Share

5 พบปะเพื่อนฝูง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-13 12:28:11

ปัจจุบัน

เสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดอยู่บนเบาะรถหรู ก่อนที่ปานรัมภาจะกดรับสายด้วยความเพลียใจ

"ครืดดดด ครืดดด..."

"ยัยปานเพื่อนรัก! กลับมาแล้วเหรอแก"

"อืม กลับมาแล้ว โทษนะเชอรี่ช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ เลยไม่ได้ไปหาแกเลย"

"ก็เจอกันวันนี้สิ เจอกันที่ผับไหมแก?"

"เอางั้นเลยเหรอเชอ ฉันเหนื่อยว่ะ"

"เป็นไรเหนื่อย?"

"ช่วงนี้ฉันฝันแปลก ๆ แล้วก็เรื่องแต่งงาน..."

"แต่งงาน!!! ว๊ายยยย!! ยัยปาน แกจะแต่งงานแล้วเหรอ!"

"ยังไม่รู้เหมือนกันอ่ะ ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี..."

"เอางี้ยัยปาน ถ้าแกยังไม่รู้จะทำอะไร มากินเหล้ากับฉันก่อน หนุ่ม ๆ สาวหล่อ สาวเท่ เพียบจ้า!"

ยังไม่ทันที่ปานรัมภาจะได้ปฏิเสธ เพื่อนสนิทตัวดีก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน ทิ้งให้เธอต้องนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับมืดลง ปานรัมภาได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ความสับสนจากเรื่องราวในอดีตยังคงตกค้างอยู่ในหัว แต่เธอก็คิดในแง่ดีว่า ถือเสียว่าไประบายความอัดอั้นก็แล้วกัน

ผับหรูย่านใจกลางเมืองเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเดินเข้าเดินออก แสงไฟนีออนสาดส่องไปทั่วบริเวณดูวุ่นวายขัดกับความเงียบสงบของเรือนกิตติภัทรที่เธอเห็นในฝัน ปานรัมภาก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม แม้ในใจจะหนักอึ้ง

เมื่อเดินเข้าไปด้านใน เสียงเพลงจังหวะหนัก ๆ ก็กระแทกเข้าโสตประสาท เชอรี่โบกมือหยอย ๆ อยู่ที่โต๊ะโซนส่วนตัว

"ทางนี้แก!" เชอรี่ตะโกนแข่งกับเสียงเบส "หน้าตาดูไม่จืดเลยนะยัยปาน ไหน... เล่ามาซิ เรื่องแต่งงานนี่มันยังไง ใครคือผู้โชคดีคนนั้น?"

ปานรัมภาทรุดตัวลงนั่ง พลางรับแก้วเครื่องดื่มมาจากเพื่อน "พี่เจนฤทธิ์น่ะเชอ..."

"พี่เจนฤทธิ์! กรี๊ดดด แกจะบ้าเหรอ!! นั่นมันระดับตัวท็อปเลยนะ ฉันเคยอ่านข่าวเขาบ่อยๆ" เชอรี่ทำตาโต "แล้วแกจะเครียดทำไม?"

"มันแปลก ๆ ว่ะเชอ... ฉันไม่เคยเจอเขาเลยในชีวิตนี้ แต่พอได้มาเจอกันจริง ๆ ฉันกลับรู้สึกเหมือนกับว่าฉันเคยรักและเคยได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขามาก่อน" ปานรัมภาเอ่ยพลางหมุนก้านแก้วในมือ สายตาเหม่อลอยเหมือนจมลงไปในห้วงความทรงจำที่ข้ามผ่านกาลเวลา

เชอรี่ชะงักแก้วที่กำลังจะดื่ม แล้วหันมาทำตาปริบ ๆ จ้องหน้าเพื่อนรักอย่างจับผิด

"นี่แกเมาแล้วใช่มั้ย? แกเพิ่งนั่งลงเองนะยัยปาน! เหล้ายังไม่ทันเข้าปากถึงครึ่งแก้วเลย แกเพ้อเป็นนางเอกนิยายรักย้อนยุคไปได้"

ปานรัมภาถอนหายใจยาว วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กึก' ก่อนจะมองค้อนเพื่อน "นี่แหละ... ฉันถึงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง พอเล่าก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีใครเชื่อฉันสักคน แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างแก"

"โถ่…ยัยปาน ไม่ใช่ไม่เชื่อ" เชอรี่รีบขยับเข้าไปคว้าแขนเพื่อน "แต่แกฟังนะ เรื่องแบบนี้มันฟังดูเหนือธรรมชาติมากเลยนะแก เอาเป็นว่าแดกเหล้าก่อน เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง!”

เชอรี่วางแก้วลงแล้วเท้าคางมองสำรวจเพื่อนรักอย่างพิจารณา ตั้งแต่ทรงผมที่รับกับรูปหน้า ไปจนถึงชุดเดรสสีขาวเรียบหรูที่ส่งให้ปานรัมภาดูสวยสง่า ราวกับมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เธอเด่นกว่าใครในสถานที่อโคจรแห่งนี้

"แกสวยมากเลยนะปาน ช่างดูดีและดูสูงส่งไม่มีใครเกินจริงๆ ว่ะ" เชอรี่ชมจากใจจริง

"จ้า ขอบใจจ้า" ปานรัมภายิ้มรับแบบแกนๆ เพราะในหัวยังมีแต่เรื่องที่เพิ่งคุยค้างไว้

"นี่ยัยปาน..." เชอรี่บุ้ยปากไปทางโซนกลาง "หนุ่มๆ โต๊ะนั้นมองแกตั้งแต่แกเดินเข้ามาแล้วนะ ไม่สนใจเหรอ หล่อๆ ทั้งนั้นเลยแก งานดีซิกแพคแน่นเชียว"

ปานรัมภาเบือนสายตามองไปยังกลุ่มที่เต็มไปด้วยคนหลากหลายเพศตามที่เพื่อนบอก สายตาหลายคู่ที่ส่งมานั้นมีทั้งความชื่นชมและอยากทำความรู้จัก แต่เธอกลับหันมาส่ายหน้าเป็นคำตอบอย่างไม่ใยดี

"แกก็เอาเองดิยัยเชอ"

"ไม่อ่ะ ฉันจะเก็บครั้งแรกไว้ให้สามีในอนาคตของฉัน" เชอรี่ตอบเสียงสูงพลางทำท่าหวงตัวประกอบ ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อน "เออ...ฉันลืมไปว่าแกกำลังจะแต่งงานกับคุณเจนฤทธิ์ แกคงเก็บครั้งแรกของแกไว้ให้เขาสินะ"

"ยังไม่ได้จะแต่งจ๊ะ คุณหญิงลำดวนท่านแค่มาทาบทามให้ลูกของท่าน“

“มาทรงนี้แต่งขัวร์ ล้านเปอร์เซ็น“ เชอรี่ดักคอ

”หยุดพูดได้แล้ว! กินไปเลยเหล้าอ่ะ" ปานรัมภาดุเพื่อนแก้เขิน พลางยัดแก้วใส่มือเชอรี่เพื่อปิดปาก

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกัน บรรยากาศรอบโต๊ะก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มที่เชอรี่พูดถึง เดินถือแก้วตรงเข้ามาที่โต๊ะของพวกเธอด้วยท่าทางมั่นใจ

ทางด้านมุมมืดของโซน VIP ใกล้ๆ กันนั้น เจนฤทธิ์ นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม เงาความมืดบดบังใบหน้าคมเข้มของเขาไว้ครึ่งหนึ่ง มือเรียวหมุนก้านแก้วไวน์เบา ๆ อย่างใช้ความคิด สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากร่างบางของปานรัมภาเลยแม้แต่วินาทีเดียว

"วันนี้ทำไมมึงฉายเดี่ยววะไอ้เจน ทำไมมึงไม่ควงผู้หญิง?" ปราโมทย์ เพื่อนสนิทที่นั่งดื่มอยู่ด้วยกันเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะปกติระดับเจนฤทธิ์ไปไหนต้องมีสาว ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเสมอ

"ฉันจะแต่งงานแล้ววะ อีกอย่าง...เบื่อด้วย" เจนฤทธิ์ตอบเรียบ ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เดิม

"แกนี่นะเบื่อผู้หญิง? ฉันไม่เชื่อ!" ปราโมทย์หัวเราะร่วน "หรือว่าแกกำลังตามจีบใครอยู่กันแน่? แหม...ทำเป็นพ่อพระ รักเดียวใจเดียว แกอย่าได้หลุดปากพูดสาบานไปเชียวนา เดี๋ยวได้ตายฟรี"

"ไอ้โมทย์ นี่แกเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

"ตั้งนานแล้ว ฮ่าๆๆๆ" ปราโมทย์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "เออ! ไอ้เจน แต่สาวๆ โต๊ะนั้นมีแต่คนสวยๆ ว่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่เดรสสีขาวคนนั้น ฉันเห็นแกจ้องเธอตาไม่กะพริบเลยนะ”

เจนฤทธิ์ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่แปลกใจเลยว่าการแต่งตัวของปานรัมภาจะดึงดูดเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันได้มากขนาดนี้ และไม่แปลกใจเลยที่ใคร ๆ ก็ต่างจับจ้องผู้หญิงอย่างปานรัมภา

และในขณะนั้นเอง ปานรัมภาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินปลีกตัวไปทางห้องน้ำ ไม่นานก็มีชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งที่จับจ้องเธออยู่ก่อนแล้วเดินตามเธอไปติด ๆ ภาพที่เห็นทำให้เจนฤทธิ์ต้องลุกขึ้นจากโต๊ะทันทีโดยไม่เอ่ยปากบอกเพื่อนสักคำ เขาเดินตามไปพร้อมกับหัวใจที่รุ่มร้อน จนปราโมทย์ต้องตะโกนถามตามหลังมา

“อ้าว! ไอ้เจน นั่นแกจะไปไหนวะ?”

“ไปตามเมีย!”

“หาาา เมีย?”

บริเวณทางเดินหน้าห้องน้ำ ชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้นเดินเข้าไปหาปานรัมภาแล้วถือวิสาสะคว้าจับข้อมือของเธอไว้แน่น

"เดี๋ยวสิครับคุณผู้หญิง เมื่อกี้ผมเห็นคุณมองผมอยู่นะครับ ผมว่า…เราสองคนมาทำความรู้จักกันดีมั้ยครับ?" เขาเอ่ยด้วยท่าทางพยอง

"ปล่อย!! อย่ามาฉวยโอกาสกับฉันนะ!!“ ปานรัมภาตวาดลั่น

"การที่ฉันมองคุณ มันหมายความว่าฉันไม่ได้ตาบอด และฉันก็มีสิทธิ์มองทุกอย่างที่ฉันอยากมอง! และฉันก็ไม่ได้ชอบคุณ!"

คำตอกกลับที่แหลมคมและเต็มไปด้วยไหวพริบนั้น ทำให้ เจนฤทธิ์ ที่ยืนแอบดูอยู่ห่างๆ ในเงามืดถึงกับหลุดยิ้มออกมา แววตาที่เคยกังวลเปลี่ยนเป็นความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

แต่แล้ว…

"หนอยย อีนี่!! พูดดีด้วยแล้วหยิ่งเหรอมึง!"

ชายหนุ่มคนนั้นฟิวส์ขาดเพราะถูกหักหน้า มันง้างฝ่ามือขึ้นสุดแขนหมายจะตบลงบนใบหน้าสวยของเธอเพื่อระบายอารมณ์ ปานรัมภาหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ทว่า...

หมับ!

ฝ่ามือนั้นกลับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อข้อมือของมันถูกใครบางคนคว้าหมับไว้ได้ทันท่วงที เจนฤทธิ์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรังสีอำนาจที่น่าเกรงขาม สายตาของเขาในตอนนี้คมกริบและดุดันราวกับจะฆ่าคนได้

"มึงจะทำอะไร..." เจนฤทธิ์เค้นเสียงลอดไรฟัน พลางบีบข้อมือของชายหนุ่มคนนั้นจนกระดูกแทบแตก

ผัวะ!!

”เฮ้ยอะไรว่ะ!!”

”มึงมายุ่งกับผู้หญิงของกูทำไม!!”

“ใคร? ผู้หญิงของมึงน่ะใคร!!” ชายหนุ่มตวาดลั่น เขาจ้องหน้าเจนฤทธิ์ตาไม่กระพริบ

“ก็ผู้หญิงที่มึงทำลุ่มล่ามด้วยนั่นไง!!”

ผัวะ!!!

“โอ๊ยยย!!”

"ไอ้เจน!! มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยไอ้เจน! มึงใจเย็นก่อน!"

ปราโมทย์ รีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่และรวบตัวเพื่อนรักเอาไว้แน่นจากด้านหลัง ในจังหวะที่เจนฤทธิ์กำลังจะเหวี่ยงแข้งเตะซ้ำเข้าที่ชายโครงของไอ้หนุ่มที่นอนกองอยู่กับพื้น แววตาของเจนฤทธิ์ในตอนนี้มันดุดันและแข็งกร้าวเสียจนปราโมทย์เองยังรู้สึกเสียวสันหลัง

"ปล่อยกูไอ้โมทย์! มึงเห็นไหมว่ามันทำอะไรคนของกู!" เจนฤทธิ์คำรามเสียงต่ำ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะที่พุ่งพล่าน

"กูเห็น! แต่มึงจะฆ่ามันตายตรงนี้ไม่ได้นะโว้ย คนมองกันทั้งร้านแล้ว!" ปราโมทย์ออกแรงดึงเพื่อนถอยห่างออกมา ในขณะที่การ์ดของผับเริ่มวิ่งกุลีกุจอเข้ามาคุมตัวชายหนุ่มผู้โชคร้ายคนนั้นออกไปในสภาพสะบักสะบอม

ปานรัมภายืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตกใจที่เห็นเจนฤทธิ์ฟิวส์ขาดได้ขนาดนี้

"พี่เจน... พอแล้วค่ะ พอแล้ว" ปานรัมภาเอ่ยเรียกด้วยเสียงสั่นๆ พลางเดินเข้าไปแตะต้นแขนของเขาเบาๆ

เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาจากมือของเธอ และน้ำเสียงที่คุ้นเคย เจนฤทธิ์ก็ค่อยๆ ลดอาการขัดขืนลง ลมหายใจที่หอบหนักค่อยๆ ผ่อนลงทีละนิด เขาสลัดตัวออกจากแขนของปราโมทย์ แล้วหันกลับมาหาปานรัมภาด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความห่วงใยในชั่วพริบตา

"มันโดนตัวปานตรงไหนบ้างหรือเปล่า บอกพี่มา" เขาถามพลางคว้ามือเธอขึ้นมาสำรวจรอยแดงที่ข้อมืออย่างละเอียด

"เปล่าค่ะ ปานไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน ขอบคุณนะคะพี่เจน" เสียงหวานที่เอ่ยขอบคุณนั้นนุ่มนวลเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองไฟในใจของเขา

“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่โต๊ะนะคะ”

เพราะหัวใจอ่อนไหวเกินจะขัดขืน ถึงได้แต่พยักหน้ายอมให้อีกฝ่ายได้จัดการทุกอย่าง หลากหลายคำถามเกิดขึ้นในใจตลอดช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เดินเคียงกัน

แม้จะยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่สัมผัสอบอุ่นที่แผ่นหลังกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทว่าท่าทางที่ดูมืออาชีพและการวางตัวที่พอเหมาะพอเจาะของเขาก็อดทำให้เธอตั้งคำถามในใจไม่ได้

"ปกติพี่เจนชอบดูแลสาว ๆ แบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่าคะ?" เธอถามขึ้นเบา ๆ ในจังหวะที่เดินผ่านฝูงชน "เพราะปานรู้สึกว่า พี่เจนค่อนข้างจะคล่องแคล่วกับการทำอะไรทำนองนี้"

เจนฤทธิ์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาเหลือบมองคนข้างกายด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะผลิยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก

"พี่จะสี่สิบแล้วนะคะปาน... ถ้าตอบว่าไม่เคยทำเลย ฟ้าก็คงจะผ่าเอา" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความขี้เล่นแต่ทว่าซื่อตรง

"มันเป็นพื้นฐานโดยทั่วไปของมนุษย์ค่ะ ที่เราจะดูแลคนที่อ่อนแอกว่า แต่พี่ไม่ได้คิดว่าปานเป็นคนอื่นสำหรับพี่นะคะ พี่อยากดูแลปานในฐานะที่มาก กว่านั้น”

คำตอบของเขาทำให้ปานรัมภานิ่งไป สังคมของเจนฤทธิ์ค่อนข้างกว้างขวาง เขามีเพื่อนเยอะ ทั้งดารา ไฮโซ รวมถึงนางแบบสาวสวย ไม่แปลกหากคนอย่างเขาจะเคยดูแลใครแบบนี้ และอาจจะสนิทถึงขั้นหลับนอนด้วยกัน ความคล่องแคล่วที่เขาแสดงออกมามันยิ่งตอกย้ำว่าเธออาจจะเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ คนที่เขาเคยดูแลแบบนี้ หรือว่าความรู้สึกพิเศษที่เธอสัมผัสได้นั้น มันจะเป็นเพียงทักษะของคนใกล้สี่สิบที่เจนจัดในโลกกว้างเท่านั้นเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    8 เรื่องไม่คาดฝัน

    “แต่งงานกับพี่นะคะ”"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    7 ไปหาถึงบ้าน

    ปัจจุบัน"คุณพี่เจ้าขา...เหตุใดคุณพี่ถึงไม่ยอมเชื่อน้องเลย…เสียงหวานละมุนที่กังวานอยู่ในโสตประสาทนั้นช่างแจ่มชัดเสียจน เจนฤทธิ์ เผลอเอื้อมมือไขว่คว้าไปในความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชืดของอากาศจากเครื่องปรับอากาศและหมอนข้างที่วางอยู่โดดเดี่ยวเขาลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้น

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    6 ห้างสรรพสินค้า

    14:14 น.เจนฤทธิ์ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่ดูสะอาดสะอ้าน เขาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวมาฉีดพรมเพิ่มเสน่ห์อีกนิดเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนจะกดล็อกรถยนต์คันเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทเมื่อมาถึงห้าง"ฮัลโหลไอ้โมทย์ ฉันอยู่ห้างแล้ว น้องปานออกไปหรือยัง"

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status