Share

6 ห้างสรรพสินค้า

last update publish date: 2026-05-13 12:29:08

14:14 น.

เจนฤทธิ์ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่ดูสะอาดสะอ้าน เขาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวมาฉีดพรมเพิ่มเสน่ห์อีกนิดเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนจะกดล็อกรถยนต์คันเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทเมื่อมาถึงห้าง

"ฮัลโหลไอ้โมทย์ ฉันอยู่ห้างแล้ว น้องปานออกไปหรือยัง"

"แหมๆ รีบเชียวนะไอ้เจน แกเสร็จกิจแล้วหรือ ฮ่า ๆ" ปราโมทย์ล้อเลียนเสียงดัง

"ไอ้โมทย์!!" เจนฤทธิ์ปรามเสียงเข้ม

"เออ ๆ ฉันเห็นน้องปานของแก อยู่ในโซนของสด"

"เออ ๆ ขอบใจ ฉันวางสายละ"

หลังจากวางสาย เจนฤทธิ์ก็ก้าวฉับ ๆ เข้าประตูห้างด้วยความรวดเร็ว และกว่าจะเดินหาโซนของสดเจอก็ปาไปเกือบสิบนาที เขาเดินวนหาสาวสวยจนครบทุกซอกทุกมุมก็ยังไม่เจอ ในใจเริ่มหวั่นว่าสงสัยจะคลาดกันแล้วละมั้ง

แต่เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นใจ ในขณะที่เขากำลังเดินผ่านเชลฟ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สายตาคมก็สะดุดเข้ากับร่างบางที่คุ้นตา ปานรัมภา กำลังก้ม ๆ เงย ๆ เลือกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่อย่างตั้งใจ

ยิ่งมองก็ยิ่งสวยน่ารัก วันนี้เธออยู่ในชุดสบาย ๆ เสื้อยืดสีเข้มตัวบางที่ขับผิวให้ดูผ่อง กางเกงยีนส์ขากระบอกเล็กพอดีตัวที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความอ่อนหวานไว้ได้อย่างประหลาด

"หวัดดีค่ะ คนสวย" เจนฤทธิ์เอ่ยทักเสียงนุ่มพลางยิ้มกริ่ม

"พี่เจน!!"

"บังเอิญจังเลยนะคะ บังเอิญมากกก" เจนฤทธิ์พูดยิ้ม ๆ อย่างมีเลศนัย ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าความบังเอิญไม่มีอยู่จริง

"ปานมาซื้อของเข้าบ้านเหรอคะ"

"ใช่ค่ะ" เธอตอบสั้น ๆ แต่แอบมองใบหน้าคมเข้มที่ดูดีไร้ที่ติของเขาจนเผลอตัว

"จ้องหน้าพี่ไม่วางตาเลยนะคะ พี่คงหล่อมากเลยใช่ไหม”

"หึ หลงตัวเองนะคะพี่เจน" เธอค้อนขวับเข้าให้หนึ่งวงใหญ่

"เปลี่ยนเป็นหลงปานได้มั้ยคะ" เจนฤทธิ์รุกต่อทันที

"จีบเหรอคะ?"

"ใช่ค่ะ"

"เจ้าชู้นะคะ เจ้าชู้ตัวพ่อแน่ ๆ"

"ให้พี่เข็นรถให้นะคะ ปานจะซื้อของต่อใช่มั้ย" เขาอาสาพลางเอื้อมมือไปจับที่คันจับรถเข็นเคียงคู่กับมือเธอ

"ไม่ไปหาสาว ๆ เหรอคะ?" ปานรัมภาถามลองเชิง

"พี่โสดค่ะ พี่กำลังจีบว่าที่ภรรยาอยู่"

"อย่ามาพูดมั่ว ๆ นะคะ ใครคือว่าที่ภรรยาของคุณคะ คุณเจนฤทธิ์!"

"ก็...สาวสวยที่ ชื่อ ปานรัมภา วรนันท์ ไงคะ"

"ขี้ตู่สุด ๆ คนอะไร..." ปานรัมภาหน้าร้อนผ่าว บ่นพึมพำเบา ๆ

"คนหล่อ" เจนฤทธิ์สรุปจบดื้อ ๆ พร้อมยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำเอาคนฟังถึงกับไปไม่เป็น

เมื่อปานรัมภาเลือกซื้อของจนครบตามที่ต้องการแล้ว เธอก็มายืนทำตัวน่ารักต่อแถวรอจ่ายเงิน โดยมีเจนฤทธิ์ยืนคุมเชิงอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่ห่างกาย สายตาของเขามองสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอพลางพึมพำบ่นเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน

"หิวว่ะ..." เจนฤทธิ์บ่นออกมาพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ ด้วยท่าทางที่ดูเป็นกันเองจนปานรัมภาแอบขำ

ระหว่างที่ปานรัมภาเข็นรถออกมาจากช่องจ่ายเงิน ทั้งสองคนก็เดินเคียงคู่กันไปที่ลานจอดรถ จนกระทั่งเดินมาถึงรถยนต์คันเก่งของปานรัมภา เจนฤทธิ์ช่วยเธอยกของขึ้นรถอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมาส่งสายตาอ้อนวอนเล็ก ๆ

"ปานคะ... ไปทานข้าวกับพี่สักมื้อได้มั้ยคะ?"

"วันนี้ปานไม่สะดวกค่ะ ต้องรีบกลับบ้าน เดี๋ยวของสดเสีย" เธอตอบปฏิเสธอย่างสุภาพพลางส่งยิ้มให้

ปึ้ง! เสียงปิดประตูรถดังขึ้น ปานรัมภาขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งคนขับแล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ทว่า... ทุกอย่างกลับเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงเครื่องยนต์หมุน

"อย่านะ... อย่ามาเสียตอนนี้นะ" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความร้อนใจ ปานรัมภาลองกดสตาร์ทซ้ำอีกหลายครั้ง แต่รถคู่ใจก็ยังคงนิ่งสนิทไร้การตอบสนอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะกระจกดังขึ้นเรียกสติ ปานรัมภาเงยหน้ามองเห็นเจนฤทธิ์ยืนกอดอกยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะอยู่ด้านนอก เธอจึงจำใจลดกระจกลง

"รถเสียเหรอคะ? ไปรถพี่ได้นะคะคนสวย" เจนฤทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความขี้เล่น "ไปค่ะ... เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ขนของขึ้นรถพี่ให้หมดเลยนะ เดี๋ยวของสดเสียนะคะ"

“ให้พี่ไปส่งปานนะคะ อย่านั่งแท็กซี่เลย ต้องไปยืนโบกอีกนานเลยนะ แถมแท็กซี่สมัยนี้ไว้ใจไม่ด้วย”

ปานรัมภาคิดตามในสิ่งที่เจนฤทธิ์พูด มันก็จริงอย่างที่เขาพูด เธอทำหน้ามุ่ยอย่างเสียไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าเขาคงแอบสะใจอยู่ลึก ๆ แต่สถานการณ์ตอนนี้เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมก้าวลงจากรถเดินตามคนหล่อไปที่รถของเขาแต่โดยดี

ตลอดทางภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรูมีแต่ความเงียบ มีแต่เสียงเพลงคลอเบา ๆ ที่ช่วยลดทอนความประหม่าระหว่างคนสองคน ทว่าสิ่งที่ดังขึ้นมาทำลายความเงียบกลับเป็นเสียงท้องร้องของคนตัวสูงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย เจนฤทธิ์ทำหน้ามุ่ยพลางลูบท้องตัวเองแล้วหันมาส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนเด็ก ๆ ที่กำลังงอแงเพราะหิวข้าว สุดท้ายเขาก็ถือวิสาสะขออนุญาตเข้าไปในบ้านของเธอเพื่อฝากท้องมื้อนี้

เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้าน ปานรัมภาก็หันไปมองคนข้างกายด้วยสายตาชั่งใจ

"ที่บ้านยังไม่ได้หุงข้าวไว้เลยนะคะ พี่เจนรอได้ใช่ไหมคะ?"

"บะหมี่กึ่งก็ได้ค่ะ หรือปานจะทำอาหารให้พี่กิน พี่ก็รอได้"

เจนฤทธิ์ตอบกลับทันควัน แววตาเป็นประกายเมื่อรู้ว่าจะได้ชิมฝีมือของคนตรงหน้า

"พี่ไม่ได้ห่วงเรื่องรสชาติ พี่ห่วงแค่ว่าจะได้นั่งกินกับใครมากกว่า"

“คุณเจนฤทธิ์!!”

“ล้อเล่นจ้า…”

ปานรัมภาส่ายหัวให้กับความกะล่อนของเขา ก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมข้าวของพะรุงพะรังที่เจนฤทธิ์รีบเข้ามาช่วยถือเดินเข้าครัวไปอย่างรู้งาน

"งั้นพี่เจนรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวปานไปหุงข้าวก่อน แต่อาหารปานจะทำหลังหุงข้าวเสร็จนะคะ จะได้กินร้อน ๆ"

"ค่ะ" เจนฤทธิ์รับคำอย่างดีพลางนั่งลงที่เก้าอี้ในห้องครัว

ภาพตรงหน้าทำให้เจนฤทธิ์นิ่งงันไปชั่วครู่ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาในครัวกระทบกับร่างของปานรัมภา ทำให้เขานึกซ้อนทับไปยังภาพในอดีต... ภาพของ แม่ปานรัมภีร์ ที่เคยนั่งปอกผลไม้และเตรียมสำรับกับข้าวให้เขาบนเรือน กลิ่นไอความอบอุ่นแบบเดิมโชยกลับมาในความรู้สึกจนเขาเผลอคลี่ยิ้มออกมา

“คุณพี่รอน้องสักครู่นะเจ้าคะ เดี๋ยวน้องปอกผลไม้ให้คุณพี่รับเป็นของว่าง”

ปานรัมภาจัดแจงล้างผักไปพลางเหลือบมองคนตัวสูงที่นั่งรออย่างสงบอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ เธอเห็นเขาดูหิวโซผิดจากท่าทางนักธุรกิจมาดนิ่งที่เคยเห็น จึงลองเอ่ยถามขึ้นเพื่อคลายความเงียบ

"แล้วนี่... พี่เจนชอบทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ปานจะได้เลือกทำถูก"

เจนฤทธิ์ที่นั่งเท้าคางมองเธออยู่นานก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา แววตาของเขาดูเหม่อลอยไปไกลคล้ายกับกำลังดึงภาพความทรงจำออกมาจากกาลเวลา

"พี่ชอบทาน แกงคั่วส้ม หลนเต้าเจี้ยว กระดูกหมูทอด แล้วก็พวกแกงกระทิกับหมูแดดเดียวค่ะ" เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะสำทับต่อ "แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำพริกกับผักเคียงลวกค่ะ พี่ว่ามันเข้ากันที่สุดแล้ว"

คำตอบที่หลุดออกมาจากปากของเจนฤทธิ์ทำเอาปานรัมภาชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่ หัวใจของเธอวูบไหวราวกับถูกกระชากกลับไปยังเรือนไทยหลังใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ชัดเจนเสียจนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ในครัวไฟที่มีควันฟืนลอยกรุ่น

...หลังจากที่คุณหญิงปานรัมภีร์แต่งงานกับคุณหลวงฤทธิ์ เธออยู่ในชุดสไบสีนวลมักจะคอยฝึกเข้าครัวกับคุณหญิงกลีบลำดวนทำอาหารอยู่นานนับชั่วโมง เธอคอยหมั่นเรียนรู้วิธีการโขลกน้ำพริกให้รสดี เคี่ยวแกงคั่วให้รสละมุน หมักกระดูกหมูด้วยรากผักชีกระเทียมพริกไทย เพื่อตั้งใจทำสำรับที่เลิศรสที่สุดรอสามีกลับจากราชการในทุกวัน...

ความรู้สึกที่อยากจะดูแลคนตรงหน้าด้วยอาหารเหล่านั้นมันรุนแรงจนเธอเผลอบีบตะกร้าผักในมือแน่น

"ปานคะ? เป็นอะไรไปหรือเปล่า" เสียงทุ้มของเจนฤทธิ์เรียกสติเธอคืนมา

"เปล่าค่ะ... แค่เมนูที่พี่ชอบ มันตรงกับที่ปานคิดจะทำพอดี" เธอตอบกลบเกลื่อนพลางรีบหันไปล้างผักต่อ

“น้ำพริกถ้วยนี้รสชาตินวลลิ้นนักขอรับคุณแม่ มิใคร่จะเหมือนฝีมือแม่ครัวที่เรือนเราเสียทีเดียว” คุณหลวงว่าพลางหันไปทางร่างบาง

“เป็นฝีมือของแม่ปานด้วยหรือไม่”

“เจ้าค่ะคุณพี่ น้องเห็นบ่าวเขากำลังโขลกเครื่องอยู่พอดี เลยขออนุญาตคุณป้าช่วยลงมือปรุงดูบ้าง หากมิถูกปากคุณพี่ น้องต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ”

“มิได้เป็นเช่นนั้นเลยแม่ปาน พี่ว่ารสชาติดีเหลือใจนัก” คุณหลวงฤทธิ์ยิ้มรับด้วยแววตาพึงใจ

“หากพี่มิเกรงใจ เห็นทีว่าสำรับเช้าวันพรุ่ง พี่ก็คงจักต้องรบกวนน้อง ให้ช่วยลงมือปรุงน้ำพริกให้พี่กินอีกสักมื้อเสียแล้ว”

เสียงโขลกเครื่องแกงสลับกับเสียงซู่ซ่าของน้ำแกงในหม้อดังกังวานไปทั่วห้องครัว ปานรัมภาลงมือทำ น้ำพริกปลาทู รสจัดจ้านเคียงคู่กับผักลวกสีสวย ต่อด้วย แกงคั่วส้ม ที่ส่งกลิ่นหอมฉุย และ หลนเต้าเจี้ยว รสละมุนละไมตามที่เขาถวิลหา ทุกท่วงท่าการหยิบจับตะหลิวหรือการปรุงรสของเธอช่างดูคล่องแคล่วและงดงาม

เมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จสิ้น ปานรัมภาก็จัดแจงตักข้าวสวยร้อน ๆ ควันฉุยใส่จาน แล้วยกอาหารมาตั้งโต๊ะด้วยตัวเอง

"พี่เจนนั่งรออยู่เฉย ๆ ค่ะ เดี๋ยวปานจัดการเอง" เธอเอ่ยขัดขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงทำท่าจะลุกมาช่วย ท่าทางเผด็จการเล็ก ๆ ของเธอทำให้เจนฤทธิ์ต้องยอมนั่งลงแต่โดยดี พร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูที่ปิดไม่มิด

ภาพที่ทั้งสองคนนั่งลงทานข้าวด้วยกันภายในบ้านที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานและกลิ่นหอมของกับข้าวฝีมือคนรัก ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นจนล้นปรี่ เจนฤทธิ์ตักหลนเต้าเจี้ยวเข้าปากเป็นคำแรก ก่อนจะนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความรู้สึกโหยหา

"รสชาตินี้..." เขาเปรยเสียงแผ่ว

เขามองหน้าหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม รสชาติอาหารที่คุ้นเคยประกอบกับใบหน้าหวานที่เขารักสุดหัวใจ ทำให้เจนฤทธิ์รู้สึกเหมือนคุณหลวงฤทธิ์ที่เพิ่งกลับจากราชการเหนื่อย ๆ แล้วได้มานั่งพักกินข้าวโดยฝีมือเมียรักบนเรือน

"ปานทำอาหารเก่งนะคะ... อร่อยจนพี่อยากจะกินฝีมือปานไปทุกชาติเลย"

ปานรัมภาชะงักช้อนที่กำลังจะตักน้ำพริก เธอเงยหน้าสบตาเขาที่จ้องมองเธอด้วยความหมายลึกซึ้ง หัวใจที่เคยพยายามเข้มแข็งเริ่มอ่อนระทวยลงเพราะคำพูดและสายตาคู่นั้น

"พี่เจนก็พูดเกินไป ทานเยอะ ๆ เถอะค่ะ เห็นบ่นว่าหิวไม่ใช่เหรอ" เธอรีบตักน้ำพริกปลาทูส่งให้เขาเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    8 เรื่องไม่คาดฝัน

    “แต่งงานกับพี่นะคะ”"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    7 ไปหาถึงบ้าน

    ปัจจุบัน"คุณพี่เจ้าขา...เหตุใดคุณพี่ถึงไม่ยอมเชื่อน้องเลย…เสียงหวานละมุนที่กังวานอยู่ในโสตประสาทนั้นช่างแจ่มชัดเสียจน เจนฤทธิ์ เผลอเอื้อมมือไขว่คว้าไปในความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นชืดของอากาศจากเครื่องปรับอากาศและหมอนข้างที่วางอยู่โดดเดี่ยวเขาลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้น

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    5 พบปะเพื่อนฝูง

    ปัจจุบันเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดอยู่บนเบาะรถหรู ก่อนที่ปานรัมภาจะกดรับสายด้วยความเพลียใจ"ครืดดดด ครืดดด...""ยัยปานเพื่อนรัก! กลับมาแล้วเหรอแก""อืม กลับมาแล้ว โทษนะเชอรี่ช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ เลยไม่ได้ไปหาแกเลย""ก็เจอกันวันนี้สิ เจอกันที่ผับไหมแก?""เอางั้นเลยเหรอเชอ ฉันเหนื่อยว่ะ""เป็นไรเหนื่อย?"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status