LOGINคืนนั้นอวิกานั่งเช็คข้อความลูกค้าจนดึกกว่าปกติเพราะไม่ได้ทำงานหลายวัน คิมหันต์จึงเป็นคนพาน้องเอื้อเข้านอนในห้องใหม่ หญิงสาวปิดคอมพิวเตอร์ตอนเที่ยงคืน เธอเปิดประตูห้องน้องเอื้ออย่างแผ่วเบาเห็นลูกสาวหลับสนิทจึงคลายกังวล
เธอจึงเข้าห้องนอนตัวเอง ความจริงการอยู่ห้องเดียวกันคิมหันต์ไม่ควรเป็นเรื่องแปลก เพราะอย่างน้อยชีวิตแต่งงานสามปีเขากลับบ้านทุกวัน ถึงจะมีกลับดึกในช่วงหลังๆ แต่ไม่เคยไม่กลับ นั่นทำให้อวิกาไม่เคยระแวงเลยว่าชีวิตแต่งงานจะมีคนที่สามก้าวเข้ามา
หญิงสาวถอนใจเธอจะไม่คิดเรื่องนี้อีก เธออาบน้ำเปลี่ยนใส่ชุดนอนออกมาจากห้องน้ำ เห็นคิมหันต์นอนที่ฝั่งของเขา ดูเหมือนว่าจะหลับไปแล้ว ก็ดีเหมือนกันอวิกาคิดในใจ เธอไม่พร้อมคุยกับเขา ช่วงวันสองวันนี้คุยกันไปมากพอแล้ว
เธอลงครีมบำรุงผิวเร็วกว่าปกติเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน จากนั้นจึงปิดไฟเปิดไว้แค่ไฟหัวเตียง เมื่อเธอเอนตัวลงนอนก็ได้ยินเสียงถามของคิมหันต์
“อ้อมนอนดึกแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ”
“ค่ะ คุณยังไม่หลับเหรอ” เธอตอบอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบจากเขา หญิงสาวจึงดึงผ้าห่มคลี่ออกคลุมตัว ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้เตรียมจะหลับ
“พี่รออ้อมเลยยังไม่นอน” ประโยคนั้นทำให้อวิกาหันมามองเขา เขาจึงพูดต่อ
“อ้อมนอนเถอะ พี่สัญญาแล้วจะไม่ผิดคำพูดตัวเอง”
อวิกามองเขา ก่อนที่เธอจะหันหลังให้หลังจากนั้นอีกราวครึ่งชม. ลมหายใจของเธอเริ่มสม่ำเสมอ เป็นการบอกว่าหญิงสาวหลับแล้วเรียบร้อย คิมหันต์จึงเลื่อนตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองคนที่หลับอยู่ ถ้าเขาทำอะไรเธออีกแบบคืนนั้นมีหวังพรุ่งนี้ถูกอัปเปหิไปนอกบ้านแน่
เขามองเธอนิ่งๆ แบบนั้นจนเกือบตีสอง จึงขยับตัวไปใกล้ๆ ก้มลงหอมแก้มนวลนั้นอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะกลับไปนอนฝั่งตัวเอง พลางนึกในใจว่าอยากจะแค่ขอหอมสักทีก็ต้องรอเจ้าตัวหลับสนิท แต่ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับเขา
เช้าวันต่อมาคิมหันต์ตื่นเช้ากว่าปกติเพราะวันนี้เขาต้องไปทำงาน การขับรถจากลำพูนไปเชียงใหม่ในตอนเช้าค่อนข้างใช้เวลา ทำให้เขาต้องตื่นเช้ากว่าที่เคย แต่การได้อยู่เป็นครอบครัวทำให้เขายินดีที่จะตื่นเช้า มากกว่าการไปนอนคนเดียวในห้องพักแพทย์
ชายหนุ่มแต่งตัวเสร็จแล้วจึงไปดูลูก น้องเอื้อกำลังจะตื่นพอดีเด็กหญิงตื่นมาเจอพ่อ จึงไม่งอแง เขาอุ้มลูกสาวเข้าไปในห้องนอนใหญ่ น้องเอื้อโถมตัวเข้าใส่มารดาจนเธอตื่น
อวิกาลืมตาแบบงงๆ เธอเห็นคิมหันต์ในชุดทำงานเรียบร้อย เขาพูดว่า
“วันนี้พี่ต้องไปเร็วหน่อย ลูกตื่นพอดีเลยอุ้มพามาหาอ้อม ถ้าอ้อมจะนอนต่อเดี๋ยวให้พี่เรียกพี่เลี้ยงมาอยู่กับลูกไหม”
อวิกายกมือลูบผม เธอยันตัวลุกขึ้นนั่ง “ไม่เป็นไรค่ะ ให้น้องเอื้ออยู่นี่ล่ะ”
“งั้นพี่ไปก่อน เย็นนี้คงกลับไม่เย็นมากถ้าไม่มีเคสด่วน น้องเอื้อครับ พ่อไปทำงานแล้วนะ” เด็กหญิงยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อซ้ายขวา หลังจากลากันแล้วเขาจึงออกจากห้องนอนไปทำงานด้วยใจที่แช่มชื่นกว่าทุกวัน
อวิกามองตามเขาก่อนจะหันมาหาลูกสาว
“หิวรึยังคะน้องเอื้อ”
เด็กหญิงส่ายหน้า “ยังค่า”
อวิกาจึงพูดว่า “งั้นไปอาบน้ำกัน มาเล่นน้ำกับแม่ดีกว่า”
น้องเอื้อลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น “เล่นน้ำกัน แม่ขา”
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







