ANMELDENแม้วันนี้จะเป็นเช้าวันจันทร์ แต่อยู่ในช่วงวันหยุดยาวนักขัตฤกษ์ ทศวรรษเลยถือโอกาสกลับบ้านเกิดที่จันทบุรีในช่วงนี้เหมือนกัน เช้านี้สมาชิกทุกคนในบ้านต่างก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตายกเว้นพรรณพิลัยที่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง
บนโต๊ะสมาชิกทุกคนต่างนั่งทานอาหารเงียบ ๆ สานฝันเองก็ไม่มีเรื่องอะไรชวนคุย ไม่เหมือนในตอนที่พี่สะใภ้ของเธออยู่ เธอมักจะชวนคุยเปิดประเด็นในเรื่องต่าง ๆ ทศวรรษแม้ภายนอกจะดูเหมือนคนเงียบ ๆ แต่ทว่าเป็นเพื่อนคุยได้ดี อีกฝ่ายสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง อีกทั้งไม่ใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปในเรื่องเล่านั้นอย่างสุดโต่ง เป็นนักฟังที่ดี และเป็นคนโยนคำถามให้ผู้ถามกลับไปขบคิดทุกครั้ง ไม่แปลกใจว่าทำไมพี่ชายที่เจ้าระเบียบอย่างสืบสานถึงคบหากับอีกฝ่ายได้ยาวนานขนาดนั้น หากเป็นเธอก็เลือกที่จะคบคนคนนี้เหมือนกัน อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ขณะที่ขบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นแม่บ้านก็ยกกล่องของขวัญเข้ามาในบ้าน
“ของคุณสานฝันค่ะ” สานฝันนั่งมองกล่องของขวัญขนาดไม่ใหญ่ในมือแม่บ้าน ก่อนจะเอ่ยถาม
“จากใครคะ”
“คนเดิมแหละค่ะ ส่งมาทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 10 พอดี” แม่บ้านคนสนิทของสานฝันตอบเสียยืดยาว
“ขอบคุณค่ะ ยกไปไว้ในห้องฝันเลยค่ะ”
“ได้ค่ะ”
“ของขวัญอะไร เราเกิดพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ” ท่านเจ้าสัวเอ่ยถาม
“ใช่ค่ะ มีเพียงคนคนเดียวที่จะส่งมาก่อนล่วงหน้าหนึ่งวันทุกปี”
“อย่าบอกนะว่า…” ทอฝันเองไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครทันที เพราะเธอเองก็ได้รับมันเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ใช่ของขวัญราคาแพงอะไร แต่เจ้าของวันเกิดกลับรู้สึกถึงความใส่ใจจากคนให้ แต่ละปีของขวัญจะแตกต่างกันไป และส่วนใหญ่จะเป็นแฮนด์เมดทำมือ ไม่ซ้ำใคร มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น
“ใช่ค่ะ…พี่ทอฝันก็ได้เหมือนกันเหรอคะ” ทอฝันพยักหน้ายอมรับ
“ถ้างั้น…” สานฝันผินหน้าไปทางท่านเจ้าสัวที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ท่านเจ้าสัวยกกาแฟขึ้นมาจิบโดยที่ไม่พูดอะไร ก่อนจะแสร้งขอบคุณพี่ชายของเธอ
“ขอบคุณนะคะพี่สืบ ตลอดสิบปีที่ผ่านมาฝันได้รับของขวัญวันเกิดล่วงหน้าทุกปี” สืบสานเบ่งรับเบ่งสู้ พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
“ไม่เป็นไร แค่เราชอบพี่ก็ดีใจ”
“ขนาดอยู่บ้านเดียวกันพี่สืบยังต้องส่งของขวัญล่วงหน้าอีกเหรอคะ” สานฝันแกล้งถาม
“พี่แค่อยากให้เป็นคนแรก”
“…อ้อ แล้วครั้งนี้พี่สืบให้อะไรฝันละคะ”
“เปิดดูก็เห็นเองไม่ใช่เหรอ”
“แต่ฝันอยากฟังจากพี่สืบมากกว่า ทำไมถึงเลือกแบบนั้นมาให้”
“แบบไหน”
“นั่นสิคะ แบบไหนกันน้า” สานฝันแกล้งเย้าต่อก่อนจะเปลี่ยนประเด็น
“คุณพ่อคะ งั้นวันนี้ตอนเย็นถือโอกาสทานข้าวร่วมกันถือว่าฉลองวันเกิดเล็ก ๆ ให้หนู ส่วนพรุ่งนี้หนูขออนุญาตไปฉลองงานวันเกิดกับเพื่อนได้ไหมคะ”
“เพื่อนที่ไหน” ท่านเจ้าสัวถามเสียงเรียบ
“แก๊งพี่ทศ” บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงไปทันที ท่านเจ้าสัวถอนหายใจ
“พ่ออนุญาต ลูกโตแล้วควรจะเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเองเสียที แล้วจะกลับบ้านหรือค้างข้างนอก”
“คุณพ่อไม่ว่าเหรอคะ”
“เราอายุเท่าไหร่แล้ว ถ้าพ่อไม่ให้ไปคร้านเราคงจะโกรธพ่ออีกละสิ”
“แหมคุณพ่อก็…แต่ฝันสัญญาค่ะว่าจะดูแลตัวเองให้ดี”
“แล้วฝันจะไปนอนที่ไหน” กลับกลายเป็นพี่ชายอย่างสืบสานที่เอ่ยถามแทนคนเป็นพ่อ
“คอนโดพี่ทศสิคะ”
“แล้วเพื่อนเขาไม่ค้างด้วยเหรอไง เราเป็นผู้หญิงคนเดียวไม่เหมาะมั้ง”
“อะไรที่ไม่เหมาะคะ แล้วพี่สืบรู้ได้ยังไงว่าเพื่อนพี่ทศจะค้างด้วย” สานฝันย้อนถามอย่างไม่ยอมแพ้
“พี่แค่เดา”
“ช่างเถอะ สืบเราก็อย่าไปห่วงน้องอะไรให้มาก ส่วนเราล่ะจะไปกับน้องเขาหรือเปล่า” ท่านเจ้าสัวหันไปถามลูกสาวคนรอง
“ไม่ดีกว่าค่ะ วันต่อไปต้องเข้าบริษัทอีก”
“พี่ไปรอรับดีกว่า” สืบสานออกตัวแต่กลับโดนน้องสาวเบรกจนหัวทิ่ม
“อย่าไปเลยค่ะพี่สืบ บรรยากาศงานจะกร่อยเอา”
“…”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)