แชร์

6.1 | อย่าแกล้ง - NC

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:16:23

“ตื่นเช้ามาคุณก็จะทำเลยเหรอคะ” เธอถามเสียงสั่นระริก อย่างไม่คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบเพราะปากเขายังดูดงับทรวงอกทั้งสองข้างของเธอสลับกันไปมาไม่หยุด

               “ผมร่วมรักกับคุณได้ทุกเวลา เช้า-สาย-บ่าย-เย็น ผมได้หมด” เขาตอบพึมพำขณะระดมจูบไปทั่วหน้าท้องและแนวสะโพกทั้งสองข้างก่อนจะวกกลับมากรีดปลายลิ้นลงบนรอยแยกของเนินเนื้อกึ่งกลางร่างกายแล้วแกล้งดูดอย่างแรงจนร่างบางสะท้านเฮือก

               “อื้อคุณ...อย่าแกล้งสิ”

               มาร์คัสหัวเราะหึๆ ในลำคอนิดหนึ่งก่อนบอก “เช้านี้ผมมีเวลาไม่มาก เราต้องทำเวลากันนิดนึงนะ”

               “จะรีบไปไหนคะ”

               “ผมต้องออกไปจัดการเรื่องสำคัญ” ก่อนเข้ามาในห้องน้ำเขาโทร. ถามโทนี่เรื่องคนร้ายเมื่อคืนนี้แล้ว โทนี่บอกว่ามันไม่ยอมพูดอะไร ดังนั้นเข้าต้องไปง้างปากมันด้วยตัวเอง

               “มีอะไรที่สำคัญกว่าฉันด้วยเหรอคะ” เอวารินใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อเหลาให้เงยขึ้นจากหว่างขาเธอ

               “ถึงเรื่องนั้นจะสำคัญมากแต่คุณสำคัญกว่า ผมต้องให้ความสุขเมียผมก่อน” เขาดึงรั้งสะโพกเธอเข้ามาแนบกับลำตัวแล้วออกคำสั่ง “เอาขาเกี่ยวเอวผมไว้” เมื่อเธอทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยกตัวเธอออกจากเคาน์เตอร์ “น้ำหนักคุณเท่าไหร่ ทำไมเบาขนาดนี้”

               “หนัก 47 สัดส่วน 36-24-36 สูง 170 ค่ะ” เธอยิ้มอย่างมั่นใจในรูปร่างสูงเพรียวของตัวเอง

               “แล้วอยากรู้มั้ยว่าของผมยาวเท่าไหร่” เขาถามยิ้มๆ พร้อมกับเสียดแทรกท่อนเนื้ออวบยาวเข้าไปในโพรงเนื้ออ่อนนุ่มที่ชุ่มชื้นพอเหมาะ

               “อื้อ...” เอวารินครางฮือ สองแขนโอบรัดรอบคอเขาแน่นแต่ก็ไม่อาจบรรเทาความเสียวซ่านที่พุ่งเข้ามาอย่างมากมายได้ เธอไม่รู้หรอกว่าเขายาวเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันเข้ามาลึก...ลึกมาก...ลึกจนชนกับผนังด้านใน

               “กอดผมไว้แน่นๆ ถ้าตกลงไปผมไม่รับผิดชอบนะ” เขาเตือนเสียงเข้มแล้วจูบที่บ่าเนียนของคนที่เกี่ยวทั้งแขนและขาไว้รอบตัวเขา จากนั้นก็เริ่มขยับสะโพกโจนจ้วงเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกจังหวะการเข้าออกหนักหน่วงและเต็มแน่น

               เอวารินครางกระเส่า ทั้งเสียวซ่าน ทั้งตื่นเต้นกลัวตก เช้านี้เขารีบมากจริงๆ เพราะตั้งหน้าตั้งตาถามโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งรวดเร็วและรุนแรง ผลักดันจนเธอแทบบ้าคลั่ง กล้ามเนื้อภายในของเธอบีบรัดและเร่งเร้ามากขึ้น...มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็หวีดร้องออกมาพร้อมกับเสียงคำรามทุ้มต่ำของเขา สองร่างที่ก่ายกอดกระตุกเกร็งแล้วสั่นเทิ้มไปพร้อมกัน

แม้จะเป็นมอร์นิ่งเซ็กซ์แบบเร่งด่วนแต่ก็มีคุณภาพเกินร้อย

               “คุณยอดเยี่ยมมาก” เขาเหนื่อยจนหอบแต่สองแขนก็ยังโอบอุ้มเธอไว้อย่างมั่นคงและการไปถึงจุดสุดยอดพร้อมเธอมันก็เป็นอะไรที่วิเศษที่สุดสำหรับเขา

               “ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเราทำแบบนี้กันได้ด้วย” เธอจับบ่าเขาแล้วดันตัวถอยห่างออกมานิดหนึ่ง

“ยังมีอะไรที่คุณไม่รู้อีกเยอะ แล้วผมจะค่อยๆ สอนคุณเอง” เขาถอนแก่นกายออกแล้วปล่อยตัวเธอให้ยืนกับพื้น “ทำแบบนี้คุณชอบมั้ย” เขาถามเพื่อเช็กความรู้สึก ถ้าเธอไม่ชอบอะไรที่ผาดโผนแบบนี้ต่อไปเขาก็จะไม่ทำอีก

               “ชอบค่ะ ตื่นเต้นดี” เธอยิ้มรับอย่างไม่อาย ทำให้เขาพลอยยิ้มออกไปด้วย

               “งั้นก็จูบให้รางวัลผมหน่อย”

               “อะไรของคุณเนี่ย” เธอหรี่ตามองแบบขำๆ ที่เขาเพียรพยายามขอให้เธอจูบอยู่นั่น

“อ้าว...ก็ผมทำให้คุณมีความสุขแล้ว คุณก็ต้องให้รางวัลผมสิ”

               “จอมเรียกร้อง”

               “อ้อนเมียต่างหาก” เขาแก้คำพร้อมกับตวัดแขนไปรั้งร่างบางเข้ามากอดพลางมองสบตาออดอ้อน “จูบผมหน่อยนะครับ”

“คุณจูบฉันไปแล้ว”

“ผมจูบคุณกับคุณจูบผมมันไม่เหมือนกัน”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนคะ”

“คุณก็ลองจูบผมดูสิ” เขาหลอกล่อ

               “ก็ได้ค่ะ แต่คุณต้องหลับตาก่อน”

               ชายหนุ่มยิ้มดีใจราวกับเป็นเด็กแล้วหลับตาพริ้มรอรับรอยจูบ

               เอวารินเขย่งปลายเท้าขึ้นจุ๊บที่ริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งหนีเข้าไปในส่วนที่กั้นไว้ด้วยผนังกระจกสำหรับอาบน้ำ

“นี่คุณ...แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าจูบ” มาร์คัสยิ้มมันเขี้ยวคนขี้โกงแล้วรีบวิ่งตามไปทวงจูบแบบที่เขาต้องการ

หลังจากเสร็จภารกิจรักฉบับเร่งด่วนในห้องน้ำแล้วทั้งคู่ก็ลงมารับประทานอาหารเช้าด้วยกัน จากนั้นมาร์คัสก็รีบร้อนจะออกไปจัดการเรื่องคนร้ายโดยไม่ลืมกำชับเอวารินอย่างจริงจังกว่าทุกครั้งว่าห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด

               “ทำไมต้องซีเรียสขนาดนี้ด้วยคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

               “ไม่มีอะไร ผมแค่เป็นห่วง ช่วงนี้คุณยังจำอะไรไม่ได้ ถ้าออกไปไหนคนเดียวแล้วหลงทางขึ้นมาจะทำยังไง” ข้อนี้ก็เป็นเหตุผลสำคัญ แต่เหตุผลอีกข้อที่เขาไม่อยากบอกให้เธอกลัวก็คือ มีคนร้ายที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นคนของใครกำลังตามล่าเธออยู่

               “หรือว่าคุณกลัวคนร้ายที่เคยลอบทำร้ายฉันจะกลับมาอีก”

               นั่นไง เธอจำได้ แล้วยังจะทำเป็นชิลล์เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นอีก “ใช่”

               “คืนนั้นคงเป็นแค่ปล้นชิงทรัพย์ธรรมดามั้งคะเพราะมีแต่กระเป๋าของฉันเท่านั้นที่หายไป”

               “คุณจำได้ด้วยเหรอว่ามีกระเป๋า” มาร์คัสแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยบอกเขาเลยว่าเธอจำเรื่องนี้ได้ “กระเป๋าคุณเป็นแบบไหน”

               “เป็นกระเป๋าเป้สีน้ำตาลอ่อน”

               “มีลักษณะพิเศษอะไรมั้ย?”

               “มีพวงกุญแจรูปหมีห้อยอยู่ที่หูกระเป๋าค่ะ”

               “ในนั้นมีของสำคัญอะไรหรือเปล่า?” เขารีบถามเข้าประเด็นแล้วรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

               เอวารินนิ่งคิดอยู่นานแล้วส่ายหน้า “ฉันจำไม่ได้ แต่คิดว่าคงมีแต่พวกโทรศัพท์มือถือกับของใช้จุกจิกเท่านั้นมั้งคะ นี่โชคดีนะคะที่กระเป๋าสตางค์กับพวกบัตรต่างๆ ของฉันไม่หายไปด้วย”

               ใช่...มาร์คัสจำเป็นต้องคืนกระเป๋าสตางค์กับบัตรประชาชนให้เธอ เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะจัดการเรื่องจดทะเบียนสมรสกับเธอไม่ได้

               “ทำไมคุณดูสนใจกระเป๋าใบนั้นจังคะ” เธอแปลกใจ

               “ผมสนใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ” เขาแก้ตัวแล้วกำชับอย่างจริงจังอีกครั้ง “อย่าออกไปไหนนะ เสร็จธุระแล้วผมจะกลับมาทานข้าวกลางวันด้วย”

               เธอยิ้มรับพลางดึงเนกไทน์ของเขาเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน “กินข้าวกลางวันอย่างเดียวเหรอคะ”

               “กินคุณด้วย...เมียจอมยั่ว” เขาจุ๊บที่ริมฝีปากเธอเร็วๆ แล้วรีบผละออกก่อนจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status