เข้าสู่ระบบมาร์คัสมาขอให้หมอตรวจอาการของเอวารินอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะสมองและระบบประสาท หมอสรุปผลการตรวจให้ฟังในเช้าวันต่อมาว่าเธอมีอาการความจำเสื่อมชั่วคราวเนื่องจากมีภาวะช็อกอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ถูกไล่ล่าเอาชีวิต
“ความทรงจำของเธอจะกลับมาเมื่อไหร่” นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งถามอย่างเป็นกังวลเพราะมีเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องความลับการตายของเจสัน
“หมอยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้ อาจจะหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือนหรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละราย”
“แล้วมีทางรักษาให้หายมั้ยครับ”
“ถ้าจำเป็น จะลองรักษาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้าก็ได้ แต่หมออยากให้คุณลองสังเกตอาการของคนไข้ไปก่อน ถ้าสักสองเดือนแล้วคนไข้ยังไม่มีวี่แววว่าจะจำอะไรได้ เราค่อยมาปรึกษากันอีกทีว่าจะรักษายังไงต่อ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” มาร์คัสตอบรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะนอกจากจะห่วงเรื่องความลับการตายของน้องชายแล้ว เขายังเป็นห่วงเอวารินด้วยว่าเธอจะใช้ชีวิตคนเดียวอย่างไรในช่วงที่ความจำเสื่อม อีกทั้งยังมีพวกคนร้ายที่คอยตามล่าตัวเธออยู่อีก
หลังจากคุยกับหมอเสร็จ มาร์คัสก็กลับมาหาเอวารินที่ห้องพักและเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง หญิงสาวรับฟังคำวินิจฉัยของหมอจากปากของชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างสงบนิ่งเพราะพอจะรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาแล้วจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เธอจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานแค่ไหน
“ฉันจะกลับมาจำอะไรได้อีกเมื่อไหร่” เอวารินถามอย่างเลื่อนลอย ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่ล้อมไว้ด้วยแพขนตางอนยาวมีน้ำตาเอ่อคลอเต็มเบ้าด้วยความหวาดกลัวและรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้
“ไม่มีใครรู้ แม้แต่หมอก็ยังตอบไม่ได้”
เอวารินฟังคำตอบจากมาร์คัสแล้วยิ่งเศร้า
“คุณไม่ต้องกลัว ผมสัญญาว่าจะทำทุกวิถีทางทางให้ความทรงจำของคุณกลับมาให้เร็วที่สุด”
“ฉันจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ตัวฉันเองเป็นใครฉันยังจำไม่ได้เลย” หญิงสาวบีบมือตัวเองแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
“คุณก็อยู่กับผมไง ผมจะดูแลคุณเอง” มาร์คัสกุมมือเล็กทั้งสองข้างของเอวารินไว้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียวของเขา ที่เธอต้องเดือดร้อนและถูกตามล่าจนต้องความจำเสื่อมแบบนี้ก็เพราะช่วยเหลือน้องชายของเขา ดังนั้นเขาต้องรับผิดชอบชีวิตเธอ
“เราเป็นอะไรกัน ทำไมคุณจะต้องมาดูแลฉันด้วย”
“ผมเป็น...” หนุ่มลูกครึ่งชะงักคิดนิดหนึ่งแล้วพูดโพล่งออกไป “...ผมเป็นสามีของคุณ”
“สามี!?” เอวารินขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ ไม่รู้สึกคุ้นเลยสักนิดว่าตัวเองเคยมีสามีมาก่อน
“ใช่ ผมเป็นสามีของคุณ” มาร์คัสโกหกเพื่อความปลอดภัยของเธอและเพื่อที่จะได้พาเธอไปอยู่ใกล้ตัวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงได้โดยที่เธอไม่ตะขิดตะขวงใจด้วย
“ถ้างั้นคุณก็ต้องรู้สิว่าฉันเป็นใคร” แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังราวกับเห็นเส้นแสงริบหรี่ที่ลอดเข้ามาตามรอยแตกร้าวของกำแพงหนาทึบที่โอบล้อมอยู่รอบด้าน “ฉันชื่ออะไรคะ?”
“คุณชื่อเอวาริน”
“ฉันเชื่อคุณได้จริงๆ ใช่มั้ย คุณไม่ได้โกหกฉันแน่นะ”
“ผมไม่ได้โกหกคุณ คุณชื่อเอวารินจริงๆ” มาร์คัสดึงมือข้างหนึ่งของเธอมาจูบหนักแน่นที่หลังมือ “เชื่อใจผมนะ ผมคือคนที่จะปกป้องคุณด้วยชีวิต ผมไม่มีวันทำร้ายคุณ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ”
เอวารินมองมือตัวเองที่ถูกเขาจับอยู่ด้วยความรู้สึกสับสน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน อยู่ๆ เธอก็ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองความจำเสื่อม แล้วยังมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาบอกว่าเป็นสามีของเธออีก สมองของหญิงสาวสั่งว่าไม่ควรเชื่อคำพูดของเขาง่ายๆ ทว่าสัมผัสอบอุ่นจากมือที่จับประสานกันอยู่นั้นกลับทำให้หัวใจของเธอทำงานสวนทางกับสมองอย่างสิ้นเชิง
“ฉันเชื่อคุณค่ะ”
“ขอบคุณที่เชื่อใจผม” หนุ่มลูกครึ่งยิ้มอย่างโล่งอกแล้วดึงตัวเธอเข้าไปกอดแทนคำสัญญาว่าต่อไปนี้เขาจะดูแลเธอให้ดีที่สุด
เอวารินที่แนบแก้มอยู่กับอกของมาร์คัสทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยลอยมากระทบปลายจมูก
“กลิ่นนี้...คุ้นๆ”
หญิงสาวกดปลายจมูกลงบนสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณกลางอกของชายหนุ่มซึ่งถูกสวมทับด้วยเสื้อสูทสีดำแล้วสูดดมเพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจว่ากลิ่นนั้นมาจากตัวเขา ปลายจมูกเล็กของเธอไต่ขึ้นไปตามลำคอของเขา ปัดผ่านลูกกระเดือกไปถึงใต้คาง แล้วไล้เรื่อยผ่านความสากของไรเคราไปตามแนวสันกราม เรื่อยไปจนถึงซอกคอหลังใบหู ทุกสัมผัสที่ปลายจมูกเนียนนุ่มลากผ่าน สร้างความซ่านสยิวให้แก่มาร์คัสอย่างมหาศาลโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว
“คุณจะทำอะไร?” นักธุรกิจหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะนั่งตัวแข็งทื่อทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นเพริดและความเป็นชายของเขาก็ทำท่าจะตื่นขึ้นมาด้วย
“ฉันคุ้นกลิ่นน้ำหอมของคุณมากเลย” เอวารินกดปลายจมูกลงบนซอกคอของชายหนุ่มแล้วสูดกลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาเข้าเต็มปอด
มาร์คัสเดาว่าเธอน่าจะคุ้นกลิ่นน้ำหอมของเขาจากตอนที่เบียดตัวหลบกระสุนคนร้ายอยู่หลังเสาในลานจอดรถที่โรงแรมด้วยกัน
“ฉันชอบกลิ่นคุณมากเลย ยิ่งคุณกอดฉันแบบนี้ ฉันยิ่งรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมาก” เอวารินเบียดตัวเข้าหาอกกว้างของมาร์คัสพร้อมกับเลื่อนมือไปกอดรอบเอวเขาไว้ ในขณะที่จมูกยังซุกไซร้สูดดมกลิ่นน้ำหอมอยู่ที่ซอกคอของเขาราวกับลูกแมวน้อยขี้อ้อน
“คุณทำให้ผมร้อนไปหมดทั้งตัวแล้วนะ” ชายหนุ่มกัดกรามแน่นเพื่อข่มความรู้สึกที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างง่ายดายแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
“ร้อนเหรอคะ เดี๋ยวฉันปรับแอร์ให้นะคะ” หญิงสาวกวาดตามองหารีโมทเครื่องปรับอากาศไปรอบตัว
“ไม่ต้อง...ผมมีวิธีคลายร้อนในแบบของผม”
พูดจบ เขาก็สอดมือเข้าไปที่หลังท้ายทอยของคนความจำเสื่อมแล้วดึงตัวเธอเข้ามาประกบริมฝีปากจูบ เธอเบิกตากว้างตกใจในวินาทีแรก หากแต่สัมผัสแผ่วพลิ้วแสนอ่อนหวานจากริมฝีปากอบอุ่นของเขาก็ทำให้เธอสงบนิ่งและยอมให้เขาดูดดึงและขบเม้มตามใจปรารถนา
เอวารินจำไม่ได้ว่าเคยถูกจูบแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า รู้แต่ว่าชอบความรู้สึกนี้มากและเมื่อถูกปลายลิ้นใหญ่ดุนดันเพื่อจะรุกล้ำเข้ามา เธอก็เผยอริมฝีปากเปิดทางให้เขาเข้ามาอย่างเต็มใจแล้วหลับตาพริ้มเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสวาบหวามจากเขา ฝ่ามือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาตามแนวสันกรามแล้วจูบตอบอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นของทั้งคู่พลิกพลิ้วพัวพันราวกับจะกลืนกินกันและกัน
“น้ำไม่แต่งค่ะ! คุณพ่อจะบังคับให้น้ำแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ไม่ได้ นี่ชีวิตนี้ น้ำจะเลือกเอง” หญิงสาวประกาศกร้าว “ไม่ลองฟังก่อนเหรอ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ผู้เป็นบิดาต่อรองกับบุตรสาว “ไม่ค่ะ น้ำมีคนที่น้ำรักแล้ว น้ำจะแต่งงานกับเขาคนเดียวเท่านั้น” “ใคร!” นทีถามเสียงเข้ม “พี่ก้องค่ะ” กองพัชร์เดินเข้ามายืนเคียงคู่กับน้ำค้างและจับมือเธอบีบกระชับไว้แน่น นทีมองหน้าบุตรสาวและบอดี้การ์ดหนุ่มของเธอด้วยสีหน้าและแวว-ตาอึ้งๆ แบบคาดไม่ถึง “ผมรู้ว่ามันอาจจะไม่เหมาะสม แต่เราสองคนรักกันจริงๆ” กองพัชร์ยืดอกสารภาพกับนทีอย่างลูกผู้ชาย “เรารักกัน ให้เราแต่งงานกันนะคะ ถ้าคุณพ่อบังคับให้น้ำแต่งกับคนอื่น น้ำจะหนีคุณพ่อไปอยู่ที่อื่น ชาตินี้คุณพ่อจะไม่ได้เห็นหน้าน้ำอีกเลย” นทีหัวเราะลั่นห้องกับคำขู่ของบุตรสาว “คุณพ่อขำอะไรคะ น้ำไม่ได้พูดเล่นนะคะ น้ำจะทำจริงๆ” “พ่อไม่ได้ขำ พ่อแค่ดีใจที่ทุกอย่างมันง่ายกว่าที่พ่อคิดไว้เยอะ
ในที่สุดวันที่กองพัชร์ไม่อยากให้มาถึงก็มาถึงจนได้ นั่นคือวันที่เขาต้องพาน้ำค้างกลับมาหานทีที่กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังเรื่องสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาและน้ำค้างไปตลอดกาล กองพัชร์คิดไว้แล้วว่าจะสารภาพกับนทีไปตามตรง ว่าเขากับน้ำค้างรักกัน และตอนนี้น้ำค้างก็เป็นภรรยาของเขาแล้ว “พี่ก้องเป็นอะไรหรือเปล่าคะ น้ำเห็นพี่ก้องขับรถหน้าเครียดมาตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากไร่” น้ำค้างถามเมื่อกองพัชร์ขับรถเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์ของเธอที่กรุงเทพในเวลาพลบค่ำ “ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วนะคะ คนร้ายก็จับได้แล้ว” “พี่ไม่ได้เครียดเรื่องนั้น” “หรือว่าพี่ก้องเครียดเรื่องคุณพ่อ” กองพัชร์ใช้ความเงียบแทนคำตอบ หญิงสาวเริ่มหน้าเสีย “พี่ก้องสัญญากับน้ำนะ ไม่ว่าคุณพ่อจะว่ายังไง พี่ก้องจะไม่ทิ้งน้ำ” “ถ้าน้ำพร้อมจะสู้ไปกับพี่ พี่จะทำให้คุณพ่อของน้ำยอมรับพี่ให้ได้” กองพัชร์รวบมือเล็กทั้งสองข้างไปกุมไว้แทนคำสัญญา ว่าเขาจะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด “ถ้าคุณพ่อไม่ให้เราแต่งงานกัน น้ำจะหนีตามพี่ก้องไปเลย”
“เดี๋ยวพี่สอน” กองพัชร์เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วใช้มือทั้งสองข้างรั้งบั้นท้ายกลมกลึงของหญิงสาวเข้ามาใกล้ก่อนจะจับส่วนปลายจรดเข้ากับปากทางอ่อนนุ่มแล้วผลักดันเข้าไปทีละนิดจนจมหาย “โอเคมั้ย”น้ำค้างพยักหน้ารับพลางส่งเสียงครวญครางเมื่อรับรู้ถึงตัวตนทั้งหมดของเขาที่แทรกลึกอยู่ภายในร่างกายชายหนุ่มทิ้งหลังลงนอนบนเตียงตามเดิมแล้วบอกด้วยน้ำเสียงแหบห้าว ลมหายใจขาดเป็นห้วง “ขยับขึ้น...ลง...”น้ำค้างแนบฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่นของเขาแล้วยกสะโพกขึ้นจนเกือบสุดแล้วกดตัวกลับลงมาใหม่อย่างเชื่องช้าในครั้งแรก แล้วเร่งจังหวะขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชิน ในขณะเดียวกันชายหนุ่มที่นอนทอดกายหายใจหอบสะท้านอยู่ใต้ร่างเธอก็แอ่นสะโพกขึ้นสอดรับกับจังหวะที่เธอทิ้งตัวลงมาเป็นจังหวะที่ลงตัวและเพิ่มการเติมเต็มให้ล้ำลึกมากยิ่งขึ้นทั้งคู่เร่งจังหวะสอดประสานขึ้นลงถี่กระชั้นมากขึ้น จนพุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุดในวินาทีเดียวกัน น้ำค้างกรีดร้องเสียงหวานแล้วทิ้งกายลงนอนซบบนแผงอกอบอุ่นอย่างหมดเรี่ยวแรง“เก่งมาก” กองพัชร์จูบขมับชื้นเหงื่อของน้ำค้างแล้วจับร่างบางพลิกลงมานอนเคียงข้างกันบนเตียงนุ่มแ
“หนักแค่ไหนคะ” น้ำค้างถามยิ้มๆ แล้วทำเป็นแกล้งจะลุกหนีออกจากเตียง แต่ถูกกองพัชร์จับตัวกดให้นอนลงตามเดิมแล้วจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือใหญ่ของเขาเพียงข้างเดียว “จะหนีไปไหน มาให้พี่จูบซะดีๆ” “จูบตรงไหนบ้างคะ” เธอถามเสียงสั่นพร่าพลางยกขาข้างหนึ่งให้ตั้งชันขึ้นแล้วใช้หน้าขาถูไถแก่นกายของชายหนุ่มที่ชันเข่าคร่อมอยู่เหนือร่างเธออย่างยั่วยวน กองพัชร์สูดลมหายใจเข้าลึก กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเกร็งและความเป็นชายก็เริ่มเหยียดขยาย ชาย-หนุ่มมองสบตาหญิงสาวเซ็กซี่ขี้ยั่วที่นอนทอดกายอยู่ใต้ร่างเขาด้วยสายตาคาดโทษที่เธอกล้าปลุกปั่นอารมณ์เขาถึงขนาดนี้ “จะจูบก็จูบสักทีสิคะ...น้ำรอนานแล้วนะ” หญิงสาวยังคงยั่วไม่เลิก“วันนี้จะจัดการคนขี้ยั่วให้ขาดใจตายเลยคอยดู”น้ำค้างยิ้มรับริมฝีปากหยักสวยที่แนบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแนบแน่น เขากดย้ำเชื่องช้าสลับกับดูดดึงอย่างช่ำชอง แล้วความอบอุ่นจากสัมผัสอ่อนโยนของเขาก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเคยถูกเขาจูบมาหลายครั้งแล้วแต่ก็แปลกที่เธอไม่เคยเบื่อเลยน้ำค้างครางฮือ
“พี่อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ อยากอยู่กับน้ำแค่สองคนแบบนี้ไปนานๆ ยังไม่อยากกลับกรุงเทพเลย” เขาเดินเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลังแล้วกดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มเพื่อสูดกลิ่นหอมละมุนชวนลุ่มหลงเข้าไปจนเต็มที่ ในขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งก็กดหน้าท้องเธอเพื่อรั้งร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิดกับลำตัวก่อนจะบดเบียดความเป็นชายเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงผ่านเนื้อผ้า“อย่าทำแบบนี้ค่ะ”“ทำไมล่ะ” “เดี๋ยวน้ำทนไม่ไหว” น้ำค้างบอกเสียงแผ่วหวานกองพัชร์กลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่เมื่อได้ยินคำตอบตรงไปตรงมาจากคนในอ้อมกอด ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยปิดบังความต้องการของตัวเอง นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอขอให้เขาจูบจนกระทั่งถึงตอนนี้“แล้วทำไมน้ำจะต้องทนด้วย” เขากระซิบถามขำๆ ที่ข้างหูเธอแล้วต่อด้วยคำวิงวอนแผ่วเบาทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเข้มข้น “ทำกันนะ”“ทำอะไรคะ” เธอแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาชวนทำอะไร“ทำแบบที่น้ำชอบ” เขาตอบพึมพำพลางลากริมฝีปากและปลายลิ้นลงมาตามลำคอขาวนวล ในขณะที่มือใหญ่ก็นวดคลึงทรวงอกเต่งตึงไม่ว่างเว้นน้ำค้างเอียงคอหนูจูบที่ชวนให้วาบหวิวก่อนจะพลิกตัวอยู่ภายในวงแขนที่โอบรัดอยู่รอบตัวเพื่อ
“อืม...” เขาครางเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างพึงพอใจกับการตอบสนองของภรรยาผู้เร่าร้อน ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นนวดคลึงทรวงอกนุ่มหยุ่นขนาดเต็มไม้เต็มมือ ก่อนที่กองพัชร์จะจับน้ำค้างลอกคราบกลางห้องรับแขกแม่เลี้ยงดาวก็โผล่พรวดเข้ามา ทำให้น้ำค้างรีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดของสามีแทบไม่ทัน “แม่มาผิดจังหวะใช่มั้ย แม่กลับก่อนดีกว่า ตามสบายเลยลูก” แม่เลี้ยงดาวทำท่าจะเดินกลับออกไป แต่ถูกกองพัชร์เรียกไว้ “กลับมาก่อนเลยแม่ มาขัดจังหวะผมแล้วจะหนีไปดื้อๆ อย่างนี้ได้ยังไง” แม่เลี้ยงดาวหันมาต่อว่าบุตรชายแบบไม่จริงจังนัก “ใครจะไปคิดว่าแกจะทำอะไรกลางวันแสกๆ แบบนี้” “อ้าว ก็แม่อยากได้หลานเร็วๆ ผมก็เลยต้องเร่งทำให้ทั้งวันทั้งคืนไง” “ดีมาก” ผู้เป็นมารดายิ้มพอใจ “นี่แม่ก็ทำอาหารบำรุงกำลังมาให้แกกับหนูน้ำกินเหมือนกัน จะได้มีลูกกันเร็วๆ สมใจแม่” แม่เลี้ยงดาวเดินกลับเข้ามานั่งแล้ววางตะกร้าบรรจุกล่องใส่อาหารลงตรงหน้าหน้ากองพัชร์ จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่าน้ำค้างเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบกริบท่าทางเขินอาย “หนูน้ำนั่งเงียบเ







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)