ANMELDEN20:46 นาที
เสียงรถของโรมแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโกดัง เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็เดินตรงเข้ามาในโกดังแล้ว เดินเข้ามาหาธิเบศร์ในห้องกระจก ก่อนที่จะแสดงสีหน้าและท่าทางว่าเขาหงุดหงิดพอสมควร จนเจ้าของโกดังอย่างธิเบศร์ต้องเอ่ยถาม “เป็นคxxอะไร” “น้องมีปัญหานิดหน่อย” โรมเอ่ยขึ้น แค่ประโยคเดียวของชายหนุ่มก็ทำให้ธิเบศร์รับรู้ได้ถึงปัญหานั้นทันที จะอะไรได้ก็รอยแผลที่แขนนั้นไง “แล้ว?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “ขอคนหน่อย สองสามคน” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ต้อง เดี๋ยวกูเอง” กูก็อยากฟาดหน้ามันเหมือนกับมึงนั่นแหละ ไอ้เหี้ยนี้ปากดีตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่ติดที่ยังทำอะไรไม่ได้เลยต้องปล่อยไปก่อน จริงๆ ก็ทำได้ ทำตอนนั้นเลยก็ได้ แต่ฟ้าใสบาดเจ็บเลยทำได้แค่ลากเธอกลับขึ้นรถเท่านั้น “?” โรมจ้องมองใบหน้าคมเหมือนต้องการให้ธิเบศร์พูดอะไรมากกว่านี้ โดยปกติแล้วถ้าไม่ใช่เรื่องของมัน มันแทบจะไม่ออกโรงเลยด้วยซ้ำ ตาขวากูกระตุกแทบไม่หยุด ไอ้สันดาน! “ทำไม หรือมึงมีปัญหา” “เปล่า กูแค่สงสัยว่าอะไรที่ทำให้มึงจะไปกับกู” “น้องมึงไง” ธิเบศร์เอ่ยติดตลก ทว่าอีกคนกลับไม่ได้ตลกด้วยเลยสักนิดเดียว “ไอ้สัด!” “ฮ่าๆ หยอกเล่น” ใจในกูคิดจริง พูดจริง… “ไปหยอกพ่อหยอกแม่มึงอะ” “แรงอยู่น๊า~” ท่าทางกวนๆ ของธิเบศร์มันยิ่งทำให้โรมหงุดหงิด จนอยากจะจัดการธิเบศร์ก่อนคนแรกเลยด้วยซ้ำ “รู้ตัวคนทำเหรอ” “แฟนเก่า” โรมกดเสียงต่ำเอ่ยตอบ “กูสืบมาแล้ว วันนี้มันจะไปที่ผับxxx กูจะจัดให้สมใจเลย” “ผับนี้อยู่ใกล้โกดังกู” ธิเบศร์ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ก่อนที่จะมาหยุดยืนพักสะโพกตรงหน้าของเพื่อนสนิท “จุดไต้ตำตอ ผับรุ่นน้องกูเอง” “ดี ค่อยจัดการง่ายหน่อย” “ไปเลยมั้ย?” “อืม” ทั้งคู่เดินออกมาขึ้นรถใครรถมัน ก่อนที่จะขับไปยังจุดหมายปลายทางที่คุยกันไว้ ฉันจะเอาคืนมันให้เธอเอง เธอเจ็บ.. มันเจ็บมากกว่า… รถของธิเบศร์ขับนำเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของผับ ก่อนที่ทั้งคู่จะลงมาจากรถพร้อมกัน หน้าไอ้โรมตอนนี้มันพร้อมที่จะเปิดศึกอยู่ตลอดเวลา ก็แน่ดิ! เล่นทำน้องมันนิ มันมีน้องสาวคนเดียว “อ้าว~ สวัสดีครับเฮียธิเบศร์” การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตู ยกมือไหว้เอ่ยทักทายธิเบศร์ “ไอ้ปราบอยู่มั้ย” เขาเอ่ยถามกับการ์ด ปรามรุ่นน้องคนสนิทที่เขาเอ่ยถึง เป็นเจ้าของผับที่นี่ “อยู่ครับ ชั้นสองครับ” “อืม” ธิเบศร์หันไปพยักหน้าให้โรมเป็นอันว่ารู้กัน ทั้งสองเดินเข้ามาภายในผับ ทั้งไฟแสงสีเสียง ยอมรับเลยว่าผับที่ไอ้ปราบดูอยู่มันกำลังไปได้ดี แล้วมันก็คุมลูกน้องได้ดีจริงๆ “มึงหามุมรอเลย เดี๋ยวกูขึ้นไปข้างบนก่อน” ธิเบศร์เอ่ยเสียงเรียบ เดินเลี่ยงออกมาจากที่ผู้คนมากมายยืนอยู่ เดินขึ้นไปที่ชั้นสอง ส่วนห้องไหนคงไม่ต้องบอก เพราะเขามาที่นี่บ่อย ก็บอกแล้ว สนิทกับเจ้าของผับ แก๊ก! เปิดประตูเข้าไปแบบไม่เคาะ ไม่ขออนุญาตจากคนด้านในเลย กูไม่เคยเคาะครับ! ปกติก็ไม่มีมารยาทอยู่แล้ว ไม่ได้แคร์สักหน่อย “เชี้ย! ใครวะ!” เจ้าของห้องเอ่ยถามน้ำเสียงหงุดหงิด กูกำลังจะได้เสียบอยู่แล้ว ใครเสือก็ปิดประตูเข้ามา “…” ธิเบศร์ยืนมองพร้อมตรงหน้านิ่งๆ ก่อนที่จะหันหลังให้กับคนในห้องได้จัดการตัวเอง “มึงไม่คิดจะเคาะประตูหน่อยเหรอเฮีย” ทันทีที่ชายหนุ่มแต่ตัวเสร็จแล้ว ก็เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ไอ้เฮียแม่ง! โคตรไม่มีมารยาทเลย “เธอออกไปก่อน ไปรอฉันที่คอนโด” ปราบเอ่ยกับสาวสวยข้างกาย หญิงสาวแต่งตัวจัดการเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเสร็จแล้ว ก่อนที่เธอจะเดินผ่านธิเบศร์แล้วออกจากห้องไป “มึงทำกูหดหมดเลยเฮีย” เดินกลับไปนั่งลงที่โซฟา ตามตัวรุ่นพี่อย่างธิเบศร์ที่นั่งลงข้างๆ “มาถึงนี้ เฮียมีอะไร?” “จัดการคน” ธิเบศร์เอ่ยเสียงต่ำ “ใครกันที่มันกล้ากับเฮีย” “จะร่วมด้วยมั้ยละ” “ไม่ดีกว่าครับ ขอเป็นผู้ชมที่ดีก็พอ” ปราบเอ่ยยิ้มๆ “หลังผับ เดี๋ยวผมเตรียมคนไว้ให้” “อืม” คุยจบ ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ก็พร้อมที่จะเดินออกไปทันที ธิเบศร์ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “แค่นี้?” รุ่นน้องคนสนิทเงยหน้ามองเขา เลิกคิ้วถาม “ถ้าแค่นี้มึงโทรมาหากูก็ได้นะเฮีย” ชายหนุ่มส่งเสียงตามหลังธิเบศร์ไป เขาเดินออกไปจากห้องนี้แล้ว ธิเบศร์เดินลงมาจากชั้นสอง กดมือถือหาโรมว่าอยู่ส่วนไหนของผับ ก่อนที่จะได้คำตอบว่าอยู่โต๊ะทางขวาติดประตูหนีไฟ เขาไม่รอช้ารีบเดินไปหาโรมทันที “เจอมันยัง” ทันทีที่ถึงโต๊ะ ธิเบศร์ก็เอ่ยถาม “เจอแล้ว มากับผู้หญิง” โรมส่งสายตาไปยังผู้ชายอีกคนที่เขาหมายหัวไว้ มันยืนอยู่กับสาวถัดไปจากโต๊ะพวกเขา สองสามโต๊ะ ทว่าหญิงสาวที่มากับมันวันนี้ดันไม่ใช่คนที่ธิเบศร์เจอในวันนั้น “โรคไม่แดกเหรอวะ?” ธิเบศร์เอ่ยถาม เปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยนะมึง “ดีแล้วที่น้องกูเลิก ไม่งั้นคงต้องเจ็บแน่ๆ” โรมยังคงจ้องมองที่เอ็มไม่ลดละสายตาเลยแม่แต่เสี้ยววินาทีเดียว “ทำไมถึงคบกันได้วะ” “กูก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าฟ้าบอกว่ามันดี ดีมากๆ” “หึ! คงดีแค่ตอนที่ยังไม่ได้เอา” ผู้ชายกับผู้ชายมันมองกันออก “กูมองออกตั้งแต่วันที่ฟ้าพามันมาหากู” “แล้วทำไมไม่บอกน้อง” “กูเป็นแค่พี่ เรื่องของความรักให้เรียนรู้กันเอง กูมีหน้าที่แค่ซัพพอร์ต” “สมกับเป็นพี่ชายที่แสนดีจริงๆ” “กูดีแค่กับน้องเท่านั้นแหละ” ทั้งคู่ยังคงนั่งจับจ้องไปที่เอ็มเช่นเดิม รอดูว่ามันจะลุกออกไปจากโต๊ะตอนไหน ขอแค่มึงลุกออกจากโต๊ะเท่านั้น กูพร้อมที่จะขย้ำมึงทันที เพียงครู่เดียวที่ความคิดกำลังทำงาน เอ็มก็ลุกออกจากโต๊ะตามที่เขาคิดเป๊ะ “ตาม!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้นทันทีที่เอ็มลุกออกจากโต๊ะ เดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำชาย ทั้งคู่เดินตามมาจนถึงหน้าห้องน้ำชาย ทว่าเขาไม่ได้เข้าไป ทำเพียงแค่ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำเท่านั้น เอ็มเข้าไปในห้องน้ำได้สักพักเขาก็เดินออกมา ก่อนที่จะหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำเสียก่อน เพราะทั้งโรมและธิเบศร์ยืนขวางทางออกไว้แล้ว “กูก็คิดว่าใคร” เอ็มเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นว่าสองคนตรงหน้าเป็นใคร “ดีใจจังครับที่จำกันได้” โรมเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางกวนๆ “มีอะไรก็ว่ามา” “มี! มีแน่” โรมเดินตรงเข้าไปหาเอ็มทันที ทว่าธิเบศร์คว้าแขนเอาไว้เสียก่อน “ออกไปคุยกันข้างนอกดีมั้ย” ธิเบศร์เอ่ย “ตรงนี้คนเยอะ อีกอย่างมึงคงไม่อยากเห็นคนที่มึงพามาด้วยเจ็บตัว” เอ็มหันไปมองที่โต๊ะของตัวเองที่มีหญิงสาวที่ตัวเองพามาด้วยนั่งอยู่ ก่อนที่จะหันกลับมามองที่ชายหนุ่มตรงหน้าทั้งสองคน ธิเบศร์เลิกคิ้วเชิงเป็นคำถามว่า ‘มึงจะไปมั้ย หรือจะให้กูลากไป’ “หลังผับ” เอ็มเอ่ยขึ้น เดินเลี่ยงออกไปทางด้านหลัง เขาเองก็มาที่นี่บ่อยเช่นกัน รู้ทางเข้าออกหมด เพียงครู่เดียวทั้งสามคนก็เดินมาถึงข้างหลัง หลังผับเป็นป่ารกทึบ ทั้งมืดทั้งน่ากลัวมีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟของผับเท่านั้น ที่ทำให้เห็นหญ้าหรือต้นไม้เป็นบางส่วน “ว่ามา” “ผู้หญิงของมึงทำน้องกูเจ็บ” โรมเอ่ยเสียงเรียบ ดันลิ้นใส่กระพุ้งแก้ม “น้องมึงหาเรื่องคนของกูก่อน” “แต่คนของมึงไม่ได้เจ็บแม้แต่ปลายเล็บ” “แล้วจะเอายังไง?” “ก็ไม่เอาไง แค่จะเอาคืนให้น้องเท่านั้น” สิ้นประโยคที่โรมเอ่ย หมัดหนักๆ ก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าคมเข้มของเอ็มทันที ใบหน้าคมหันไปตามแรงหมัดก่อนที่จะหันกลับมาสบตาคนต่อย มุมปากแตกมีเลือดไหล“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้







