แชร์

8 เรื่องไม่คาดฝัน

ผู้เขียน: ครัวซองเนยสด
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-16 12:49:08

“แต่งงานกับพี่นะคะ”

"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”

“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”

ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้องหน้าเจนฤทธิ์ตาเขม็ง ความซาบซึ้งใจในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนอยากจะหยุมหัวคนตัวสูงตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด!

“พี่เจนคะ...” ปานรัมภาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามคุมอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมา

“พี่ช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหมคะ? พี่เป็นหมอ เป็นนักธุรกิจระดับประเทศเลยนะคะ การที่พี่เดินเข้ามาในบ้านคนอื่นตอนหกโมงเช้า แล้วมาขอลูกสาวคนอื่นแต่งงาน”

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ปานไม่ได้เป็นสมบัติที่พี่ต้องรีบซื้อเก็บไว้นะคะ ทำไมต้องมาบอกว่า ถ้าไม่รีบผูกมัดเอาไว้ตอนนี้ แล้วจะเสียปานไปด้วยละคะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย!”

เจนฤทธิ์หน้าถอดสีเมื่อเห็นอาการของคนตัวเล็กที่ดูจะ "องค์ลง" มากกว่าจะซาบซึ้ง เขาพยายามจะอ้าปากอธิบาย แต่ความกลัวที่ฝังรากลึกมาจากอดีตชาติทำให้เขาลนลานจนเก็บทรงไม่อยู่

"พี่ พี่ไม่ได้หมายความว่าปานเป็นสิ่งของนะคะ" เจนฤทธิ์ขยับเข้าไปใกล้หวังจะคว้ามือเธอมากุม แต่ปานรัมภาสะบัดตัวหนีพลางถอยกรูดไปจนชิดเคาน์เตอร์ครัว

"แล้วที่พี่พูดมาทั้งหมดมันหมายความว่ายังไงคะ? กลัวจะเสียปานไป? เราเพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงเดือนเองนะพี่เจน หรือพี่มีแผนอะไรแอบแฝงอยู่กันแน่!"

"ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้นค่ะ! พี่แค่..." เจนฤทธิ์ชะงักไป เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่าเขาจำภาพการพลัดพรากที่แสนเจ็บปวดในอดีตได้จำฝังใจ

"พี่แค่รู้สึกเหมือนว่าถ้าพี่ปล่อยมือปานไปตอนนี้ เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย พี่ทนความรู้สึกแบบนั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ"

เจนฤทธิ์ยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องครัว แววตาของเขาที่ทอดมองปานรัมภานั้นไม่ได้มีเพียงความประหม่าของคนถูกดุ แต่มันคือแววตาเดียวกันกับคนในชุดกางเกงแพรสีทองคนนั้นใช้มองเธอในห้วงความฝัน สายตาที่อบอุ่นและซื่อสัตย์ราวกับหมาป่าที่ภักดีต่อคู่ของมันเพียงคนเดียว

พล.ต.อ. วรเชญษ์ เดินเช็ดเหงื่อกลับเข้าบ้านมาด้วยความรู้สึกสดชื่นจากการวิ่ง แต่ทันทีที่ก้าวเข้าใกล้เขตห้องครัวฝีเท้าหนาต้องชะงักกึก เมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำของ เจนฤทธิ์ ลอยกระทบโสตประสาท เขาเบิกตากว้าง มือที่ถือผ้าขนหนูค้างติ่งอยู่กลางอากาศ หัวใจคนเป็นพ่อกระตุกวูบ นายตำรวจใหญ่รีบถอยออกมาจากมุมกำแพง พลางล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายถึงใครบางคนทันที

"ฮัลโหล... คุณพี่ลำดวนครับ"

คุณหญิงลำดวนที่กำลังจิบกาแฟถึงกับวางถ้วยลง "ว่ายังไงตาเชญษ์ มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า หรือหมอเจนไปทำอะไรให้ไม่พอใจ"

"เปล่าครับพี่ แต่ตอนนี้ลูกสาวของคุณพี่ เขากำลังทำเรื่องที่ ด่วนกว่านั้นมาก หมอเจนเพิ่งขอยัยปานแต่งงานที่ในครัวบ้านผมเมื่อกี้นี้เองครับ!"

คุณหญิงลำดวนถึงกับผุดลุกขึ้นยืนดั่งติดสปริง "อะไรนะ! หมอเจนเนี่ยนะขอยัยปานแต่งงาน?

“ใช่ครับพี่ดวน ลูกๆ ของพวกเรา ขอกันแต่งงานครับ!”

“เออๆ งั้นรอพี่เดี๋ยวนึ่งนะ พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

เมื่อรถยนต์หรูของคุณหญิงลำดวนเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบมุขหน้าบ้านวรนันท์ เธอไม่ได้รอให้คนขับรถเปิดประตูให้จนสุด แต่กลับรีบก้าวลงจากรถด้วยความกระตือรือร้น ในมือกระชับกล่องที่บรรจุ ปิ่นปักผมทองคำแท้หัวมุกขาวนวล

วรเชญษ์ที่ยืนรอนิ่งๆ อยู่หน้าประตู ยิ้มรับการมาถึงของพี่สาวคนสนิทด้วยแววตาที่รู้กัน

“มาไวจริงๆ นะครับพี่ดวน” วรเชญษ์เอ่ยทักทาย

“จะชักช้าอยู่ได้ไงละตาเชญษ์ เรื่องมงคลของลูกๆ พี่รอมานานแล้ว” คุณหญิงลำดวนตอบพลางหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความรีบร้อน ก่อนจะถามถึงตัวการสำคัญ “แล้วตอนนี้ หมอเจนฤทธิ์ กับหนูปานอยู่ที่ไหนกันล่ะ”

“อยู่ในครัวครับพี่ดวน... ดูเหมือนจะยังอึ้งกันอยู่ทั้งคู่” วรเชญษ์บุ้ยปากไปทางห้องครัว

คุณหญิงลำดวนเดินนำวรเชญษ์เข้าไปในบ้าน ทันทีที่ก้าวพ้นเขตห้องครัว เธอเห็น เจนฤทธิ์ ยืนนิ่งงันอยู่ตรงหน้าปานรัมภาที่ยังมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความสับสน เมื่อเห็นมารดามาปรากฏตัว เจนฤทธิ์ ถึงกับสะดุ้งโหยง

“แม่! มาได้ยังไงคะ”

“เอ้า! หมอเจน! แม่ก็นั่งรถมานะสิ! แล้วถ้าแม่ไม่มาใครจะมาสู่ขอเมียให้เราละ! พูดแปลกๆ นะเราเนี่ย”

คำพูดโพล่งออกมาอย่างอารมณ์ดีของคุณหญิงลำดวน ทำเอาปานรัมภาหน้าแดงซ่านจนถึงลำคอ ส่วน เจนฤทธิ์นั้นก็ได้แต่ยืนอึ้ง พลางลูบท้ายทอยตัวเองแก้เก้อที่มารดามาถึงก็เปิดฉากจู่โจมทันที

คุณหญิงลำดวนไม่ปล่อยให้เสียเวลา เธอเดินเข้าไปหาปานรัมภาที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นน้อยๆ ก่อนจะเปิดกล่องกำมะหยี่ในมือออก แสงสะท้อนจากทองคำแท้และมุกสีนวลส่งประกายวับวาวไปทั่วทั้งห้องครัว

"เชญษ์" คุณหญิงหันไปหาเจ้าของบ้านด้วยสีหน้าเป็นงานเป็นการ "พี่มาวันนี้ ก็เพื่อจะทำเรื่องนี้ให้มันถูกต้อง พี่ขอสู่ขอหนูปานรัมภาให้มาเป็นลูกสะใภ้ของพี่ให้กับหมอเจนฤทธิ์ เชญษ์จะว่าไง"

วรเชญษ์พยักหน้าพลางยิ้มละไม "ผมไม่ขัดข้องหรอกครับพี่ดวน”

"ว่าไงลูก ยัยปาน ขัดข้องอะไรไหมลูก" วรเชญษ์ถามย้ำ

เมื่อเห็นทั้งพ่อที่รอคอยคำตอบด้วยความหวัง และคุณหญิงลำดวนที่ส่งยิ้มเอ็นดูมาให้ ปานรัมภาก็รู้ดีว่าเธอไม่กล้าขัดความตั้งใจของผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรักทั้งสองท่านได้เลย

"ปาน... ปานไม่กล้าขัดความตั้งใจของคุณป้าและคุณพ่อหรอกค่ะ" ปานรัมภาเอ่ยเสียงแผ่ว ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอาย

"หากผู้ใหญ่เห็นว่าสมควร ปานก็ยินดีค่ะ"

เมื่อสิ้นคำตอบรับที่เปี่ยมไปด้วยความยินยอมจากใจจริงของปานรัมภา บรรยากาศในห้องครัวที่เคยอวลด้วยความลุ้นระทึกก็กลับกลายเป็นความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด

“ดีมากหนูปาน...ดีเหลือเกินลูก” คุณหญิงลำดวนเอ่ยพลางลูบไหล่หญิงสาวอย่างแสนรัก ก่อนจะหันไปทางลูกสาวที่ยังยืนอึ้งอยู่

“หมอเจน! ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะลูก น้องตอบตกลงแล้วนะ”

สิ้นประโยคนั้น ความเงียบงันพัดผ่านเข้ามาครู่หนึ่งพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนในหัวใจที่อธิบายไม่ได้ หากจะให้ปานรัมภาปฏิเสธเธอก็ทำไม่ได้ เพราะหัวใจไม่รักดีของเธอมันก็เรียกร้องหาเจนฤทธิ์ไม่ต่างกัน ใช่... เจนฤทธิ์คือเจ้าของหัวใจที่เธอจดจำได้ลึกถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ

เธอจดจำใบหน้าสวยหล่อนี้ได้ตั้งแต่แรกพบที่เห็นรูปคุณหลวงฤทธิ์ ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างรุนแรงนั้นเองที่กลายมาเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างถูกดำเนินมาในรูปแบบนี้ เหมือนกับถูกขีดเส้นกำกับไว้โดยโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ความรู้สึกไม่อยากห่างไปไหน ความรู้สึกเจ็บปวดบีบคั้นในอกทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา... บัดนี้เธอเข้าใจแล้วว่ามันคือความโหยหาที่ข้ามภพข้ามชาติมาเพื่อรอคอยวินาทีนี้ ปานรัมภาลอบมองเจนฤทธิ์ผ่านม่านน้ำตาจางๆ เธอไม่อาจปฏิเสธคนที่หัวใจเฝ้ารอมาเนิ่นนานได้อีกแล้ว ต่อให้ความเจ็บปวดในอดีตจะยังคงเป็นเงาจางๆ แต่สัมผัสและสายตาของเจนฤทธิ์ในตอนนี้ กลับเป็นดั่งน้ำทิพย์ที่ชโลมใจให้เธอพร้อมจะก้าวไปกับเขาอีกครั้ง

ปานรัมภาจ้องมองใบหน้าสวยหล่อของคนอายุมากกว่า สายตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความรักที่ไม่เคยเลือนหาย มันเนิ่นนาน มันฝังแน่น ราวกับชีวิตของเธอขับเคลื่อนด้วยคนคนนี้เพียงคนเดียว

ก่อนที่คุณหญิงลำดวนจะหันไปประกาศเรื่องสำคัญที่ทำเอาคนทั้งคู่ต้องหันมาสบตากัน

“ตาเชญษ์ พี่ดูฤกษ์มาแล้วเมื่อกี้นี่เอง หลวงพ่อท่านส่งมาบอกในไลน์ งานแต่งของลูกๆ จะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เตรียมตัวให้พร้อม พี่ไม่อยากให้ล่าช้าไปกว่านี้แม้แต่วันเดียว”

“ครับพี่ดวน”

เมื่อตกลงและคุยกันจนเป็นที่เข้าใจถ้วนทั่ว ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็ไม่รอช้า พาลูกๆ ทั้งสองมุ่งตรงไปยังห้องเสื้อชั้นนำเพื่อลองชุดแต่งงานในทันที

ภายในห้องเสื้อสีขาวสะอาดตาที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ เจนฤทธิ์เดินออกมาในชุดสูทสากลสีครีมที่ดูภูมิฐานและสง่างามดุจเจ้าชาย หากแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน สายตาของเจนฤทธิ์จับจ้องไปยังม่านวงกลมตรงกลางห้องที่ค่อยๆ เปิดออก

ปานรัมภาก้าวออกมาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ลูกไม้เนื้อละเอียดที่ประดับบนชุดนั้นดูราวกับหยาดน้ำค้างที่เกาะพราวบนกลีบดอกไม้ เธอสวยสง่าจนคนมองอย่างเจนฤทธิ์ถึงกับลืมหายใจ

“เป็นไงบ้างหนูปาน ชุดใส่ได้พอดีมั้ยลูก หนูชอบมั้ย” คุณหญิงลำดวนรีบเดินเข้าไปสำรวจความเรียบร้อยพลางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

“ใส่ได้พอดีค่ะคุณป้า ชุดสวยมากเลยค่ะ” ปานรัมภาตอบพร้อมรอยยิ้มขัดเขิน มือบางลูบไล้ไปตามเนื้อผ้าอย่างเบามือ

คุณหญิงลำดวนได้ยินดังนั้นก็แกล้งทำเสียงดุแต่แววตากลับเอ็นดู “ยังจะเรียกว่าป้าอยู่อีก อีกไม่ถึงเดือนหนูก็จะแต่งงานกับหมอเจนแล้วนะลูก เรียกว่าแม่สิคะ”

ปานรัมภาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต็มด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมสุขอย่างบอกไม่ถูก เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ส่งยิ้มให้กำลังใจอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันกลับมาหาคุณหญิงลำดวนด้วยแววตาที่จงรักภักดี

“ค่ะ... แม่”

คำว่า "แม่" ที่หลุดออกมาจากปากของปานรัมภา ทำเอาคุณหญิงลำดวนถึงกับน้ำตาซึม เธอโผเข้ากอดว่าที่ลูกสะใภ้ไว้แน่น

หลังจากลองชุดเสร็จสิ้น ทั้งสี่คนก็พากันไปรับประทานอาหารที่ร้านหรูในย่านนั้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความชื่นมื่น คุณหญิงลำดวนและวรเชญษ์ต่างคุยเรื่องรายละเอียดของงานมงคลที่กำลังจะมาถึง ขณะที่ เจนฤทธิ์คอยเอาอกเอาใจดูแลตักอาหารให้ปานรัมภาไม่ห่าง จนกระทั่งมื้ออาหารจบลงด้วยความอิ่มเอม

ทั้งสี่คนเดินออกจากร้าน แต่เพียงแค่เดินพ้นประตูทางออกได้ไม่เท่าไหร่ ปลายเท้าของ เจนฤทธิ์ ก็พลันชะงักกึก ร่างสูงโปร่งที่เคยผ่อนคลายกลับเหยียดตรงและแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างเฉียบพลัน สาเหตุก็เพราะการปรากฏตัวของ พิพัตน์พล ชายหนุ่มรูปหล่อมาดดี ทายาทมหาเศรษฐีชื่อดัง ที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า

"สวัสดีครับคุณ เจนฤทธิ์ จะกลับแล้วเหรอครับ" น้ำเสียงที่ฟังเหมือนจะหวังดี ทว่าแฝงความยียวนอยู่ในทีนั้น ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงในพริบตา

เจนฤทธิ์ จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาราบเรียบ มุมปากกระตุกยิ้มจางๆ ในสายตาของคนนอกที่มองเข้ามา มันอาจจะเป็นความสุภาพที่ เจนฤทธิ์ และ พิพัตน์พล มอบให้แก่กันในฐานะนักธุรกิจที่รู้จักกันในแวดวงสังคม แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองคนนั้น กลับรู้ซึ้งดีว่ามันคือการทักทายที่เต็มไปด้วยหน้ากาก ปราศจากความเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง

ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่าง เจนฤทธิ์ และ พิพัตน์พล มันเริ่มต้นจากการไม่ถูกชะตากันแค่นั้นเลย และเกลียดกันตั้งแต่แรกเห็น เป็นความเกลียดชังที่หยั่งลึกเข้าถึงกระดูกดำ ราวกับมีความแค้นสุมทรวงกันมาแต่อดีตชาติ ถึงขั้นที่ว่าหากสบโอกาสก็อยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายคามือ

“หึ!! จะเข้ามาทักทำไม ทำไมไม่เดินผ่านไปเลยว่ะ”

“จะไม่ให้ผมทักทายคุณได้ยังไงละครับ ก็เราอยู่ในวงการธุรกิจเดียวกันนี่” พิพัตน์พล ยิ้มมุมปาก เขาไม่ยี่หระต่อสายตาเรียบเฉยที่พร้อมจะปลิดชีวิตของเจนฤทธิ์เลยสักนิด แถมยังวางท่าเอามือล้วงกระเป๋าอย่างผู้เหนือกว่า

ทว่าในวินาทีต่อมา สายตาของพิพัตน์พลกลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ศัตรูคู่อาฆาตอีกต่อไป เขาเบนสายตาเพ่งพิศไปยังความงามดั่งเทพนิยายที่หาข้อติไม่เจอจากหญิงสาวที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของเจนฤทธิ์ ในวินาทีนั้นเอง แววตายโสจองหองที่เคยมีกลับวูบไหวและเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด

สายตาของพิพัตน์พลมันไม่ได้มีความจาบจ้วงแบบคนแปลกหน้า แต่มันกลับเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงรำพึงรำพัน ความถวิลหาอย่างสุดหัวใจ และการเฝ้าคะนึงหาที่ดูเหมือนจะกินเวลายาวนานนับศตวรรษ ลึกๆ ในดวงตาคู่นั้นยังฉายชัดถึงความเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเขาเพิ่งค้นพบของล้ำค่าที่เคยทำสูญหายไป และการกลับมาพบกันครั้งนี้มันช่างทรมานยิ่งกว่าการไม่ได้เจอ

“ถ้าไม่มีธุระ ก็เชิญ หรือมีธุระก็เชิญพูดออกมาได้เลย ฉันไม่อยากจะเสียเวลา!”

เจนฤทธิ์ เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและเย็นชาดุจน้ำแข็ง แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังศัตรูตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เจนฤทธิ์ขยับกายกำบังปานรัมภาไว้แน่นกว่าเดิม ราวกับจะประกาศก้องว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่มีที่ว่างให้คนอย่างพิพัตน์พลก้าวเข้ามาได้แม้เพียงกระผีกริ้น

“ดูพูดเข้าสิ...” พิพัตน์พลเค่นยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าช้าๆ ท่าทางของเขาดูไม่สะทกสะท้านต่อวาจาขับไสของเจนฤทธิ์เลยสักนิด ทว่าสายตาที่เขาใช้ลอบมองผ่านไหล่ของเจนฤทธิ์ไปยังปานรัมภานั้น กลับทวีความโหยหาและปวดร้าวรุนแรงขึ้นจนน่าใจหาย

“เห็นทีผมต้องหลีกทางให้คุณแล้วล่ะ...” เขาเอ่ยเสียงนุ่มทว่าทิ้งน้ำหนักในถ้อยคำ “แต่ผมก็หวังว่า ผมกับคุณจะดีต่อกันได้ในไม่ช้าก็เร็วนะครับ”

พิพัตน์พลขยับตัวถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเปิดทางให้ แต่สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าของปานรัมภาเป็นวินาทีสุดท้าย ราวกับจะสลักทุกรายละเอียดของหญิงสาวไว้ในความทรงจำ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความแค้นและความโศกเศร้าที่ตกตะกอนอยู่ในอากาศ

เจนฤทธิ์ มองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความรู้สึกขยะแขยงที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก ความรู้สึกอยากฆ่าให้ตายที่มันฝังรากลึกมาตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งแจ่มชัดขึ้นเมื่อเห็นสายตาที่พิพัตน์พลใช้มองปานรัมภา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    7 ไปหาถึงบ้าน

    ปัจจุบัน"คุณพี่เจ้าขา...เหตุใดคุณพี่ถึงไม่ยอมเชื่อน้องเลย…เสียงหวานละมุนที่กังวานอยู่ในโสตประสาทนั้นช่างแจ่มชัดเสียจน เจนฤทธิ์ เผลอเอื้อมมือไขว่คว้าไปในความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชืดของอากาศจากเครื่องปรับอากาศและหมอนข้างที่วางอยู่โดดเดี่ยวเขาลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้น

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    6 ห้างสรรพสินค้า

    14:14 น.เจนฤทธิ์ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่ดูสะอาดสะอ้าน เขาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวมาฉีดพรมเพิ่มเสน่ห์อีกนิดเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนจะกดล็อกรถยนต์คันเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทเมื่อมาถึงห้าง"ฮัลโหลไอ้โมทย์ ฉันอยู่ห้างแล้ว น้องปานออกไปหรือยัง"

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    5 พบปะเพื่อนฝูง

    ปัจจุบันเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดอยู่บนเบาะรถหรู ก่อนที่ปานรัมภาจะกดรับสายด้วยความเพลียใจ"ครืดดดด ครืดดด...""ยัยปานเพื่อนรัก! กลับมาแล้วเหรอแก""อืม กลับมาแล้ว โทษนะเชอรี่ช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ เลยไม่ได้ไปหาแกเลย""ก็เจอกันวันนี้สิ เจอกันที่ผับไหมแก?""เอางั้นเลยเหรอเชอ ฉันเหนื่อยว่ะ""เป็นไรเหนื่อย?"

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status