Beranda / มาเฟีย / รอยรักซ่อนปม / บทที่10.สัมผัสแห่งอารมณ์

Share

บทที่10.สัมผัสแห่งอารมณ์

Penulis: Luna of The Sea
last update Tanggal publikasi: 2025-01-03 12:07:54

ที่ร้านภาพ The Brushstroke

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดัง กริ๊ง กริ๊ง ขณะที่หญิงสาววัยกลางคนในชุดผ้าเนื้อดีสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันก้าวเข้ามา ใบหน้าของเธอแต่งแต้มอย่างปราณีตเข้ากับผมลอนสีดำที่จัดเรียงอย่างไร้ที่ติ สายตาเธอกวาดมองรอบร้านพลางขาก้าวเป็นจังหวะดังก้องรอบห้อง ราวกับกำลังค้นหาสิ่งที่มีความหมายที่สุด

“สวัสดีครับ คุณผู้หญิง” เลโอก้าวออกมาจากเคาน์เตอร์

“มีอะไรให้ผมแนะนำไหมครับ?แต่เหลือเวลาอีก 15 นาทีร้านจะปิด” เขากล่าวพลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาคมกริบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันกำลังมองหาภาพวาดที่เป็นชายหนุ่ม ราวกับหลุดออกมาจากนิยาย”

แต่สายตาของเธอหยุดที่ใบหน้าเลโอชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองภาพวาดที่จัดแสดงอยู่รอบตัว “แต่ภาพพวกนี้... ไม่มีวิญญาณ ฉันต้องการอะไรมากกว่านั้น”  เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ฉันต้องการอะไรมากกว่านั้น ”

ในขณะนั้น อิมิลี่ ก้าวแหวกม่านจากห้องด้านหลังออกมา

“สวัสดีค่ะ คุณอลิซซาเบธ มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ?” อิมิลี่ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เธอจำลูกค้าคนนี้ได้ดี อลิซซาเบธเป็นลูกค้าชั้นสูงของแกลเลอรีผู้มีรสนิยมและความต้องการที่เฉพาะเจาะจง

"สวัสดี อิมิลี่" อลิซซาเบธเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจบนใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยสีสันจากเครื่องสำอางพรีเมี่ยม

"ฉันต้องการหาภาพวาดของชายหนุ่มที่มีชีวิต... มีวิญญาณ" เธอพูดพลางทอดสายตาไปยังภาพวาดรอบร้าน น้ำเสียงของเธอแน่วแน่ราวกับว่าคำขอนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขาย แต่เป็นการแสวงหาบางสิ่งที่เธอโหยหา

แววตาของอลิซซาเบธสะท้อนภาพในจินตนาการของเธอออกมาอย่างชัดเจน ขณะที่เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นเป็นจังหวะ คลิก คลิก ก้องอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบของร้าน

"และฉันยอมจ่ายเต็มราคา สำหรับภาพนั้น" เธอพูดต่อ พร้อมหยุดยืนตรงหน้าอิมิลี่ น้ำเสียงของเธอเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ราวกับย้ำถึงความสำคัญของสิ่งที่เธอต้องการอย่างที่สุด

อิมิลี่ยิ้มรับด้วยความสุภาพ แต่ภายในใจกลับรู้สึกถึงแรงกดดันจากคำขอที่จริงจังของลูกค้าคนสำคัญ "ได้เลยค่ะ คุณอลิซซาเบธ ฉันจะหาภาพวาดที่ตรงตามที่คุณต้องการที่สุด และเมื่อได้ชิ้นงานนั้นแล้ว ฉันจะติดต่อส่งงานให้ค่ะ"

อลิซซาเบธพยักหน้าช้า ๆ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคิดขณะหันไปมองภาพวาดที่ประดับอยู่รอบตัวอีกครั้ง ราวกับกำลังพิจารณาสิ่งที่เธอยังไม่ได้พบ

"งั้นฉันคงไม่มีอะไรแล้ว... แล้วเจอกันนะ อิมิลี่" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่ยังแฝงไว้ด้วยมาดที่สง่างาม รอยยิ้มเล็กน้อยปรากฏบนใบหน้า ก่อนที่เธอจะหมุนตัวอย่างนุ่มนวลและก้าวออกจากร้าน

เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบกับพื้นของแกลเลอรีดัง คลิก คลิก จนเสียงนั้นจางหายไปหลังประตูที่ปิดลง

อิมิลี่และเลโอมองตามร่างของเธอจนลับไปจากสายตา ก่อนที่อิมิลี่จะหันกลับมามองเลโอ ใบหน้าของเธอแฝงความมุ่งมั่น

“คุณพร้อมหรือยังคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จริงจัง

เลโอยิ้มเล็กน้อยก่อนพยักหน้า “ยินดีครับ”

อิมิลี่ยิ้มตอบ “งั้นเรามาต่อกันเลยค่ะ” เธอกล่าวพร้อมเดินนำเลโอไปยังห้องวาดด้านใน ทั้งสองเตรียมที่จะสร้างงานศิลปะที่อาจเป็นคำตอบสำหรับความต้องการที่ลึกซึ้งของอลิซซาเบธ

อิมิลี่จ้องมองผืนผ้าใบตรงหน้า ภาพวาดของเลโอที่เธอได้แต่งแต้มค้างไว้วันก่อน ท่าทางของเธอดูจริงจัง ราวกับกำลังพยายามค้นหา "ชีวิต" และ "วิญญาณ" ที่อลิซซาเบธต้องการเห็น สมองของเธอครุ่นคิดถึงวิธีถ่ายทอดความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ให้ปรากฏบนผืนผ้าใบ

ข้าง ๆ เธอ เลโอยืนอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง แววตาเขามองอิมิลี่ด้วยความเข้าใจ เขาเหลือบมองภาพวาดก่อนจะหันมามองเธอ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“คุณลองใช้หัวใจสื่ออารมณ์ในตัวผมสิครับ”

อิมิลี่ชะงัก หันมองเลโอด้วยความประหลาดใจ แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอหลับตาลงชั่วครู่ หายใจลึก และพยายามเชื่อมโยงกับตัวตนของเลโอ ผ่านแววตา รอยยิ้ม และท่าทางที่เขาแสดงออก

เลโอปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด เผยให้เห็นแผ่นอกที่มีกล้ามเนื้อชัดเจน ผิวที่ตึงกระชับสะท้อนแสงไฟอ่อน ๆ ในห้อง เขาเอนตัวลงบนโซฟาที่บุด้วยผ้ากำมะหยี่นุ่ม เส้นสายของท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่แฝงไปด้วยความผ่อนคลายราวกับเขาเกิดมาเพื่อเป็นแบบให้วาด

“เรามาเริ่มวาดภาพใหม่กัน” เลโอพูด น้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขาแฝงไปด้วยเสน่ห์ ใบหน้าคมชัดของเขาหันมามองอิมิลี่ แววตาที่มีประกายความท้าทายเล็ก ๆ สบเข้ากับสายตาของเธอ

อิมิลี่รู้สึกถึงแรงกดดันและแรงบันดาลใจในเวลาเดียวกัน เธอจ้องมองเขาและสูดลมหายใจลึก เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสร้างผลงานที่เต็มไปด้วย "ชีวิต" และ "วิญญาณ"

เธอหยิบพู่กันขึ้นมา พยายามรวบรวมสมาธิ ขณะที่ปลายพู่กันเริ่มสัมผัสกับผืนผ้าใบ สายตาของเธอจับจ้องไปยังแสงและเงาที่ตกกระทบกับกล้ามเนื้อของเขา ทุกเส้นสายถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความตั้งใจ ใบหน้าคมของเขาเป็นจุดเด่นที่เธอใส่ใจในรายละเอียดที่สุด

“ดีมากค่ะ... อยู่ท่านี้สักครู่” อิมิลี่พูดเบา ๆ น้ำเสียงของเธอมีสมาธิเต็มที่ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเลโอที่นั่งเอนตัวอยู่บนโซฟา พู่กันในมือเริ่มเคลื่อนที่ไปบนผืนผ้าใบ ท่วงท่าของเลโอและแสงเงาที่ตกกระทบทำให้ภาพเริ่มมีมิติและชีวิตชีวาขึ้น

บรรยากาศในห้องเงียบสงบจนได้ยินเสียงแผ่วเบาของลมหายใจ จนกระทั่งเสียงสั่นเบา ๆ จากโทรศัพท์มือถือของอิมิลี่ทำลายความเงียบ เธอเหลือบมองหน้าจอเล็กน้อย เห็นข้อความจากเจมส์:

"คืนนี้ไม่ได้กลับนะ ดูแลตัวเองด้วย"

เธอหยุดชั่วครู่ ราวกับสมองกำลังประมวลผลข้อความนั้น แต่เพียงเสี้ยววินาที เธอเลือกที่ไม่ตอบสนองของข้อความนั้น สายตาของเธอกลับมาที่เลโอและภาพที่อยู่เบื้องหน้า

…….

“ทุกอย่างดูดี แต่ขาดอะไรบางอย่าง...” อิมิลี่พึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาจับจ้องภาพวาดตรงหน้า แต่กลับยังรู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์ เธอเงยหน้ามองใบหน้าคมชัดของเลโอ ดวงตาของเธอเคลื่อนไล่ไปตามร่างกายของเขา รูปร่างที่สมบูรณ์แบบและมีเสน่ห์ แต่เธอยังไม่สามารถจับจุดที่ขาดไปได้

เลโอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของเธอ เขาลุกขึ้นจากโซฟาอย่างนุ่มนวล ก้าวเข้ามาหาอิมิลี่ ขณะที่เธอยังคงหลุบตามองภาพด้วยความครุ่นคิด มือของเขาจับมือเธออย่างแผ่วเบาแล้ววางลงบนแผ่นอกของเขา

“ลองสัมผัสดูสิครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก มีเสน่ห์เย้ายวน สายตาของเขาประสานกับดวงตาของอิมิลี่ที่ดูสับสน มือของเธอเคลื่อนไปบนแผงอกแน่นหนาของเขาอย่างช้า ๆ ราวกับถูกสะกด

ดวงตาแพรวพราวของเลโอส่งผ่านบางสิ่งราวกับต้องการสนองบางอย่างที่เธอขาดหาย ความใกล้ชิดนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะตกหลุมพราง เธอรีบดึงมือกลับและสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติ

“ฉันแต่งงานแล้ว...” เธอคิดในใจ ราวกับต้องเตือนตัวเองให้กลับมาสู่ความเป็นจริง

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเย็นคุณดีกว่า เย็นนี้” อิมิลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ แท้จริงแล้วเธอพยายามทำลายบรรยากาศที่กำลังจะเลยเถิด เธอหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงาน หลบสายตาที่เลโอมองเธออย่างแรงกล้า

“เดี๋ยวเราค่อยกลับมาต่อกันใหม่ค่ะ” อิมิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงพยายามควบคุมให้มั่นคง มือของเธอค่อย ๆ จัดเรียงพู่กันและอุปกรณ์วาดภาพลงบนโต๊ะ

ร่างกายของเธอสั่นระริกหัวใจเต้นแรงจนเธอรู้สึกถึงมันในอก ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะคุกรุ่นไปด้วยอำนาจภายในที่ซ่อนเร้น….

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่63.ถ้อยคำลาผ่านพู่กัน

    พระอาทิตย์คล้อยต่ำ ลำแสงสุดท้ายที่ค่อย ๆ จางหายไป เจมส์ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของอิมิลี่ บานประตูไม้เก่ากระทบกับสายลมเบา ๆ ราวกับเสียงเตือนที่เคยได้ยิน มันไม่ได้ล็อก—เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าในอากาศที่หนาแน่นขึ้นทุกที เขาลังเลไปครู่หนึ่ง... หัวใจเต้นรัวในความเงียบ ก่อนที่จะผลักประตูเข้าไปด้วยมือที่เริ่มสั่นภายในบ้านยังเหมือนเดิม ทุกสิ่งยังคงอยู่ในที่ของมัน แต่ทุกอย่างกลับเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ในอากาศ บรรยากาศเงียบงัน เย็นเยียบ—เย็นเกินไป ราวกับมันไม่ได้มีชีวิตอยู่เลย ราวกับบ้านทั้งหลังกำลังไว้ทุกข์... แต่ไร้น้ำตาเขาก้าวช้า ๆ ทุกย่างก้าวหนักหน่วง สายตากวาดไปทั่วห้อง—มองทุกมุม ทุกเงา เหมือนหาสิ่งที่หายไป แต่ไม่รู้จะหามันจากที่ไหน "อิมิลี่... คุณอยู่ไหม?" เสียงของเขาแหบแห้งและทุ้มลง คำถามนั้นดังในหัวของเขา ก่อนจะหลุดออกไปในอากาศที่หนาวเย็นพลัน... เอี้ยด—ประตูระเบียงเปิดออก ลมหอบใหญ่พัดเข้ามาผ้าม่านขาวพลิ้วไหวราวกับมือของใครบางคน—โบกลาเงียบงัน เสียงลมหายใจของบ้านเก่าดังแผ่วเบา มันไม่ใช่เสียง...แต่คือความรู้สึกในห้วงขณะหนึ่ง เจมส์สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง การมีอยู่ของควา

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่62.ภาพสุดท้ายของเธอ

    ดวงตาของลูคัสเด็ดเดี่ยว คมราวเหยี่ยวล่าเหยื่อ จ้องตรงไปยังเป้าหมายพลาง มือขวายกปืนขึ้น ลำกล้องเย็นเฉียบแต่นิ่งมั่น“ปัง! ปัง!”เสียงปืนกระแทกอากาศสองนัดรวด แม่นยำราวกับคมมีดผ่ากลางใจ ทุกการเคลื่อนไหวในโกดังหยุดลงเหมือนถูกสาปกล้อง อุปกรณ์ทุกชิ้น ดับสนิท แสงไฟกระพริบวูบวาบก่อนจางลง ราวกับโลกทั้งใบยอมจำนนให้แก่เขาลูกน้องของลูคัสบุกเข้ากระชับพื้นที่ ไร้เสียง ไร้ความปรานี พวกเขาจัดการลูกน้องของอองเดรอย่างรวดเร็ว แม่นยำ ไม่ปล่อยให้มีเสียงร้องหลุดลอดแม้แต่ลมหายใจสุดท้ายจากนั้น— เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกจากในมุมลึกของโกดังอองเดร ยืนจังก้า แผ่นหลังเหยียดตรง ราวกับการปรากฏของเขาไม่ใช่ความหวาดกลัว... แต่เป็นการรอคอย—การแก้แค้นที่เขาคิดว่าเป็นของเขามุมปากเขายกขึ้น... แววตาเป็นประกาย แต่ในความลึกนั้น เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และเลือดเย็นลูคัสดวงตาแน่นิ่ง นิ้วหนาเล็งปลายกระบอกปืนไปยังอกของอองเดรอย่างมั่นคง “จบกันที... อองเดร”น้ำเสียงเรียบเย็น ราวมีดที่ถูกลับจนคมกริบไร้การขู่ ไม่มีแม้แววลังเลในถ้อยคำทั้งสองยืนประจันหน้า— เวลาเหมือนหยุดหมุน เสียงเขม่าควันปืนเมื่อครู่ยังคุกรุ่น

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่61.เกมลวงในโกดังร้าง

    เจมส์ขับรถออกจากศาลด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาแข็งกร้าวจ้องถนนเบื้องหน้าไม่กะพริบ ความคิดในหัววนเวียนซ้ำๆ เขาต้องไปหาแอลซ่า ต้องได้คำตอบเท้าเหยียบคันเร่งจมมิด รถทะยานไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วเสียดแทงลมราวกับสะท้อนพายุในใจของเจมส์ที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกวินาที เสียงเครื่องยนต์คำรามดั่งหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ร้อนรุ่ม สับสน หวาดระแวงพริบตาเดียว รถเบรกกระทันหันจนยางเสียดกับพื้นถนนอย่างรุนแรง เขามาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านของแอลซ่า ประตูหน้าถูกล็อกแน่นสนิท ม่านหน้าต่างปิดราวกับไม่เคยมีใครอาศัย บ้านทั้งหลังเงียบงัน เย็นเยียบ เจมส์จ้องไปที่แม่กุญแจด้วยสายตาแข็งกร้าว มือที่ยังกำพวงมาลัยแน่นเริ่มสั่นเล็กน้อย ทุกอย่าง...ผิดปกติเกินไปแล้วจู่ๆ... เสียงมือถือสั่นครืดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบเจมส์หันไปมองเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะกดรับสายในทันที"คุณเจมส์ใช่ไหมครับ?" เสียงปลายสายจริงจัง และหนักแน่น"ใช่ ผมเอง..." เขาขานรับ เสียงแหบพร่า หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก“ขอความร่วมมือให้คุณมาให้ปากคำที่สถานีตำรวจครับ… เกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณอิมิลี่ —

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่60.เชือกที่รัดหัวใจ

    กลางมหาสมุทรเวิ้งว้างไร้ขอบเขต เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่มสะเทือนคลื่นลม เรือสปีดโบ๊ทสีดำทะมึนแล่นฝ่าเกลียวคลื่นที่ซัดกระหน่ำไม่หยุด ลูคัสยืนประจันหน้ากับสายลมบ้าคลั่ง มือกำพวงมาลัยแน่นดวงตาแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว มุ่งตรงไปข้างหน้า สู่เกาะร้างที่ซ่อนอันตรายและสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขาเอาไว้เบื้องหลัง ลูกน้องหลายชีวิตติดอาวุธครบมือ นั่งกระชับปืนไรเฟิลแน่น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยว กวาดมองรอบตัวไม่หยุดด้วยสัญชาตญาณของนักล่า ทุกคนพร้อมระเบิดความโหดเหี้ยมได้ทันทีที่คำสั่งแรกถูกเปล่งออกมาไม่ไกลจากกันนัก บนเกาะร้างกลางทะเล ลูกน้องของอองเดรยกกล้องส่องทางไกลขึ้นแนบตา จับภาพเรือสปีดโบ๊ทที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว บนใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเย็น ราวกับหมาป่าที่กำลังจะได้ลิ้มรสเนื้อสดใหม่"จัดการพวกมันเลยไหม?" เขาเอ่ยเสียงแข็งผ่านไมโครโฟนติดตัว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหิวกระหายเลือดเสียงปลายสายดังขึ้น — ต่ำ ลึก และเย็นยะเยือก ราวกับน้ำแข็งกัดกระดูก"ยัง..." อองเดรลากเสียงยาวอย่างเลือดเย็น "ต้องให้มันเห็น...คนที่มันรัก...ทรมานจนขอความตายก่อนต่างหาก"ประโยคนั้นบาดลึกลงในความเงียบของทะเล ราวกั

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่59.เสียงของคำพิพากษา

    เสียงล้อรถเสียดสีกับกรวดหน้าบ้านพักดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่รถจะหยุดสนิท ลูคัสไม่รอให้เครื่องดับ เขาผลักประตูออกแล้วก้าวพรวดลงจากรถอย่างร้อนใจ"เลโอล่ะ?" เสียงเขาเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ คำถามถูกปล่อยออกไปทันทีที่เขาเห็น กลุ่มลูกน้องยืนรวมกันอยู่ตรงระเบียงบ้าน เนื้อตัวมอมแมมด้วยคราบเขม่าควันและรอยเปื้อนดำจากเหตุไฟไหม้ร้านขายอุปกรณ์ตกปลาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนลูกน้องเหลือบตามองกันเลิ่กลั่ก ก่อนที่คนหนึ่งจะตอบด้วยน้ำเสียงขื่นขม “ไม่รู้ครับ อยู่ดีๆ ก็หายไปเลย”คำตอบนั้นเหมือนค้อนทุบซ้ำลงกลางอก ลูคัสกัดฟันกรอด ดวงตาแข็งกร้าวราวกับเหล็กเย็น เขาไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินนำไปยังทางลับที่มุ่งสู่ห้องใต้ดิน เหล่าลูกน้องรีบลุกขึ้นเดินตามอย่างไม่มีใครกล้าเอ่ยคำบรรยากาศในบ้านพักเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ผนังเก่าข้างบันไดที่ทอดลงสู่ชั้นล่าง ดูคล้ายจะกลืนซ่อนเสียงกระซิบจากอดีตไว้ใต้ฝุ่นและกาลเวลา ลูคัสดันประตูเหล็กเปิดออก เสียงบานพับเก่า ๆ ครางเบา ๆ ขณะเขาก้าวลงไปแสงจากหลอดไฟดวงเล็กฉายเงาทาบบนใบหน้าของเขา เงาที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน และความตึงเครียดที่ยากจะกลั้นในห้องใต้ดิน อาวุธหลากหลายชนิดวา

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่58.เสียงเงียบของความ จริง

    ทนายเจมส์ขับรถหรูเทียบจอดหน้า ศาลประจำจังหวัดเสียงเครื่องยนต์เงียบสนิทในขณะที่รถสปอร์ตสีดำมันวาวจอดหน้าอาคารราวกับภาพในภาพยนตร์ เช้าวันนี้... ท้องฟ้าเมฆหนาครึ้มปกคลุมราวกับบอกลางร้าย บรรยากาศคล้ายลมหายใจของใครบางคนที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดัน เมฆหนาทึบแผ่ซ่านทั่วอาคารคอนกรีตสีซีด พื้นผิวเย็นเฉียบราวกับไม่มีชีวิตเสียงผู้คนจอแจหน้าอาคารศาลดังก้อง ความคุกรุ่นของความคาดหวังและความเครียดปะปนกันในอากาศรอบตัว ราวกับแม้แต่ออกซิเจนก็ถูกชำแหละด้วยสายตาและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบสายตาหลายคู่จ้องมายังถนนทางเข้า ราวกับรอคอย "ใครบางคน" วันนี้คือวันตัดสินคดี คดีที่เป็นข่าวฉาวของสังคม เขา...ในฐานะ ทนายฝ่ายจำเลย ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างความจริงและความหวังของผู้คน ถูกกลุ่มลูกบ้านรวมตัวกันฟ้องร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย กล่าวหา เสียดแทงแต่เขาไม่สั่นไหว... ไม่เคยเลยและวันนี้—ศาลจะชี้ขาด ไม่ใช่แค่ชะตากรรมของลูกความ แต่รวมถึงชื่อเสียงของเขา...ฝูงนักข่าวยืนดักรอราวกับฝูงหมาป่าล้อมเหยื่อ มือกำไมค์แน่น กล้องตั้งเรียงราย คำถามพร้อมถูกปล่อยทันทีที่เห็นเป้าหมายแต่เจมส์ยังไม่ลงจากรถ เขานั่งนิ่ง นิ่งจนภายในรถ

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่6.พยายามเป็นสามีที่ดี

    ช่วงเวลานี้เจมส์กำลังพยายามที่จะพยุงสถานะของคำว่า "สามีที่ดี" ให้มั่นคงขึ้น เขาจับมืออิมิลี่อย่างนุ่มนวลเป็นระยะๆระหว่างขับรถเพื่อจะไปร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูที่เขาตั้งใจเลือกมาเพื่อปรับความสัมพันธ์ บรรยากาศภายในอบอุ่นด้วยแสงไฟโทนสีทอง โต๊ะที่ถูกจัดไว้อย่างพิถีพิถันมีผ้าเช็ดปากสีขาวสะอาดและจานอา

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่5.ภาพที่ไม่สมบูรณ์

    เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าตรู่ อิมิลี่ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความเงียบและว่างเปล่าของของหมอนอีกใบที่เป็นของสามี แต่ สมองของเธอรีบประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าวันนี้มีนัดสำคัญที่โรงพยาบาล เธอลุกจากเตียงแทบจะทันที เสื้อกันหนาวสีครีมถูกหยิบขึ้นมาสวมเพื่อป้องกันอากาศหนาวยามเช้าขณะที่เธอเตรียมตัวออกไปภายในห้อ

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่4..ร้อยร้าวใต้แสงเทียน

    ในค่ำคืนที่ดูเหมือนจะสง่างาม แต่กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าในจิตใจ อิมิลี่นั่งนิ่ง เธอทอดสายตามองจานที่ถูกจัดไว้สำหรับเจมส์ ซึ่งยังคงว่างเปล่าเหมือนกับความรู้สึกของเธอในตอนนี้ แสงเทียนบนโต๊ะดินเนอร์กระพริบไหวตามจังหวะลมเบาๆ ราวกับสะท้อนความไม่มั่นคงในหัวใจของเธอ แก้วไวน์ในมือยกขึ้นช้าๆ คล้ายจะกล

  • รอยรักซ่อนปม   บทที่3.ระหว่างพู่กันและหัวใจ

    อิมิลี่จรดพู่กันลงบนผืนผ้าใบอีกครั้ง ความนุ่มนวลของสีที่ผสมอย่างพิถีพิถันแตะลงบนพื้นผ้าใบขาวราวกับดนตรีที่บรรเลงเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สลับสายตาจากจุดที่กำลังวาดไปยังชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กตรงหน้าแสงอ่อนจากหน้าต่างที่อยู่ข้างๆ ทาบไล้ร่างของเขา สร้างเงาอ่อนโยนที่ตกกระทบใบหน้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status