LOGINคิมหันต์รีบว่ายน้ำออกไปช่วยอวิกา เขาไปถึงตัวเธอพอดีก่อนที่คลื่นจะพาหญิงสาวออกไปไกลกว่าเดิม วสนต์ตามมาทั้งสองช่วยกันพาอวิกากลับเข้าฝั่ง การ์ดเข้ามาช่วยอีกสองคนขณะที่ปฐมพยาบาลให้อวิกาที่ตอนนี้หมดสติ การ์ดคนหนึ่งถามขึ้นว่า
“คุณผู้ชายที่ลงไปช่วยอีกคนอยู่ไหนครับ”
วสนต์มองหน้าทุกคน “อ้าวพี่คิมไม่ได้ขึ้นมาพร้อมกันเหรอแม่”
คุณมัญชุตาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“ใช่ แม่ยังไม่เห็นคิม มัวห่วงอ้อม”
การ์ดที่ใส่เสื้อชูชีพช่วยกันตามหาคิมหันต์ มีการวอเรียกทีมมาช่วยเสริมอีกหลายคน ในที่สุดอีกสิบนาทีต่อมาพบชายหนุ่มถูกคลื่นซัดออกไปไม่ไกลมากจากจุดที่เขาช่วยอวิกา
เมื่อพาเขาขึ้นมาถึงชายหาด วสนต์รีบปฐมพยาบาลก่อนจะกู้ภัยจะรับตัวเขาไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด วสนต์ตามไปกับรถกู้ภัยในขณะที่ลดาวัลย์ดูแลอวิกาที่เพิ่งฟื้น คุณปู่คุณย่ารับน้องเอื้อไปดูแลให้ ทั้งหมดรีบเก็บของเตรียมตัวตามไปโรงพยาบาล
อีกสองชม.ต่อมา ลดาวัลย์ปลอบอวิกาที่ร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน วสนต์อยู่ข้างในนั้นด้วยและยังไม่มีใครออกมา
“อ้อมไม่น่าพาลูกลงเล่นน้ำเลย” เธอสะอื้น
“ไม่เอาน่าอ้อม ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้” ลดาวัลย์กอดเพื่อน ทั้งที่ตนเองก็ใจคอไม่ดี
“เขาถึงมือหมอแล้ว หมอสนต์ก็อยู่เขาไม่ปล่อยให้พี่ชายเขาเป็นอะไรหรอกอ้อมอย่ากังวลนะ”
สิบห้านาทีต่อมาวสนต์ออกจากห้องฉุกเฉิน
“พี่คิมปลอดภัยแล้ว ชีพจรปกติตอนนี้รอเอ็กซเรย์กับขึ้นห้องพัก อ้อมไปตรวจสักหน่อยดีกว่านะ” เขาบอกเพื่อนและพี่สะใภ้ให้ไปตรวจร่างกาย จากเหตุการณ์ที่เธอจมน้ำเมื่อครู่ ต่อมาพยาบาลจึงเข้ามาพาอวิกาไปตรวจโดยละเอียดตามที่ชายหนุ่มแจ้งไว้
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ครอบครัวจึงได้รับการแจ้งข่าวดี
“คุณอวิกาตั้งครรภ์ค่ะ แต่ร่างกายอ่อนเพลีย ทางเราแนะนำให้นอนให้น้ำเกลือสักคืนนะคะ” คุณหมอแจ้ง
“แอดมิทห้องเดียวกับพี่ชายผมได้ไหมครับคุณหมอ” วสนต์ถาม
“ได้ค่ะ เดี๋ยวหมอจัดการให้นะคะ” เพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลบนเกาะสมุย ที่ขึ้นชื่อเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่แพงที่สุดที่หนึ่งของไทย ทำให้ทุกความต้องการของลูกค้ามักจะถูกตอบรับทันที
ในเวลาต่อมาอวิกาก็ได้เข้าพักห้องเดียวกันกับคิมหันต์ เธอลงจากเตียงคนไข้ ไปนั่งจับมือคิมหันต์อยู่ข้างเตียง
“ทำไมพี่คิมไม่ฟื้นสักทีล่ะสน” เธอถามเพื่อนที่ตอนนี้เป็นน้องชายของสามีด้วย
“อ้อมใจเย็นนะ ร่างกายพี่คิมปกติหมดไม่มีปัญหาอะไรเดี๋ยวเขาก็คงฟื้น” วสนต์ปลอบใจอวิกาและปลอบใจตัวเอง เขาเองก็กังวลเช่นกัน
อวิการ้องไห้เงียบๆ ถึงตอนนี้เธอไม่กลัวอีกแล้วว่าคิมหันต์จะทำร้ายเธออีกแบบในอดีต เขาพิสูจน์ตัวเองแล้วว่ารักเธอมากพอจนก้าวข้ามปมของตัวเอง
“อ้อม อย่าร้องนะลูก” คุณมัญชุตาปลอบลูกสะใภ้ เธอห่วงคิมหันต์แต่ก็ห่วงหลานอีกคนในท้องของอวิกาด้วย
“คุณแม่ อ้อมขอโทษนะคะ” เธอหันไปกอดแม่สามี ท่านลูบหลังอวิกาเบาๆ
“อย่าโทษตัวเองลูก ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้”
“อ้อมไปนอนก่อนเถอะ หนูควรจะนอนก่อนนะ” เสียงของบิดาคิมหันต์กล่าวขึ้นมา ท่านเพิ่งคุยเสร็จกับนายแพทย์เจ้าของไข้
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







