Masuk“พี่ทศคิดได้อย่างนี้ดาวก็สบายใจ” ทศวรรษยกมือขึ้นมาลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู อย่างน้อยเขายังมีครอบครัว มีคนที่รักเขามากมายขนาดนี้ ไหนจะโรงงาน ลูกน้อง บริษัท ทศวรรษไม่อาจปล่อยให้ตัวเองจมจ่อมกับความโศกเศร้านั้นนานเกินไป ชีวิตมีแต่จะต้องเดินหน้าต่อไป
“พอได้กลับมาบ้าน มีเวลาให้คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ค่อย ๆ ตกผลึกรวมไปถึงคนรอบตัวทำให้พี่คิดอะไรได้หลายอย่าง มัวแต่วิ่งไขว่คว้าไล่ตามของที่ไม่ใช่ของของเรา จนลืมคนอื่น ๆ ที่อยู่รายล้อม ทุกสิ่งตั้งอยู่ ดับไป ล้วนไม่จีรัง ความรักเองก็เช่นกัน พี่ขออวยพรให้เส้นทางชีวิตรักของดาวราบรื่น วันไหนเหนื่อยก็กลับมา”
“…พี่ทศ” ทัดดาวเอ่ยเรียกชื่อพี่ชายเสียงสั่นเครือ
“อย่ามาเแสร้งบีบน้ำตาแถวนี้” สองพี่น้องหยอกล้อ จิกกัดกันไปตลอดทาง ทศวรรษอดที่จะถามตัวเองไม่ได้
เขาไม่ได้หัวเราะกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
นานแค่ไหนแล้วที่พี่น้องไม่ได้พูดคุยหลอกล้อกันแบบนี้
นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้กลับบ้านมาหาพ่อแม่
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้หยัดยืนด้วยสองขาของตัวเองแบบนี้
และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่เขาต้องเรียนรู้ที่จะยืนด้วยสองขาของตัวเองอีกครั้ง เหมือนเด็กเวลาตั้งไข่ หกล้มคลุกคลานไปบ้าง แต่อย่างน้อยในตอนแรกการยืน เดิน วิ่งไปข้างหน้าล้วนเริ่มจากสองขาของตัวเอง ทศวรรษคิดได้ดังนั้นก็เริ่มตั้งแต่การขับรถด้วยตัวเองวันนี้ก็แล้วกัน
“พี่ทศ พี่ทศ! เบรก เบรก” ทัดดาวแหกปากร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งจับที่จับบนศีรษะแน่น สองเท้าก็เผลอเหยียบเบรกตามไปด้วย มืออีกข้างก็ยกค้างไว้กลางอากาศเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้กดเบรกมือทัน
“พี่ทศศศศศศศศศ” ทัดดาวไม่แปลกใจที่พี่เขยเป็นสารถีขับรถให้อีกฝ่ายตลอด ทัดดาวไม่เคยกลัวความตายมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิตจนได้มานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้พี่ชายตัวเองนี่แหละ!
ทศวรรษกลับมาถึงกรุงเทพฯ พร้อมกับทัดดาว ก้นยังไม่ทันหย่อนลงบนโซฟาอีต้นที่เหมือนกะเวลามาเป็นอย่างดีโทรเข้ามาทันที
“อีทศถึงหรือยัง”
“ถึงแล้ว กูอยู่คอนโด”
“ดี อีกสิบนาทีถึง” ทศวรรษนั่งครุ่นคิดได้ไม่นานสามสาวก็มาพร้อมกับเอกสารกองโตอีกทั้งแต่ละคนมีสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะต้นตาล
“สี่คนนั่งล้อมกันอยู่บนตรงโซฟาบ้างนั่งพื้น บ้างนั่งบนโซฟาโดยมีศูนย์กลางเป็นเจ้าของห้อง ทุกสายตาจับจ้องเอกสารที่อยู่ในมือของเพื่อนสาวที่นั่งอ่านด้วยใบหน้าซีดเผือด อีกทั้งสองมือยังสั่นน้อย ๆ
“อีทศมึงโอเคหรือเปล่า” ทศวรรษเหมือนคนวิญญาณหลุดลอยเมื่อได้อ่านเอกสารตรงหน้า เป็นรูปแบบสำเนาของคำให้การที่ต้นตาลแอบถ่ายออกมา
“มึงได้มายังไง” ทศวรรษถามเสียงแหบแห้ง ต้นตาลยกมือทัดหูวิกปลอมก่อนจะยกมือป้องปากเบา ๆ
“ก็…ใช้วิชามารนิดหน่อย” ต้นตาลตอบแบบขอไปที
ปลายฟ้า : “กูว่าไม่หน่อยละได้มาทั้งดุ้นขนาดนี้”
ต้นตาล : “เอาน่า กูจะได้มาแบบไหนไม่สำคัญ เอกสารลับพวกมึงหุบปากให้สนิทล่ะ” ทุกคนที่เหลือพยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจ
ต้นตาล : “นี่อีทศกูว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้วนะ อีกอย่างกูได้ข่าวภายในบริษัทพ่อผัวมึงไม่ค่อยโอเท่าไหร่”
มะเดี่ยว : “มีอะไรงั้นเหรอ”
ต้นตาล : “ก็การบริหารภายในแหละ เห็นว่าหลายโครงการชะงักเพราะเห็นพ้องไม่ตรงกัน แล้วหุ้นบริษัทก็ทะแม่ง ๆ งานนี้กูว่ามีวาฬลาก”
ปลายฟ้า : “มึงก็เรียกซะ…เรียกว่าเหี้ยยังน้อยไป พวกแม่งปั่นหุ้น ล่อเม่าอย่างเรา ๆ ให้เข้าซื้อแล้วลากราคาเหมือนจะไปอวกาศ พอสบจังหวะก็ทุบเละเป็นขี้ เม่าพอตแตกหมดตัวกันเป็นแถว”
มะเดี่ยว : “อย่าบอกว่าพวกมึงก็เป็นเม่าในนั้น”
ต้นตาล ปลายฟ้า : “เออ/เออ”
มะเดี่ยว : “เชี่ย!”
ต้นตาล : “ไม่ต้องห่วง กูชิงขายตั้งแต่ได้กำไรไม่เท่าไหร่ล่ะ แม่งตลาดหุ้นเมืองไทยเหมือนเล่นไฮโล ลุกช้าโดนกินรอบวง กูละเบื่อ”
ทศวรรษ : “แล้วมึงพอจะมีข้อมูล (วงใน) ไหม”
ต้นตาล : “ถ้ามึงหมายถึง (Insider Trader) ไม่มีหรอก แต่กูว่ามีคนนึงที่น่าจะรู้ดีกว่าชาวบ้าน”
ทศวรรษ : “ใคร?”
ต้นตาล : “มึงจำอีพี่โตปืนใหญ่ได้ปะ”
มะเดี่ยว : “คนที่เคยตามจีบอีทศอะนะ”
ต้นตาล : “เออ ฉายานี้มีคนเดียวเท่านั้นแหละ”
ปลายฟ้า : “ปืนใหญ่ที่ว่าคงไม่ได้หมายถึงอันนั้นใช่ปะ” ปลายฟ้าพูดพลางเบ่งกล้ามตัวเองไปด้วย ต้นตาลกลอกตาขึ้นฟ้า
ต้นตาล : “คนนี้ปืนใหญ่ของจริง อลังการดาวล้านดวงสมมงปืนใหญ่ของแท้” ต้นตาลจีบปากจีบคอพลางดีดนิ้วไปด้วย
ต้นตาล : “ว่าแต่มึงถามเรื่องนี้ไปทำไม…อย่าบอก” ต้นตาลเอามือทาบอกก่อนจะบ่นร่ายยาว
“อีทศอีโง่ นี่มึงไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยใช่ปะ อีห่า…ตอนกูได้อ่านกูยังตกใจ แต่มึง
ยังจะสวมบทเป็นนาตาชาสืบเรื่องบริษัทพ่อผัวอีก ทำยังกะว่ามึงใช้อีพี่สืบหายใจ หรือกินเพื่ออิ่มท้อง ไม่มีเขาเราอยู่ได้นะอีห่า” มะเดี่ยว ปลายฟ้าลุกขึ้นมากดตัวต้นตาลเป็นพัลวัน
มะเดี่ยว : “แม่ใจเย็น ใจเย็น”
ปลายฟ้า : “มันก็แค่ถามไหมมึง”
ต้นตาล : “มึงแค่ถามใช่ไหมอีทศ” ต้นตาลจ้องเพื่อนเขม็ง คบหากันมานานแค่อ้าปากก็เห็นไปยังลำไส้ใหญ่ อีทศหนออีทศ เวรกรรมอะไรของมัน!
ทศวรรษ : “กูแค่อยากจากไปโดยที่ไม่มีอะไรค้างคา”
ต้นตาล : “เห็นมะ!” ต้นตาลสะบัดหน้ากอดอกด้วยความไม่สบอารมณ์
มะเดี่ยว : “ทำยังกะมึงจะไม่ช่วยมันงั้นแหละ” ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่ต้นตาลไปตาเดียว แม้จะเงียบแต่มีความกดดันอยู่ในที ทำไงได้ บางครั้งคนเราก็โง่และทำเรื่องบ้าบิ่นเพราะคำว่า “รัก” คำเดียว เหมือนตอนที่เขาอกหักจากไอ้โจ ไอ้ผัวชั่วนั่นทำเอาต้นตาลเป๋ไปช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ เป็นทั้งรักแรกและเป็นทั้งบทเรียนในชีวิตในคนคนเดียวกัน
ต้นตาล : “…ช่วย”
ปลายฟ้า : “มึงรักมันยังกะลูกในอุทธรณ์”
ต้นตาล : “แต่ก่อนจะลงสนามรบ ต้องรู้เขารู้เรา อีทศถ้ามึงกล้าเปิดห้องนั้นกูก็จะช่วยมึงสุดตัว”
ทศวรรษ : “ได้…กูก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันมีอะไร”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็
![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




![กรงแค้นขังรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

