรมา”“เหมี่ยนหลิง”“เหมี่ยนหลิง?”หลิวซางชูสูงตรงหน้าแล้วแกว่งจนเกินเสียงกังวานด้วยรอยยิ้มที่นางเห็นว่าช่างเหมือนกับหลิวเทียนไม่มีผิด อาจเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่ทว่านางยังไม่กระจ่างข้อกังขา ท่านพี่พลันจับนางหั
อนุสกุลหลิว บทที่ 6มือนางครูดแผ่นหิน รวมไปถึงใบหน้าและนางคาดว่าคงแดงเห่อ“ซี้ดดด ร่องเจ้าดูดลำ อ่า อนุน้อย ข้าจะแตกใส่เจ้า”“อยะ อย่านะ อย่า”ดวงตาหวานดอกท้อเริ่มหวั่นเกรง เมื่อคืนนี้นายท่านมิได้หลั่งน้ำพิสุทธิ์ในกาย หากนางตั้งครรภ์นายท่านย่อมต้องรู้แน่ว่านางมีชู้กับชายอื่น“ซี้ดด อ่า เสียว อา ดี เด้าให้แรงเลย อ่า”นายท่านร่องย่อเข่าลงแล้วเฝ้าเอาแต่กระทุ้งสะโพกเสือกใส่ลำเอ็นเข้าถ้ำรัก จับขานางข้างหนึ่งขึ้นสูงเปิดอ้า เลื่อนมือลงด้านล่างถูบี้ติ่งเนื้อ“ตรงนี้ อ่า ซี้ดด แตกเลย อนุน้อย แตกน้ำให้ข้าได้เห็น”“อื้อออ อย่า ไม่ อ่า”ปากว่าไม่ แต่กายกลับเรียกร้อง ร่างของนางเคลื่อนไหวสอดรับนายท่านรอง เขากระทุ้งนางกดลงรับ เขาถอยห่าง นางดึงตัวยืดให้คล้ายหลุดแต่ไม่แล้วกระแทกลงตับ ตับ ตับเสียงเนื้อสองเนื้อกระทบแรงทุกคราวยามบรรจบกัน น้ำในร่องเปียกไหลลงนิ้วแกร่ง เขาส่งลิ้นชอนไชในรูหูบี้ติ่งแล้วซอยถี่“ซี้ดด อ่
อนุสกุลหลิว บทที่ 5“อ้าปาก”นางทำตามอย่างว่าง่าย รับเนื้อใหญ่เข้าปากเลียกินน้ำพิสุทธิ์จนหมดเกลี้ยง“น้องชิงชิงช่างร่านสมเป็นอนุ พี่ชอบ”“ปลดน้องได้หรือยังเจ้าคะ”“ยัง”“ยัง!”“อีกน้ำ”“แต่น้องช้ำไปหมด เจ็บแสบ”“พี่มีขี้ผึ้ง”พูดจบนายท่านกระโดดลงจากเตียงตรงไปยังสิ่งของที่เตรียมมาด้วยบนโต๊ะเล็ก หยิบตลับยาอันเล็กออกมาแล้วบางสิ่งที่ทำให้นางตื่นตระหนก“ท่านพี่ นั่นคือสิ่งใด”ในมือของหลิวซางคือห่วงหยกอันหนึ่งมีเชือกผูกปลายทั้งสองข้าง“แหวนหยก” เขายกชูพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย รอยยิ้มที่ทำให้นางเข่าอ่อนจนตัวยวบยาบ“ท่านพี่” น้ำเสียงสั่นเครือระคนสะท้าน“เวลาพี่สวมใส่ท่อนลึงค์ยาวนี้ ผูกเชือกไว้กับเอวจนแน่น ยามพี่กระแทกรูชิงชิง ตรงส่วนนี้” นิ้วชี้ยังเปื้อนน้ำวางลงตรงกลางแหวนหยก “จะกระแทกติ่งเม็ดกระสัน จุดที่ทำให้น้องชิงชิงแตกน้ำ”“ไม่ ไม่”นายท่านหลิวซางไม่ฟังเสียงทัดทาน ผูกเชือกรัดคาดเอวแล้วเข้าไปซ้อนด้านหลัง แต่ไม่ได้นั่งลง กลับดึงจนนางก้นโด่งขึ้นคล้ายท่า







