แชร์

3 พบกันอีกครั้ง

ผู้เขียน: ครัวซองเนยสด
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-07 19:30:31

ห้องอาหารของคฤหาสน์กิตติภัทรเต็มไปด้วยความหรูหรา ทว่ากลับมีความกดดันบางอย่างอบอวลอยู่รอบโต๊ะอาหารไม้สักตัวยาว คุณหญิงลำดวนนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะด้วยรอยยิ้มละไม ขณะที่ พล.ต.อ. วรเชญษ์ นั่งถัดมาและพูดคุยเรื่องสัพเพเหระตามประสาคนคุ้นเคย

ทว่าสายตาของคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากัน กลับไม่ได้จดจ้องอยู่ที่อาหารเลิศรสตรงหน้า

เจนฤทธิ์ ในชุดเชิ้ตดูสุขุมนิ่งขรึม นั่งมองร่างบางของ ปานรัมภา ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลดละ ทุกครั้งที่แววตาคมกริบของเขาปะทะเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ยังคงมีร่องรอยของความโศกเศร้า หัวใจของเขากลับกระตุกวูบและสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ทานเยอะๆ นะลูกหนูปาน แม่ครัวที่บ้านนี้ทำแกงรัญจวนกับแกงคั่วส้มอร่อยขึ้นชื่อเชียวล่ะ” คุณหญิงลำดวนเอ่ยทำลายความเงียบ พลางบุ้ยปากให้ลูกสาวตัวดีอย่างเจนฤทธิ์ตักอาหารให้แขก

เจนฤทธิ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปตักอาหารวางลงบนจานของปานรัมภาอย่างแผ่วเบา มือของเขาและเธอเฉียดกันเพียงนิด แต่มันกลับเหมือนมีกระแสความร้อนแรงแล่นผ่านเข้าสู่โสตประสาทของทั้งคู่

“ขอบคุณค่ะ คุณเจนฤทธิ์” ปานรัมภาเอ่ยเสียงเบาหวิว เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาตรงๆ เพราะความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง

“เรียกพี่เจนก็ได้ค่ะ น้องปาน... เราคนกันเองทั้งนั้น” เจนฤทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูนุ่มนวลอย่างประหลาด ราวกับเป็นเสียงที่เธอเคยได้ยินในห้วงความฝันอันไกลโพ้น

ทางด้านวรเชญษ์และคุณหญิงลำดวนต่างมองสบตากันอย่างมีเลศนัย เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกๆ ที่ดูจะพิเศษกว่าการพบกันครั้งแรกทั่วไป

ระหว่างมื้ออาหาร ปานรัมภาเอาแต่ก้มหน้ากินอย่างเสียไม่ได้ รสชาติอาหารที่ว่าเลิศรสกลับจืดชืดไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความรู้สึกสับสนในหัวใจ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกแรงดึงดูดบางอย่างจากคนตรงหน้าดึงเข้าไปหา และในขณะเดียวกัน ความทรงจำที่ขาดวิ่นในใจก็พยายามจะกรีดร้องบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ คุณหลวง และ คุณหญิง ในรูปถ่ายใบนั้น

เมื่อมื้ออาหารสิ้นสุดลง ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยแรงกระเพื่อมบางอย่าง คุณหญิงลำดวนวางผ้าเช็ดปากลงพลางหันไปส่งยิ้มให้ พล.ต.อ. วรเชญษ์ อย่างรู้กัน

“เอาล่ะ... คุยเรื่องสำคัญกันมาพอสมควรแล้ว ปล่อยให้ที่ตรงนี้เป็นที่นั่งคุยของคนแก่อย่างเราเถอะนะ” คุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปทางลูกสาวตัวดี

“หมอเจน... พาน้องไปเดินเล่นที่สวนน้ำตกหลังบ้านหน่อยไป๊ อากาศกำลังดีเลย แม่สั่งให้คนสวนเปิดไฟไว้แล้ว พาไปดูต้นจามจุรีใหญ่ต้นนั้นด้วยนะ เห็นว่าหนูปานชอบเรื่องต้นไม้ไม่ใช่เหรอลูก”

วรเชญษ์พยักหน้าเห็นพ้อง “ไปเถอะยัยปาน ไปเดินย่อยเสียหน่อย พ่อมีธุระจะปรึกษากับคุณหญิงท่านอีกยาว”

ปานรัมภาทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางลอบมองคนร่างสูงที่ยืนขึ้นรออยู่ก่อนแล้ว เจนฤทธิ์ไม่ได้พูดอะไร เขาสุขุมและนิ่งขรึมกว่าตอนอยู่ตามลำพังกับผู้หญิงคนอื่น เขาเพียงแต่ผึ่งผายมือออกเป็นการเชิญชวนอย่างสุภาพ ทว่าสายตาที่จ้องมองมานั้นกลับดูเข้มข้นจนเธอต้องรีบหลบตา

ทั้งคู่เดินเลี่ยงออกมาจากห้องอาหาร ทิ้งเสียงสนทนาของกลุ่มผู้ใหญ่ไว้เบื้องหลัง ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่ก้าวพ้นเขตตัวบ้านใหญ่ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนกรวดหินในสวนที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

เจนฤทธิ์เดินนำหน้าปานรัมภาไปเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายจางๆ ของเขาปะทะเข้ากับจมูกของเธอ มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด จนหัวใจที่เพิ่งจะสงบลงเริ่มกลับมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง

“สวนที่นี่... สงบดีนะคะ” ปานรัมภาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุด แม้จะรู้สึกเกร็งยามที่ต้องเดินอยู่ตามลำพังกับคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากรูปถ่ายใบนั้น

เจนฤทธิ์ชะลอฝีเท้าลงเพื่อให้เดินขนานไปกับหญิงสาวร่างบางข้างกาย “ค่ะ สวนนี้คุณแม่ท่านรักมาก ท่านบอกว่าต้นไม้พวกนี้อยู่มานาน บางต้นก็อยู่มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อย่างต้นจามจุรีใหญ่ข้างหน้านั่นอยู่มาก่อนรุ่นบรรพบุรุษเสียอีกค่ะ” เจนฤทธิ์ส่งยิ้มบาง ๆ ให้

“ปานชอบต้นไม้ใหญ่ไหมคะ หรือว่าชอบพวกดอกไม้มากกว่า” เจนฤทธิ์ชวนคุยต่อ สายตาคมลอบสังเกตท่าทางประหม่าของปานรัมภาด้วยความรู้สึกที่เขาก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องสนใจผู้หญิงคนนี้เป็นพิเศษ

“ชอบทั้งสองอย่างค่ะ แต่ต้นไม้ใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือน...เหมือนมันกำลังปกป้องเราอยู่น่ะค่ะ” ปานรัมภาตอบพลางเงยหน้าขึ้นมองกิ่งก้านของต้นจามจุรีที่แผ่ขยายกว้างขวาง

“แล้วพี่หมอเจนล่ะคะ เป็นหมอแท้ ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนมาดูแลธุรกิจล่ะคะ”

เจนฤทธิ์หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

“บางทีชีวิตก็ไม่ได้ให้เราเลือกสิ่งที่ชอบเสมอไปค่ะ แต่มันมักจะพาเราไปในที่ที่เราควรจะอยู่ เหมือนอย่างที่ปานมาที่บ้านหลังนี้ในวันนี้ไงคะ”

คำพูดของเขาทำให้ปานรัมภาชะงักไปเล็กน้อย ความประหม่ายังคงอยู่ ทว่าความรู้สึกอุ่นซ่านบางอย่างกลับค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ยามที่ได้สบตากับคนตรงหน้าในระยะใกล้เช่นนี้

ปานรัมภาทอดดวงตายาวไกลไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ท้ายสวนซึ่งถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด และทางเข้าของบ้านหลังนั้น คือทางเดียวของประตูเหล็กขนาดความสูงเท่าเอว แววตาของปานรัมภาเลื่อนไปยังชื่อบ้าน "เรือนกิตติภัทร" เธออ่านทวนอยู่ในใจเงียบๆ แล้วก็ละสายตาไปมองอย่างอื่นต่อ

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบาๆ เจนฤทธิ์สังเกตเห็นแววตาที่ดูวูบไหวของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย เขาจึงก้าวเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นอีกนิดจนปานรัมภารู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่แผ่ออกมา

"บ้านหลังนั้น...ปกติไม่มีคนอยู่หรอกค่ะ" เจนฤทธิ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาดูนุ่มนวลและติดจะสั่นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"มันเป็นเรือนหอหลังเก่าของคุณหลวงฤทธิ์กับคุณหญิงปานรัมภีร์ คุณแม่ท่านสั่งให้คนดูแลไว้อย่างดี ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง...นอกจากพี่"

ปานรัมภาหันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง ความประหม่าที่เคยมีดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความสงสัย

"แล้ว...ทำไมถึงให้พี่หมอเจนเข้าไปคนเดียวล่ะคะ"

เจนฤทธิ์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่จ้องมองมายังปานรัมภานั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายได้เพียงคำพูด

"พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ทุกครั้งที่เข้าไปในนั้น พี่มักจะรู้สึกเหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่เสมอ ในใจมันหวิวๆ บางครั้งก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล"

"ปานอยากเข้าไปดูข้างในหน่อยมั้ยคะ?"

เจนฤทธิ์เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นท่าทางสนใจของคนข้างกาย ปานรัมภาหันไปมองสบตาคมกริบของอีกฝ่ายแล้วพยักหน้าตอบเบาๆ

"อยากค่ะ ถ้าพี่เจนไม่ว่าอะไร ปานขออนุญาตเรียกว่าพี่เจนนะคะ”

"ไม่ว่าเลยค่ะ พี่เต็มใจ" เจนฤทธิ์พูดยิ้มๆ ก่อนจะขยับตัวก้าวเดินนำไปที่ประตูเหล็กขนาดความสูงเท่าเอว เขาหยิบกุญแจดอกเก่าออกมาไขเปิดทางให้ปานรัมภาเดินเข้าไปด้วยกัน

ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู กลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ไทยที่ปลูกรอบบ้านลอยมาปะทะจมูก ทั้งคู่เดินเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ที่ยังคงความงดงามและสมบูรณ์ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่งไว้ เจนฤทธิ์เริ่มแนะนำห้องต่างๆ ให้เธอฟังอย่างละเอียด

"ตรงนี้เป็นห้องโถงกลางค่ะ ปกติคุณทวดปานรัมภีร์ท่านชอบมานั่งปักผ้าอยู่ริมหน้าต่างตรงนี้ เพราะแสงแดดตอนบ่ายมันจะส่องลงมาพอดี" เขาอธิบายพลางชี้ชวนให้ดู ส่วนปานรัมภาก็เดินตามไปพลางลูบไล้เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างประหลาด

"บ้านหลังนี้สวยและอบอุ่นมากเลยนะคะ... พี่เจน" ปานรัมภาเอ่ยขึ้น

เจนฤทธิ์ยิ้มกว้าง "เรียกพี่เจนแบบนี้พี่ชอบนะคะ...น้องปานรัมภา"

เขาพาเธอเดินลึกเข้าไปยังห้องด้านใน "ส่วนห้องนี้ เป็นห้องทำงานของคุณหลวงฤทธิ์ค่ะ ท่านใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่หลังจาก..." เจนฤทธิ์หยุดพูดไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามองไปยังโต๊ะทำงานตัวหนาที่ยังคงมีอุปกรณ์การเขียนวางอยู่ครบถ้วน

"หลังจากที่ท่านสูญเสียทุกอย่างไป"

ปานรัมภายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกโศกเศร้าที่เคยได้ยินจากพ่อเมื่อเช้าแล่นเข้ามาจับใจ เธอเผลอเอื้อมมือไปแตะแขนของเจนฤทธิ์เบาๆ โดยไม่รู้ตัว

"พี่เจนเองก็รู้เรื่องราวของท่านทั้งสองคนเหมือนกันใช่ไหมคะ?"

เจนฤทธิ์ก้มลงมองมือบางที่แตะแขนเขาอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึก "รู้ค่ะ และพี่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าเรื่องราวเหล่านั้นมันยังไม่จริงสักเท่าไหร่ และยังไม่เคยจบลงจริงๆ"

เจนฤทธิ์พาปานรัมภาเดินดูรูปถ่ายและภาพวาดของบรรพบุรุษที่ติดเรียงรายอยู่ตามโถงทางเดินไม้ขัดมัน เสียงฝีเท้าของคนสองคนกระทบพื้นดังเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบสงบของบ้านหลังเก่า

"นี่คือรูปของคุณหลวงฤทธิ์กับคุณทวดปานรัมภีร์ค่ะ" เจนฤทธิ์หยุดยืนอยู่หน้ากรอบรูปไม้แกะสลักบานใหญ่ เขามองภาพนั้นด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง

"ปานสังเกตไหมคะ ว่าใบหน้าของพวกท่าน นอกจากจะคล้ายเราสองคนแล้ว ยังดูมีเรื่องราวมากมายที่ยังไม่ได้เล่าออกมาอีกเยอะแยะ”

ปานรัมภายืนนิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงเมื่อเห็นภาพหญิงสาวในรูปที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเธอราวกับเป็นคนเดียวกัน และรูปของคุณหลวงฤทธิ์ในรูปนั้น ก็มีเค้าโครงใบหน้าและแววตาเฉกเช่นเดียวกับเจนฤทธิ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอในตอนนี้

"เหมือนมากเลยค่ะ... เหมือนจนปานรู้สึกหวั่นใจ" เธอพึมพำออกมาเบาๆ

เจนฤทธิ์ไม่ได้ตอบอะไร แต่เขากลับผึ่งผายมือเพื่อพาเธอเดินต่อขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานคู่ที่ดูขรึมขลังกว่าห้องไหนๆ

"ห้องสุดท้ายที่พี่อยากให้ปานดู... คือห้องนอนของพวกท่านค่ะ"

เจนฤทธิ์ค่อยๆ ผลักบานประตูออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิและไม้กฤษฎาที่อบอวลอยู่ข้างในทำให้ปานรัมภารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ภายในห้องยังคงจัดวางเครื่องเรือนไว้อย่างเดิม เตียงนอนสี่เสาที่มีม่านมุ้งสีขาวสะอาดตาคลุมอยู่ดูขรึมขลังและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

"ทุกอย่างในห้องนี้ถูกรักษาไว้ให้เหมือนเดิมที่สุด" เจนฤทธิ์เอ่ยพลางเดินนำเข้าไปข้างใน

"ปานลองสังเกตที่โต๊ะเครื่องแป้งฝั่งนั้นดูสิคะ"

ปานรัมภาเดินเข้าไปตามคำบอก บนโต๊ะมีตลับแป้งและเครื่องประดับชิ้นเล็กๆวางอยู่ ราวกับว่าเจ้าของห้องเพิ่งจะลุกออกไปเพียงครู่เดียว เธอเดินดูเครื่องเรือนไม้สีเข้มและโต๊ะเครื่องแป้งโบราณที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทุกอย่างในนี้ดูขรึมขลังและมีชีวิตชีวาราวกับกาลเวลาไม่เคยเคลื่อนผ่านไปไหน เธอรู้สึกประหม่าจนต้องหันไปสบตากับเจนฤทธิ์ที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง

"ทำไมพี่เจนถึงพาปานมาดูห้องนี้ล่ะคะ มันดูเป็นส่วนตัวมาก..."

เจนฤทธิ์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาทอดมองไปยังความว่างเปล่าภายในห้องนอนที่กาลเวลาทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบกับดวงตาคู่สวยของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก

“พี่ก็ไม่รู้จะตอบยังไง ทั้งๆ ที่พี่เองก็เพิ่งเคยเห็นหน้าปานวันนี้วันแรก แต่พี่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่พี่ก็พูดไม่ถูก หัวใจของพี่มันสั่งและเรียกร้องให้พาปานเข้ามาในบ้านหลังนี้ค่ะ และพี่ต้องพาปานเข้ามาในห้องนี้ด้วย หัวใจมันบอกอย่างนั้น”

น้ำเสียงของเขาดูสั่นเครือและจริงใจเสียจนปานรัมภารับรู้ได้ถึงกระแสความรู้สึกนั้น เจนฤทธิ์ขยับก้าวเข้ามาใกล้เธออีกเพียงนิด ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง

“มันแปลกมากนะคะ...” เจนฤทธิ์พึมพำต่อ

“พี่เป็นหมอ พี่ควรจะเชื่อในเหตุและผล แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนเห็นหน้าปานครั้งแรก มันเป็นความรู้สึกที่พี่อธิบายให้ใครฟังไม่ได้จริงๆ เหมือนพี่รอคอยให้ใครสักคนก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้มาตลอดชีวิต”

ปานรัมภาได้ฟังก็ถึงกับอึ้งไป เธอเองก็ไม่ต่างกัน ความรวดร้าวและความโหยหาที่เกิดขึ้นในใจเธอก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเริ่มพบคำตอบในสายตาของคนตรงหน้าที่ชื่อเจนฤทธิ์คนนี้เสียแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    8 เรื่องไม่คาดฝัน

    “แต่งงานกับพี่นะคะ”"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    7 ไปหาถึงบ้าน

    ปัจจุบัน"คุณพี่เจ้าขา...เหตุใดคุณพี่ถึงไม่ยอมเชื่อน้องเลย…เสียงหวานละมุนที่กังวานอยู่ในโสตประสาทนั้นช่างแจ่มชัดเสียจน เจนฤทธิ์ เผลอเอื้อมมือไขว่คว้าไปในความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชืดของอากาศจากเครื่องปรับอากาศและหมอนข้างที่วางอยู่โดดเดี่ยวเขาลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้น

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    6 ห้างสรรพสินค้า

    14:14 น.เจนฤทธิ์ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่ดูสะอาดสะอ้าน เขาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวมาฉีดพรมเพิ่มเสน่ห์อีกนิดเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนจะกดล็อกรถยนต์คันเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทเมื่อมาถึงห้าง"ฮัลโหลไอ้โมทย์ ฉันอยู่ห้างแล้ว น้องปานออกไปหรือยัง"

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status