ホーム / โรแมนติก / รอยราคีที่จำยอม / บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

共有

บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

เช้าวันสำคัญในเอดินบะระเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงระฆังเบาๆ จากโบสถ์หินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก แสงแดดกลางฤดูหนาวที่ทอประกายสะท้อนกับเกล็ดหิมะบนยอดหญ้าทำให้โลกทั้งใบดูราวกับถูกฉาบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของชาล็อตในวันนี้  เต็มไปด้วยความชุลมุนที่แสนจะอบอุ่น คุณประภาศรี และ คุณวิทยา ต่างช่วยกันตรวจทานความเรียบร้อยของชุดแต่งงานและของใช้ในพิธี ขณะที่ พ่อเลี้ยงสนธิก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานขนาดเล็กริมชายป่าสนที่โอบล้อมทะเลสาบหลังบ้านที่ถูกเนรมิตเป็นวิมานสีขาว

“คุณวิทยาคะ ดูสิคะ... ชุดกิลต์ (Kilt) ลายสก๊อตของปริญเนี่ย พอใส่แล้วดูเป็นหนุ่ม  สก็อตขึ้นมาทันตาเลยนะคะ”  คุณประภาศรีเอ่ยพลางจัดแจงปกเสื้อให้ลูกเขยด้วยความเอ็นดู  ปริญในวันนี้อยู่ในชุดประจำชาติสก็อตแลนด์ที่ชาล็อตตั้งใจสั่งตัดให้เป็นพิเศษ ผ้าลายสก๊อตสีเขียวเข้มสลับน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่น่ายกย่องในไฮแลนด์ ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์และดูองอาจกว่าวันไหนๆชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มรับและก้มลงไหว้คุณประภาศรีด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม

“ขอบคุณครับคุณแม่... ผมตื่นเต้นนิดหน่อยครับ”  เขาตอบเพียงสั้นๆ แต่แววตานั้นมุ่งมั่นจนสัมผัสได้  ที่ห้องนอนชั้นบน ไอริณ นั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ชาล็อตกำลังบรรจงติดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวลูกไม้สีขาวนวลให้เธออย่างเบามือ วันนี้ไอริณไม่ได้สวมชุดแต่งงานอลังการ ลากยาวเหมือนในความฝันของเด็กสาวทั่วไป  แต่เธอเลือกชุดเดรสผ้าไหมทิ้งตัวเรียบง่ายสไตล์วินเทจที่เน้นความสบายของครรภ์อ่อนๆ  แต่ออร่าแห่งความเป็นแม่และความสุขที่ฉายชัดในแววตากลับทำให้เธอดูสวยสง่าอย่างหาที่ติไม่ได้

“ไอริณลูก... วันนี้เจ้าสาวของแม่ทูนหัวสวยที่สุดในเอดินบะระเลยนะ”  ชาล็อตกระซิบบอกพลางลูบไหล่บาง  

“มนต์ขลังของดินแดนแห่งนี้จะคุ้มครองหัวใจของลูกนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป” ไอริณไม่ได้ตอบเป็นคำพูดแต่เธอเอื้อมมือไปกุมมือชาล็อตไว้แน่น ความรู้สึกขอบคุณหลั่งไหลอยู่ในใจ เธอเดินลงมาจากชั้นบนอย่างช้าๆ โดยมีคุณวิทยาที่ยืนรอรับอยู่ที่เชิงบันไดเพื่อทำหน้าที่คุณพ่อผู้ไปส่งตัวเจ้าสาว

เสียงปี่สก็อต (Bagpipe) เริ่มดังแว่วมาตามสายลมหนาว  ทำนองเพลงที่มีมนต์ขลังแต่ไพเราะนำพาขบวนเล็กๆ ไปยังแท่นพิธีที่จัดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ ปริญยืนรออยู่ที่นั่นท่ามกลางสายตาของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย และชาล็อต พิธีการในวันนี้ไม่มีบาทหลวงผู้มาทำหน้าที่พร่ำบ่น แต่ชาล็อตเป็นผู้นำพิธี 'Handfasting' หรือการผูกข้อมือตามประเพณีโบราณ

พิธีเริ่มต้นขึ้นด้วยความนิ่งสงบ ปริญและไอริณหันหน้าเข้าหากัน ชาล็อตหยิบผ้าลายสก๊อตสีสันสวยงามสองผืนมาพาดวางลงบนมือที่กุมกันของทั้งคู่  ผ้าผืนหนึ่งแทนอดีตที่ผ่านพ้น และอีกผืน  แทนอนาคตที่กำลังจะมาถึง

“ปริญ... ไอริณ... มือที่ผูกติดกันนี้คือสัญลักษณ์ของการหลอมรวมจิตวิญญาณ ไม่ใช่การล่ามโซ่ แต่คือการเดินเคียงข้างกันในฐานะเพื่อนแท้และคู่ชีวิต”  ชาล็อตเอ่ยเสียงกังวาน  ในช่วงวินาทีที่ผ้าถูกผูกปมลงบนข้อมือของทั้งคู่  ไอริณรู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่ซ่านมาจากมือของปริญ เขาไม่ได้กล่าวคำสัญญาที่เลิศเลอ  แต่เขากระชับมือเธอไว้แน่นสัมผัสที่ส่งผ่านมานั้นบอกชัดเจนว่า  เขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกต่อไป แววตาของชายหนุ่มที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ คุณวิทยาที่ยืนมองอยู่ข้างๆ  พ่อเลี้ยงสนธิถึงกับลอบปาดน้ำตาเบาๆ  เขาเห็นภาพที่ผู้ชายคนหนึ่งยอมทิ้งทิฐิและอดีตเพื่อเริ่มต้นใหม่  เพื่อลูกสาวของเขาจริงๆ

ท่าทางที่ปริญประคองไอริณขณะก้าวข้ามโขดหินเล็กๆ ในพิธีเพื่อสื่อถึงการก้าวผ่านอุปสรรค เป็นภาพที่จับใจทุกคนที่อยู่ที่นั่นยิ่งกว่าคำพูดสาบานรักใดๆ หลังจบพิธีผูกข้อมือ บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองขนาดเล็กก็เริ่มขึ้นท่ามกลางกลิ่นหอมของเนื้อย่างสมุนไพรและซุปข้นร้อนๆ ควันจางๆ จากอาหารเลิศรสคละคลุ้งไปกับอากาศหนาว พ่อเลี้ยงสนธิเดินเข้ามากอดปริญและไอริณพร้อมๆกัน

“จากนี้ไป... แกคือหัวหน้าครอบครัวแล้วนะปริญ ดูแลหนูไอริณและหลานของฉันให้ดีที่สุด”   พ่อเลี้ยงสนธิเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

“ผมจะทำให้ดีที่สุดครับพ่อ  ดีเหมือนที่พ่อดูแลผมแม้ไม่มีแม่อยู่ ผมจะเข้มแข็งและเอาใจใส่ครอบครัวให้ดีที่สุด  รวมถึงการดูแลพ่อด้วย”  ปริญตอบสั้นๆ แต่ทว่ามั่นคง ในช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่กำลังนั่งคุยกันถึงเรื่องราวในอดีตและอนาคตอย่างออกรสชาติ ปริญพาไอริณเลี่ยงออกมาเดินที่ริมทะเลสาบหลังบ้าน  ท้องฟ้ายามโพล้เพล้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมส้ม  เขาประคองร่างบางให้นั่งลงบนม้านั่งไม้เก่าๆ พลางคลุมผ้าห่มลายสก๊อตผืนหนาให้เธอ  “เหนื่อยไหมครับไอริณ?”  เขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ไม่เลยค่ะปริญ... วันนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเกิดใหม่จริงๆ”  “ผมก็เหมือนกันครับ” ปริญทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเธออีกครั้ง มือหนาลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยผ่านเนื้อผ้าเดรสสีขาว

“วันนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างถูกต้องต่อหน้าสวรรค์และหน้าพ่อแม่แล้วนะไอริณ ผมจะไม่มองย้อนกลับไปข้างหลังอีกต่อไป อนาคตของผมคือคุณ... และเจ้าตัวเล็กคนนี้เท่านั้น”  ไอริณก้มลงจูบที่หน้าผากของสามีอย่างแผ่วเบา  ไม่มีคำสาบานหวานหู มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของขุนเขา  ความขมขื่นที่เคยเป็นเมฆหมอกบังตา  บัดนี้ได้สลายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปในกระดูก บรรยากาศงานแต่งงานท่ามกลางไฮแลนด์จบลงด้วยความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง  

แสงไฟจากคฤหาสน์ส่องสว่างโชติช่วงราวกับดวงดาวบนดิน ท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสักขีพยานอีกครั้ง  ทุกคนในครอบครัวต่างหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มและความสุข  ไอริณหลับตาลงในอ้อมแขนของปริญด้วยหัวใจที่เบาสบายที่สุดในชีวิต เธอรู้แล้วว่า 'มนต์ขลัง' ที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นด้วยตา แต่อยู่ที่หัวใจสองดวงที่กล้าจะให้อภัยและก้าวเดินไปพร้อมกันตลอดกาล

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 20: มนต์ขลังที่ยั่งยืน

    กาลเวลาในเอดินบะระผ่านไปพร้อมกับฤดูกาลที่ผันแปร จากหิมะที่เคยปกคลุมขาวโพลนเริ่มละลายกลายเป็นหยาดน้ำใสชโลมดิน ดอกไม้ป่าและต้นกอร์สสีเหลืองอร่ามเริ่มผลิบานตามเนินเขาไฮแลนด์ บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่นเดียวกับครรภ์ของไอริณ ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับจนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของคนทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปริญกลายเป็นสามีที่ดูแลภรรยาได้อย่างไร้ที่ติ เ ขาละทิ้งภาพลักษณ์พ่อเลี้ยงผู้เย่อหยิ่งในอดีตไปจนหมดสิ้น ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาเตรียมน้ำขิงอุ่นๆ และผลไม้รสเปรี้ยววางไว้ข้างเตียงเพราะไอริณยังมีอาการแพ้ท้องหลงเหลืออยู่บ้างเพียงเล็กน้อย เขาหัดเข้าครัวเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคุณประภาศรีผ่านทางวิดีโอคอลเพื่อให้ไอริณได้ทานอาหารที่ถูกปากและมีประโยชน์ที่สุด“วันนี้ลูกดิ้นเก่งจังเลยนะคะปริญ” ไอริณเอ่ยพลางลูบหน้าท้องโตที่นูนขึ้นมาเป็นระยะ ขณะเอนกายพักผ่อนที่ม้านั่งในสวน ปริญวางมือลงทับลงไปทันที เขาสัมผัสได้ถึงแรงถีบเบาๆ จากข้างในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม“สงสัยจะอยากออกมาเห็นโลกกว้างแล้วล่ะครับไอริณ อีกไม่กี่สัปดาห์เรา

  • รอยราคีที่จำยอม   บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

    เช้าวันสำคัญในเอดินบะระเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงระฆังเบาๆ จากโบสถ์หินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก แสงแดดกลางฤดูหนาวที่ทอประกายสะท้อนกับเกล็ดหิมะบนยอดหญ้าทำให้โลกทั้งใบดูราวกับถูกฉาบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของชาล็อตในวันนี้ เต็มไปด้วยความชุลมุนที่แสนจะอบอุ่น คุณประภาศรี และ คุณวิทยา ต่างช่วยกันตรวจทานความเรียบร้อยของชุดแต่งงานและของใช้ในพิธี ขณะที่ พ่อเลี้ยงสนธิก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานขนาดเล็กริมชายป่าสนที่โอบล้อมทะเลสาบหลังบ้านที่ถูกเนรมิตเป็นวิมานสีขาว“คุณวิทยาคะ ดูสิคะ... ชุดกิลต์ (Kilt) ลายสก๊อตของปริญเนี่ย พอใส่แล้วดูเป็นหนุ่ม สก็อตขึ้นมาทันตาเลยนะคะ” คุณประภาศรีเอ่ยพลางจัดแจงปกเสื้อให้ลูกเขยด้วยความเอ็นดู ปริญในวันนี้อยู่ในชุดประจำชาติสก็อตแลนด์ที่ชาล็อตตั้งใจสั่งตัดให้เป็นพิเศษ ผ้าลายสก๊อตสีเขียวเข้มสลับน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่น่ายกย่องในไฮแลนด์ ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์และดูองอาจกว่าวันไหนๆชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มรับและก้มลงไหว้คุณประภาศรีด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“ขอบคุณครับคุณแม่... ผมตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆ แต่แววตานั้นมุ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 18: เพลิงรักใต้แสงจันทร์และพันธะสัญญาแห่งหัวใจ

    ราตรีกาลในเมืองเอดินบะระเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดสนเบาๆ อยู่ภายนอกหน้าต่าง ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ แสงจากเตาผิงเต้นระบำเป็นเงาวูบวาบอยู่บนผนังไม้โอ๊ก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ ปริญจึงมีโอกาสได้อยู่กับไอริณเพียงลำพังในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีไอริณ นั่งอยู่บนขอบเตียงนุ่มในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีมุกที่ทิ้งตัวสลวย ผิวพรรณของเธอดูผุดผ่องภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตากลมโตจ้องมองสามีในนามที่เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก เธอเห็น ปริญ ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเข้มที่ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความสง่างาม สายตาของเขาที่จดจ้องมองมาที่เธอนั้นร้อนแรงราวกับเปลวไฟในเตาผิง แต่กลับแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด“ไอริณ... ผมขอทักทายลูกหน่อยได้ไหมครับ?” ปริญเอ่ยเสียงทุ้มพร่า พลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ ชายหนุ่มค่อยๆ วางฝ่ามือหนาที่อบอุ่นลงบนหน้าท้องที่บัดนี้เริ่มนูนขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัดของไอริณอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไปชีวิตน้อยๆ ข้างในจะสะดุ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

    สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอลซ่าพาส (Ailsa Craig) เข้าสู่ตัวเมือง แต่ความเหน็บหนาวกลับพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นภายในห้องรับแขกของชาล็อต คุณวิทยา มองดูลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เขาลูบศีรษะไอริณอย่างเบามือ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความโล่งใจที่เห็นลูกสาวกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง“ยัยปานลูก!... พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเคืองอะไรในความรักของลูกเลยนะ” คุณวิทยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน“เราตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูก ก็เพราะอยากจะมาเห็นกับตาว่าลูกมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าและเมื่อเห็นคุณปริญคอยประคองลูกไม่ห่างแบบนี้ พ่อก็รู้แล้วว่าพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอดีตที่ผ่านไปอีกแล้ว”ปริญคุกเข่าลงต่อหน้าคุณวิทยาและคุณประภาศรี แววตาของเขามั่นคงและแน่วแน่ “คุณอาครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมในวันนั้นมันคือแผลใหญ่ในใจของทุกคน แต่ผมอยากให้คุณอาเชื่อว่า ผมจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่รักษาความเจ็บปวดนั้นด้วยความรักของผม ผมจะไม่ยอมให้ไอริณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป”คุณประภาศรีปาดน้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความตื้นตัน“แม่รู้จ้ะปริญ ชาล็อตได้โทรคุยกับพ่อและแม่อยู่ตลอด ว่าปริญดูแลไอ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 16: หน้ากากที่ถูกฉีกกระชาก

    รุ่งเช้าที่ควรจะสงบสุขในคฤหาสน์หินกลางเมืองเอดินบะระกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยรังสีความกดดัน ไอริณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัว อาการแพ้ท้องเริ่มรบกวนเธอมากขึ้นในระยะหลัง แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจเธอมากกว่าความเจ็บป่วยทางกาย คือการมีอยู่ของรินดา ผู้หญิงที่เป็นเงาอดีตของปริญ ซึ่งยังคงวางท่าทางเป็นเจ้าของบ้านและพยายามแสดงความใกล้ชิดกับปริญอย่างออกนอกหน้าปริญนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เขาดูเคร่งขรึมและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยความล้าไว้บนใบหน้าคมสัน เมื่อไอริณเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหวังจะเข้าไปช่วยประคองตามสัญชาตญาณความห่วงใย“ไอริณครับ... เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนเห็นคุณอาเจียนหนักเลย” ปริญเอ่ยพลางยื่นมือออกมา ทว่ารินดาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงกลับแทรกกลางเข้ามาทันที “อุ๊ย! ปริญคะ รินดาเตรียมกาแฟรสชาติที่ปริญชอบไว้ให้ที่ระเบียงแล้วนะคะ ส่วนแม่สาวน้อยนี่... ถ้าไม่สบายก็นอนพักอยู่บนห้องดีกว่าไหมจ๊ะ? เดี๋ยวจะมาเป็นภาระคนอื่นเขาเปล่าๆ” ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 15: แขกไม่ได้รับเชิญและรอยร้าวในใจ

    บรรยากาศหลังวันปีใหม่ในเอดินบะระยังคงปกคลุมด้วยไอหนาวเย็นเยือก ท้องฟ้าสีเทาหม่นดูจะสอดคล้องกับความรู้สึกกังวลลึกๆ ในใจของ ไอริณ หลังจากที่ปริญเริ่มมีเศษเสี้ยวความทรงจำกลับมา แม้เขาจะแสดงออกว่ารักและเทิดทูนเธอเพียงใด แต่เธอก็รู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อย เช้าวันนั้น ขณะที่ไอริณกำลังช่วยชาล็อตจัดเตรียมดอกไม้สดในห้องรับแขก เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชาล็อตขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะปกติบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีแขกมาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย“ใครกัน!..มาแต่เช้า..วันนี้ก็ไม่ได้มีนัดกับใครนี่นา เดี๋ยวแม่ไปดูเองจ้ะ” ชาล็อตเอ่ยพลางเดินไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊กเปิดออก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดโอเวอร์โค้ตขนเฟอร์สีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์หรูดูสวยสง่าราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แว่นกันแดดแบรนด์เนมถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคมเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ“สวัสดีค่ะคุณป้าชาล็อต จำรินดาได้ไหมคะ?” เสียงหวานแหลมที่ดูคุ้นหูทำให้ไอริณที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ชาล็อตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระลึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ รินดา นางแบบสาวชื่อด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 10: อุบัติเหตุเปลี่ยนชีวิต

    เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าเหนือเมืองเอดินบะระถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาทะมึนสลับกับแสงแดดอ่อนๆ ที่พยายามลอดผ่านลงมา หิมะที่เริ่มโปรยปรายเมื่อคืนทิ้งร่องรอยสีขาวบางๆ ไว้ตามยอดหญ้าและโขดหิน จอร์นยืนรอหญิงสาวอยู่ที่หน้าบ้านพักด้วยชุดเดินป่าที่ดูทะมัดทะแมง เขามองร่างบางของไอริณที่เดินออกมาในชุดที่รัดกุมขึ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 9: คำทำนายของผู้หญิงเฟย์

    นี่คือพรสวรรค์ที่ตกทอดมาตามสายเลือดของ ‘ผู้หญิงเฟย์’ (Fae Women) บรรพบุรุษของเธอเชื่อว่าโชคชะตาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเส้นด้ายที่ถูกปั่นและทอไว้ล่วงหน้า และหน้าที่ของเธอคือการมองเห็นรอยต่อของเส้นด้ายเหล่านั้นเพื่อชี้นำทางที่ควรจะเป็น “เลือด. และน้ำตา.” ชาล็อตพึมพำเบาๆ เมื่อภาพในลูกแก้วเริ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 8: สงครามประสาทในเมืองเก่า

    อากาศยามสายในย่านโอลด์ทาวน์ (Old Town) ของเมืองเอดินบะระนั้นเย็นเยียบจนเห็นเป็นไอสีขาวจางๆ ยามที่ลมหายใจพ่นออกมา ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ที่ปูด้วยหินเก่าแก่และแวดล้อมด้วยอาคารหินทรายสีเข้มสไตล์ยุคกลาง ดูเข้มขลังและมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่สำหรับไอริณ ที่กำลังเดินเคียงคู่ไ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 7: มื้อค่ำใต้แสงเทียนและเงาอดีต

    บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของบ้านพักเก่าแก่ในเอดินบะระคืนนี้ดูจะเงียบเชียบกว่าปกติ แสงจากเชิงเทียนสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวทอดเงาวูบวาบไปตามผนังหิน กลิ่นหอมของสเต็กเนื้อลิฟอายย่างสมุนไพรและไวน์แดงรสเลิศควรจะทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย แต่สำหรับ ไอริณ หรือปานวาดแล

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status