LOGINเอวารินตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าแต่เห็นว่ามาร์คัสยังนอนหลับสนิทอยู่จึงแอบย่องลงจากเตียงแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเงียบเชียบเพราะอยากให้เขานอนต่ออีกนิด เมื่อคืนเขาคงเสียพลังงานไปมากถึงได้หลับลึกขนาดนี้ ปกติเขาจะตื่นก่อนและนอนทีหลังเธอเสมอ บางคืนเขาเข้านอนพร้อมเธอก็จริงแต่พอเธอหลับเขาก็แอบออกไปคุยงานกับคนทางฝั่งอเมริกากลางดึก
หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นรอยคิสมาร์คที่นับได้ร่วมสิบรอยกระจายอยู่ตามซอกคอและเนินอก ร่องรอยเหล่านั้นทำให้เธออดนึกถึงวินาทีที่ริมฝีปากของเขาประทับลงบนตัวเธอในแต่ละจุดไม่ได้ แล้วมันก็ทำให้จุดอ่อนไหวกึ่งกลางร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
เอวารินยิ้มให้กับคืนเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นมา มาร์คัสทำให้เธอมีความสุขมากอย่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ หญิงสาวหันมาบีบยาสีฟันใส่แปรงไว้ให้สามีก่อนจะจัดการกับของตัวเอง และในจังหวะที่ก้มหน้าบ้วนน้ำล้างปากหลังจากแปรงฟันเสร็จเธอก็เกิดปวดหัวจี๊ดขึ้นมากะทันหัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตมากมายผุดขึ้นมาซ้อนทับกันสับสนวุ่นวายไปหมด ภาพเหตุการณ์หลากหลายที่พุ่งเข้ามาในหัวทำให้เธอมึนงงจนยืนแทบไม่อยู่ ต้องใช้สองมือยึดขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเอาไว้
“ริน! คุณเป็นอะไร” มาร์คัสที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องน้ำปรี่เข้ามาประคองร่างบอบบางที่กำลังจะทรุดลงกับพื้นได้ทันเวลาพอดี
“ฉัน...ปวดหัว” เอวารินซุกหน้าตอบพึมพำอยู่กับแผงอกกำยำเปลือยเปล่า
“คุณไม่สบายหรือเปล่า” ชายหนุ่มกดหน้าผากลงบนหน้าผากเล็กมนของคนในอ้อมกอดเพื่อจะวัดไข้ แต่อยู่ๆ เธอก็ดีดตัวออกจากวงแขนของเขาแล้วก้าวถอยหลังหนีไปราวสามถึงสี่ก้าว และแววตาที่จ้องมองมาราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้าก็ทำให้เขาใจหายวาบ
“คุณ...” เอวารินมองร่างสูงเปลือยเปล่านิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาลงแล้วสะบัดหน้าไปมาอย่างแรงจนผมที่ขมวดเป็นมวยไว้กลางศีรษะคลายตัวหลุดลุ่ยลงมา
มาร์คัสก้าวตามไปรวบตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น “ผมมาร์ค...สามีคุณไง”
“มาร์ค...?” เธอพูดทวนชื่อเขาเสียงแผ่วแล้วพยายามดันตัวออกจากวงแขนแขนแข็งแกร่งที่กอดรัดเธอไว้แน่นแต่เขาไม่ยอมปล่อย ยิ่งเธอออกแรงดันตัวเองออกมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกอดรัดเธอไว้แน่นมากขึ้นเท่านั้น “ปล่อยฉัน”
“ไม่” เขาตอบห้วนพลางกอดเธอแน่นขึ้นอย่างหวงแหน
เอวารินพยายามดันตัวเองออกมาไม่หยุด แต่แล้วกลิ่นกายที่คุ้นเคยของเขาก็ทำให้เธอค่อยๆ สงบลงทีละนิด จนในที่สุดก็ยอมยืนนิ่งๆ ให้เขากอดแต่โดยดี ภาพอดีตที่สับสนวุ่นวายเลือนหายไปหมด เหลือเพียงภาพแห่งความสุขระหว่างเธอและเขาเท่านั้นที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ ณ ตอนนี้
“ริน...คุณโอเคขึ้นแล้วใช่มั้ย” เขาถามหยั่งเชิงเมื่อเห็นว่าเธอผ่อนคลายขึ้น
“ฉันโอเคค่ะ” เธอยกสองแขนขึ้นโอบกอดเขาแล้วแนบแก้มลงบนอกกว้างอย่างออดอ้อนเหมือนเคย “แค่คุณกอดฉันไว้แบบนี้ฉันก็ไม่เป็นไรแล้ว”
มาร์คัสแอบระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แววตาห่างเหินของเธอเมื่อครู่นี้ทำให้หัวใจเขาหล่นวูบไปกองอยู่ที่ตาตุ่มจนตอนนี้ใจก็ยังสั่นไม่หาย
“เล่าให้ผมฟังสิว่าเมื่อกี้นี้คุณเป็นอะไร” เขายกตัวเธอขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแล้วแทรกตัวเข้าไปยืนอยู่กลางหว่างขาเรียวเล็ก วงแขนโอบรอบสะโพกโค้งมน
เธอคิดนิดหนึ่งก่อนบอก “เหมือนฉันจะจำเรื่องในอดีตได้ แต่ก็จำไม่ได้”
“คุณทำผมใจหายใจคว่ำหมดเลย” มาร์คัสจูบหนักๆ ลงบนเนินอกเนียนนุ่มแล้วเงยหน้าขึ้นสั่งอย่างจอมบงการ “จูบปลอบใจผมเดี๋ยวนี้”
เอวารินส่ายหน้ายิ้มๆ
“จูบผม” เขาสั่งอีกครั้ง
“ไม่” หญิงสาวปัดปลายจมูกผ่านปลายจมูกของเขา
“ถ้าคุณไม่จูบผม ผมจะจูบคุณเอง แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าผมจะไม่จูบที่ปากคุณอย่างเดียวและผมจะไม่ทำแค่จูบเท่านั้นด้วย” เขาบอกจริงจัง
“คิดว่าขู่แค่นี้แล้วฉันจะกลัวคุณเหรอ” เธอพาดแขนทั้งสองข้างลงบนบ่ากว้างแล้วตวัดขาโอบรัดเอวสอบของเขาเอาไว้
“ผมโคตรชอบเลยเวลาที่คุณท้าทายผมอย่างนี้” มาร์คัสยิ้มอารมณ์ดีพลางสอดมือเข้าไปใต้เส้นนุ่มสลวยที่ยาวถึงกลางหลังแล้วรั้งศีรษะเธอลงมาแนบริมฝีปากจูบดูดดื่มเนิ่นนานก่อนจะผละออกแล้วเลื่อนริมฝีปากลงไปดูดดึงที่ปลายยอดทรวงอกอย่างหิวกระหาย
เอวารินครางฮือด้วยความซ่านสยิวพลางกดศีรษะเขาให้แนบกับทรวงอกอย่างเร้าอารมณ์ สองขาโอบรัดเขาไว้แน่นกว่าเดิม เธอรู้ซึ้งถึงใจแล้วว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยขู่ เขาพูดจริงทำจริงเสมอ
มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”
“ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ
นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ
ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ
หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช





![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

