Masukปลายฟ้า : “มึงอย่าให้ยัยคุณหนูเมามาก เดี๋ยวกลับไม่ถูกทำไง กูอ่านไม่ออกสักตัว”
ต้นตาล : “แล้วมึงจบป.ตรีมาได้ไงคะ”
ปลายฟ้า : “เอ้าอีห่า พูดไฟแลบขนาดนี้ใครจะไปฟังทันคะ” ปลายฟ้าสวนกลับทันควันในขณะที่ถือแก้วไวน์จิบไปด้วย ค่ำคืนนี้เรียกได้ว่าตายสิบชาติก็คงไม่มีวาสนาได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ยัยคุณหนูสานฝันพามาเปิดหูเปิดตา เหมือนเปิดประตูมิติลับที่เฉพาะคนมีเงิน ลูกหลานอีลีทเท่านั้นที่จะได้สัมผัสกับความอลังการไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ที่ตกแต่งอย่างสวยงามสมมงไพรเวทคลับ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่หรือว่าผู้คน แม้แต่พนักงานบริการที่ยืนรอเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขกวีไอพีทั้งหลายเหล่านี้ด้วยท่าทีภูมิฐาน ยิ้มแย้มเป็นกันเองประหนึ่งว่าแขกทุกท่านที่มาเยือนเป็นบุคคลสำคัญ ต่างก็รายล้อมคอยดูแลประคบประหงมจนกว่าจะถึงห้องรับรองที่จองไว้ ตั้งแต่ลงเครื่องบินมา รถลีมูซีนคันใหญ่ก็มารอรับ ภายในรถยังมีเครื่องดื่มมากมายให้บริการอีก และที่นี่เป็นไพรเวทคลับที่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปี ปีละ 20 กว่าล้าน ตอนได้ฟังราคาทั้งสามสาวไม่กล้าจะหยิบจับอะไรเลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าตาแตก แหกระเบิดของจริง!
The Black Room
แล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมยัยคุณหนูถึงต้องให้สี่หนุ่มที่เหลือสวมสูทกันมา เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มประหนึ่งลูกหลานท่านทูต เพราะมีกฎเรื่องการแต่งตัวต้องเป็นแบบทางการ ไม่สวมรองเท้าแตะหรือชุดกีฬาใด ๆ เข้ามา หรูหราหมาเห่าไฮคลาสที่สุด ชีวิตพนักงานเงินเดือนตัวเล็ก ๆ คงพากันเมาหัวราน้ำที่คลับบาร์ที่ไหนสักแห่ง ไม่ก็แดกย้อมใจจบที่ร้านหมูกระทะ แต่ยัยคุณหนูนี่ดันบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมาถึงฮ่องกง สมกับทายาทแสนล้านของจริง รวยจริง เว่อร์จริงไม่จกตา! แถมยังมีเพื่อนผู้หญิงชาวฮ่องกงสองสามคนเดินเข้ามาต้อนรับทักทายกอดกันกลม
“พี่ ๆ คะนี่เพื่อนหนูเองค่ะ เอบบี้ แองเจลลา เอมี่ค่ะ” สานฝันเอ่ยแนะนำ ทั้งสี่ก็ทักทายตอบแบบแกน ๆ เพราะไม่มีทักษะภาษาอังกฤษ มีเพียงทศวรรษที่พอถู ๆ ไถ ๆ ไปได้บ้าง
“ไฮ”
มะเดี่ยว : “อีทศมึงบอกเขาว่าเทเต็มแก้วเลยได้ปะ เติมหลายรอบกูเกรงใจ” ทศวรรษหัวเราะน้อย ๆ ในลำคอ เมื่อเห็นบริกรคอยรินไวน์ให้กับสมาชิกบนโต๊ะอยู่เนือง ๆ
ทศวรรษ : “เป็นงานของเขา มึงก็จิบช้า ๆ สิ” มะเดี่ยวยักไหล่ ก่อนจะแกว่งของเหลวในมือช้า ๆ แล้วก็อมไว้ปากจนแก้มพองเหมือนหนูแฮมเตอร์ สานฝันหัวเราะกับภาพที่เห็น
สานฝัน : “รสชาติดีใช่ไหมคะพี่มะเดี่ยว” มะเดี่ยวพยักหน้าทั้งที่ไวน์ยังเต็มปาก
สานฝัน: “ของโปรดฝันเอง…Chateau Palmer Alter Ego Margaux ส่วนพี่สืบชอบ Palmer 1961 ทานกับ Lamb Rack เข้ากันมาก”
มะเดี่ยว : “ดูท่าจะแพง กูเพิ่งรู้ว่าไวน์มีกรรมวิธีการดื่มด้วย” ก่อนจะพยักพเยิดไปยังสี่สาวตรงหน้า สานฝันและผองเพื่อนที่แกว่งแก้วก่อนจิบ ไหนจะชีสที่เข้ากันกับไวน์แดง รายการอาหารยาวเป็นศอกที่อ่านไม่ออก นึกถึงตอนที่พวกเขาดื่มไวน์ขวดละสามร้อยกับส้มตำดูตลกเป็นบ้าเมื่อเทียบกับตอนนี้
ปลายฟ้า : “ค่าแรกเข้ารายปีแพงตับแลบขนาดนั้นเครื่องดื่มอาหารที่นี่แพงหูฉี่หมดค่ะ” ทั้งสองคนที่กระซิบกระซาบพยักหน้าให้กันเป็นกันว่าเข้าใจ
ต้นตาล : “แดกให้ยับสิคะรออะไร ตายสิบชาติบางทีอาจไม่ได้มีวาสนาเข้ามาได้อีก”
“ถูก!” ทั้งสามคนประสานเสียงพร้อมกัน อีกทั้งเพื่อน ๆ ของสานฝันเองก็เป็นกันเอง พอเหล้าเข้าปากมะเดี่ยวที่กล้ากลัว ๆ เรื่องภาษาก็เม้ามอยกับสามสาวชาวฮ่องกงอย่างออกรส
“แอมเลดี้บอย”
“หาาาา” เม้ามอยกันไปมาก็เหลือบมาเห็นอีต้นเพื่อนยากที่กำลังแทะซี่โครงแกะปากมันแผล็บ
มะเดี่ยว : “อีต้นไหนมึงว่าไม่กินสัตว์ใหญ่”
ต้นตาล : “ตบปากแตกเลยอีนี่ ทักทำห่าอะไร” ต้นตาลแหวใส่เพื่อน ตอนนี้มีเพียงคนกันเองเลยใช้มือแทะซี่โครงแกะอย่างเอร็ดอร่อย
ปลายฟ้า : “สัตว์ใหญ่ของมันคงเป็นวาฬ”
มะเดี่ยว : “พระแม่ลงโทษมึงแน่”
ต้นตาล : “เรื่องพระแม่ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้แดกก่อนค่ะ” ก่อนจะบุ้ยหน้าไปยังขาปูจานใหญ่เบื้องหน้า “นั่น Alaska Crab”
มะเดี่ยว : “เคยได้ยินแต่ไม่คิดว่าจะลาภปากได้กิน”
ต้นตาล : “ใช่ไหมล่า เพราะฉะนั้นแดกค่ะอย่าโอ้เอ้” ไหนจะโลเคชั่นดี ห้องตกแต่งอย่างสวยงามแถมยังเป็นแบบไพรเวททั้งต้นตาล มะเดี่ยว ปลายฟ้าเลยถ่ายคลิปลงช่องได้หลายช็อต รวมไปถึงแขกกิตติมศักดิ์อย่างสานฝันที่ตัวจริงพูดเก่ง เล่นกล้องเก่ง แถมยังขึ้นกล้องสุด ๆ ภาพก่อนหน้าที่ถ่ายรวมกันบนเครื่องบินในท่าที่ทศวรรษนั่งพื้นยกเข่าข้างหนึ่งหันหน้าเอียงข้าง สานฝันนั่งอยู่บนเบาะ และฝั่งซ้ายขวาของหญิงสาวมีบอดีการ์ดหน้าหนวดแต่หัวใจคิตตี้อย่างมะเดี่ยวและปลายฟ้าประคบ และเยื้องไปด้านหลังของสานฝันมีต้นต้าลที่ยืนยกขาข้างหนึ่งทำท่าตกใจถ่ายโดยแอร์โฮสเตสสาวชาวไทยที่ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง ภาพนั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีการแท็กรายชื่อแต่ละแอคเคาท์ สานฝันและทศวรรษมีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นหลักพันคนในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง!
มีเพียงทศวรรษที่นั่งจิบไวน์ทานนั่นนี่ไป ไม่ได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและอาหารตรงหน้าสักเท่าไหร่ อีกอย่างสานฝันออกมากับเขา คุณหญิงพรรณพิลัยเกลียดเขายังกะอะไรดี แม้ว่าสานฝันจะอยู่ข้างเขา แต่ยังไงสายสัมพันธ์ของครอบครัวย่อมเหนียวแน่นมากกว่าคนนอก เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ แม้ว่าตัวตั้งตัวตีที่บินถ่อมาถึงที่นี่จะเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านเองก็ตาม แต่ในความคิดของบ้านคุณาปกรคงคิดว่าเขาเป็นฝ่ายชักชวนลูกสาวสุดที่รักให้ออกนอกลู่นอกทาง งานนี้ตอนกลับไปถึงบ้านคงเจอมหรสพโรงใหญ่ที่แม่ผัวจัดเตรียมไว้จัดการเขาเป็นแน่!
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







