بيت / โรแมนติก / ระบำผีเสื้อ / บทที่ 1 งานใหญ่งานแรก - 35%

مشاركة

บทที่ 1 งานใหญ่งานแรก - 35%

last update تاريخ النشر: 2024-11-01 01:54:04

“ว่าไงนะคะ ลาออกงั้นหรือ”

แพรพิไลถามชายหนุ่มตรงหน้าเสียงแหบแห้ง รู้สึกเรี่ยวแรงหดหายทันทีเมื่อนักสืบมือดีของสำนักงานมายื่นใบลาออก

“คุณแพรต้องเข้าใจผมด้วยนะครับ ลูกผมยังเล็ก ผมเองก็ต้องกินต้องใช้” คนพูดถอนหายใจแผ่ว หลุบตาลงต่ำเหมือนไม่กล้าสู้หน้า

แพรพิไลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ ยอมรับแต่โดยดี

“แพรเข้าใจค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่เคยช่วยงานคุณพ่อมาตั้งหลายปี” หญิงสาวส่งยิ้มฝืดเฝื่อนไปให้

สีหน้าละอายใจผุดขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นชายหนุ่มก็ขอตัวออกไปจากห้องทันที

แพรพิไลไม่คิดโทษใครทั้งสิ้น รู้ดีว่าการที่เธอเข้ามาบริหารสำนักงานนักสืบไพศาลแทนบิดาที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อหกเดือนก่อนเป็นเหตุให้นักสืบหลายคนไม่เชื่อในฝีมือ และต่างพากันคิดว่าเธอกำลังพาสำนักงานนักสืบแห่งนี้ล่มจมลง ดังนั้นในช่วงหกเดือนนี้จึงมีนักสืบคนเก่าคนแก่ฝีมือดีที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบิดาพากันตบเท้าลาออกกันเป็นแถว

จะโทษพวกเขาที่ทอดทิ้งเธอก็ไม่ได้ เพราะในช่วงหกเดือนนี้แทบไม่มีงานผ่านเข้ามาเลยด้วยซ้ำ จะมีก็แต่งานติดตามบุคคล คดีชู้สาวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง ในเมื่อไม่มีงานเข้า รายได้ก็หดหายตามไปด้วย ทว่ายอดหนี้กลับเพิ่มสูงขึ้นจนเธอได้แต่กุมศีรษะเมื่อเห็นรายการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

ตอนที่เธอเรียนปริญญาโทอยู่ต่างประเทศ ไม่เคยรู้เลยว่าบิดาจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึงขนาดนี้ ครั้นพอท่านเสียชีวิตลง เธอจึงถูกเรียกตัวกลับเมืองไทยทันทีเพื่อจัดการงานศพ และเพื่อรับมรดกของบิดา ซึ่งมรดกนั้นก็คือสำนักงานนักสืบไพศาลแห่งนี้ แถมยังพ่วงมาด้วยหนี้สินก้อนโตจากธนาคารอีกด้วย

การเรียนปริญญาโทของเธอสิ้นสุดลงในวันนั้นทันที...

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งปลุกให้แพรพิไลตื่นจากภวังค์ แล้วหันไปมองคนที่กำลังเดินเข้าประตูมาด้วยท่าทางตื่นเต้นระคนดีใจ

“มีอะไรหรือเจ”

“พี่แพร! มีคนมาติดต่อว่าจ้างเราละ ตอนนี้เจให้ไปรอที่ห้องประชุมแล้ว” เจติยา นักศึกษาจบใหม่ เป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันกับแพรพิไลพูดพลางยิ้มพลาง ท่าทางดีใจราวกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

อย่าว่าแต่เจติยาจะดีใจเลย เธอเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้รุ่นน้องเช่นกัน

“จริงหรือ โอเค พี่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ไปตามโจมาให้พี่ด้วยนะ”

ร่างระหงลุกพรวดขึ้นทันทีพร้อมกระดาษปากกาและโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ในการเก็บรายละเอียดตอนรับงาน จากนั้นก็เดินลิ่ว ๆ ออกจากห้องทำงานไปยังห้องประชุมที่ว่าทันที

สำนักงานนักสืบไพศาล เป็นอาคารพาณิชย์สามชั้นสองคูหา ด้านข้างของอาคารเป็นพื้นที่ว่างโล่งประมาณห้าสิบตารางเมตร ซึ่งเป็นใช้เป็นที่จอดรถของสำนักงาน กำแพงด้านหนึ่งของที่จอดรถมีประตูเหล็กเปิดเชื่อมถึงกันกับตัวอาคาร มีไว้สำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการเข้าทางด้านหน้าสำนักงาน และไม่ต้องการให้ผู้อื่นเห็นว่ามาใช้บริการที่นี่

แพรพิไลเคาะประตูบอกคนข้างในตามมารยาทก่อนเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องมีผู้ชายท่าทางภูมิฐาน อายุประมาณสามสิบปลายจนถึงสี่สิบต้น ๆ คนหนึ่งนั่งรออยู่ หญิงสาวลอบสำรวจบุคคลตรงหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วยกมือไหว้ทักทาย

“สวัสดีค่ะ ดิฉันแพรพิไลค่ะ เรียกแพรเฉย ๆ ก็ได้ ไม่ว่าทราบว่าวันนี้มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ” เธอยิ้มบาง ๆ หลังจากแนะนำตัวเองเสร็จและรอการตอบรับจากอีกฝ่าย เห็นเพียงชายหนุ่มยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนพูดว่า

“ผมไม่คิดมาก่อนว่า ผู้สืบทอดกิจการของคุณไพศาลจะเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักขนาดนี้”

น้ำเสียงของเขาฟังเรียบเรื่อย ทำให้หญิงสาวไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของอีกฝ่ายได้เนื่องจากเขาสวมแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดบังดวงตา

แพรพิไลยิ้มละไม ด้วยความที่เป็นคนเก็บอารมณ์ของตัวเองและมองสีหน้าของคนอื่นได้เก่งเพราะบิดาสอนมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เธอโต้ตอบสนทนากับเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะไม่ชอบใจนักที่มีคนมาแตะเรื่องอายุ หรือดูแคลนความสามารถของเธอ

“ขอบคุณที่ชมค่ะ ว่าแต่คุณรู้จักคุณพ่อด้วยหรือคะ”

“รู้จักครับ ผมเคยมาขอให้พ่อของคุณช่วยผมสองสามครั้ง”

ฟังเขาพูดจบ แพรพิไลก็ยิ้มกว้างทันที นึกชื่นชมเขาในใจที่เลือกใช้คำพูดให้เกียรติบิดาของเธอ ตามปกติแล้ว หากเป็นคนอื่นคงพูดว่ามาจ้างให้ทำนั่นทำนี่ แต่เขากลับเลี่ยงไม่ใช้คำนั้น และเลือกใช้คำว่ามาขอให้ช่วยแทน

“อ๋อ...ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้มีอะไรให้ทางเรารับใช้ใช่ไหมคะ คุณ...” เธอไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร แต่ดูจากการแต่งตัวและเครื่องประดับติดกายที่แค่นาฬิกาข้อมือก็เรือนละเกือบล้าน จึงพอเดาได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ฐานะไม่ธรรมดา

“สุกำพลครับ สุกำพล หัสวิจิตร” เขาบอกพร้อมกับถอดแว่นกันแดดที่บดบังดวงตาออก จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาเต็มตา ซึ่งยอมรับเลยว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง

แพรพิไลเคยเห็นเขาตามหน้านิตยสารไฮโซอยู่บ่อย ๆ เขาเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายหลายอย่าง เป็นคนหนุ่มอนาคตไกลที่หยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จไปทุกเรื่อง และที่สำคัญ...เขาแต่งงานแล้ว

“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับคุณแพร” เขายื่นมือออกมาตามธรรมเนียมแบบฝรั่ง

ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะเคยผ่านการเรียนเมืองนอกเมืองนามาแล้ว ถึงแม้จะเรียนไม่จบก็ตาม จึงยื่นมือออกไปจับด้วยความยินดี

เขาปล่อยมือออกอย่างสุภาพ ไม่มีท่าทีล่วงเกินใด ๆ ทำให้แพรพิไลพอใจมาก เพราะตั้งแต่มาทำงานตรงนี้ เธอถูกพวกหัวงูหลอกแต๊ะอั๋งอยู่เรื่อย บางครั้งก็มาว่าจ้างให้ทำงานไร้สาระเช่นติดตามคนหาย และคนที่หายไปก็เป็นลูกชายบ้าง ลูกสาวบ้าง ทั้งที่ความจริงแล้วบุคคลเหล่านั้นก็แค่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน และได้บอกกล่าวกับบิดามารดาไว้เรียบร้อยแล้ว

เธอเบื่องานลักษณะนี้เต็มทน เธออยากได้คดีเจ๋ง ๆ สักคดีเพื่อเชิดหน้าชูตาสำนักงาน และเพื่อพิสูจน์ฝีมือว่าเธอก็มีสายเลือดของบิดาอยู่เต็มเปี่ยม

เสียงเคาะประตูห้องประชุมดังขึ้น ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของจิรายุ แพรพิไลจึงเรียกเขามาแนะนำสุกำพลให้หนุ่มรุ่นน้องรู้จักทันที

“โจ นี่คือคุณสุกำพล หัสวิจิตร”

จิรายุยกมือไหว้ แพรพิไลจึงหันไปแนะนำหนุ่มรุ่นน้องบ้าง

“คุณสุกำพลคะ นี่จิรายุค่ะ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโจก็ได้ เป็นผู้ช่วยของดิฉันเอง”

สุกำพลหันไปยิ้มและผงกศีรษะให้เล็กน้อยอย่างไว้ท่าที จนทุกคนนั่งกันเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตนมาให้พวกเธอดู

“คุณรู้จักผู้หญิงในรูปนี้ไหมครับ” สุกำพลเลื่อนโทรศัพท์มาตรงหน้าแพรพิไลกับจิรายุ

ทั้งสองชะโงกมองพร้อมกัน ก่อนที่หญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องจะพยักหน้าช้า ๆ

“คุณครองขวัญ ภรรยาของคุณ”

แค่เห็นรูปแพรพิไลก็จำได้ทันที เพราะผู้หญิงคนนี้เป็นสาวสังคม งานไหนงานนั้นจะขาดเจ้าตัวไม่ได้เด็ดขาด ครองขวัญเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในวงสังคมชั้นสูงตั้งแต่แต่งงานกับสุกำพลเป็นต้นมา

สุกำพลพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อยจนดูเหมือนไม่ยิ้ม จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ที่วันนี้ผมมาหาคุณแพรให้ช่วยก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับภรรยาของผมคนนี้นั่นแหละครับ”

“เชิญว่ามาได้เลยค่ะ” แพรพิไลหยิบโทรศัพท์มือถือมากดอัดเสียงและตั้งท่าเตรียมจดทันที

“อย่างที่คุณเห็นตามสื่อโซเชียลบ่อย ๆ ว่าภรรยาผมเธอเป็นคนที่ชอบเข้าสังคมมาก”

ชายหนุ่มเริ่มเกริ่นด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่แพรพิไลมองออกว่าเขากำลังว้าวุ่นและไม่สบายใจ สังเกตได้จากการที่เขาประสานมือกันไว้ตรงหน้าแล้วเอานิ้วโป้งถูกันไปมาตลอดเวลา

“และเพราะการเข้าสังคมของเธอ ผมจึงเริ่มสงสัยว่าภรรยาของผมกำลัง...มีชู้”

“อะไรนะคะ...มีชู้!”

แพรพิไลตกใจจนอ้าปากค้างไปชั่วครู่ ครั้นพอได้สติจึงรีบสลัดอาการนั้นทิ้งไปแล้วเข้าสู่โหมดความเป็นนักสืบมืออาชีพด้วยการเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าเสียงเครียด

“ทำไมคุณถึงมั่นใจนักคะว่าภรรยาของคุณกำลังมีคนอื่น”

สุกำพลยักไหล่เล็กน้อย นิ้วชี้เคาะโต๊ะเบา ๆ ราวกับกำลังคิดหาคำพูดที่เหมาะสมก่อนพูดออกมา

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 24 บทส่งท้าย - 100%

    เด็กชายวัชร์ส่งเสียงทักทายผู้เป็นอาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างพลางกางแขนจะให้อุ้ม รชตจึงยื่นมือไปรับร่างป้อมของหลานชายมาอุ้มไว้“แพร นี่พี่โอม พี่ชายพี่เอง...นี่แพร ที่เคยเล่าให้ฟังน่ะ” รชตหันไปแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันแพรพิไลยกมือไหว้อีกฝ่ายก่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อได้ยินที่เขาพูดว่าเคยเล่าเรื่องของเธอให้พี่ชายฟังด้วยพชรรับไหว้พลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตร นัยน์ตาคมกริบลอบประเมินว่าที่น้องสะใภ้แล้วรู้สึกว่าแพรพิไลคนนี้มีบุคลิกเหมือนช่อมาลี ภรรยาของเขาอยู่มากเลยทีเดียวเหมือนที่ความมั่นใจ เหมือนที่ความกระตือรือร้นในแววตา และเหมือนที่ดูเป็นคนอยู่เฉย ๆ ไม่ค่อยได้จากนั้นทั้งหมดก็พากันเข้าไปในห้องรับแขก ซึ่งมีเพียงช่อมาลีนั่งอ่านนิตยสารรถยนต์อยู่เพียงลำพัง ครั้นพอเห็นว่ารชตพาคนรักมาถึงแล้วจึงปิดหนังสือแล้ววางไว้บนโต๊ะตามเดิมรชตแนะนำให้สองสาวรู้จักกัน ซึ่งทั้งแพรพิไลและช่อมาลีต่างรู้สึกถูกชะตากันตั้งแต่ที่ได้พูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยค จากนั้นช่อมาลีก็เดินไปเรียกบิดามารดาของทั้งสองหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์กันอยู่อีกห้องหนึ่งการทำคว

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 24 บทส่งท้าย - 70%

    “ว่าแต่เป้าหมายเป็นใครล่ะ” รชตถามพลางมองไปรอบฟลอร์ ครั้นพอเห็นสายตาของแพรพิไลเขาก็เลิกคิ้วขึ้น“อย่าบอกนะว่าคือผู้หญิงที่เต้นรำกับพี่เมื่อกี้”“ใช่เลย คนนั้นนั่นแหละ” แพรพิไลยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้าของเขาซึ่งทำเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา“อยากรู้ล่ะสิว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ชายหนุ่มกะพริบตาให้เธอข้างหนึ่ง ดูเจ้าชู้กรุ้มกริ่มจนคนมองเห็นแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากเอามือไปปิดตาคู่นั้นไว้เสีย“อยากรู้สิ แต่พี่น่ะจะบอกแพรรึเปล่า”“บอกสิ แต่แพรน่ะยอมเอาตัวเข้าแลกรึเปล่า”แพรพิไลสะดุ้งเฮือกเมื่อแผ่นหลังเปล่าเปลือยสัมผัสกับที่นอนเย็นเฉียบ หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้หญิงสาวกับรชตยังเต้นรำกันอยู่บนฟลอร์ที่คลับเฮรา ทว่าเวลานี้ร่างไร้อาภรณ์ของเธอกลับมานอนอยู่ใต้ร่างกำยำบนเตียงในห้องนอนของตัวเองเสียแล้วทุกอณูเนื้อกำลังถูกลมหายใจและริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ประทับตีตราไปทั่วราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ มือทั้งสองข้างของเขาลูบไล้ฟอนเฟ้นไปทั่ว

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 24 บทส่งท้าย - 35%

    หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสแขนกุดสีม่วงอเมทิสต์เยื้องย่างราวกับนางพญาเข้ามาในคลับเฮรา คลับลีลาศอันโด่งดังที่สุดในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการเต้นรำ เรือนร่างเย้ายวนและความสวยนั้นสะกดสายตาทุกคู่ไว้ได้อย่างง่ายดาย เธออมยิ้มเล็กน้อยระหว่างที่เดินไปยังโต๊ะวีไอพีที่อยู่ด้านในสุด นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองไปรอบด้านด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ฟลอร์เต้นรำที่มีผีเสื้อราตรีหลายคู่กำลังเริงระบำกันท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงมาชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งตกเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวผู้มาใหม่ทันที ปากอิ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ เมื่อรับรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังมองมาทางตนอย่างสนใจหญิงสาวหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบริกรที่มารอรับออร์เดอร์ จากนั้นก็ทำทีเป็นไม่สนใจคนคู่นั้นอีก นิ้วมือเคาะโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะตามเสียงเพลงที่กำลังเปิดอยู่ พลางหลับตาแล้วฮัมไปด้วยอย่างอารมณ์ดี“ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับคุณผู้หญิง”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นตรงหน้าปลุกให้หญิงสาวต้องลืมตาขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ครั้นพอเห็นรอยยิ้มมุมปากของเขากับสายตาเชิญชวนคู่นั้น เธอก็ตอบออกไปอย่างไม่ลังเล

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 23 คลี่คลาย - 100%

    “เลว! อย่างน้อยก็เคยใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา เขาน่าจะนึกถึงเรื่องนี้บ้าง นี่อะไร...เหยียบคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาจมดินแบบนี้เลยน่ะหรือ แล้วตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง พี่อาร์ตรู้ไหมคะ”“คุณพ่อคุณแม่ของคุณขวัญพาไปบำบัดน่ะ เพราะผลข้างเคียงของยาเสพติดพวกนี้ทำให้คนที่ไม่ได้เสพจะเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง...คุณขวัญเคยพยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแล้ว แต่คนในบ้านช่วยไว้ได้ทันเวลา”“แปลกนะคะ ถ้าไปรักษาตัวตอนที่พยายามฆ่าตัวตาย ทำไมไม่เห็นมีข่าวเล็ดลอดออกมาบ้างเลย”เธอจำได้ว่าตอนนั้นพยายามหาข่าวของครองขวัญจากหลาย ๆ ที่ว่าหายไปไหน เนื่องจากไม่เห็นอีกฝ่ายไปที่คลับเฮราติดกันหลายวันแล้ว แต่กลับไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริง ข่าวที่ได้มาจึงค่อนข้างหลากหลายจนดูไม่น่าเชื่อถือ“ตระกูลของคุณขวัญเป็นตระกูลผู้ดีเก่ามีหน้ามีตาในสังคม เรื่องที่จะส่งลูกสาวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลน่ะลืมไปได้เลย เขาเรียกหมอไปรักษาที่บ้าน จ้างพยาบาลส่วนตัวมาเฝ้า เพราะไม่อย่างนั้นเธอก็จะทำร้ายตัวเองอีก”“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าชีวิตพังเพราะผู้ชายคน

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 23 คลี่คลาย - 70%

    “แพรขอโทษ แพรไม่ได้ตั้งใจตะคอกใส่พี่อาร์ตนะ แต่แพรเป็นอะไรไม่รู้ แพรหงุดหงิดไปหมด มันรู้สึกอึดอัดในอกเหมือนจะระเบิดออกมาให้ได้ แพรอยากกรี๊ดออกมาดัง ๆ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาจนอยากทำลายทิ้งให้หมด...แพรไม่อยากเป็นแบบนี้เลยพี่อาร์ต ทำยังไงดี ฮือ...”“เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น มันเป็นผลข้างเคียงจากยาที่แพรดื่มเข้าไปน่ะ ไม่กี่วันก็หายแล้วแพร ทนหน่อยนะ ถ้าแพรอยากทำลายข้าวของ แพรมาทึ้งเสื้อผ้าพี่แทนก็ได้พี่ไม่ว่าหรอก แต่อย่าทำตอนที่หมอกับพยาบาลอยู่ก็พอ เดี๋ยวเป็นข่าว” รชตพูดหน้าตาเฉย ขณะที่คนฟังหัวเราะทั้งน้ำตาแพรพิไลพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้คงที่จนกระทั่งเริ่มผ่อนคลายลงจึงเอ่ยถามเขาเกี่ยวกับเรื่องของศักดิ์อีกครั้ง“ตกลงแล้วพี่ศักดิ์ถูกบีบบังคับยังไงกันคะ”“สุกำพลจับตัวลูก ๆ ของพี่ศักดิ์ไว้เป็นตัวประกันน่ะ พี่ศักดิ์มีลูกสาวกับลูกชายอย่างละคนใช่ไหมล่ะ มันจับเด็ก ๆ ไปอยู่ในความดูแลของสุกำพล เขาบอกว่าจะไม่ทำอะไรเด็กจนกว่าพี่ศักดิ์จะหาหลักฐานที่เหลือมาได้ จนครั้งสุดท้ายที่เขาเรียกใช้งานพี่ศักดิ์ก็คือตอนที่เขาพาตัวแพรไปให้

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 23 คลี่คลาย - 35%

    “ข่าวด่วน นักธุรกิจหนุ่มไฮโซ แท้จริงแล้วคือมาเฟียยาเสพติด!”“นักธุรกิจชื่อดัง สุกำพล พัวพันคดียาเสพติด”ข่าวพาดหัวตัวโตของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างพร้อมใจกันลงข่าวไฮโซหนุ่มเนื้อหอม นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของธุรกิจมากมาย รายการข่าวทางโทรทัศน์และวิทยุต่างนำเสนอข่าวนี้กันแทบทุกช่องจนกลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่คนต่างพูดถึงกันมากที่สุดในประเทศ แม้ว่าจะผ่านมาถึงสองวันแล้วก็ตามรชตหยิบรีโมตคอนโทรลขึ้นกดเปลี่ยนช่องไปดูรายการอื่น เพราะเบื่อข่าวของสุกำพลเต็มที ยิ่งนานวันนักข่าว นักสืบออนไลน์ และนักสืบโซเชียลทั้งหลายต่างก็พากันขุดคุ้ยเรื่องของสุกำพลไม่หยุด บางคนก็แต่งเรื่องโกหก บางคนก็เป็นผู้เสียหาย บางรายก็ฟังเขาเล่ามา จนเวลานี้แทบไม่รู้ว่าข่าวไหนจริง ข่าวไหนเท็จ“พี่อาร์ตเปลี่ยนช่องทำไม” น้ำเสียงราบเรียบของแพรพิไลทำให้ชายหนุ่มหันกลับไปมองที่เตียงคนไข้“อ้าว...ตื่นนานรึยัง อยากกินอะไรไหม” เขาไม่ตอบคำถามของ

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 22 จุดจบของสมาคมหน้ากาก - 35%

    ปารุสสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ ๆ มีมือเย็นเฉียบของใครบางคนมาเกาะที่น่อง ครั้นพอก้มลงมองจึงรู้ว่าเป็นแพรพิไลซึ่งยังอยู่ในอาการเมายาไม่ได้สติ ชายหนุ่มรีบชักขากลับมาแล้วดันหญิงสาวอีกคนที่กำลังนั่งเกาะขาเขาอยู่เข้าไปหาแพรพิไลแทนอย่างน้อยก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน มันคงดีกว่าที่เจ้านายจะ

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 21 เหยื่อบูชายัญแสนสวย - 100%

    “เมื่อกี้เพิ่งให้ไปอีกแก้วครับ อีกสักพักคงเริ่มออกฤทธิ์...คนนี้นายจะลงมือเองรึเปล่าครับ” ที่ถามเพราะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ถูกลักพาตัวมา ไม่เหมือนรายอื่นซึ่งเลือกเอาจากสมาชิกที่ถูกหมายตาไว้แล้วอีกทั้งผู้หญิงคนนี้เจ้านายยังสั่งนักสั่งหนาว่าห้ามทุกคนทำนอกเหนือคำสั่ง โดยเฉพาะการเล่นสน

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 21 เหยื่อบูชายัญแสนสวย - 70%

    เครื่องปรับอากาศในสถานที่แห่งนี้แรงเกินไป ความเย็นต้องผ่านผิวกายจนร่างสั่นสะท้าน แต่ภายในร่างกายกลับร้อนรนปั่นป่วนราวกับมีลาวาไหลวนอยู่ในช่องท้อง เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนราวกับเป็นไข้ หญิงสาวพยายามขยับตัวอีกครั้งพร้อมกับเพ่งสายตาอันพร่าเบลอมองไปรอบ ๆ เพราะอยากรู้ว่าที่นี่คือที่ไหนแต่แล้วก็ต้อง

  • ระบำผีเสื้อ   บทที่ 20 รู้มากไปใช่ว่าจะดี - 70%

    “ช่วงกลางวันพี่แทบไม่ต้องเข้าออฟฟิศของครอบครัว เพราะพี่ชายของพี่เป็นคนดูแลรับผิดชอบอยู่ แต่คลับเฮราคือความรับผิดชอบของพี่เต็ม ๆ พี่ถึงต้องเข้าไปเกือบทุกคืนยกเว้นคืนที่ติดธุระจริง ๆ แล้วคืนนี้แพรก็ต้องไปที่คลับกับพี่ด้วย จะว่าไป เราไม่ได้เต้นรำด้วยกันนานแล้วนะ ลืมหมดรึยังว่าเต้นยังไง”

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status