หน้าหลัก / โรแมนติก / รอยราคีที่จำยอม / ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

แชร์

ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-22 02:05:21

สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอลซ่าพาส (Ailsa Craig) เข้าสู่ตัวเมือง แต่ความเหน็บหนาวกลับพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นภายในห้องรับแขกของชาล็อต คุณวิทยา มองดูลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ  เขาลูบศีรษะไอริณอย่างเบามือ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความโล่งใจที่เห็นลูกสาวกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง

“ยัยปานลูก!... พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเคืองอะไรในความรักของลูกเลยนะ” คุณวิทยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน

“เราตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูก ก็เพราะอยากจะมาเห็นกับตาว่าลูกมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าและเมื่อเห็นคุณปริญคอยประคองลูกไม่ห่างแบบนี้ พ่อก็รู้แล้วว่าพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอดีตที่ผ่านไปอีกแล้ว”

ปริญคุกเข่าลงต่อหน้าคุณวิทยาและคุณประภาศรี แววตาของเขามั่นคงและแน่วแน่ “คุณอาครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมในวันนั้นมันคือแผลใหญ่ในใจของทุกคน แต่ผมอยากให้คุณอาเชื่อว่า ผมจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่รักษาความเจ็บปวดนั้นด้วยความรักของผม ผมจะไม่ยอมให้ไอริณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป”

คุณประภาศรีปาดน้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความตื้นตัน

“แม่รู้จ้ะปริญ ชาล็อตได้โทรคุยกับพ่อและแม่อยู่ตลอด ว่าปริญดูแลไอริณดีแค่ไหน โดยเฉพาะตอนที่ปริญเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องชีวิตของไอริณที่เนินเขา หัวใจของแม่คนนี้ก็ยอมรับในตัวปริญไปนานแล้ว ยิ่งรู้ว่าตอนนี้มีตัวเล็กๆ กำลังจะมาเกิด แม่ยิ่งดีใจ... ขอบคุณนะลูกที่ดูแลไอริณและหลานของแม่เป็นอย่างดี”

“คุณแม่ไม่โกรธปานจริงๆ นะคะ?”  ไอริณถามเสียงสั่น

“โกรธเรื่องอะไรกันลูก? การที่มีชีวิตใหม่เกิดขึ้นมามันคือของขวัญที่วิเศษที่สุดต่างหาก”  คุณประภาศรีสวมกอดลูกสาว  

“หลานคนนี้จะเป็นสายใยที่เชื่อมให้ครอบครัวของเราแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมนะลูก” พ่อเลี้ยงสนธิ ที่นั่งฟังอยู่เนิ่นนานค่อยๆ ยิ้มออกมา เขาตบบ่าลูกชายเบาๆ

“แกทำถูกแล้วปริญ การเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ายอมรับและเดินหน้าต่อ ตอนนี้แกเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวในสายตาพ่อแล้วนะการที่แกจะจัดงานแต่งงานที่นี่ พ่อเห็นดีด้วยทุกประการ เราจะจัดให้สมเกียรติของหนูไอริณ ให้สมกับที่คุณวิทยาและคุณประภาศรีไว้ใจมอบแก้วตาดวงใจให้ดูแล”

“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่ทั้งสองที่เมตตาผม” ปริญเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง ชาล็อตที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“เห็นไหมจ๊ะเด็กๆ มนต์ขลังของเอดินบะระไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายใคร แต่มีไว้เพื่อประสานรอยร้าวให้กลับมาสวยงาม ความรักที่ผ่านความเป็นความตายมาได้ ย่อมเป็นรักแท้ที่มั่นคงที่สุด”  ในช่วงบ่ายของวันนั้น บรรยากาศภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยความคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  โต๊ะอาหารยาวถูกจัดวางด้วยเมนูพิเศษที่ชาล็อตตั้งใจทำร่วมกับแม่ครัวท้องถิ่น  ทั้งเนื้อแกะอบสมุนไพรและซุปข้นร้อนๆ คละคลุ้งไปกับกลิ่นอายของชาอังกฤษรสเลิศ  คุณประภาศรีและคุณวิทยานั่งร่วมโต๊ะกับพ่อเลี้ยงสนธิ  ต่างก็ปรึกษาหารือกันเรื่องฤกษ์ยามและการเตรียมงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า  “ส่วนเรื่องเรือนหอ  ผมยกคฤหาสน์หลังเล็กริมทะเลสาบที่ผมเคยซื้อทิ้งไว้ให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของเด็กทั้งคู่ก็แล้วกัน ”  พ่อเลี้ยงสนธิเอ่ยอย่างใจปล้ำ

“ขอบคุณพ่อเลี้ยงมากครับ แต่ผมว่าแค่เห็นเขาสองคนรักกันแบบนี้ ผมกับประภาศรีก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะครับ”

 คุณวิทยาตอบพลางจิบชาอย่างสบายใจ  ทางด้านไอริณและปริญ ทั้งคู่ขอตัวออกมาเดินเล่นในสวนหลังบ้านยามเย็น แสงแดดรำไรสีส้มทอประกายพาดผ่านแนวต้นสนที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ไอริณซบหน้าลงบนอกแกร่งของปริญ สูดกลิ่นกายที่คุ้นเคยด้วยความรู้สึกปลอดภัยที่สุด

“เห็นไหมคะคุณปริญ... ความจริงมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดเลย ผู้ใหญ่ท่านมีเมตตาและเข้าใจเราเสมอ”

“นั่นเพราะคุณอยู่ข้างผมต่างหากไอริณ  ถ้าไม่มีคุณ ผมคงไม่กล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของตัวเองแบบนี้” ปริญประคองใบหน้าหวานขึ้นมาสบตา  “จากนี้ไป... ผมจะไม่ให้มีความลับ หรือความเศร้าใดๆ มาแทรกกลางระหว่างเราได้อีก เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด มีเพียงความรักที่บริสุทธิ์นำทางชีวิต”

ปริญโน้มใบหน้าลงมาจุมพิตที่หน้าผากของไอริณอย่างแผ่วเบา เป็นจุมพิตที่แทนคำสัญญาว่าจะรักและดูแลเธอไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ไอริณรู้สึกได้ถึงแรงดิ้นเบาๆ ในท้อง ราวกับสมาชิกตัวน้อยกำลังรับรู้ถึงความสุขของพ่อและแม่

หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง แต่มันกลับดูไม่หนาวเหน็บเหมือนวันแรกๆ ที่ไอริณเดินทางมาถึงเอดินบะระด้วยหัวใจที่บอบช้ำ ความอบอุ่นจากคนข้างกายและสายใยจากครอบครัวที่เดินทางมาหา ทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นสวรรค์บนดินสำหรับเธอโดยสมบูรณ์  บททดสอบจากสายเลือดที่เพิ่งผ่านพ้นไปคือเครื่องยืนยันว่า ความรักที่แท้จริงสามารถเอาชนะได้ทุกอุปสรรค์

“พรุ่งนี้... เราจะเริ่มเตรียมงานแต่งงานกันจริงๆ แล้วนะไอริณ” ปริญกระซิบข้างหู

“ค่ะ... ฉันจะรอวันนั้น วันที่ฉันจะได้เป็นเจ้าสาวของคุณอย่างเต็มตัวเสียที”

มวลอากาศรอบกายที่เคยหนักอึ้ง  บัดนี้กลับเบาสบายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของดอกไม้เมืองหนาวที่ผลิบาน  ท่ามกลางหิมะ มนต์ขลังแห่งไฮแลนด์ได้ทำหน้าที่เป็นสักขีพยานในความรักบทใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืน  พร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าสู่รุ่งอรุณที่สดใสด้วยกันตลอดไป

หลังจากมื้ออาหารที่แสนอบอุ่นจบลง พ่อเลี้ยงสนธิได้เชิญคุณวิทยาออกไปยังหัวถนน  กันตามลำพัง  ที่นั่นมีห้องสมุดของชาล็อตที่เปิดบริการให้เช่า  ทั้งคู่พูดคุยถึงเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินและอนาคตของคนทั้งคู่ในฐานะดองกันอย่างเป็นทางการ  

พ่อเลี้ยงสนธิหยิบเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ เป็นสัญญามอบกรรมสิทธิ์ที่ดินในเชียงรายให้แก่หลานที่กำลังจะเกิดมา  เพื่อเป็นการการันตีว่าชีวิตน้อยๆ นี้จะเติบโตขึ้นมาพร้อมความมั่นคงที่สุด

“ผมอยากให้คุณวิทยามั่นใจว่า ผมจะดูแลหนูไอริณเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของผมคนหนึ่ง และหลานคนนี้จะเป็นผู้สืบทอดทุกอย่างที่ผมสร้างมา”    พ่อเลี้ยงสนธิเอ่ยด้วยความจริงใจ  ทางด้านคุณวิทยาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม  

“ผมเชื่อใจพ่อเลี้ยงครับ และผมก็เชื่อในตัวปริญด้วย  สิ่งที่เงินทองซื้อหาไม่ได้เลยคือความรับผิดชอบที่เขามีต่อลูกสาวผมในยามที่เขาไม่มีแม้แต่ความทรงจำ  นั่นคือเครื่องพิสูจน์ความเป็นคนดีและรักลูกสาวผมจริงๆ

ในขณะเดียวกันที่ห้องนั่งเล่น คุณประภาศรีและชาล็อตกำลังนั่งล้อมวงคุยกันเรื่องการเตรียมตัวเป็นคุณแม่มือใหม่ของไอริณ คุณประภาศรีหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เธอเคยใช้บันทึกการเติบโตของไอริณตั้งแต่แรกเกิดมาส่งให้ลูกสาว

“แม่เอาเล่มนี้มาให้ลูกนะไอริณ เอาไว้จดบันทึกเรื่องราวของตัวเล็กในท้องลูกนะจ๊ะ วันหนึ่งเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะได้รู้ว่าเขาเกิดมาท่ามกลางความรักของพวกเราทุกคนมากแค่ไหน”

ไอริณรับสมุดเล่มนั้นมา น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นออกมา เธอรู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบที่สุด  ความลับที่เคยแบกไว้จนหนักอึ้งบัดนี้ได้ปลดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวังและรุ่งอรุณใหม่ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าปริญขยับเข้ามากุมมือเธอไว้พลางกระซิบ

“หลังจากงานแต่งงานที่นี่ ผมอยากพาคุณไปจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายนะไอริณ ผมอยากให้คุณเป็นคุณผู้หญิง' ของผมอย่างสมบูรณ์ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย”

“แค่มีคุณกับลูก ฉันก็ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้วค่ะ”  

ไอริณตอบพลางสบตาชายหนุ่มด้วยความรัก

บรรยากาศยามค่ำคืนในเอดินบะระคืนนั้นช่างเงียบสงบ แสงเทียนภายในคฤหาสน์ส่องสว่างโชติช่วงราวกับจะร่วมเฉลิมฉลองให้กับความสุขของคนทั้งสองครอบครัว สายใยที่ถูกถักทอขึ้นใหม่นี้จะไม่มีวันขาดสะบั้นลงอีกโดยง่าย  เพราะมันถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของการให้อภัยและความเข้าใจที่แท้จริง

ไอริณหลับตาลงในอ้อมกอดของปริญด้วยหัวใจที่เบาสบาย เธอไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์ที่โรงแรมอีกต่อไป แต่เธอฝันถึงภาพงานแต่งงานริมทะเลสาบที่มีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง และเสียงหัวเราะของคนในครอบครัวที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา... ฝันที่เป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 20: มนต์ขลังที่ยั่งยืน

    กาลเวลาในเอดินบะระผ่านไปพร้อมกับฤดูกาลที่ผันแปร จากหิมะที่เคยปกคลุมขาวโพลนเริ่มละลายกลายเป็นหยาดน้ำใสชโลมดิน ดอกไม้ป่าและต้นกอร์สสีเหลืองอร่ามเริ่มผลิบานตามเนินเขาไฮแลนด์ บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่นเดียวกับครรภ์ของไอริณ ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับจนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของคนทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปริญกลายเป็นสามีที่ดูแลภรรยาได้อย่างไร้ที่ติ เ ขาละทิ้งภาพลักษณ์พ่อเลี้ยงผู้เย่อหยิ่งในอดีตไปจนหมดสิ้น ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาเตรียมน้ำขิงอุ่นๆ และผลไม้รสเปรี้ยววางไว้ข้างเตียงเพราะไอริณยังมีอาการแพ้ท้องหลงเหลืออยู่บ้างเพียงเล็กน้อย เขาหัดเข้าครัวเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคุณประภาศรีผ่านทางวิดีโอคอลเพื่อให้ไอริณได้ทานอาหารที่ถูกปากและมีประโยชน์ที่สุด“วันนี้ลูกดิ้นเก่งจังเลยนะคะปริญ” ไอริณเอ่ยพลางลูบหน้าท้องโตที่นูนขึ้นมาเป็นระยะ ขณะเอนกายพักผ่อนที่ม้านั่งในสวน ปริญวางมือลงทับลงไปทันที เขาสัมผัสได้ถึงแรงถีบเบาๆ จากข้างในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม“สงสัยจะอยากออกมาเห็นโลกกว้างแล้วล่ะครับไอริณ อีกไม่กี่สัปดาห์เรา

  • รอยราคีที่จำยอม   บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

    เช้าวันสำคัญในเอดินบะระเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงระฆังเบาๆ จากโบสถ์หินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก แสงแดดกลางฤดูหนาวที่ทอประกายสะท้อนกับเกล็ดหิมะบนยอดหญ้าทำให้โลกทั้งใบดูราวกับถูกฉาบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของชาล็อตในวันนี้ เต็มไปด้วยความชุลมุนที่แสนจะอบอุ่น คุณประภาศรี และ คุณวิทยา ต่างช่วยกันตรวจทานความเรียบร้อยของชุดแต่งงานและของใช้ในพิธี ขณะที่ พ่อเลี้ยงสนธิก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานขนาดเล็กริมชายป่าสนที่โอบล้อมทะเลสาบหลังบ้านที่ถูกเนรมิตเป็นวิมานสีขาว“คุณวิทยาคะ ดูสิคะ... ชุดกิลต์ (Kilt) ลายสก๊อตของปริญเนี่ย พอใส่แล้วดูเป็นหนุ่ม สก็อตขึ้นมาทันตาเลยนะคะ” คุณประภาศรีเอ่ยพลางจัดแจงปกเสื้อให้ลูกเขยด้วยความเอ็นดู ปริญในวันนี้อยู่ในชุดประจำชาติสก็อตแลนด์ที่ชาล็อตตั้งใจสั่งตัดให้เป็นพิเศษ ผ้าลายสก๊อตสีเขียวเข้มสลับน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่น่ายกย่องในไฮแลนด์ ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์และดูองอาจกว่าวันไหนๆชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มรับและก้มลงไหว้คุณประภาศรีด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“ขอบคุณครับคุณแม่... ผมตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆ แต่แววตานั้นมุ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 18: เพลิงรักใต้แสงจันทร์และพันธะสัญญาแห่งหัวใจ

    ราตรีกาลในเมืองเอดินบะระเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดสนเบาๆ อยู่ภายนอกหน้าต่าง ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ แสงจากเตาผิงเต้นระบำเป็นเงาวูบวาบอยู่บนผนังไม้โอ๊ก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ ปริญจึงมีโอกาสได้อยู่กับไอริณเพียงลำพังในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีไอริณ นั่งอยู่บนขอบเตียงนุ่มในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีมุกที่ทิ้งตัวสลวย ผิวพรรณของเธอดูผุดผ่องภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตากลมโตจ้องมองสามีในนามที่เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก เธอเห็น ปริญ ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเข้มที่ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความสง่างาม สายตาของเขาที่จดจ้องมองมาที่เธอนั้นร้อนแรงราวกับเปลวไฟในเตาผิง แต่กลับแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด“ไอริณ... ผมขอทักทายลูกหน่อยได้ไหมครับ?” ปริญเอ่ยเสียงทุ้มพร่า พลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ ชายหนุ่มค่อยๆ วางฝ่ามือหนาที่อบอุ่นลงบนหน้าท้องที่บัดนี้เริ่มนูนขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัดของไอริณอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไปชีวิตน้อยๆ ข้างในจะสะดุ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

    สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอลซ่าพาส (Ailsa Craig) เข้าสู่ตัวเมือง แต่ความเหน็บหนาวกลับพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นภายในห้องรับแขกของชาล็อต คุณวิทยา มองดูลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เขาลูบศีรษะไอริณอย่างเบามือ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความโล่งใจที่เห็นลูกสาวกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง“ยัยปานลูก!... พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเคืองอะไรในความรักของลูกเลยนะ” คุณวิทยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน“เราตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูก ก็เพราะอยากจะมาเห็นกับตาว่าลูกมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าและเมื่อเห็นคุณปริญคอยประคองลูกไม่ห่างแบบนี้ พ่อก็รู้แล้วว่าพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอดีตที่ผ่านไปอีกแล้ว”ปริญคุกเข่าลงต่อหน้าคุณวิทยาและคุณประภาศรี แววตาของเขามั่นคงและแน่วแน่ “คุณอาครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมในวันนั้นมันคือแผลใหญ่ในใจของทุกคน แต่ผมอยากให้คุณอาเชื่อว่า ผมจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่รักษาความเจ็บปวดนั้นด้วยความรักของผม ผมจะไม่ยอมให้ไอริณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป”คุณประภาศรีปาดน้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความตื้นตัน“แม่รู้จ้ะปริญ ชาล็อตได้โทรคุยกับพ่อและแม่อยู่ตลอด ว่าปริญดูแลไอ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 16: หน้ากากที่ถูกฉีกกระชาก

    รุ่งเช้าที่ควรจะสงบสุขในคฤหาสน์หินกลางเมืองเอดินบะระกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยรังสีความกดดัน ไอริณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัว อาการแพ้ท้องเริ่มรบกวนเธอมากขึ้นในระยะหลัง แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจเธอมากกว่าความเจ็บป่วยทางกาย คือการมีอยู่ของรินดา ผู้หญิงที่เป็นเงาอดีตของปริญ ซึ่งยังคงวางท่าทางเป็นเจ้าของบ้านและพยายามแสดงความใกล้ชิดกับปริญอย่างออกนอกหน้าปริญนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เขาดูเคร่งขรึมและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยความล้าไว้บนใบหน้าคมสัน เมื่อไอริณเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหวังจะเข้าไปช่วยประคองตามสัญชาตญาณความห่วงใย“ไอริณครับ... เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนเห็นคุณอาเจียนหนักเลย” ปริญเอ่ยพลางยื่นมือออกมา ทว่ารินดาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงกลับแทรกกลางเข้ามาทันที “อุ๊ย! ปริญคะ รินดาเตรียมกาแฟรสชาติที่ปริญชอบไว้ให้ที่ระเบียงแล้วนะคะ ส่วนแม่สาวน้อยนี่... ถ้าไม่สบายก็นอนพักอยู่บนห้องดีกว่าไหมจ๊ะ? เดี๋ยวจะมาเป็นภาระคนอื่นเขาเปล่าๆ” ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 15: แขกไม่ได้รับเชิญและรอยร้าวในใจ

    บรรยากาศหลังวันปีใหม่ในเอดินบะระยังคงปกคลุมด้วยไอหนาวเย็นเยือก ท้องฟ้าสีเทาหม่นดูจะสอดคล้องกับความรู้สึกกังวลลึกๆ ในใจของ ไอริณ หลังจากที่ปริญเริ่มมีเศษเสี้ยวความทรงจำกลับมา แม้เขาจะแสดงออกว่ารักและเทิดทูนเธอเพียงใด แต่เธอก็รู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อย เช้าวันนั้น ขณะที่ไอริณกำลังช่วยชาล็อตจัดเตรียมดอกไม้สดในห้องรับแขก เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชาล็อตขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะปกติบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีแขกมาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย“ใครกัน!..มาแต่เช้า..วันนี้ก็ไม่ได้มีนัดกับใครนี่นา เดี๋ยวแม่ไปดูเองจ้ะ” ชาล็อตเอ่ยพลางเดินไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊กเปิดออก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดโอเวอร์โค้ตขนเฟอร์สีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์หรูดูสวยสง่าราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แว่นกันแดดแบรนด์เนมถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคมเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ“สวัสดีค่ะคุณป้าชาล็อต จำรินดาได้ไหมคะ?” เสียงหวานแหลมที่ดูคุ้นหูทำให้ไอริณที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ชาล็อตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระลึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ รินดา นางแบบสาวชื่อด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 14: แสงแรกของปีใหม่และเศษเสี้ยวความทรงจำ  

    บรรยากาศทั่วเมืองเอดินบะระในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หรือที่ชาวสก็อตเรียกว่า 'ฮ็อกมาเนย์' (Hogmanay) เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงดนตรีพื้นเมืองที่ดังแว่วมาตามสายลมหนาว แม้หิมะจะยังคงปกคลุมตามยอดอาคารหินทรายแต่หัวใจของผู้คนกลับอบอุ่นด้วยการรอคอยแสงไฟจากการจุดพลุเฉลิมฉลองที่หน้าปราสาทเอดินบะระ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 13: ของขวัญจากท้องฟ้าและสัญญาที่รอคอย

    เช้าวันใหม่ในเอดินบะระเริ่มต้นด้วยความเงียบสงบที่ผิดไปจากทุกวัน หิมะที่เคยตกหนักเริ่มเบาบางลงทิ้งไว้เพียงปุยขาวละเอียดที่ปกคลุมยอดไม้ ภายในคฤหาสน์หินของชาล็อต ไอริณ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอุ่นซ่านในหัวใจ เธอเฝ้ามองใบหน้าของปริญ ที่หลับใหลอยู่บนโซฟาข้างเตียงในห้องพักฟื้นที่บ้านเขาปฏิเสธที่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 12: หัวใจที่เริ่มสั่นคลอน และความลับในสายเลือด

    บรรยากาศยามบ่ายในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลเอดินบะระเริ่มอบอุ่นขึ้นด้วยแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านสีขาว ไอริณ กำลังช่วยจัดเตรียมผลไม้และน้ำดื่มไว้บนโต๊ะข้างเตียงให้กับ ปริญที่เริ่มขยับตัวได้คล่องแคล่วขึ้นบ้างแล้ว แม้ความทรงจำของเขาจะยังคงเป็นหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า แต่สภาพร่างกายภายนอกกลับฟื้นตัวได้รวด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 11: ลมหายใจในความว่างเปล่า

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรยังคงส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันของพักผู้ป่วย กลิ่นอายของความตายที่เคยวนเวียนอยู่รอบเตียงดูจะจางลงไปบ้าง แต่ความกดดันกลับเพิ่มทวีขึ้นในใจของ ไอริณ เธอไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน มือยังคงเกาะกุมมือหนาของ ปริญ ไว้ราวกับกลัวว่าหากเธอปล่อยเพียงเสี้ยววินาที ลมหาย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status