Partager

บทที่ 6

Auteur: มู่หือ
“ฉันก็เลยอดทนไม่ไหว เผลอฟาดฝ่ามือใส่หน้าเธอไปฉาดหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็ผลักฉันออกด้วยความโกรธแค้น”

“นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันกำลังท้องอยู่ แถมร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่ แค่แรงปะทะเพียงนิดเดียวก็รับไม่ไหวแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของถังหว่าน ฉันก็ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปอยู่ที่เดิม

ริมฝีปากของฉันสั่นระริกอยู่ตั้งหลายครั้ง กว่าจะเค้นเสียงพูดออกมาได้

“หลี่ซือ นายฟังฉันก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ”

“ฉะ…ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ”

แต่หลี่ซือกลับระเบิดเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

“หลินซวง ทำไมเธอถึงได้จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้ เมื่อแปดปีก่อนเธอหน้าด้านนอกใจไปคบชู้กับผู้ชายคนอื่นไม่พอ”

“แปดปีผ่านไป ตอนที่ฉันกำลังจะแต่งงาน เธอกลับคิดได้ว่าฉันดีขึ้นมาซะอย่างนั้น แถมยังกล้ามาทุบตีคู่หมั้นของฉันอีก”

“เธอกล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน วันนี้ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มรสชาติของการกล้ามาลองดีกับผู้หญิงของฉัน”

พอพูดจบ เขาก็ก้าวสามขุมเข้ามาแล้วระเบิดความโกรธด้วยการกระหน่ำเตะรถเข็นของฉันอย่างแรงไปหลายที

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังออกแรงผลักรถเข็นของฉันไปข้างหลังอย่างสุดกำลัง จนมันกระแทกเข้ากับโต๊ะอาหารอย่างจัง

รถเข็นกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะอาหาร ชามบนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้นจนแตกกระจาย อีกทั้งโต๊ะอาหารก็พลิกคว่ำลงมาด้วย

และรถเข็นของฉันก็พลิกคว่ำลงไปเช่นกัน

ศีรษะของฉันฟาดเข้ากับมุมโต๊ะอาหารอย่างแรงจนเลือดสดๆ พลันไหลทะลักออกมาในฉับพลัน

สมองของฉันอื้ออึงไปหมด แม้กระทั่งร่างกายก็ยังสั่นเทาเสียจนควบคุมไม่ได้

ทว่าหลี่ซือกลับไม่แม้แต่จะชายตามามองฉันสักแวบ เขาเอาแต่รีบร้อนโอบกอดถังหว่านเอาไว้ และในยามที่ถังหว่านกำลังร่ำไห้อย่างหนักนั้น เขากลับระดมจูบซับที่มุมปากของเธอด้วยความร้อนรน

“เด็กดี เด็กดี ไม่ร้องนะ ฉันจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ”

หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้หันมามองฉันอีกเลย หมุนตัวแล้วอุ้มถังหว่านก้าวเดินตรงไปยังประตูทางออกในทันที

ส่วนฉันที่มองรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างผู้ชนะของถังหว่าน และแผ่นหลังของหลี่ซือ จู่ๆ ก็หลุดหัวเราะออกมา

หัวเราะจนหยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา

และเรื่องนี้เองที่ทำให้ฉันหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ในตอนที่อายุสิบแปด ตอนที่ฉันถูกผู้ชายคนหนึ่งลวนลามด้วยการจับก้นบนรถเมล์

ในตอนนั้นหลี่ซือยังเป็นแค่เด็กหนุ่มเลือดร้อนผู้ไร้เดียงสา ด้วยความโกรธแค้น เขาตรงเข้ากระชากคอเสื้อชายคนนั้นที่ตัวสูงกว่าเขาเป็นคืบและล่ำสันกว่าเขามาก ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังบ้าคลั่ง เขาประเคนหมัดหลั่งไหลเข้าใส่ใบหน้าของชายคนนั้นหมัดแล้วหมัดเล่า

“ไอ้เศษสวะเอ๊ย ผู้หญิงของฉันแกก็ยังกล้ามาแตะต้องเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะตบให้แกตายคามือเลย”

ในตอนนั้นผู้โดยสารทั้งคันรถต่างพากันตกตะลึงตาค้าง มีเพียงฉันที่ร้องไห้โฮพลางกอดแขนของหลี่ซือเอาไว้แน่น อ้อนวอนเขาเลิกราทั้งน้ำตา บอกให้เขาหยุดมือเสียที หลี่ซือถึงได้ยอมหยุดมือลง

เมื่อก่อน ผู้หญิงของหลี่ซือคือฉัน เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องฉัน

ทว่าตอนนี้ คนในใจของหลี่ซือกลับกลายเป็นผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ ต่อให้คนที่เขาลงมือทุบตีจะเป็นฉันก็ตาม

หน้าอกของฉันเจ็บปวดรวดร้าวซะจนตัวสั่นระริก เหล่าพนักงานเสิร์ฟโดยรอบก็เริ่มทยอยเข้ามาล้อมดู

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึง และในวินาทีแรกที่ฉันได้เห็นตำรวจปรากฏตัวขึ้น...

เรี่ยวแรงที่มีกลับมลายหายไปในพริบตา ฉันเอื้อมมือไปคว้าจับมือของตำรวจเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“ช่วยบอกแม่ของฉันทีว่าอย่าเอาเรื่องเลย บอกแม่ด้วยว่า ทั้งหมดนี้มันคือทางเลือกของฉันเอง”

“บอกแม่ว่าฉันขอโทษ จากนี้ไป ฉะ...ฉันคงอยู่ดูแลแม่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”

ในใจมันรู้สึกขื่นขมจุกอกอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไร ฉันกลับไม่มีความรู้สึกนึกเสียดายหรืออาลัยอาวรณ์อีกต่อไปแล้ว

เพราะอย่างไรเสีย ฉันก็ต่อสู้กับโรคมะเร็งมาถึงแปดปี เฝ้ารอคอยมานานแปดปี ความฝันอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันก็คือการได้พบหน้าหลี่ซือสักครั้งนี่นา

ได้พบแล้ว ความฝันได้กลายเป็นจริงแล้ว เกินพอแล้วล่ะ

ลาก่อนนะ หลี่ซือ

ฉันรักนายนะ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 11

    หลี่ซือปรายสายตามองตามรอยเลือดที่ลากเป็นทางยาวเหยียดบนพื้นบ้าน ก่อนจะเอ่ยปาก “ได้สิ ฉันจะปล่อยเธอไป”หลังจากนั้น เขาถึงได้ยอมพาถังหว่านเดินทางไปยังกรมกิจการพลเรือนเพื่อจดทะเบียนหย่า ทั้งยังยอมแบกรับหนี้สินทั้งหมดเอาไว้เอง แล้วปล่อยให้ถังหว่านจากไปนี่คือความเมตตากรุณาครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขานับจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเขาก็พังทลายลงไม่มีชิ้นดี วันๆ เอาแต่หมกตัวดื่มเหล้าอยู่ในบ้าน จนแม่ของเขาต้องคอยมาคุกเข่าอ้อนวอนเขาอย่างขื่นขมทุกวัน วิงวอนขอร้องให้เขาเลิกทำลายชีวิตตัวเองเสียทีแต่ทุกครั้งหลี่ซือกลับเอาแต่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่นิ่งสนิท“นี่ไม่ใช่สิ่งที่แม่ต้องการมาตลอดหรอกเหรอ สภาพของลูกชายผู้แสนดีที่ยอมให้แม่ควบคุมไปตลอดชีวิตไงล่ะ”“แม่ดูสิ ตอนนี้ผมเชื่อฟังคำพูดของแม่ขนาดไหน ผมกำลังอยู่เคียงข้างแม่นะ อยู่เคียงข้างแม่เพื่อรอวันถูกทุบตีจนตายทั้งเป็นไปด้วยกัน”ในที่สุดแม่ของหลี่ซือก็หวาดกลัวขึ้นมาจับใจเธอเริ่มร่ำไห้โฮ พลางร้องห่มร้องไห้วิงวอนขอให้เขาปล่อยเธอไปทีแต่หลี่ซือกลับเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา“ร้องไห้แล้วมันมีประโยชน์อะไรงั้นเหรอ? ตอนที่หลินซวงร้องไห้ ทำไ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 10

    “เฮ้อ ทั้งหมดมันเป็นเพราะยัยหลินซวงนั่นที่ไม่ดีเอง วันนั้นถ้าหล่อนไม่มาอ่อยหลี่ซือของเรา มีหรือที่หลี่ซือของเราจะโดนมันหลอกจนหัวปั่นขนาดนี้ ยังดีที่ตัวมันเองดันเป็นมะเร็งตายไปซะได้ ตอนนั้นฉันเลยแกล้งหลอกมันไปว่า ให้เห็นแก่ปากท้องและอนาคตของหลี่ซือหน่อย มันถึงได้ยอมถอนตัวและบอกเลิกกับหลี่ซือไปเอง”“ก็ต้องชมว่าเธอฉลาดจริงๆ นั่นแหละที่รู้ความคืบหน้าแล้วรีบติดต่อมาหาฉัน ทำให้ฉันส่งการ์ดแต่งงานของหลินซวงไปให้หลี่ซือได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นแล้วหลี่ซือมีหรือจะยอมแต่งงานกับเธอ วางใจเถอะ หลี่ซือเป็นลูกชายฉัน นิสัยของเขาฉันย่อมรู้ดีที่สุด รอให้เขากลับมาบ้านก่อนแล้วเธอค่อยโยนความผิดทุกอย่างมาที่ฉัน จากนั้นก็เอาเด็กในท้องเข้าไปร้องไห้ฟูมฟายบีบน้ำตาอ้อนวอนเขาหน่อย ฉันรับรองเลยว่าหลังจากนี้เขาจะยอมอยู่กินกับเธออย่างสงบเสงี่ยมแน่นอน”“ส่วนยัยหลินซวงนั่นน่ะ ในเมื่อหล่อนตายไปแล้ว เธอก็อย่าไปถือสาหาความกับคนตายเลย แต่เธอนี่ก็นับว่าร้ายไม่เบาจริงๆ ตอนนั้นฉันก็แค่แนะลู่ทางให้เธอไปไม่กี่คำ เพื่อให้เธอไปเสี้ยมให้หลินซวงกับหลี่ซือผิดใจกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะดึงดันจนทำให้ยัยหลินซวงนั่นต้องตายไปจริงๆ แต่ก็ดี

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 9

    ทว่าต่อให้ตอนนั้นเขาจะเอ่ยปากถามออกไป หลินซวงก็คงไม่มีวันยอมบอกเขาอยู่ดีไม่ใช่รึไง ในเมื่อนิสัยของหลินซวงภายนอกดูอ่อนหวานนุ่มนวล แต่ลึกๆ ในใจกลับเป็นคนเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด หากลองได้ปักใจเชื่อหรือตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว จะไม่มีวันยอมหันหลังกลับอย่างเด็ดขาดยกตัวอย่างเช่น ตอนสอบกลางภาคสมัยอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครั้งนั้น หลินซวงปวดท้องโรคกระเพาะอย่างรุนแรงจนแทบจะลุกจากเตียงไม่ไหว แต่เพื่อไม่ให้เขาต้องพลาดการสอบปลายภาคเพราะมัวแต่เป็นห่วงเธอ จึงแกล้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไรฝืนร่างกายไปที่สนามสอบ แถมยังดึงดันเดินไปส่งเขาจนถึงห้องเรียนด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่าเขาเข้าห้องสอบอย่างปลอดภัยแล้ว เธอถึงยอมปล่อยให้ตัวเองหมดสติล้มฟุบลงไปที่หน้าห้องสอบอย่างหมดห่วงส่วนลึกในอกพลันบังเกิดความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถี่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยามที่ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาเป็นคนลงมือผลักหลินซวงจนล้มคว่ำในร้านอาหารผุดขึ้นมาในหัวตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยกล้าที่จะหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะอย่างไรเสีย ในคืนที่เขากลับมาบ้านแล้วบังเอิญพบกับหลินซวง ถังหว่านก็เคยร้องห่มร้องไห้บ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 8

    จนกระทั่งถึงคืนก่อนวันแต่งงาน เขาใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาพยายามติดต่อหาหลินซวงเป็นครั้งสุดท้ายทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า หลินซวงไม่เพียงแต่จะบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา แม้กระทั่งในไลน์ เธอก็ยังลบเขาเข้าบัญชีดำไปเสียแล้วเพราะฉะนั้น คู่หมั้นคนนั้นของหลินซวง มันถึงได้สำคัญมากมายขนาดนั้นเลยงั้นสินะ?สำคัญเสียจนทำให้หลินซวงไม่อยากแม้แต่จะเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไปแต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยเขาก็จะได้ตัดใจเสียที ตั้งหน้าตั้งตาแต่งงานกับถังหว่าน และทำหน้าที่ในบทบาทของคนเป็นพ่อให้ดีที่สุดในวันแต่งงาน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตาที่หมุนวน เขาเอาแต่สอดส่ายสายตาค้นหาร่างของหลินซวงไปทั่วทั้งงาน ทว่าหลินซวงไม่ได้มา และแม่ของหลินซวงก็ไม่ได้มาเช่นกันยามที่มองไปยังที่นั่งซึ่งเดิมทีควรจะเป็นของครอบครัวหลินซวง แต่บัดนี้กลับถูกจับจองด้วยญาติสนิทมิตรสหายคนอื่นในอกก็พลันเกิดความเจ็บปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถี่ๆ อีกระลอก จนกระทั่งสิ้นสุดพิธีแต่งงานและเข้าสู่ช่วงเดินขอบคุณตามโต๊ะครั้นเมื่อเขาเดินเข้าไปหาเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายที่โต๊ะตัวหนึ่ง และเพิ่งจะยกแก้วเหล้าขึ้นเตรียมจะชนแ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 7

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ขอเพียงแค่หลี่ซือนึกถึงสายตาคู่สุดท้ายที่หลินซวงมองมายังเขา สายตาที่ปนเปไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง การร่ำลา และแม้กระทั่งความเจ็บปวดรวดร้าว ส่วนลึกในอกของเขาก็พลันบังเกิดความตื่นตระหนกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจกระทั่งในยามที่คุณหมอเดินมาบอกว่า เด็กในท้องของถังหว่านปลอดภัยดี ในหัวใจของเขาก็กลับไม่มีความรู้สึกยินดีปรีดาเลยแม้แต่น้อยครั้นพอถังหว่านหลับสนิทไป เขาก็รีบร้อนต่อสายหาหลินซวงด้วยความกระวนกระวายใจทันทีเพราะอย่างไรเสีย การที่เขาต้องมาพัวพันกับถังหว่านมันก็เริ่มต้นจากความผิดพลาดชั่วข้ามคืน ถังหว่านคือรุ่นน้องตอนที่เขาเรียนแพทย์อยู่ต่างประเทศเธอตามตื๊อเขามานานถึงแปดปีเต็ม จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่หก ถังหว่านจงใจมอมเหล้าเขาจนเมามาย ทั้งยังแกล้งแต่งตัวเลียนแบบเป็นหลินซวง เขาถึงได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับถังหว่านหลังจากตื่นมาพบความจริง แม้จะรู้ว่าถูกหลอก แต่เขาก็ยังเอ่ยคำขอโทษ ทว่าก็ตอกย้ำกับถังหว่านไปตรงๆ ว่า เขาไม่ได้ชอบเธอเลย และไม่มีวันที่จะชอบเธอได้ลงด้วยต่อให้หลินซวงจะไม่รักเขาแล้ว หรือต่อให้จะหนีเขาไปไกลแสนไกล ทว่าชาตินี้ทั้งชาติ คนเดียวที่เขาจะรักก็มีเพียงแ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 6

    “ฉันก็เลยอดทนไม่ไหว เผลอฟาดฝ่ามือใส่หน้าเธอไปฉาดหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็ผลักฉันออกด้วยความโกรธแค้น”“นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันกำลังท้องอยู่ แถมร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่ แค่แรงปะทะเพียงนิดเดียวก็รับไม่ไหวแล้ว”เมื่อได้ยินคำพูดของถังหว่าน ฉันก็ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปอยู่ที่เดิมริมฝีปากของฉันสั่นระริกอยู่ตั้งหลายครั้ง กว่าจะเค้นเสียงพูดออกมาได้“หลี่ซือ นายฟังฉันก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ”“ฉะ…ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ”แต่หลี่ซือกลับระเบิดเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด“หลินซวง ทำไมเธอถึงได้จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้ เมื่อแปดปีก่อนเธอหน้าด้านนอกใจไปคบชู้กับผู้ชายคนอื่นไม่พอ”“แปดปีผ่านไป ตอนที่ฉันกำลังจะแต่งงาน เธอกลับคิดได้ว่าฉันดีขึ้นมาซะอย่างนั้น แถมยังกล้ามาทุบตีคู่หมั้นของฉันอีก”“เธอกล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน วันนี้ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มรสชาติของการกล้ามาลองดีกับผู้หญิงของฉัน”พอพูดจบ เขาก็ก้าวสามขุมเข้ามาแล้วระเบิดความโกรธด้วยการกระหน่ำเตะรถเข็นของฉันอย่างแรงไปหลายทียิ่งไปกว่านั้น เขายังออกแรงผลักรถเข็นของฉันไปข้างหลังอย่างสุดกำลัง จนมันกระแทกเข้ากับโต๊ะ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 5

    “ผอมกะหร่องจนดูเหมือนผีเข้าไปทุกทีแล้ว ยังจะริอ่านเลียนแบบคนอื่นลดความอ้วนอีกนะ”ในอกพลันขมปร่าขึ้นมาเป็นริ้วๆ เพราะความเป็นห่วงที่หลี่ซือมอบให้อย่างกะทันหัน แต่ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่ววินาที ฉันก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เฮ่อจือ เขาชอบให้ฉันผอมหน่อยน่ะ”เฮ่อจือ คือชื่อของชู้รักที่แม่ของหลี่ซืออุป

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 4

    เพราะอย่างไรเสีย การออกนอกบ้านในครั้งนี้มันสูบเรี่ยวแรงของฉันไปมากมายมหาศาลเหลือเกิน หลังจากผ่านพ้นครั้งนี้ไปแล้ว ฉันอาจจะไม่มีปัญญาออกนอกประตูบ้านได้อีกเลยตลอดกาลแต่ยังดีที่ตอนบ่ายโมงตรง ฉันได้รับโทรศัพท์จากหลี่ซือ โดยบอกว่าพวกเขากำลังลงมาจากตึกแล้วแม่ของฉันมีสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก ฉันต้องคอ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 3

    เมื่อแปดปีก่อน ยามที่เพิ่งจะตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ความปรารถนาสูงสุดของฉันก็คือการหวังให้หลี่ซือลืมเลิกฉันได้ แล้วก็ปล่อยวางจากฉันเสียทีทว่าในตอนนี้ เมื่อได้ยินหลี่ซือเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตได้อย่างสงบนิ่งถึงเพียงนี้ เอ่ยถึงตัวฉันได้อย่างราบเรียบถึงเพียงนั้นกระทั่งเขายังเล่าเรื่องของฉันให้แฟนคนปัจจุ

  • รอยรักเหนือกาลเวลา   บทที่ 2

    ยามที่ฉันทนรับการทำเคมีบำบัดไม่ไหว ก็เป็นเพราะฉันกำรูปถ่ายคู่ในอดีตระหว่างฉันกับหลี่ซือเอาไว้แน่น ถึงได้มีแรงฮึดสู้และทนทรมานต่อไปได้ฉันผ่านการผ่าตัดทั้งใหญ่และเล็กมานับสิบครั้ง มีตั้งหลายหนที่ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินจนแทบไม่ฟื้นคืนสติทว่ากลับเป็นแม่ของฉันที่มายืนอยู่ข้างเตียง พลางแผดเสียงตะโกนใ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status