Home / โรแมนติก / รอยราคีที่จำยอม / ตอนที่ 11: ลมหายใจในความว่างเปล่า

Share

ตอนที่ 11: ลมหายใจในความว่างเปล่า

เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรยังคงส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันของพักผู้ป่วย  กลิ่นอายของความตายที่เคยวนเวียนอยู่รอบเตียงดูจะจางลงไปบ้าง แต่ความกดดันกลับเพิ่มทวีขึ้นในใจของ ไอริณ เธอไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน มือยังคงเกาะกุมมือหนาของ ปริญ ไว้ราวกับกลัวว่าหากเธอปล่อยเพียงเสี้ยววินาที ลมหายใจที่แผ่วเบานั้นจะหลุดลอยไป

“คุณปริญ... ได้โปรดเถอะค่ะ ตื่นขึ้นมามองหน้าฉันสักครั้ง” เธอพึมพำด้วยเสียงที่แหบพร่าจากการไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน  ทันใดนั้น นิ้วมือของชายหนุ่มที่เธอเกาะกุมไว้ก็เริ่มขยับไหว ไอริณเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอจ้องมองใบหน้าคมสันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าพันแผลด้วยตาไม่กะพริบ เปลือกตาของเขาพยายามขยับลืมขึ้นช้าๆ อย่างยากลำบาก

“คุณปริญ! คุณฟื้นแล้ว! ชาล็อตคะ! ปริญฟื้นแล้วค่ะ!” เธอตะโกนเรียกแม่ทูนหัวด้วยความดีใจ น้ำตาแห่งความโล่งอกเอ่อท้นเต็มสองตา  ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงไฟในห้องทำให้เขาต้องหรี่ตาและกะพริบถี่ๆ  เพื่อปรับโฟกัส สายตาที่เคยคมกริบและแฝงไปด้วยความลึกลับบัดนี้กลับดูเลื่อนลอย เขาค่อยๆ หันมองไปรอบๆ ห้องด้วยท่าทางงุนงง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่หญิงสาวที่กำลังเกาะกุมมือเขาไว้อย่างแนบแน่น อยู่ข้างเตียง

“คุณ... คุณคือใคร?”  คำถามสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผาก ทำให้ไอริณถึงกับนิ่งอึ้งราวกับถูกสาป ความยินดีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตระหนกวูบใหญ่ เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาเงาของปริญคนเดิมที่เคยมองเธอด้วยสายตาเปี่ยมความหมาย แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า... เขาไม่ได้โกหก เขาจำเธอไม่ได้จริงๆ

“ฉัน... ฉันคือปานวาดไงคะ หรือที่คุณเรียกว่าไอริณ... คุณจำไม่ได้เหรอคะ?” เธอถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ ปริญขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บปวดที่ศีรษะแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาต้องหลับตาลงอีกครั้ง  “ปานวาด... ไอริณ... ผมไม่รู้จัก ผมจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่... แม้แต่ชื่อของตัวเอง”

ชาล็อตที่รีบเดินเข้ามาพร้อมทีมแพทย์เข้าตรวจอาการทันที ผลการตรวจเบื้องต้นยืนยันว่าอุบัติเหตุจากการตกกระแทกอย่างรุนแรงทำให้สมองส่วนความจำได้รับความเสียหาย ปริญสูญเสียความทรงจำย้อนหลัง (Retrograde Amnesia) เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองคือใคร อาการนี้จะเกิดขึ้นหลังสมองบวมจนกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการความจำเสื่อม ชั่วคราวหรืออาจจะถาวร ถาสมองเสียหายมาก  เราจะประเมินผลและวางแผนรักษากันต่อไป

เมื่อทีมแพทย์ออกจากห้องไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็กลับมาปกคลุมอีกครั้งปริญมองดูไอริณด้วยสายตาที่เกรงใจและสับสน เขาเห็นน้ำตาของเธอแล้วรู้สึกเจ็บปวดในอกอย่างประหลาด ทั้งที่เขามั่นใจว่าไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน           “ผมขอโทษนะครับ... ที่จำคุณไม่ได้ คุณคงเป็นคนสำคัญสำหรับผมมากใช่ไหม?”  เขาเอ่ยถามเสียงเบา ไอริณนิ่งงันไปกับคำถามนั้น คนสำคัญงั้นหรือ? เขาคืออาชญากรที่ทำลายชีวิตเธอ หรือเขาคือฮีโร่ที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ? ความโกรธแค้นที่เคยมีดูเหมือนจะไม่มีความหมายอีกต่อไปในเมื่อคู่กรณีจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชื่อตัวเอง

“คุณ... คุณเป็นพี่ชายบุญธรรมของฉันค่ะ” เธอเลือกที่จะโกหกคำโตเพื่อรักษาความรู้สึกของเขาและตัวเธอเองในตอนนี้  “เรามาเที่ยวด้วยกันที่นี่ และคุณก็เกิดอุบัติเหตุเพราะพยายามจะช่วยฉัน”  ปริญนิ่งฟังพลางพยายามเรียบเรียงข้อมูล  

“พี่ชายบุญธรรมงั้นเหรอครับ... แล้วทำไมทำไมเวลาผมมองหน้าคุณ ผมถึงรู้สึกเหมือนหัวใจมันบีบคั้นขนาดนี้เหมือนมีบางอย่างที่ผมอยากจะพูดแต่ผมหาคำพูดไม่เจอ”   คำพูดของเขาทำให้ไอริณต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนน้ำตา ความทรงจำที่หายไปของเขาอาจจะเป็นพรจากสวรรค์ที่ทำให้เธอไม่ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอดีต  แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนคำสาปที่ทำให้เธอต้องแบกรับความจริงเพียงลำพัง

“พักผ่อนเถอะค่ะคุณปริญ อย่าเพิ่งคิดอะไรเลย ตอนนี้คุณต้องพักรักษาตัวให้ดีก่อน  เมื่อร่างกายดีขึ้น  ทุกอย่างก็จะดีตามค่ะ ” เธอเอื้อมมือไปลูบผมเขาเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป  ตลอดสัปดาห์ของการพักฟื้น ไอริณกลายเป็นโลกทั้งใบของปริญ ในเมื่อเขาไม่มีความทรงจำอื่นใดเหลืออยู่ เขาจึงยึดเหนี่ยวเธอไว้เป็นที่พึ่งสุดท้าย  เขาเฝ้ามองทุกการกระทำของเธอด้วยความชื่นชมและตกหลุมรัก ‘น้องสาวบุญธรรม’ คนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังรักคนที่เขาเคยทำร้ายอย่างแสนสาหัสมาก่อน 

ส่วนไอริณเอง การที่ต้องดูแลปริญที่ใสซื่อและอ่อนโยนในตอนนี้ ทำให้กำแพงในใจของเธค่อยๆ พังทลายลง เธอเห็นมุมมองใหม่ๆ ของเขาที่ไม่ได้มีแต่ความเจ้าเล่ห์หรือความป่าเถื่อน  ปริญคนใหม่นี้คือผู้ชายที่สุภาพ ให้เกียรติ และใส่ใจเธอในทุกรายละเอียด จนบางครั้งเธอเผลอคิดไปว่า...ถ้าเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นเรื่องราวของเราจะสวยงามขนาดไหน

“ถ้าความทรงจำของเขาไม่กลับมาเลย... มันจะดีกว่าไหมนะ?” เธอพึมพำกับตัวเองขณะมองดูปริญที่หลับใหลอยู่บนเตียง  ชาล็อตที่ยืนดูอยู่หน้าประตูถอนหายใจยาว “ความจริงมันมีสตอรี่ที่พระเจ้าทรงประทานให้อยู่แล้วละลูก..ไอริณ! วันหนึ่งลูกแก้วโชคชะตาจะนำพาความจริงแท้เข้ามาในชีวิตโดยที่ไม่จำเป็นต้องเลือก

ไอริณกุมมือปริญไว้แน่น พลางมองหิมะที่เริ่มละลายที่นอกหน้าต่าง ฤดูกาลกำลังเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่เริ่มสั่นคลอน ปริศนาแห่งความทรงจำที่หายไป ของปริญกลายเป็นโอกาสที่สองที่พระเจ้าประทานมาให้  หรืออาจจะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่รอวันปะทุขึ้นมาอีกครั้ง  เมื่อความลับที่ถูกฝังไว้ใต้กองหิมะเริ่มส่งสัญญาณเตือนออกมาทีละน้อย ปริญลืมตาขึ้นมาในความสลัว เขามองเห็นไอริณที่หลับคาเตียงข้างๆ เขา...เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มเธอแผ่วเบา แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าเธอเป็นใครในอดีต แต่เขาสัญญาแก่ตัวเองในวินาทีนั้นว่า เขาจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้น้ำตาของเธอไหลออกมาอีก...

โดยที่ไม่รู้เลยว่า ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังรอคอยเขาอยู่เมื่อความทรงจำนั้นหวนกลับคืนมาบรรยากาศภายในห้องพักฟื้นที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียด บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความละมุนละไมของแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ไอริณ นั่งอยู่ข้างเตียงของปริญ    เธอพยายามประคองสติและเก็บซ่อนความลับที่เพิ่งได้รับรู้จากผลตรวจเลือดของชาล็อตเมื่อเช้านี้... ความจริงที่ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของชายตรงหน้า ลูกที่เกิดขึ้นจากค่ำคืนที่แสนจะสับสนและเจ็บปวดในครั้งนั้น

“ไอริณครับ... ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ หรือว่าผมทำอะไรให้คุณไม่สบายใจอีก?” เสียงทุ้มของปริญเอ่ยขึ้น  พร้อมกับเอื้อมมือมาสัมผัสหลังมือของเธอเบาๆ ปริญในตอนนี้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แววตาที่เคยมองเธอด้วยความมีเลศนัย บัดนี้กลับใสซื่อและเต็มไปด้วยความทะนุถนอม  แม้ความทรงจำจะหายไปแต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขากลับโหยหาความใกล้ชิดจากเธออย่างรุนแรง

 “เปล่าค่ะ... ฉันแค่กำลังคิดว่าคุณฟื้นขึ้นมาได้แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ” ไอริณฝืนยิ้มตอบ พลางลูบหน้าท้องที่ยังแบนราบของตัวเองอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่บีบคั้น

“คุณรู้ไหมไอริณ... ถึงผมจะจำไม่ได้ว่าเราเคยรักกันยังไง แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณ ผมกลับรู้สึกเหมือนใจมันสั่นระรัว เหมือนผมอยากจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต” ปริญเอ่ยพลางสบตาเธออย่างจริงจัง  

“ถ้าอดีตมันเลือนลางนัก ผมขอโอกาสเริ่มจีบคุณใหม่ตอนนี้เลยได้ไหมครับ?”  คำขอที่ตรงไปตรงมาทำให้ไอริณนิ่งงัน เธอเห็นเขากลายเป็นผู้ชายที่ดูอ่อนโยนและขี้อ้อนเหมือนเด็กๆ เมื่ออยู่ใกล้เธอ

“คุณจำไม่ได้เหรอคะว่าคุณเคยทำตัวร้ายกาจกับฉันขนาดไหน?” เธอถามหยั่งเชิง ปริญหัวเราะเบาๆ  “ผมคงจะบ้ามากแน่ๆ ถ้าทำแบบนั้นกับผู้หญิงที่น่ารักอย่างคุณ แต่ตอนนี้ผมไม่ใช่คนเดิมคนนั้นแล้วนะ ผมคือจอร์นคนใหม่ที่จะทำให้คุณรักผมให้ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 20: มนต์ขลังที่ยั่งยืน

    กาลเวลาในเอดินบะระผ่านไปพร้อมกับฤดูกาลที่ผันแปร จากหิมะที่เคยปกคลุมขาวโพลนเริ่มละลายกลายเป็นหยาดน้ำใสชโลมดิน ดอกไม้ป่าและต้นกอร์สสีเหลืองอร่ามเริ่มผลิบานตามเนินเขาไฮแลนด์ บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่นเดียวกับครรภ์ของไอริณ ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับจนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของคนทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปริญกลายเป็นสามีที่ดูแลภรรยาได้อย่างไร้ที่ติ เ ขาละทิ้งภาพลักษณ์พ่อเลี้ยงผู้เย่อหยิ่งในอดีตไปจนหมดสิ้น ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาเตรียมน้ำขิงอุ่นๆ และผลไม้รสเปรี้ยววางไว้ข้างเตียงเพราะไอริณยังมีอาการแพ้ท้องหลงเหลืออยู่บ้างเพียงเล็กน้อย เขาหัดเข้าครัวเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคุณประภาศรีผ่านทางวิดีโอคอลเพื่อให้ไอริณได้ทานอาหารที่ถูกปากและมีประโยชน์ที่สุด“วันนี้ลูกดิ้นเก่งจังเลยนะคะปริญ” ไอริณเอ่ยพลางลูบหน้าท้องโตที่นูนขึ้นมาเป็นระยะ ขณะเอนกายพักผ่อนที่ม้านั่งในสวน ปริญวางมือลงทับลงไปทันที เขาสัมผัสได้ถึงแรงถีบเบาๆ จากข้างในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม“สงสัยจะอยากออกมาเห็นโลกกว้างแล้วล่ะครับไอริณ อีกไม่กี่สัปดาห์เรา

  • รอยราคีที่จำยอม   บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

    เช้าวันสำคัญในเอดินบะระเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงระฆังเบาๆ จากโบสถ์หินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก แสงแดดกลางฤดูหนาวที่ทอประกายสะท้อนกับเกล็ดหิมะบนยอดหญ้าทำให้โลกทั้งใบดูราวกับถูกฉาบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของชาล็อตในวันนี้ เต็มไปด้วยความชุลมุนที่แสนจะอบอุ่น คุณประภาศรี และ คุณวิทยา ต่างช่วยกันตรวจทานความเรียบร้อยของชุดแต่งงานและของใช้ในพิธี ขณะที่ พ่อเลี้ยงสนธิก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานขนาดเล็กริมชายป่าสนที่โอบล้อมทะเลสาบหลังบ้านที่ถูกเนรมิตเป็นวิมานสีขาว“คุณวิทยาคะ ดูสิคะ... ชุดกิลต์ (Kilt) ลายสก๊อตของปริญเนี่ย พอใส่แล้วดูเป็นหนุ่ม สก็อตขึ้นมาทันตาเลยนะคะ” คุณประภาศรีเอ่ยพลางจัดแจงปกเสื้อให้ลูกเขยด้วยความเอ็นดู ปริญในวันนี้อยู่ในชุดประจำชาติสก็อตแลนด์ที่ชาล็อตตั้งใจสั่งตัดให้เป็นพิเศษ ผ้าลายสก๊อตสีเขียวเข้มสลับน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่น่ายกย่องในไฮแลนด์ ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์และดูองอาจกว่าวันไหนๆชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มรับและก้มลงไหว้คุณประภาศรีด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“ขอบคุณครับคุณแม่... ผมตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆ แต่แววตานั้นมุ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 18: เพลิงรักใต้แสงจันทร์และพันธะสัญญาแห่งหัวใจ

    ราตรีกาลในเมืองเอดินบะระเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดสนเบาๆ อยู่ภายนอกหน้าต่าง ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ แสงจากเตาผิงเต้นระบำเป็นเงาวูบวาบอยู่บนผนังไม้โอ๊ก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ ปริญจึงมีโอกาสได้อยู่กับไอริณเพียงลำพังในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีไอริณ นั่งอยู่บนขอบเตียงนุ่มในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีมุกที่ทิ้งตัวสลวย ผิวพรรณของเธอดูผุดผ่องภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตากลมโตจ้องมองสามีในนามที่เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก เธอเห็น ปริญ ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเข้มที่ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความสง่างาม สายตาของเขาที่จดจ้องมองมาที่เธอนั้นร้อนแรงราวกับเปลวไฟในเตาผิง แต่กลับแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด“ไอริณ... ผมขอทักทายลูกหน่อยได้ไหมครับ?” ปริญเอ่ยเสียงทุ้มพร่า พลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ ชายหนุ่มค่อยๆ วางฝ่ามือหนาที่อบอุ่นลงบนหน้าท้องที่บัดนี้เริ่มนูนขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัดของไอริณอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไปชีวิตน้อยๆ ข้างในจะสะดุ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

    สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอลซ่าพาส (Ailsa Craig) เข้าสู่ตัวเมือง แต่ความเหน็บหนาวกลับพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นภายในห้องรับแขกของชาล็อต คุณวิทยา มองดูลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เขาลูบศีรษะไอริณอย่างเบามือ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความโล่งใจที่เห็นลูกสาวกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง“ยัยปานลูก!... พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเคืองอะไรในความรักของลูกเลยนะ” คุณวิทยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน“เราตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูก ก็เพราะอยากจะมาเห็นกับตาว่าลูกมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าและเมื่อเห็นคุณปริญคอยประคองลูกไม่ห่างแบบนี้ พ่อก็รู้แล้วว่าพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอดีตที่ผ่านไปอีกแล้ว”ปริญคุกเข่าลงต่อหน้าคุณวิทยาและคุณประภาศรี แววตาของเขามั่นคงและแน่วแน่ “คุณอาครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมในวันนั้นมันคือแผลใหญ่ในใจของทุกคน แต่ผมอยากให้คุณอาเชื่อว่า ผมจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่รักษาความเจ็บปวดนั้นด้วยความรักของผม ผมจะไม่ยอมให้ไอริณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป”คุณประภาศรีปาดน้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความตื้นตัน“แม่รู้จ้ะปริญ ชาล็อตได้โทรคุยกับพ่อและแม่อยู่ตลอด ว่าปริญดูแลไอ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 16: หน้ากากที่ถูกฉีกกระชาก

    รุ่งเช้าที่ควรจะสงบสุขในคฤหาสน์หินกลางเมืองเอดินบะระกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยรังสีความกดดัน ไอริณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัว อาการแพ้ท้องเริ่มรบกวนเธอมากขึ้นในระยะหลัง แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจเธอมากกว่าความเจ็บป่วยทางกาย คือการมีอยู่ของรินดา ผู้หญิงที่เป็นเงาอดีตของปริญ ซึ่งยังคงวางท่าทางเป็นเจ้าของบ้านและพยายามแสดงความใกล้ชิดกับปริญอย่างออกนอกหน้าปริญนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เขาดูเคร่งขรึมและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยความล้าไว้บนใบหน้าคมสัน เมื่อไอริณเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหวังจะเข้าไปช่วยประคองตามสัญชาตญาณความห่วงใย“ไอริณครับ... เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนเห็นคุณอาเจียนหนักเลย” ปริญเอ่ยพลางยื่นมือออกมา ทว่ารินดาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงกลับแทรกกลางเข้ามาทันที “อุ๊ย! ปริญคะ รินดาเตรียมกาแฟรสชาติที่ปริญชอบไว้ให้ที่ระเบียงแล้วนะคะ ส่วนแม่สาวน้อยนี่... ถ้าไม่สบายก็นอนพักอยู่บนห้องดีกว่าไหมจ๊ะ? เดี๋ยวจะมาเป็นภาระคนอื่นเขาเปล่าๆ” ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 15: แขกไม่ได้รับเชิญและรอยร้าวในใจ

    บรรยากาศหลังวันปีใหม่ในเอดินบะระยังคงปกคลุมด้วยไอหนาวเย็นเยือก ท้องฟ้าสีเทาหม่นดูจะสอดคล้องกับความรู้สึกกังวลลึกๆ ในใจของ ไอริณ หลังจากที่ปริญเริ่มมีเศษเสี้ยวความทรงจำกลับมา แม้เขาจะแสดงออกว่ารักและเทิดทูนเธอเพียงใด แต่เธอก็รู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อย เช้าวันนั้น ขณะที่ไอริณกำลังช่วยชาล็อตจัดเตรียมดอกไม้สดในห้องรับแขก เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชาล็อตขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะปกติบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีแขกมาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย“ใครกัน!..มาแต่เช้า..วันนี้ก็ไม่ได้มีนัดกับใครนี่นา เดี๋ยวแม่ไปดูเองจ้ะ” ชาล็อตเอ่ยพลางเดินไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊กเปิดออก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดโอเวอร์โค้ตขนเฟอร์สีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์หรูดูสวยสง่าราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แว่นกันแดดแบรนด์เนมถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคมเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ“สวัสดีค่ะคุณป้าชาล็อต จำรินดาได้ไหมคะ?” เสียงหวานแหลมที่ดูคุ้นหูทำให้ไอริณที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ชาล็อตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระลึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ รินดา นางแบบสาวชื่อด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 9: คำทำนายของผู้หญิงเฟย์

    นี่คือพรสวรรค์ที่ตกทอดมาตามสายเลือดของ ‘ผู้หญิงเฟย์’ (Fae Women) บรรพบุรุษของเธอเชื่อว่าโชคชะตาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเส้นด้ายที่ถูกปั่นและทอไว้ล่วงหน้า และหน้าที่ของเธอคือการมองเห็นรอยต่อของเส้นด้ายเหล่านั้นเพื่อชี้นำทางที่ควรจะเป็น “เลือด. และน้ำตา.” ชาล็อตพึมพำเบาๆ เมื่อภาพในลูกแก้วเริ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 8: สงครามประสาทในเมืองเก่า

    อากาศยามสายในย่านโอลด์ทาวน์ (Old Town) ของเมืองเอดินบะระนั้นเย็นเยียบจนเห็นเป็นไอสีขาวจางๆ ยามที่ลมหายใจพ่นออกมา ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ที่ปูด้วยหินเก่าแก่และแวดล้อมด้วยอาคารหินทรายสีเข้มสไตล์ยุคกลาง ดูเข้มขลังและมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่สำหรับไอริณ ที่กำลังเดินเคียงคู่ไ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 7: มื้อค่ำใต้แสงเทียนและเงาอดีต

    บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของบ้านพักเก่าแก่ในเอดินบะระคืนนี้ดูจะเงียบเชียบกว่าปกติ แสงจากเชิงเทียนสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวทอดเงาวูบวาบไปตามผนังหิน กลิ่นหอมของสเต็กเนื้อลิฟอายย่างสมุนไพรและไวน์แดงรสเลิศควรจะทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย แต่สำหรับ ไอริณ หรือปานวาดแล

  • รอยราคีที่จำยอม   บทที่ 6: ดินแดนแห่งมนต์ขลัง

    เสียงประกาศเที่ยวบินจากลำโพงของสนามบินนานาชาติเอดินบะระดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ขุ่นมัวด้วยไอหมอกหนา ปานวาดก้าวเท้าออกมาจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งภายในอก อากาศที่นี่หนาวเหน็บกว่าที่เธอจินตนาการไว้มากลมแรงพัดมาปะทะใบหน้าจนผิวแก้มที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อเริ่มซีดเผือดหญิงสาวกระชับเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status