LOGINตอนที่
4
หรืออยากให้ฉันลงไป
ณิชาภาพยายามรวบรวมสติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจากที่ได้รับรู้เรื่อง ฃเช็คสิบล้านบาท จิตใจของเธอสับสนวุ่นวาย แต่ความมุ่งมั่นที่จะรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ยังคุกรุ่นราวกับกองไฟที่ไม่มีวันมอดดับ
เธอนึกถึงคำพูดของธนาภาที่ว่า เขาต้องการควบคุมเธอ การกลับมาของอนาวินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เรื่องความรัก แต่มันคือเกมที่เขาวางหมากไว้ทุกตา
เธอรีบเปลี่ยนชุดเดรสรัดรูปมาเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ลำลอง หวังให้ชุดที่เรียบง่ายที่สุดนี้เป็นเกาะกำบังให้เธอรู้สึกถึงความเป็นตัวเองได้บ้าง
“ไม่ต้องคิดมาณิชา ไม่ต้องคิดมาก แค่ทำงานที่แพงที่สุดในชีวิตให้จบไปวันๆ ก็พอ” เธอพึมพำกับตัวเองพลางพ่นลมหายใจทิ้งเพื่อขับไล่ความกลัว
เมื่อเดินออกมาจากห้องพักพนักงาน เธอพบอรจิราและธนาภากำลังเตรียมตัวกลับบ้านเช่นกัน ทว่าสีหน้าของทั้งคู่กลับดูมีลับลมคมใน
“พี่อร นานาจะกลับแล้วเหรอคะ” ณิชาภาฝืนยิ้มทักทาย
“ใช่จ้ะ พอดีพี่ต้องเคลียร์บัญชีด่วนที่บ้าน แถมนานาก็ต้องไปช่วยพี่ด้วย ส่วนเรื่องพรุ่งนี้ พี่เกรงว่าเราอาจจะต้องรับมือคนเดียวไปก่อนนะ เพราะพี่กับนานาติดธุระสำคัญที่ร้านสาขาอื่นพอดี”
ธนาภาโน้มตัวมากระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ “แกต้องระวังตัวให้มากนะณิชา ฉันสังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้”
ณิชาภาใจหายวาบ ความรู้สึกโดดเดี่ยวจู่โจมเธอทันควันเหมือนถูกทิ้งไว้กลางสมรภูมิเพียงลำพัง อรจิรายื่นถุงขนมปังอบเองให้เธอ ซึ่งเธอรับมาไว้ในอ้อมแขนราวกับมันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้าย ก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านมุ่งหน้าสู่โลกภายนอกที่เธอกำลังจะพบว่าหนีอย่างไรก็ไม่พ้น
ประตูร้าน แสงสีจากป้ายไฟนีออนดูพร่าเลือน เธอโบกเรียกแท็กซี่ด้วยมือที่เริ่มเย็นเฉียบ ทว่าก่อนที่รถแท็กซี่จะจอดสนิท รถซูเปอร์คาร์สีดำทะมึนราคาสิบล้านก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างอุกอาจ แย่งชิงพื้นที่ไปต่อหน้าต่อตา
อคิราห์ก้าวลงมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม “เชิญครับคุณณิชาภา”
“เชิญไปไหนคะ ฉันจะกลับบ้านเองได้” ณิชาภาพยายามเดินเลี่ยง แต่อคิราห์กลับขยับขวางไว้เป็นเชิงบังคับ
“อย่าทำให้คุณวินน์ต้องรอนานเลยครับ เพราะคุณวินน์หมดความอดทน จากการคุยกันดีๆ มันอาจจะกลายเป็นอย่างอื่นที่คนแถวนี้ต้องแตกตื่นเอาได้”
และทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยอำนาจก็ดังเล็ดลอดออกมาจากกระจกฟิล์มมืดสนิท
“หรือเธออยากให้ฉันลงไปอุ้มเธอขึ้นรถเอง ณิชาภา”
คำขู่นั้นเด็ดขาดและจริงจังจนเธอหยุดกะทันหัน เธอรู้ดีว่าอนาวินในตอนนี้ไม่มีคำว่าล้อเล่น หากเขาก้าวลงมาจริงๆ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาทั้งคืนคงพังทลายลงตรงหน้าสถานบันเทิงแห่งนี้ เธอจึงตัดสินใจเม้มปากแน่นแล้วเดินขึ้นรถไปอย่างจำยอม
ภายในรถกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นวิสกี้จางๆ ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก อนาวินนั่งพิงเบาะในท่าทางที่ดูผ่อนคลายแต่รังสีคุกคามกลับเข้มข้นจนเธอหายใจลำบาก เขาไม่ได้สวมสูทเต็มยศ แต่เชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมบนออกนั้นทำให้เขาดูอันตรายและดิบเถื่อนกว่าเดิม
รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบกริบ ทิ้งแสงสว่างของผับไว้เบื้องหลัง ณิชาภานั่งตัวลีบติดประตู พยายามทำตัวให้เล็กที่สุด
“คุณต้องการอะไรจะพาฉันไปไหน นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้าน” เธอถามด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น
อนาวินยังคงนิ่งเงียบ เขาเพียงยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอย่างละเมียดละไม การเมินเฉยของเขาคือการทรมานทางจิตวิทยาชั้นดี มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่า
“ตอบสิ คุณเงียบทำไม ฉันอยากกลับบ้าน”
อนาวินวางแก้วลงช้าๆ เสียงก้นแก้วกระทบที่วางแผ่วเบาแต่กลับดังก้องในความรู้สึกที่ตึงเครียดของเธอ เขาหันมาสบตาเธอตรงๆ ดวงตาคมกริบนั้นว่างเปล่าแต่ซ่อนเปลวไฟบางอย่างไว้
“ความต้องการของฉัน คือการที่เธอต้องทำตามคำสั่ง”
“คุณจะพาฉันไปไหนคะ พี่วินน์” เธอจงใจเรียกชื่อเดิม หวังจะใช้ความผูกพันในอดีตเป็นเครื่องมือต่อรอง
“อย่าพยายามขุดเอาอดีตที่ตายไปแล้ว มาใช้เรียกร้องความสงสารจากฉัน” อนาวินสวนกลับทันควัน รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปาก
“เพราะสำหรับฉัน ณิชาภาคนนั้นมันไม่มีค่าเหลือพอให้จดจำตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกมาแล้ว”
“ถ้าฉันไม่มีค่า แล้วคุณจะซื้อตัวฉันมาทำไม”
อนาวินโน้มตัวเข้าหาเธออย่างช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงลมหายใจ กลิ่นกายของชายหนุ่มคุกคามโสตประสาทจนเธอเริ่มสับสน
“ฉันซื้อเธอมาเพื่อใช้งานตามอารมณ์ของฉัน เหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งที่ฉันอยากจะทำลายทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้” อนาวินตอบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ทั้งที่ในอกซ้ายของเขากำลังสั่นไหวด้วยความโหยหาที่ต้องปกปิดไว้ใต้หน้ากากพญามาร
ตอนที่4หรืออยากให้ฉันลงไป ณิชาภาพยายามรวบรวมสติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจากที่ได้รับรู้เรื่อง ฃเช็คสิบล้านบาท จิตใจของเธอสับสนวุ่นวาย แต่ความมุ่งมั่นที่จะรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ยังคุกรุ่นราวกับกองไฟที่ไม่มีวันมอดดับ เธอนึกถึงคำพูดของธนาภาที่ว่า เขาต้องการควบคุมเธอ การกลับมาของอนาวินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เรื่องความรัก แต่มันคือเกมที่เขาวางหมากไว้ทุกตา เธอรีบเปลี่ยนชุดเดรสรัดรูปมาเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ลำลอง หวังให้ชุดที่เรียบง่ายที่สุดนี้เป็นเกาะกำบังให้เธอรู้สึกถึงความเป็นตัวเองได้บ้าง “ไม่ต้องคิดมาณิชา ไม่ต้องคิดมาก แค่ทำงานที่แพงที่สุดในชีวิตให้จบไปวันๆ ก็พอ” เธอพึมพำกับตัวเองพลางพ่นลมหายใจทิ้งเพื่อขับไล่ความกลัว เมื่อเดินออกมาจากห้องพักพนักงาน เธอพบอรจิราและธนาภากำลังเตรียมตัวกลับบ้านเช่นกัน ทว่าสีหน้าของทั้งคู่กลับดูมีลับลมคมใน “พี่อร นานาจะกลับแล้วเหรอคะ” ณิชาภาฝืนยิ้มทักทาย “ใช่จ้ะ พอดีพี่ต้องเคลียร์บัญชีด่วนที่บ้าน แถมนานาก็ต้องไปช่วยพี่ด้วย ส่วนเรื่องพรุ่งนี้ พี่เกรงว่าเราอาจจะต้องรับมือคนเดียวไปก่อนนะ เพราะพี
ตอนที่3ห้าล้านบาท ไม่นานอรจิราก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าที่ซีดเผือดลงกว่าเดิม ความกังวลแสดงออกมาทางแววตาของเธออย่างเห็นได้ชัด “เจ้าของบาร์แจ้งมาและค่ะคุณอคิราห์ ยอดทั้งหมดสำหรับการจองตัวน้องเดียร์เป็นเวลาหนึ่งปี” อรจิรารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ ยากลำบากเหลือเกินที่จะเปล่งจำนวนเงินออกมา “ห้าล้านบาทค่ะ” “ห้าล้านบาท” อนาวินทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ราวกับกำลังซื้อขนมราคาถูก “เป็นจำนวนที่ถูกไปเสียด้วยซ้ำ” อนาวินรับเช็คและปากกาจากอคิราห์มาถือไว้ด้วยตัวเอง เขาไม่ได้มองเช็ค แต่จ้องมองไปยังผนังห้อง เขาจรดปลายปากกาอย่างรวดเร็ว เขาเขียนตัวเลขลงบนเช็คนั้นแล้วก็ยื่นให้อรจิรา “คุณอรจิรานี่คือเช็คสิบล้านบาท จัดการให้เรียบร้อย” อรจิรารีบรับเช็คด้วยมือที่สั่นเทา เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ต่อหน้าชายผู้ทรงอำนาจคนนี้ เงินสิบล้านบาทสำหรับพนักงานหนึ่งคนคือการทำลายสถิติทั้งหมด และการประกาศว่าเธอได้ถูกซื้อไปแล้วอย่างสมบูรณ์ “ค่ะคุณอนาวิน ดิฉันจะรีบดำเนินการทันทีค่ะ” อรจิรารับคำอย่างทุลักทุเล แทบจะวิ่งออกจากห้องไปด้วยความตื่นตระหนก
ตอนที่2น้องเดียร์ ขณะที่เธอกำลังใช้สมาธิอยู่กับการเช็ดแก้วเพื่อขจัดความคิดฟุ้งซ่านนั้น ทันใดนั้นอคิราห์ก็เดินฝ่าฝูงชนออกมาจากห้องวีไอพี 4 ตรงมาที่เคาน์เตอร์บาร์ สายตาของเขาไม่ได้วอกแวกไปที่ใคร แต่จ้องตรงมาที่ณิชาภาอย่างเจาะจงราวกับจะประกาศอาณาเขต “คุณนนทกร” อคิราห์ทักทายอย่างสุภาพตามมารยาทและเป็นมืออาชีพ แต่ไม่มีไออุ่นในน้ำเสียงแม้แต่น้อย “คนของอนาวินสินะ มีธุระอะไรถึงได้มาขัดจังหวะที่โต๊ะของฉัน” นนทกรเอ่ยเสียงเรียบ พลางเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตากลับหรี่ลงอย่างระวัง อคิราห์ยังคงรักษามารยาทไว้อย่างดีเยี่ยม “ผมมาในฐานะตัวแทนเจ้านายครับ พอดีมีข้อความสำคัญที่อยากฝากบอกพนักงานคนนี้เป็นการส่วนตัว” “เรื่องส่วนตัว” นนทกรเลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย “เกรงว่าในชั่วโมงงานที่ฉันจองตัวเธอไว้ อะไรที่เป็นเรื่องของเดียร์ก็ถือเป็นเรื่องที่ฉันต้องรู้ด้วย หวังว่านายคงเข้าใจในกฎกติตานะ “ผมเข้าใจครับ แต่ข้อความนี้คุณวินน์กำชับมาว่าต้องถึงมือเธอตอนนี้” “ถ้าอย่างนั้นก็รอให้จบเคสของฉันก่อน หรือไม่ก็รอน้องเดียร์เลิกงาน” นนทกตัดบทอย่างเด็ดขาดพลาง
ตอนที่1รอยร้าวในแก้ววิสกี้ กลิ่นวิสกี้ราคาแพงผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ คืออากกาศที่ ณิชาภา (ณิชา) ต้องสูดดมเพื่อประทังชีวิตในทุกค่ำคืน ภายใต้หน้ากากชื่อที่ใช้ในร้านเธอคือ เดียร์ ชุดเดรสสั้นสีดำที่รัดรูปไม่ได้ช่วยลดความอ้างว้างในใจลงได้เลย แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสของอดีตคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลับเย็นเยียบและแข็งกร้าวราวกับเป็นเกราะป้องกันไม่ให้โลกภายนอกเข้าถึงความอ่อนแอที่เหลืออยู่เธอต้องดิ้นรนเพื่อกอบกู้ครอบครัวที่ล้มละลาย และทุกแก้วที่เธอริน ทุกย่างก้าวที่เธอเดิน คือการพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือใครอีกต่อไป “เดียร์ ห้องสี่วีไอพี ไปหน่อยสิ” เสียงธนาภา เพื่อนร่วมงานคนสนิทเรียกขึ้นณิชาภากำถาดเครื่องดื่มแน่น สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่โซนวีไอพีด้วยท่าทีนิ่งสงบ ห้องวีไอพี 4 เงียบสงัดอย่างน่าประหลาด รังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูหนักอึ้ง ชายสองคนนั่งอยู่ที่นั่น พวกเขาดูภูมิฐานจนน่าเกรงขามและชายที่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นคือ อนาวิน อัศวนนท์ ส่วนอีกคนคือลูกน้องคนสนิทของเขา หัวใจของเธอเหมือนถูกกระชากออกจากอก ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก




![คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


