مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: มู่หือ
ยามที่ฉันทนรับการทำเคมีบำบัดไม่ไหว ก็เป็นเพราะฉันกำรูปถ่ายคู่ในอดีตระหว่างฉันกับหลี่ซือเอาไว้แน่น ถึงได้มีแรงฮึดสู้และทนทรมานต่อไปได้

ฉันผ่านการผ่าตัดทั้งใหญ่และเล็กมานับสิบครั้ง มีตั้งหลายหนที่ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินจนแทบไม่ฟื้นคืนสติ

ทว่ากลับเป็นแม่ของฉันที่มายืนอยู่ข้างเตียง พลางแผดเสียงตะโกนใส่ฉันสุดกำลัง

“หลินซวง ลูกลืมไปแล้วรึไง? ลูกเคยบอกว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ ต้องอยู่รอดเพื่อไปต่างประเทศ และไปคลี่คลายความเข้าใจผิดในอดีตกับหลี่ซือด้วยตัวเอง”

“ลูกเคยพูดเอาไว้ไม่ใช่เหรอว่าถ้ารักษาตัวหายดีแล้ว จะให้แม่พาลูกไปต่างประเทศเพื่อตามหลี่ซือกลับมา ถ้าลูกต้องมาตายลงแบบนี้ ลูกก็จะไม่ได้เห็นหลี่ซืออีกเลยนะ”

ก็เพียงเพราะเสียงตะโกนของแม่ที่เอ่ยชื่อของหลี่ซือประโยคแล้วประโยคเล่านั่นแหละ ถึงได้ช่วยฉุดกระชากฉันให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชกลับมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทว่าถึงกระนั้น ในท้ายที่สุดฉันก็ยังคงพ่ายแพ้ให้แก่การต่อสู้กับโรคมะเร็งอยู่ดี

และหลี่ซือเองก็มีชีวิตใหม่ของเขาไปแล้ว แถมยังกำลังจะแต่งงานในเร็วๆ นี้อีกด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต การได้ใช้เวลาร่วมกับหลี่ซืออย่างเรียบง่ายสักพักหนึ่ง มันก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้วไม่ใช่เหรอ

ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ฉันรู้ว่าหลี่ซือเดินทางกลับประเทศมาแล้ว และแม้ว่าหมอจะเตือนฉันว่า หากออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย ฉันก็ยังคงเลือกที่จะฝืนพยุงร่างกายที่ทรุดโทรมนี้ออกจากโรงพยาบาลมาจนได้

ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากเพิ่งจะส่งแม่ของหลี่ซือกลับไปได้ไม่นาน

เมื่อฉันเหนื่อยล้าจนเผลอหลับไปตื่นหนึ่ง พอได้สติลืมตาตื่นขึ้นมา ก็แว่วเสียงของหลี่ซือลอยดังมาจากนอกห้องเสียแล้ว

พอได้ยินเสียงของเขา ฉันก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อแปดปีก่อนนั้น หลี่ซือเกลียดฉันเข้าไส้เลยทีเดียว

เขาเคยมายืนปักหลักรออยู่หน้าประตูบ้านของฉันติดต่อกันถึงสามวันสามคืน เพียงเพื่อที่จะซักไซ้ไล่เลียงฉันว่า ทำไมฉันถึงต้องทรยศหักหลังเขาด้วย

หลังจากที่ฉันร้องไห้พลางเอ่ยปากบอกว่าไม่ได้รักเขาแล้ว เขาก็ชกกระจกตรงโถงบันไดจนแตกละเอียด

ในวันนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงไม้ลงมือกับฉัน แต่เขากลับรังเกียจเดียดฉันท์ฉันจนถึงที่สุด

ยามที่บังเอิญเจอฉันตรงทางเดินบันได เขาจะหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิมในทันที หรือแม้กระทั่งตอนที่ต้องเดินผ่านหน้าประตูบ้านของฉัน เขาก็จะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขยะแขยง

แม้แต่ร้านขายของชำแถวบ้านที่เมื่อก่อนฉันกับเขาเคยไปบ่อยๆ เขาก็ไม่ย่างกรายไปอีกเลย แถมยังรังเกียจถึงขนาดที่ว่า ขอเพียงได้ยินชื่อของฉัน เขาก็จะตีสีหน้าเย็นชาพลางตวาดใส่คนที่เอ่ยชื่อนั้นขึ้นมาทันทีว่า “จะพูดถึงหลินซวงทำไมกัน เธอไม่รู้สึกสะอิดสะเอียน แต่ฉันสะอิดสะเอียน”

กระทั่งในวันที่เขาเดินทางไปสนามบินเพื่อไปต่างประเทศ ฉันฝ่าสายฝนกระหน่ำเพื่อหวังจะได้เห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย

ทว่าเมื่อเขาเห็นฉันปรากฏตัวขึ้น เขากลับเพียงแค่เหยียดยิ้มเย้ยหยัน พลางปาแหวนคู่รักที่เราเคยซื้อมาด้วยกัน รวมถึงโทรศัพท์มือถือที่อัดแน่นไปด้วยรูปถ่ายคู่ทั้งหมดของเราลงบนพื้นจนแตกกระจายอยู่แทบเท้าฉัน จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่ชายตาหันมามองฉันเลยแม้แต่ปราดเดียว

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากผ่านไปแปดปี เขากลับเป็นฝ่ายมาที่บ้านของฉันด้วยตัวเอง

ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ ฉันก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างกระจ่างแจ้ง

หลี่ซือกำลังจับมือคู่หมั้นของเขาเอาไว้แน่น

“คุณป้าครับ คุณป้ายังติดใจกับเรื่องเมื่อแปดปีก่อนอยู่เหรอครับ ถึงได้ไม่ยอมให้หลินซวงพาผมไปเลือกบริษัทจัดงานแต่งงาน แล้วก็เลือกแหวนด้วยกัน”

“คุณป้าครับ ผมเลิกชอบหลินซวงไปตั้งนานแล้ว แล้วก็ปล่อยวางได้แล้วล่ะครับ ถึงยังไงผมกับเธอก็โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ต่อให้เป็นคนรักกันไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังเป็นเพื่อนกันได้นี่ครับ”

สิ้นเสียงของหลี่ซือ

หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็เอ่ยสมทบขึ้นมาทันที

“ใช่ค่ะคุณป้า หลี่ซือเล่าเรื่องของเขากับหลินซวงให้หนูฟังตั้งนานแล้วล่ะค่ะ ถึงเมื่อแปดปีก่อนจะเป็นฝ่ายหลินซวงที่นอกใจก็จริง แต่ตอนนั้นยังเด็กกันอยู่แทบทั้งนั้น ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกค่ะ หลี่ซือของเราเองก็ต้องมีส่วนผิดพลาดด้วยแน่ๆ”

“อีกอย่าง หนูก็ต้องขอบคุณหลินซวงด้วยซ้ำนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอปล่อยหลี่ซือไป หนูคงไม่มีโอกาสได้มาเจอผู้ชายแสนดีแบบหลี่ซือหรอกค่ะ”

“เพราะงั้นคุณป้าคะ จริงๆ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเรื่องเมื่อแปดปีก่อนอีกแล้วค่ะ อีกอย่างเรื่องที่ให้หลินซวงมาช่วยพวกเราเลือกบริษัทจัดงานแต่งงาน หนูก็เป็นคนเสนอเองแหละค่ะ เพราะยังไงหนูกับหลี่ซือก็ไม่ได้กลับประเทศมาตั้งแปดปีแล้ว ไม่คุ้นเคยกับเรื่องในประเทศจริงๆ ค่ะ ครั้นจะให้คนแก่ๆ เป็นคนตัดสินใจ เรื่องรสนิยมความสวยความงามเนี่ย มันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างน่ะค่ะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 11

    หลี่ซือปรายสายตามองตามรอยเลือดที่ลากเป็นทางยาวเหยียดบนพื้นบ้าน ก่อนจะเอ่ยปาก “ได้สิ ฉันจะปล่อยเธอไป”หลังจากนั้น เขาถึงได้ยอมพาถังหว่านเดินทางไปยังกรมกิจการพลเรือนเพื่อจดทะเบียนหย่า ทั้งยังยอมแบกรับหนี้สินทั้งหมดเอาไว้เอง แล้วปล่อยให้ถังหว่านจากไปนี่คือความเมตตากรุณาครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขานับจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเขาก็พังทลายลงไม่มีชิ้นดี วันๆ เอาแต่หมกตัวดื่มเหล้าอยู่ในบ้าน จนแม่ของเขาต้องคอยมาคุกเข่าอ้อนวอนเขาอย่างขื่นขมทุกวัน วิงวอนขอร้องให้เขาเลิกทำลายชีวิตตัวเองเสียทีแต่ทุกครั้งหลี่ซือกลับเอาแต่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่นิ่งสนิท“นี่ไม่ใช่สิ่งที่แม่ต้องการมาตลอดหรอกเหรอ สภาพของลูกชายผู้แสนดีที่ยอมให้แม่ควบคุมไปตลอดชีวิตไงล่ะ”“แม่ดูสิ ตอนนี้ผมเชื่อฟังคำพูดของแม่ขนาดไหน ผมกำลังอยู่เคียงข้างแม่นะ อยู่เคียงข้างแม่เพื่อรอวันถูกทุบตีจนตายทั้งเป็นไปด้วยกัน”ในที่สุดแม่ของหลี่ซือก็หวาดกลัวขึ้นมาจับใจเธอเริ่มร่ำไห้โฮ พลางร้องห่มร้องไห้วิงวอนขอให้เขาปล่อยเธอไปทีแต่หลี่ซือกลับเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา“ร้องไห้แล้วมันมีประโยชน์อะไรงั้นเหรอ? ตอนที่หลินซวงร้องไห้ ทำไ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 10

    “เฮ้อ ทั้งหมดมันเป็นเพราะยัยหลินซวงนั่นที่ไม่ดีเอง วันนั้นถ้าหล่อนไม่มาอ่อยหลี่ซือของเรา มีหรือที่หลี่ซือของเราจะโดนมันหลอกจนหัวปั่นขนาดนี้ ยังดีที่ตัวมันเองดันเป็นมะเร็งตายไปซะได้ ตอนนั้นฉันเลยแกล้งหลอกมันไปว่า ให้เห็นแก่ปากท้องและอนาคตของหลี่ซือหน่อย มันถึงได้ยอมถอนตัวและบอกเลิกกับหลี่ซือไปเอง”“ก็ต้องชมว่าเธอฉลาดจริงๆ นั่นแหละที่รู้ความคืบหน้าแล้วรีบติดต่อมาหาฉัน ทำให้ฉันส่งการ์ดแต่งงานของหลินซวงไปให้หลี่ซือได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นแล้วหลี่ซือมีหรือจะยอมแต่งงานกับเธอ วางใจเถอะ หลี่ซือเป็นลูกชายฉัน นิสัยของเขาฉันย่อมรู้ดีที่สุด รอให้เขากลับมาบ้านก่อนแล้วเธอค่อยโยนความผิดทุกอย่างมาที่ฉัน จากนั้นก็เอาเด็กในท้องเข้าไปร้องไห้ฟูมฟายบีบน้ำตาอ้อนวอนเขาหน่อย ฉันรับรองเลยว่าหลังจากนี้เขาจะยอมอยู่กินกับเธออย่างสงบเสงี่ยมแน่นอน”“ส่วนยัยหลินซวงนั่นน่ะ ในเมื่อหล่อนตายไปแล้ว เธอก็อย่าไปถือสาหาความกับคนตายเลย แต่เธอนี่ก็นับว่าร้ายไม่เบาจริงๆ ตอนนั้นฉันก็แค่แนะลู่ทางให้เธอไปไม่กี่คำ เพื่อให้เธอไปเสี้ยมให้หลินซวงกับหลี่ซือผิดใจกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะดึงดันจนทำให้ยัยหลินซวงนั่นต้องตายไปจริงๆ แต่ก็ดี

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 9

    ทว่าต่อให้ตอนนั้นเขาจะเอ่ยปากถามออกไป หลินซวงก็คงไม่มีวันยอมบอกเขาอยู่ดีไม่ใช่รึไง ในเมื่อนิสัยของหลินซวงภายนอกดูอ่อนหวานนุ่มนวล แต่ลึกๆ ในใจกลับเป็นคนเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด หากลองได้ปักใจเชื่อหรือตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว จะไม่มีวันยอมหันหลังกลับอย่างเด็ดขาดยกตัวอย่างเช่น ตอนสอบกลางภาคสมัยอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครั้งนั้น หลินซวงปวดท้องโรคกระเพาะอย่างรุนแรงจนแทบจะลุกจากเตียงไม่ไหว แต่เพื่อไม่ให้เขาต้องพลาดการสอบปลายภาคเพราะมัวแต่เป็นห่วงเธอ จึงแกล้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไรฝืนร่างกายไปที่สนามสอบ แถมยังดึงดันเดินไปส่งเขาจนถึงห้องเรียนด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่าเขาเข้าห้องสอบอย่างปลอดภัยแล้ว เธอถึงยอมปล่อยให้ตัวเองหมดสติล้มฟุบลงไปที่หน้าห้องสอบอย่างหมดห่วงส่วนลึกในอกพลันบังเกิดความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถี่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยามที่ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาเป็นคนลงมือผลักหลินซวงจนล้มคว่ำในร้านอาหารผุดขึ้นมาในหัวตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยกล้าที่จะหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะอย่างไรเสีย ในคืนที่เขากลับมาบ้านแล้วบังเอิญพบกับหลินซวง ถังหว่านก็เคยร้องห่มร้องไห้บ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 8

    จนกระทั่งถึงคืนก่อนวันแต่งงาน เขาใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาพยายามติดต่อหาหลินซวงเป็นครั้งสุดท้ายทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า หลินซวงไม่เพียงแต่จะบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา แม้กระทั่งในไลน์ เธอก็ยังลบเขาเข้าบัญชีดำไปเสียแล้วเพราะฉะนั้น คู่หมั้นคนนั้นของหลินซวง มันถึงได้สำคัญมากมายขนาดนั้นเลยงั้นสินะ?สำคัญเสียจนทำให้หลินซวงไม่อยากแม้แต่จะเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไปแต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยเขาก็จะได้ตัดใจเสียที ตั้งหน้าตั้งตาแต่งงานกับถังหว่าน และทำหน้าที่ในบทบาทของคนเป็นพ่อให้ดีที่สุดในวันแต่งงาน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตาที่หมุนวน เขาเอาแต่สอดส่ายสายตาค้นหาร่างของหลินซวงไปทั่วทั้งงาน ทว่าหลินซวงไม่ได้มา และแม่ของหลินซวงก็ไม่ได้มาเช่นกันยามที่มองไปยังที่นั่งซึ่งเดิมทีควรจะเป็นของครอบครัวหลินซวง แต่บัดนี้กลับถูกจับจองด้วยญาติสนิทมิตรสหายคนอื่นในอกก็พลันเกิดความเจ็บปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถี่ๆ อีกระลอก จนกระทั่งสิ้นสุดพิธีแต่งงานและเข้าสู่ช่วงเดินขอบคุณตามโต๊ะครั้นเมื่อเขาเดินเข้าไปหาเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายที่โต๊ะตัวหนึ่ง และเพิ่งจะยกแก้วเหล้าขึ้นเตรียมจะชนแ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 7

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ขอเพียงแค่หลี่ซือนึกถึงสายตาคู่สุดท้ายที่หลินซวงมองมายังเขา สายตาที่ปนเปไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง การร่ำลา และแม้กระทั่งความเจ็บปวดรวดร้าว ส่วนลึกในอกของเขาก็พลันบังเกิดความตื่นตระหนกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจกระทั่งในยามที่คุณหมอเดินมาบอกว่า เด็กในท้องของถังหว่านปลอดภัยดี ในหัวใจของเขาก็กลับไม่มีความรู้สึกยินดีปรีดาเลยแม้แต่น้อยครั้นพอถังหว่านหลับสนิทไป เขาก็รีบร้อนต่อสายหาหลินซวงด้วยความกระวนกระวายใจทันทีเพราะอย่างไรเสีย การที่เขาต้องมาพัวพันกับถังหว่านมันก็เริ่มต้นจากความผิดพลาดชั่วข้ามคืน ถังหว่านคือรุ่นน้องตอนที่เขาเรียนแพทย์อยู่ต่างประเทศเธอตามตื๊อเขามานานถึงแปดปีเต็ม จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่หก ถังหว่านจงใจมอมเหล้าเขาจนเมามาย ทั้งยังแกล้งแต่งตัวเลียนแบบเป็นหลินซวง เขาถึงได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับถังหว่านหลังจากตื่นมาพบความจริง แม้จะรู้ว่าถูกหลอก แต่เขาก็ยังเอ่ยคำขอโทษ ทว่าก็ตอกย้ำกับถังหว่านไปตรงๆ ว่า เขาไม่ได้ชอบเธอเลย และไม่มีวันที่จะชอบเธอได้ลงด้วยต่อให้หลินซวงจะไม่รักเขาแล้ว หรือต่อให้จะหนีเขาไปไกลแสนไกล ทว่าชาตินี้ทั้งชาติ คนเดียวที่เขาจะรักก็มีเพียงแ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 6

    “ฉันก็เลยอดทนไม่ไหว เผลอฟาดฝ่ามือใส่หน้าเธอไปฉาดหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็ผลักฉันออกด้วยความโกรธแค้น”“นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันกำลังท้องอยู่ แถมร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่ แค่แรงปะทะเพียงนิดเดียวก็รับไม่ไหวแล้ว”เมื่อได้ยินคำพูดของถังหว่าน ฉันก็ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปอยู่ที่เดิมริมฝีปากของฉันสั่นระริกอยู่ตั้งหลายครั้ง กว่าจะเค้นเสียงพูดออกมาได้“หลี่ซือ นายฟังฉันก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ”“ฉะ…ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ”แต่หลี่ซือกลับระเบิดเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด“หลินซวง ทำไมเธอถึงได้จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้ เมื่อแปดปีก่อนเธอหน้าด้านนอกใจไปคบชู้กับผู้ชายคนอื่นไม่พอ”“แปดปีผ่านไป ตอนที่ฉันกำลังจะแต่งงาน เธอกลับคิดได้ว่าฉันดีขึ้นมาซะอย่างนั้น แถมยังกล้ามาทุบตีคู่หมั้นของฉันอีก”“เธอกล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน วันนี้ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มรสชาติของการกล้ามาลองดีกับผู้หญิงของฉัน”พอพูดจบ เขาก็ก้าวสามขุมเข้ามาแล้วระเบิดความโกรธด้วยการกระหน่ำเตะรถเข็นของฉันอย่างแรงไปหลายทียิ่งไปกว่านั้น เขายังออกแรงผลักรถเข็นของฉันไปข้างหลังอย่างสุดกำลัง จนมันกระแทกเข้ากับโต๊ะ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 5

    “ผอมกะหร่องจนดูเหมือนผีเข้าไปทุกทีแล้ว ยังจะริอ่านเลียนแบบคนอื่นลดความอ้วนอีกนะ”ในอกพลันขมปร่าขึ้นมาเป็นริ้วๆ เพราะความเป็นห่วงที่หลี่ซือมอบให้อย่างกะทันหัน แต่ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่ววินาที ฉันก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เฮ่อจือ เขาชอบให้ฉันผอมหน่อยน่ะ”เฮ่อจือ คือชื่อของชู้รักที่แม่ของหลี่ซืออุป

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 4

    เพราะอย่างไรเสีย การออกนอกบ้านในครั้งนี้มันสูบเรี่ยวแรงของฉันไปมากมายมหาศาลเหลือเกิน หลังจากผ่านพ้นครั้งนี้ไปแล้ว ฉันอาจจะไม่มีปัญญาออกนอกประตูบ้านได้อีกเลยตลอดกาลแต่ยังดีที่ตอนบ่ายโมงตรง ฉันได้รับโทรศัพท์จากหลี่ซือ โดยบอกว่าพวกเขากำลังลงมาจากตึกแล้วแม่ของฉันมีสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก ฉันต้องคอ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 3

    เมื่อแปดปีก่อน ยามที่เพิ่งจะตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ความปรารถนาสูงสุดของฉันก็คือการหวังให้หลี่ซือลืมเลิกฉันได้ แล้วก็ปล่อยวางจากฉันเสียทีทว่าในตอนนี้ เมื่อได้ยินหลี่ซือเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตได้อย่างสงบนิ่งถึงเพียงนี้ เอ่ยถึงตัวฉันได้อย่างราบเรียบถึงเพียงนั้นกระทั่งเขายังเล่าเรื่องของฉันให้แฟนคนปัจจุ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 1

    ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา เธอก็มองมาทางฉันด้วยแววตาหยั่งเชิงและท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนมีอะไรจะพูด"หลินซวง ปะ...ป้ามีเรื่องจะขอร้องเธออย่างหนึ่ง แต่อาจจะเป็นการขอร้องที่เสียมารยาทไปหน่อยนะ"เมื่อมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของเธอ แม้เธอจะยังไม่ได้พูดประโยคหลังจากนั้นออกมา แต่ฉันกลับรู้ดีว่า จุดปร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status