공유

7 ไปหาถึงบ้าน

last update 게시일: 2026-05-13 12:30:05

ปัจจุบัน

"คุณพี่เจ้าขา...เหตุใดคุณพี่ถึงไม่ยอมเชื่อน้องเลย…

เสียงหวานละมุนที่กังวานอยู่ในโสตประสาทนั้นช่างแจ่มชัดเสียจน เจนฤทธิ์ เผลอเอื้อมมือไขว่คว้าไปในความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชืดของอากาศจากเครื่องปรับอากาศและหมอนข้างที่วางอยู่โดดเดี่ยว

เขาลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้นลูบหน้าเรียกสติ ลมหายใจที่พ่นออกมานั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างที่เขาเองก็นึกรำคาญตัวเอง ความเหงาจับขั้วหัวใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนคืบคลานเข้ามายึดพื้นที่ในอก บุคคลผู้เป็นที่หมายปองของสาวๆทั้งเมืองอย่างเขา กลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียงคนหลงทางที่หาทางกลับบ้านไม่เจอมานับร้อยปี

"ปานรัมภีร์..." เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ก่อนจะชะงักเมื่อนึกได้ว่าในโลกปัจจุบัน เธอคือ ปานรัมภา

เจนฤทธิ์ก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง ฝ่ามือคู่นี้ที่เมื่อวานเพิ่งจะได้สัมผัสปลายนิ้วของเธอเพียงชั่วครู่ ความรู้สึกโหยหาที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมาทำให้เขาอยู่เฉยไม่ได้

เขาตัดสินใจลุกขึ้นจัดการตัวเอง เปลี่ยนมาสวมชุดออกกำลังกายที่ดูเท่ตามสไตล์สาวเท่ แต่แววตานั้นกลับนิ่งลึกกว่าวันไหนๆ เขาเดินลงมาข้างล่าง พบคุณหญิงลำดวนที่กำลังสั่งงานแม่บ้านอยู่

"อ้าวหมอเจน ตื่นเช้านะเรา วันนี้จะเข้าออฟฟิศหรือไง" คุณหญิงทักพลางสังเกตเห็นใบหน้าลูกสาวที่ดูอมทุกข์ "เป็นอะไรไปลูก หน้าตาดูหมองๆ"

"เจนฝันค่ะแม่ ฝันเห็นที่นี่ แต่ไม่ใช่ที่นี่ในตอนนี้" เจนฤทธิ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ค่อนข้างหนักอึ้ง

"เจนรู้สึกเหมือนทำอะไรผิดพลาดไปอย่างมหันต์ในที่แห่งนั้น และความเจ็บปวดนั้นมันยังตามมาหลอกหลอนเจนจนถึงตอนนี้"

คุณหญิงลำดวนนิ่งไป เธอเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาว "โชคชะตาบางอย่างมันก็ให้โอกาสเราแค่ครั้งเดียวนะลูก”

เจนฤทธิ์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้า ก่อนจะหยิบกุญแจรถสปอร์ตคันโปรดแล้วมุ่งหน้าออกจากบ้านไป เป้าหมายของเขาไม่ใช่บริษัท และไม่ใช่โรงพยาบาลที่เขาเคยทำงาน แต่เป็นบ้านหลังใหญ่ของตระกูลวรนันท์

ระหว่างที่ขับรถอยู่นั้น เจนฤทธิ์ไม่รอช้า เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่งข้อความหาคุณหญิงลำดวนทันที

Jenrit : “แม่คะ เจนจะไปบ้านวรนันท์นะคะ”

เพียงไม่กี่วินาที คุณหญิงก็ส่งข้อความสั้นๆ กลับมา ว่า…

Lamduan : "คิดถึงน้องเหรอหมอเจน…”

เจนฤทธิ์เหยียบคันเร่งมุ่งตรงดิ่งไปยังบ้าน วรนันท์ทันที เมื่อถึงที่หมาย เขามองนาฬิกาบนข้อมือเรือนหรู 06.15 น. มันเช้าเกินไปที่จะกดกริ่งรบกวน เขาจึงตัดสินใจจอดรถสปอร์ตคันงามแอบไว้ข้างกำแพงบ้านที่ปกคลุมด้วยพุ่มเฟื่องฟ้า เจนฤทธิ์เอนหลังลงกับเบาะหนัง

ครืนนน...

เสียงมอเตอร์ประตูรั้วอัตโนมัติทำงานดึงให้เจนฤทธิ์ลืมตาตื่น เขาเห็นชายสูงวัยในชุดวอร์มออกกำลังกายดูทะมัดทะแมงก้าวออกมาจากบ้าน พล.ต.อ. วรเชญษ์ นั่นเอง ชายสูงวัยชะงักกึกเมื่อเห็นรถสปอร์ตแปลกตาจอดเด่นอยู่หน้าบ้าน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยสัญชาตญาณนายตำรวจ

เจนฤทธิ์รีบกดปุ่มลดกระจกลงทันที พร้อมกับปั้นรอยยิ้มสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ในยามเช้าเช่นนี้

“สวัสดีค่ะคุณอา” เจนฤทธิ์เอ่ยทักทายพลางยกมือไหว้จากในรถ

วรเชญษ์เลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด “หมอเจน? มาทำอะไรหน้าบ้านอาแต่เช้าแบบนี้ล่ะลูก มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า หรือว่าคุณพี่ลำดวนเป็นอะไร”

“เปล่าค่ะคุณอา คุณแม่สบายดี” เจนฤทธิ์ก้าวลงจากรถ

“พอดีเจน... เจนมีเรื่องอยากจะปรึกษากับน้องปานนิดหน่อยค่ะเกี่ยวกับบ้านหลังเก่า เจนเกรงว่าถ้ารอนานกว่านี้ เจนอาจจะลืมรายละเอียดสำคัญไปเสียก่อน”

วรเชญษ์มองหน้าเจนฤทธิ์นิ่ง สายตาของคนผ่านโลกมามากมีรอยยิ้มลึกๆ ซ่อนอยู่ เขาไม่เชื่อเรื่องรายละเอียดสำคัญอะไรนั่นหรอก แต่เขามองเห็นแววตาโหยหาที่ปิดไม่มิดในดวงตาของลูกสาวคุณหญิงลำดวน แววตาที่เหมือนกับรูปถ่ายใบเก่าที่เขาให้ลูกสาวดูไม่มีผิดเพี้ยน

“รายละเอียดที่ว่านั่น ถึงขั้นต้องมารอหน้าบ้านตั้งแต่ไก่โห่เลยรึ?” วรเชญษ์แกล้งแซวพลางหัวเราะเบาๆ

“เอาเถอะในเมื่อมาแล้วก็เข้าไปข้างในก่อนสิ ยัยปานเพิ่งตื่น เห็นบ่นว่าเมื่อคืนนอนฝันร้ายหรือยังไงนี่แหละ บ่นไม่หยุดเลยตั้งแต่เช้า”

“น้องฝัน... เหรอคะ?”

“อืม ลองไปถามเจ้าตัวดูเอาเองเถอะไป อาจะไปวิ่งที่สวนปากซอยสักหน่อย ฝากดูน้องด้วยนะหมอเจน” วรเชญษ์ตบไหล่คนตัวสูงเบาๆ เป็นการอนุญาตอย่างกลายๆ ก่อนจะวิ่งออกไป

เจนฤทธิ์ยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความประหม่าที่เกิดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาเอื้อมไปกดกริ่งหน้าบ้านวรนันท์ด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความโหยหากับความเกรงใจ

เพียงไม่เกินสองนาที ใบหน้าหวานของคนร่างบางก็ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์อินเตอร์คอม ปานรัมภาในสภาพที่ดูเหมือนเพิ่งตื่นนอนได้ไม่นานนัก จ้องมองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยความแปลกใจอย่างที่สุด หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นว่าเป็นเขา แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจกดสวิตช์เปิดประตูอัตโนมัติให้เขาเข้ามาในบ้าน

เจนฤทธิ์เดินก้าวเข้าไปตามทางเดินในสวนที่ร่มรื่น จนกระทั่งเห็นปานรัมภายืนรออยู่ที่ประตูหน้าบ้าน เธอสวมเพียงชุดลำลองง่ายๆ แต่กลับดูงดงามในสายตาของเขาจนแทบหยุดหายใจ

“พี่เจน... มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงมาเช้านัก” ปานรัมภาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล สายตาของเธอพยายามหลบเลี่ยงไม่สบตาเขาตรงๆ เพราะในหัวยังคงติดตาภาพของคนในฝันเมื่อคืนนี้

เจนฤทธิ์ยืนนิ่งงันอยู่กลางห้องรับแขกที่เงียบสนิท หัวใจเต้นโครมคราม เมื่อถูกดวงตาคู่สวยจ้องมองอย่างคาดคั้นหาคำตอบว่าทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลาเช้าตรู่เช่นนี้

"ทำไมพี่เจนถึงมาเช้านักคะ? มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า"

ปานรัมภาถามย้ำอีกครั้ง ท่าทางของคนตัวสูงดูอึกอัก อ้ำอึ้ง ใบหน้าสวยหล่อเท่ที่เคยนิ่งสุขุมบัดนี้กลับดูเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามจะหาเหตุผลเรื่องงานหรือเรื่องบ้านหลังเก่าขึ้นมาอ้าง แต่ในจังหวะที่สมองกำลังประมวลผล หัวใจกลับไวกว่าปากจนโพล่งสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกที่สุดออกมา

"พี่คิดถึงค่ะ"

สิ้นคำนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบ เจนฤทธิ์เบิกตากว้าง ตกใจในคำตอบของตัวเองจนแทบอยากจะย้อนเวลากลับไปเงียบเสียดีกว่า

"หา? อะไรนะคะ?" ปานรัมภาอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อหู

"เอ้ยยย ไม่ใช่ๆๆ ค่ะ พี่...พี่อยากเห็นหน้าปานค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักแก้ไข แต่พอยิ่งพูดออกมาเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันหนักกว่าคำแรกเสียอีก

"เอ้ยย!! ไม่ใช่ๆ ค่ะ คือพี่หมายถึง...พี่อยากอยู่ใกล้ๆ ค่ะ”

"เอ๊ะ?" ปานรัมภาอึ้งไปไม่ต่างจากเขา เธอได้แต่ปั้นหน้านิ่งระคนงงงวยใส่คนตรงหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก

บรรยากาศในห้องรับแขกขณะนี้ ทิ้งให้คนสองคนยืนเผชิญหน้ากันเพียงลำพัง เจนฤทธิ์พยายามจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่แววตาของเขาที่ทอดมองมายังเธอนั้นกลับปิดบังไว้ไม่ได้เลย มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ลึกซึ้ง คิดถึง โหยหาอย่างมหาศาล

ทว่าสำหรับปานรัมภา ความอ่อนโยนที่เขาส่งมานั้นกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเขินอายเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึก หน่วงในอก อย่างประหลาด ความเจ็บปวดที่หาสาเหตุไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นจนเธอต้องแอบกำมือตัวเองแน่น

"ทำไมสายตาแบบนี้... ถึงทำให้ปานรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกล่ะคะพี่เจน" เธอเฝ้าถามตัวเองในใจ

"สรุปมีเรื่องอะไรกันแน่คะ ทำไมพี่เจนถึงมาหาปานได้เช้าขนาดนี้"

ปานรัมภายังคงคาดคั้น น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยอย่างคนเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่พูดจาวนไปวนมา เจนฤทธิ์ถึงกับต้องหลบสายตาคมคู่สวยที่จ้องเขม็งมาทางเขา มือหนาของเขาบีบเข้าหากันเบาๆ อย่างคนทำอะไรไม่ถูก

แต่ดูเหมือนปานรัมภาจะไม่ยอมปล่อยให้ความคลุมเครือนี้ผ่านไป เธอตัดสินใจขยับก้าวเข้าไปประจันหน้ากับเขาตรงๆ เพื่อหวังจะเค้นเอาความจริง ทว่าทันทีที่ระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นอายจางๆ จากกายของคนตัวสูง ความรู้สึกบางอย่างก็จู่โจมเธออย่างรุนแรง

"อึก!! ฮึก!!!”

ปานรัมภาชะงักกึก ความรู้สึกปวดหน่วงแล่นริ้วขึ้นมากลางอกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ยิ่งดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหล่อของเจนฤทธิ์ ความเจ็บปวดนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น มันไม่ใช่ความเจ็บป่วยทางกาย แต่มันคือความรู้สึกปวดร้าว ตรอมตรม และขมขื่นเหมือนคนกำลังจะขาดใจตายเสียให้ได้ในวินาทีนั้น

เหตุใดเพียงแค่เห็นหน้าคนๆ นี้ หัวใจถึงได้รู้สึกเหมือนถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า? เธอไม่สามารถสรรหาเหตุผลใดๆ มาอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้เลย นอกเสียจากความคิดวูบหนึ่งที่อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล หนีไปจากสายตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์คู่นี้

แต่พอนึกมาถึงตรงนี้ ความเจ็บปวดกลับยิ่งกรีดลึกเข้าไปอีก

จะหนีไปไหนได้? ในเมื่อความจริงที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือ...ไม่ว่าจะมีเขาอยู่ตรงหน้า หรือไม่มีเขาอยู่ตรงนี้ เธอก็เจ็บปวดเจียนตายอยู่ดี ราวกับว่าความร้าวรานนี้มันถูกฝังรากลึกอยู่ในดวงจิตของเธอมาแสนนาน

เจนฤทธิ์มองเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดในดวงตาของปานรัมภา เขาทนเห็นเธอทรมานแบบนี้ต่อไปไม่ไหว สัญชาตญาณความรู้สึกที่รุนแรงกว่าเหตุผลสั่งให้เขาขยับเข้าไปหา แล้วรวบร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว

เขาสวมกอดเธอไว้แน่น มือหนาลูบแผ่นหลังที่สั่นเทาเพื่อปลอบประโลมความเจ็บปวดที่ไม่มีที่มาที่ไปนั้น เจนฤทธิ์ซบหน้าลงกับไหล่บางพลางหลับตาลง

ปานรัมภาตัวแข็งทื่อในอ้อมกอดนั้น หัวใจที่เคยบีบรัดด้วยความเจ็บปวดกลับยิ่งเต้นแรง ความอบอุ่นจากอ้อมแขนของเขาคือสิ่งที่เธอโหยหา แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปและความร้าวรานจากอดีตที่ยังหาคำตอบไม่ได้ก็ตีรวนขึ้นมาจนเธอแน่นหน้าอก

เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักหน้าอกของเจนฤทธิ์ออกห่าง แม้จะโหยหาสัมผัสนี้เพียงใด แต่ความเจ็บปวดในอกมันก็รุนแรงจนเธอรับไม่ไหว

"อย่าค่ะพี่เจน! อย่าทำแบบนี้..."

ปานรัมภาเอ่ยเสียงสั่นพร่า เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาอีกเพียงวินาทีเดียว ร่างบางรีบหันหลังแล้ววิ่งหนีเข้าไปในห้องครัวทันที ทิ้งให้เจนฤทธิ์ยืนอ้างว้างอยู่กลางห้องรับแขก

เมื่อก้าวพ้นเข้ามาในห้องครัว ปานรัมภาก็ทรุดตัวลงพิงกับเคาน์เตอร์ไม้หรู เธอหอบหายใจถี่พลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่ยังคงปวดหน่วงไม่หาย น้ำตาที่กั้นไว้ไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่ได้ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์และกดความรู้สึกตรอมตรมนั้นลงไปให้ลึกที่สุด

"ทำไม... ทำไมพี่ถึงมีอิทธิพลกับหัวใจของปานได้ขนาดนี้"

เธอได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองในความเงียบ ขณะที่ภายในใจยังคงสับสนอลหม่านระหว่างความรักที่คุ้นเคยและความเจ็บปวดที่แสนทรมาน

ร่างสูงโปร่งขยับปลายเท้าก้าวเข้าไปในครัวและยืนห่างจากคนตัวเล็กเพียงไม่ถึงก้าว ใบหน้าของเจนฤทธิ์ฉายชัดถึงความจริงจังและเด็ดเดี่ยว จนปานรัมภาที่ยังคงนั่งกุมหน้าอกอยู่กับพื้นต้องเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาที่สั่นระริก

เจนฤทธิ์ไม่ต้องการพลัดพรากกับเธออีกแล้ว เขาพอแล้วกับความรู้สึกที่เหมือนกับเฝ้ารอใครบางคนมานานแสนนาน ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันได้ไม่กี่วัน ความรู้สึกโหยหาที่อธิบายไม่ได้นี้เองคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาดั้นด้นมาที่บ้านวรนันท์ตั้งแต่เช้าตรู่ และในนาทีนี้เขายอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้หญิงสาวคนนี้มาครอบครองไว้ข้างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แม้สิ่งที่เขากำลังจะพูดและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้อาจข้ามขั้นตอนไปบ้าง แต่เขาก็ต้องทำ

"แต่งงานกับพี่นะคะ..."

เกินกว่าจะทันตั้งตัว คนตัวสูงยอบตัวลง ริมฝีปากของเขาก็โฉบเข้ามาจุมพิตลงบนหน้าผากของปานรัมภาอย่างอ่อนโยน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    8 เรื่องไม่คาดฝัน

    “แต่งงานกับพี่นะคะ”"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    6 ห้างสรรพสินค้า

    14:14 น.เจนฤทธิ์ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่ดูสะอาดสะอ้าน เขาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวมาฉีดพรมเพิ่มเสน่ห์อีกนิดเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนจะกดล็อกรถยนต์คันเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทเมื่อมาถึงห้าง"ฮัลโหลไอ้โมทย์ ฉันอยู่ห้างแล้ว น้องปานออกไปหรือยัง"

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    5 พบปะเพื่อนฝูง

    ปัจจุบันเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดอยู่บนเบาะรถหรู ก่อนที่ปานรัมภาจะกดรับสายด้วยความเพลียใจ"ครืดดดด ครืดดด...""ยัยปานเพื่อนรัก! กลับมาแล้วเหรอแก""อืม กลับมาแล้ว โทษนะเชอรี่ช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ เลยไม่ได้ไปหาแกเลย""ก็เจอกันวันนี้สิ เจอกันที่ผับไหมแก?""เอางั้นเลยเหรอเชอ ฉันเหนื่อยว่ะ""เป็นไรเหนื่อย?"

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status