แชร์

3.2 | ฉันอยากทำ - NC

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 09:55:56

มาร์คัสมองมือเรียวเล็กอย่างชั่งใจเนิ่นนาน

“แค่จับมือก็ไม่ได้เหรอคะ” หญิงสาวถามหน้าละห้อยทั้งที่ยังยื่นมือค้างไว้อยู่

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ผมไม่ชอบ” มือใหญ่ยื่นไปฉุดมือเล็กให้ลุกขึ้นมาแล้วจูงมือพาเธอเดินกลับไปที่ห้องนอน

เอวารินบีบมือเข้ากับมือเขาพลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาด้วยความอบอุ่นใจ ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาเธอจะรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยเสมอ

และทันใดนั้นเอง ก็มีภาพเหตุการณ์บางอย่างแวบเข้ามาในสมองของเอวาริน เธอเห็นภาพตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ผืนน้ำดำมืด ในวินาทีที่กำลังจะขาดอากาศหายใจและสติสัมปชัญญะกำลังจะดับวูบก็มีมือของใครบางคนที่เธอมองไม่เห็นหน้ายื่นเข้ามาจับมือเธอและฉุดดึงขึ้นเหนือน้ำ

ภาพที่เห็นทำให้เอวารินสั่นสะท้านไปทั้งตัว มือเย็นเฉียบของเธอเผลอบีบกระชับมือมาร์คัสแน่นมากจนเขาตกใจ

“คุณเป็นอะไร” ร่างสูงก้มลงมองหน้าคนตัวเล็กกว่าแล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ประคองใบหน้าซีดเผือดของเธอให้เงยขึ้น

               “ฉันเห็นภาพตัวเองกำลังจมน้ำ” เธอบอกเสียงสั่น จังหวะหัวใจเต้นระรัวด้วยตื่นกลัว

               “คุณจำได้แล้วเหรอ” มาร์คัสถามเสียงเบา บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่

               “คุณถามแบบนี้แสดงว่าฉันเคยจมน้ำจริงๆ ใช่มั้ยคะ”

               “ใช่”

               “แล้วใครเป็นคนช่วยฉันขึ้นมา”

“ผมไง” เขาบอกพลางมองสบตาเธอลุ้นๆ “คุณลองนึกดูดีๆ สิว่าจำอะไรได้อีกบ้าง”

               หญิงสาวหลับตาคิดทบทวนแล้วเห็นภาพตัวเองสำลักน้ำก่อนจะลืมตาขึ้นมาหลังจากที่ถูกมาร์คัสผายปอดให้ เธอเห็นตัวเองนอนตัวอ่อนอยู่ริมแม่น้ำใต้สะพานขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวมืดสลัว ทว่าใบหน้าหล่อเหลาแบบไร้ที่ติของชายหนุ่มลูกครึ่งคนหนึ่งซึ่งลอยเด่นอยู่เหนือใบหน้าของเธอนั้นช่างแจ่มชัดเหลือเกิน

               “มาร์ค...คุณเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้” เธอรำพึงแผ่วเบา

               “คุณจำอะไรได้อีกมั้ย”

               หญิงสาวพยายามทบทวนความทรงจำอีกครั้งแต่ก็นึกไม่ออก ยิ่งพยายามคิดยิ่งปวดหัว “ฉันนึกอะไรไม่ออกแล้ว”

               “ไม่เป็นไร คิดไม่ออกก็ยังไม่ต้องคิด คืนนี้ดึกมากแล้วคุณนอนพักก่อนดีกว่า” มาร์คัสจะจับร่างเล็กให้นอนลงบนเตียงแต่เธอขืนตัวไว้

               “ฉันยังไม่อยากนอนค่ะ ฉันอยากให้คุณช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้ฉันก่อน คุณต้องช่วยฉันนะคะ”

               “ผมพร้อมจะช่วยเหลือคุณทุกอย่างอยู่แล้ว คุณอยากให้ผมทำอะไรก็บอกมาได้เลย”

               “ฉันมาลองคิดดูแล้ว ที่คืนนั้นฉันไม่ยอมให้คุณสอดแทรกเข้ามาในตัวฉัน มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับความทรงจำของฉันก็ได้ ฉันเลยคิดว่าเราต้องทำกันค่ะมาร์ค เผื่อฉันจะจำอะไรขึ้นมาได้มากกว่านี้”

               “ตรรกะอะไรของคุณเนี่ย ฟังดูย้อนแย้งในตัวเองนะ” เขาสับสนกับความคิดของเธอ “วันนั้นคุณกลัวผม แต่วันนี้กลับจะให้ผมทำ”

               “ฉันไม่ได้กลัวคุณ ฉันแค่ตกใจและจำไม่ได้ว่าเราเคยทำแบบนั้นกันจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

               “ถ้าความจริงคือเราไม่เคยทำแบบนั้นกันและผมก็เป็นคนแปลกหน้าของคุณ คุณจะว่ายังไง” เขาลองถามหยั่งเชิง

               “ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะเป็นคนแปลกหน้า ฉันรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับคุณตั้งแต่วันที่ถูกคุณขโมยจูบที่เตียงคนไข้ในโรงพยาบาลแล้ว”

“บางเรื่องก็ไม่ต้องจำก็ได้” เขาพึมพำเก้อเขิน

“แล้วอีกอย่าง ถ้าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนคุณคงไม่พาฉันมาอยู่ที่บ้านแล้วก็ดูแลฉันอย่างดีอย่างนี้หรอก ฉันเชื่อว่าคุณเป็นสามีของฉันจริงๆ” ประโยคสุดท้ายนั้นเธอบอกอย่างหนักแน่น

               มาร์คัสอ้ำอึ้งเหมือนน้ำท่วมปาก จะบอกความจริงตอนนี้ก็กลัวเธอโกรธ ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากโกหกเธอมากไปกว่านี้อีกแล้ว

               “เราทำกันนะคะมาร์ค” เธอวิงวอนเสียงแผ่วหวิวพลางไล้ฝ่ามืออ่อนนุ่มไปตามกรอบหน้าคมสันของเขาแผ่วเบา “ไม่ใช่แค่เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำให้ฉัน แต่เพื่อความสุขของคุณเองด้วย ฉันรู้ว่าคุณต้องอดทนกับฉันมากขนาดไหน อย่าทรมานตัวเองอีกเลยนะคะมาร์ค ให้ฉันทำหน้าที่ภรรยาเพื่อคุณนะคะ”

               มาร์คัสจับมือเรียวเล็กมาจูบหนักหน่วงที่กลางฝ่ามือพลางมองสบตาเธออย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอก “รอให้ความทรงจำทั้งหมดของคุณกลับคืนมาก่อนแล้วคุณค่อยตัดสินใจอีกทีว่ายังอยากทำมันอยู่หรือเปล่า”

               “ฉันตอบคุณตอนนี้ได้เลยว่า ‘ฉันอยากทำ’ ค่ะ”

เอวารินปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของมาร์คัสออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าจนหมดก่อนจะแหวกสาบเสื้อให้แยกออกจากกันแล้วประทับรอยจูบลงบนแผงอกอย่างเรียกร้องต้องการ

               “ผมขอร้อง อย่าทำแบบนี้” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้เตลิดไปกับการปลุกเร้าที่แสนรัญจวนใจจากหญิงสาวจอมยั่ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status