Share

4 ลากลับบ้าน

last update Tanggal publikasi: 2026-05-07 19:31:16

หลังจากที่เดินชมบ้านหลังเก่าจนอิ่มเอมไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เจนฤทธิ์ก็พาปานรัมภาเดินกลับมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันเวลาที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายสนทนาธุระกันเสร็จสิ้นพอดี

ที่บริเวณมุขหน้าบ้าน แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระย้าขับให้บรรยากาศยามค่ำคืนดูขรึมขลัง คุณหญิงลำดวนและเจนฤทธิ์มายืนส่งปานรัมภากับพ่อของเธอที่ข้างรถยนต์คันหรูซึ่งติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว

“ขอบพระคุณคุณพี่มากนะครับสำหรับอาหารมื้อนี้ และที่เมตตายัยปาน” พล.ต.อ. วรเชญษ์ เอ่ยพร้อมกับยกมือไหว้ลาคุณหญิงลำดวนด้วยความเคารพ

“ไม่เป็นไรเลยตาเชญษ์ ไว้พาหนูปานมาเที่ยวเล่นที่นี่บ่อยๆ นะ คนกันเองทั้งนั้น” คุณหญิงลำดวนตอบรับด้วยรอยยิ้มละไม ก่อนจะหันไปทางลูกสาว

“หมอเจน...ลาคุณอากับน้องหรือยังลูก”

เจนฤทธิ์ก้าวออกมาด้านหน้าเล็กน้อย สายตาของเขาสบประสานกับปานรัมภาอีกครั้ง ความประหม่าที่เคยมีในสวนเริ่มเบาบางลง แต่ความรู้สึกดึงดูดกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นในความเงียบ

“เดินทางกลับดีๆ นะคะคุณอา น้องปาน ไว้มีโอกาส พี่จะขออนุญาตคุณอาพาน้องปานไปทานข้าวบ้างนะคะ”

“ค่ะพี่เจน...ขอบคุณมากนะคะที่พาทัวร์ชมบ้านในวันนี้” ปานรัมภายกมือไหว้ลาคุณหญิงและเจนฤทธิ์ เธอส่งยิ้มให้เขาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย

เมื่อทั้งสองคนก้าวขึ้นรถหรูไปเรียบร้อยแล้ว พล.ต.อ. วรเชญษ์ ก็ลดกระจกลงเพื่อพยักหน้าลาอีกครั้งก่อนที่รถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากอาณาเขตบ้านกิตติภัทร เจนฤทธิ์และคุณหญิงลำดวนยืนส่งจนไฟท้ายรถลับสายตาไปในความมืด

เมื่อสองพ่อลูกกลับมาถึงบ้าน ปานรัมภาก็ขอตัวขึ้นห้องไปพักผ่อน เธออาบน้ำใส่ชุดนอนเรียบร้อยและหลับตาลง ความมืดก็ฉุดรั้งเธอทันที หลังจากนั้นไม่นานความสงบก็มาเยือนเธอ แสงสีขาวเข้ามาเยือนในดวงตาที่ปิดสนิท แต่ไม่นานความมืดและแสงสีขาวก็หายไป

ภาพบางอย่างเริ่มเด่นชัด เมื่อภาพตรงหน้าไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แต่เป็นเรือนกิตติภัทรหลังเก่าแสนงดงามที่เธอได้เข้าไปเดินชมดูกับเจนฤทธิ์เมื่อตอนช่วงค่ำ กลิ่นดอกไม้หอมนานาชนิดก็ลอยปะทะจมูก

ปานรัมภาเดินไปรอบๆ บ้าน เธอเดินตามกลิ่นหอมนั้นไป เดินไปเรื่อยๆ แล้วเธอก็พบกับร่างสูงโปร่ง คนตัวสูงคนนั้นสวมใส่กางเกงแพรสีทองคู่กับเสื้อป่านสีขาว เธอเดินตรงไปหาคนคนนั้น เพราะเธอได้กลิ่นดอกไม้หอมสดชื่นจากตัวของเขา

“สวัสดีค่ะ คุณเป็นใครเหรอคะ” ปานรัมภาถามเบาๆ เพราะกลัวจะเสียมารยาท และเดินเข้าไปประจันหน้ากับเขา คนตัวสูงค่อยๆ หันหน้ามาช้าๆ ปานรัมภารู้สึกกลัวและถอยหลังอัตโนมัติสามก้าว เธอตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของเขา หากประเมินจากสายตาเขาก็คือ เจนฤทธิ์ ลูกสาวของป้าลำดวน

คนตัวสูงหันมายิ้มให้น้อยๆ แล้วกล่าวทักทาย

“สวัสดีแม่ปานรัมภีร์ พี่รอเจ้าอยู่ หวังว่าเจ้าจะมิเข้าใจพี่ผิดไปดอกนะแม่คนงามของพี่”

“พี่เจนฤทธิ์เหรอคะ” ปานรัมภามองหน้าเขาชัดๆ มองนานสักพัก แวบหนึ่งเธอรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันชื่อ ปานรัมภา ค่ะ ไม่ใช่ ปานรัมภีร์”

“แม่ปานรัมภีร์…เหตุใดน้องถึงจำพี่มิได้”

“ทำไมฉันจะจำคุณไม่ได้ คุณคือพี่เจนฤทธิ์ ลูกสาวของคุณป้าลำดวน เจ้าของบ้านหลังนี้ไง”

คนตัวสูงยิ้มตอบน้อยๆ

“เอ๊ะ?” ปานรัมภาสะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ “หรือว่าคุณไม่ใช่พี่เจนฤทธิ์ แล้วคุณเป็นใคร?”

เขาไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มให้ ปานรัมภายิ่งงงหนัก เธอทำหน้าฉงน

“ชื่อของน้องช่างไพเราะ อ่ะนี่พี่ให้น้อง รับไปเถิดแม่คนงาม” คนตัวสูงยื่นดอกไม้สีขาวใส่ในมือของปานรัมภา มันคือดอกกุหลาบสีขาวกลิ่นหอมฟุ้ง

“กลิ่นหอมของมันจะติดมือน้องไปเกือบครึ่งวันเลยหนา”

“คุณเป็นใคร คุณยังไม่ตอบเลยนะคะ”

“พี่เป็นคนคนหนึ่งที่อยู่ในห้วงความคิดคำนึงของน้อง สักวันน้องจักจำพี่ได้ และน้องจะเข้าใจทุกอย่างและอภัยให้พี่”

ทันใดนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดกางเกงแพรสีทองและเสื้อป่านสีขาวก็ค่อยๆ พล่าเลือนและจางหายไป กลายเป็นสายหมอกสีขาวนวลที่เข้าปกคลุมทุกอย่างจนมิดตัว ทิ้งให้ปานรัมภายืนอยู่กลางบ้านหลังเก่าที่เงียบสงัดเพียงลำพัง ความรู้สึกเคว้งคว้างจู่โจมเข้าสู่หัวใจจนเธอต้องหลับตาลงแน่นอีกครั้ง

"เดี๋ยวค่ะ! คุณ! อย่าเพิ่งไป!"

ปานรัมภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ลมหายใจหอบถี่สั่นพร่า หัวใจยังคงเต้นรัวเหมือนคนที่เพิ่งวิ่งมาไกล เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่คุ้นเคย แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านผ้าม่านบอกให้รู้ว่าทุกอย่างเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน

แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักนิ่ง เมื่อความรู้สึกเย็นเยียบและสัมผัสบางอย่างยังหลงเหลืออยู่ที่ฝ่ามือ ปานรัมภายกมือขึ้นมาใกล้ใบหน้า และในวินาทีนั้นเองที่ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

กลิ่นกุหลาบขาว...

กลิ่นหอมสดชื่นที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด กลิ่นเดียวกับที่คนในฝันส่งมอบให้เธอก่อนจะเลือนหายไป บัดนี้มันยังคงติดอยู่ที่มือของเธอจริงๆ หอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วบริเวณที่เธอนอนอยู่ ราวกับจะย้ำเตือนว่าเรื่องราวในฝันนั้นไม่ใช่เพียงแค่จินตนาการ

อดีต

เรือนกิตติภัทร

หากจะกล่าวว่าคนอย่าง คุณหลวงฤทธิ์ กิตติภัทร เป็นคนเจ้าชู้ก็คงจะไม่ถูกนัก หรืออาจจะจริงเพียงกึ่งหนึ่งหากคนภายนอกมองเข้ามา ด้วยเขามีหญิงงามลายล้อมกายไม่ว่างเว้น แต่ความจริงคือเขายังไม่ได้ปักใจรักใครจนถึงขั้นตบแต่งเชิดชูเป็นภรรยาแม้แต่คนเดียว งานราชการในกระทรวงการคลังที่แสนหนักอึ้งและการเตรียมตัวไต่เต้าเป็น "คุณพระ" ในวันข้างหน้า ทำให้เขาเลือกที่จะหาความรื่นรมย์ชั่วครั้งชั่วคราวที่ "บ้านโคมทอง" สถานบันเทิงเริงรมย์ของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มีทั้งหญิงงามและสุรารสเลิศคอยต้อนรับ

ทว่าเบื้องหลังฐานันดรชายชาตรีตามกฎหมาย คุณหลวงฤทธิ์คือบุคคล "สองเพศ" แม้เมื่อแรกเกิดอวัยวะเพศหญิงจะปรากฏเด่นชัด แต่เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายของเขากลับพัฒนาความเป็นชายออกมาอย่างสมบูรณ์จนกฎหมายระบุให้เขาเป็นชาย และ คุณหญิงกลีบลำดวนผู้เป็นมารดาก็ต้องเรียกขานลูกสาวคนนี้ว่า "ลูกชาย" ตามที่ทางการกำหนด หากไม่ทำตามกฎหมายก็จะมีความผิด

วันหนึ่ง เมื่อเห็นแก่เวลาอันสมควร คุณหญิงกลีบลำดวนได้มาเยือนยังเรือนของคุณหลวงฤทธิ์ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติเป็นชายวัยกลางคนและหญิงสาวนางหนึ่งที่เดินตามมาอย่างสำรวม โดยมีนังแต้ม นางทาสผู้ภักดีก้มหัวเดินตามผู้เป็นนายมาติดๆ

สายตาคมกริบของคุณหลวงฤทธิ์จดจ้องไปยังผู้ที่มาเยือน และเพียงครู่เดียวที่เห็นหญิงสาวผู้เดินตามหลังมารดา หัวใจของคุณหลวงผู้เคร่งขรึมก็สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาถึงกับหลุดปากพึมพำออกมาว่า

“แม่คนงาม...”

หญิงสาวนางนั้นนุ่งห่มสไบสีทองอ่อนๆ ขับผิวขาวเนียนละเอียด เครื่องประดับทองคำแท้ที่สวมใส่บอกถึงฐานะอันมั่งคั่งไม่แพ้ตระกูลกิตติภัทรเลยแม้แต่น้อย

“พ่อฤทธิ์เอ๊ย อยู่หรือไม่เล่า แม่พาคุณพระวรเชญษ์กับแม่ปานรัมภีร์มาแนะนำให้ลูกได้รู้จัก”

“อยู่ขอรับ เชิญคุณแม่และแขกขึ้นเรือนเถิด”

“ลูกกราบคุณแม่กับคุณพระขอรับ มิทราบว่าคุณแม่มีเหตุอันใดถึงได้มาที่เรือนของลูกหรือขอรับ ทำไมมิให้บ่าวไพร่มันมาตาม อย่างนี้คุณแม่มิเหนื่อยแย่หรือ” คุณหลวงฤทธิ์ก้มลงกราบมารดาและคุณพระวรเชญษ์ ทว่าสายตายังคงแอบลอบมองแม่คนงามอยู่เป็นระยะ

“อย่าเพิ่งถามมากความเลยหนาพ่อ แม่แวะมาที่เรือนของลูกเพราะมีเหตุด่วนต้องเจรจา”

“ขอรับคุณแม่ เช่นนั้น เชิญคุณแม่กับแขกของคุณแม่เถิด” หลวงฤทธิ์เชื้อเชิญบุคคลทั้งสามอย่างนอบน้อม แต่สายตาของเขานั้นทอดมองไปที่แม่หญิงผู้นั้นไม่วางตา จนปานรัมภีร์รู้สึกเขินอายได้แต่ก้มหน้านิ่ง

“ที่แม่มาหาลูก เพราะมีธุระหนาพ่อ” คุณหญิงกลีบลำดวนเริ่มบทสนทนาขณะที่ทุกคนนั่งลงบนโถงเรือน แต่ดูเหมือนคุณหลวงฤทธิ์จะไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่นัก เพราะเขายังคงทอดมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวตรงหน้าราวกับต้องมนต์สะกด จนคุณหญิงและคุณพระวรเชญษ์สังเกตเห็นและหันมายิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย

“นี่แม่ปานรัมภีร์ ลูกสาวของคุณพระวรเชญษ์ ลูกจำน้องได้หรือไม่เล่า เมื่อครั้งพวกเจ้ายังเป็นเด็ก คุณพระเชญษ์และแม่ปานรัมภีร์เคยมาอาศัยอยู่ที่เรือนของเรา”

“จำได้ขอรับ...น้องปานรัมภีร์ เด็กผู้หญิงที่ชอบร้องไห้งอแงตอนไม่ได้ดั่งใจคนนั้น” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาหวานเชื่อม

“แต่ลูกมิคิดว่าน้องจักโตเป็นสาวถึงเพียงนี้”

ปานรัมภีร์ไม่ใช่แค่โตเป็นสาว หากแต่ลูกสาวของคุณพระวรเชญษ์นั้น ยังมีใบหน้าที่งดงามดั่งนางฟ้านางสวรรค์และมีกิริยามารยาทที่งดงาม เธอเป็นหญิงสาวที่งามทั้งใบหน้าและจิตใจ...

“ไหว้พี่เขาสิลูก…แม่ปาน” คุณพระวรเชญษ์บอกลูกสาว

“น้องไหว้เจ้าค่ะคุณพี่” ปานรัมภีร์พนมมือก้มลงไหว้ด้วยท่าทางอ่อนช้อย

“ตามสบายเถิดแม่ปาน อย่าได้เกรงใจพี่”

คุณหญิงกลีบลำดวนเห็นโอกาสจึงเอ่ยเข้าเรื่องสำคัญ “ที่แม่พาน้องมาในครานี้ เพราะมีเหตุจะแจ้งให้ลูกได้รู้ เนื่องจากอาเชญษ์ได้มีราชการที่เมืองใต้ และคงได้ไปอยู่ที่นั่นอีกนานโข บัดนี้แม่ปานของพวกเราก็เท่ากับไร้ญาติขาดมิตร แม่ก็ทนอยู่เฉยมิได้หนาพ่อฤทธิ์ น้องเป็นหญิงงาม หากให้อยู่ที่เรือนกับบ่าวไพร่ตามลำพังแม่เห็นว่าจักไม่ปลอดภัย แม่เลยขอให้คุณพระวรเชญษ์พาน้องมาอยู่กับเรา”

“ลูกเข้าใจแล้วขอรับคุณแม่ ตามใจคุณแม่เถิด”

“แล้วลูกมีความเห็นว่าอย่างไรละพ่อฤทธิ์ หากน้องจักอยู่กับเราที่เรือนนี้ แต่แม่จักให้แม่ปานไปอยู่ที่ เรือนกลีบลำดวน เรือนของแม่” มารดาถามลองเชิง

“ลูกเต็มใจขอรับ มิขัดข้องสิ่งใด แม่ปานมิใช่คนอื่นสำหรับลูก หากน้องจักอยู่ที่เรือนของเราไปตลอดชีวิตก็ย่อมได้ เพราะลูกก็อยากให้เป็นเช่นนั้น”

สิ้นคำกล่าวของคุณหลวงสองเพศ คุณหญิงกลีบลำดวนและคุณพระวรเชญษ์ต่างมองหน้ากันด้วยความพอใจ

“เอาล่ะๆ หากเป็นเช่นนั้น แม่ปานรัมภีร์ก็จงอยู่ที่เรือนกิตติภัทรเถิด ป้ากับพี่ฤทธิ์จะดูแลเจ้าเอง” คุณหญิงหันไปรับปากกับคุณพระวรเชญษ์ด้วยแววตามีเลศนัย

(คำว่าเรือนกิตติภัทร คือภายในอาณาเขตรั้วบ้านของตระกูลนี้ทั้งหมด ที่คุณหญิงพูดว่า แม่ปานรัมภีร์ก็จงอยู่ที่เรือนกิตติภัทรเถิด ท่านหมายถึงให้ปานรัมภีร์ไปอยู่เรือนกลีบลำดวนกับท่าน แต่อาศัยอยู่ในอาณาเขตของตระกูลกิตติภัทร และเรือนของคุณหลวงฤทธิ์ก็ชื่อ เรือนกิตติภัทร เช่นกัน)

“เจ้าอย่าได้ห่วงสิ่งใดเลยหนาน้องชายของพี่ พี่สาวคนนี้จักดูแลลูกสาวของเจ้าอย่างดี พี่กับพ่อฤทธิ์จักดูแลแม่ปานรัมภีร์เยี่ยงลูกสาวคนหนึ่ง แต่ในอนาคตแม่ปานจักเป็นมากกว่าลูกสาว พี่ก็ยินดีหนาคุณพระ”

เมื่อสิ้นคำกล่าวที่แฝงนัยลึกซึ้งของคุณหญิงกลีบลำดวน แม่ปานรัมภีร์ ที่นั่งสำรวมกิริยาอยู่ก็ถึงกับหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู เธอรีบก้มหน้าลงจนคางแทบจะชิดอก มือบางที่วางประสานกันบนตักเผลอบีบเข้าหากันแน่นด้วยความเขินอายอย่างที่สุด

“คุณป้าเจ้าขา...” ปานรัมภีร์พึมพำเสียงแผ่วประหนึ่งเสียงยุงบิน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาใคร โดยเฉพาะสายตาคมกริบของคุณหลวงฤทธิ์ที่เธอรู้สึกได้ว่าเขายังคงจ้องมองมาที่เธอไม่วางตา

คุณหญิงกลีบลำดวนเห็นหลานสาวผู้น่ารักเกิดอาการขัดเขินจนตัวสั่นน้อย ๆ ก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู “ดูเถิดพ่อฤทธิ์ ดูน้องสิพ่อ เพียงแค่แม่พูดความจริงเข้าหน่อย น้องก็อายจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกไปเสียแล้ว”

คุณหลวงฤทธิ์ไม่ได้ร่วมหัวเราะไปกับมารดา หากแต่เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างที่หาดูได้ยาก ดวงตาที่เคยดุดันยามสั่งงานบ่าวไพร่บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนและหยอกเย้าอยู่ในที

หลังจากเสร็จสิ้นการฝากฝังและพูดคุยกันพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณพระวรเชญษ์จะต้องออกเดินทาง บรรยากาศบนเรือนที่เคยอบอวลด้วยรอยยิ้มกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยเล็กน้อย เมื่อพ่อลูกต้องพรากจากกันเป็นเวลานาน

ที่ลานดินหน้าเรือนกิตติภัทร รถม้าขนาดใหญ่ถูกตระเตรียมไว้พร้อมสรรพ บ่าวไพร่ต่างช่วยกันยกหีบสัมภาระสุดท้ายขึ้นวางประจำที่ คุณหญิงกลีบลำดวน หลวงฤทธิ์ ปานรัมภีร์ เดินตามลงมาส่งคุณพระวรเชญษ์ถึงข้างรถม้า

“ดูแลตัวเองด้วยหนาแม่ปาน อย่าได้ดื้อดึงกับคุณป้าและคุณพี่เขา” คุณพระวรเชญษ์กุมมือลูกสาวแน่น แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย

“เจ้าค่ะคุณพ่อ คุณพ่อก็เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ อย่าได้มีภยันตรายใดๆ มากล้ำกรายเลย” ปานรัมภีร์เอ่ยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เธอพยายามกลั้นความเสียใจไว้อย่างสุดความสามารถ

คุณหญิงกลีบลำดวนก้าวเข้ามาตบบ่าคุณพระวรเชญษ์เบาๆ “อย่าได้กังวลไปเลยน้องชาย พี่บอกแล้วว่าจักดูแลแม่ปานให้ดีที่สุด หากเจ้ากลับมาคราวหน้า บางทีเจ้าอาจจักได้เห็นแม่ปานในยศถาบรรดาศักดิ์ที่สูงขึ้นก็ได้หนา”

หลวงฤทธิ์ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆ ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เขาทำความเคารพคุณพระวรเชญษ์อย่างนอบน้อม ก่อนจะปรายสายตามายังร่างบางที่กำลังสะอื้นน้อยๆ

“คุณอาเดินทางไปราชการเถิดขอรับ ทางนี้หลานจักดูแลน้องเอง จักมิให้มีมดตัวใดไต่ หรือริ้นตัวใดตอมน้องปานรัมภีร์เป็นอันขาด”

คำพูดหนักแน่นและสายตาที่มั่นคงของคุณหลวง ทำให้ปานรัมภีร์เงยหน้าขึ้นมองเขาชั่วครู่ แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งความว้าเหว่ที่พ่อต้องจากไป และความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่มีคนผู้นี้อาสาจะปกป้องเธอ

เมื่อคุณพระวรเชญษ์ก้าวขึ้นรถม้าและเคลื่อนตัวออกไปสู่ถนนใหญ่ ปานรัมภีร์ได้แต่ยืนมองตามจนฝุ่นดินตลบอบอวลบังตา หลวงฤทธิ์สังเกตเห็นไหล่บางที่เริ่มสั่นเทา เขาจึงขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น จนกลิ่นดอกไม้หอมจางๆ จากกายเขาโชยเข้ากระทบประสาทสัมผัสของเธออีกครั้ง

“อย่าร้องไปเลยแม่ปาน...คุณพ่อของน้องท่านไปทำงานเพื่อแผ่นดิน สักวันท่านก็จักกลับมา” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังอยู่ใกล้หู “บัดนี้ที่นี่คือบ้านของน้อง และพี่คือคนที่จะอยู่เคียงข้างน้องเสมอ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    8 เรื่องไม่คาดฝัน

    “แต่งงานกับพี่นะคะ”"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    7 ไปหาถึงบ้าน

    ปัจจุบัน"คุณพี่เจ้าขา...เหตุใดคุณพี่ถึงไม่ยอมเชื่อน้องเลย…เสียงหวานละมุนที่กังวานอยู่ในโสตประสาทนั้นช่างแจ่มชัดเสียจน เจนฤทธิ์ เผลอเอื้อมมือไขว่คว้าไปในความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชืดของอากาศจากเครื่องปรับอากาศและหมอนข้างที่วางอยู่โดดเดี่ยวเขาลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้น

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    6 ห้างสรรพสินค้า

    14:14 น.เจนฤทธิ์ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่ดูสะอาดสะอ้าน เขาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวมาฉีดพรมเพิ่มเสน่ห์อีกนิดเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนจะกดล็อกรถยนต์คันเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทเมื่อมาถึงห้าง"ฮัลโหลไอ้โมทย์ ฉันอยู่ห้างแล้ว น้องปานออกไปหรือยัง"

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status